ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 119 หาเช่าร้านค้า

            มิเช่นนั้นหากไร้ซึ่งเงินทองติดตัว แล้วจะหวังเป็นที่หนึ่งในแคว้นเยว่ได้อย่างไร?

            สำหรับข้อเสนอของนางจางอ้ายหลินและซูอี้โจวย่อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในตอนนี้สำหรับพวกเขาการสร้างเนื้อสร้างตัวย่อมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

            ทั้งครอบครัวมิใช่คนประเภทเฉื่อยชาเมื่อตกลงที่จะทำสิ่งใดแล้ววันรุ่งขึ้นก็มอบหมายให้นายหน้าจัดการหาร้านค้าที่เหมาะสมตอนนี้เงินในมือของพวกเขา หลังจากจ่ายค่าเช่าหนึ่งปี แล้วจัดซื้อสิ่งอื่นๆเพิ่มเติม ก็น่าจะเหลือเฟือ

            วันรุ่งขึ้นหลังจากเก็บแผงขายอาหารเช้าแล้ว ซูอี้หว่านก็ไปประจำที่สถานพยาบาลตามเคยฉีเฟิงถูกย้ายไปยังห้องพักเล็กๆ ด้านหลังสถานพยาบาลแล้วผู้ช่วยทั้งสองก็ทำได้เพียงปูพื้นนอนในสถานพยาบาลไปก่อน

            โชคดีที่อากาศในตอนนี้มิได้หนาวเย็นมิเช่นนั้นคงกังวลว่าทั้งสองจะเป็นหวัดเอา

            ต้องยอมรับว่าสภาพร่างกายของผู้ฝึกวรยุทธ์แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดามากนัก เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งวันสีหน้าของฉีเฟิงก็สดใสขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่ขาวซีดไร้สีเลือดและกำลังวังชาก็กลับมาเกือบเป็นปกติ

            ระหว่างที่ซูอี้หว่านทำการเปลี่ยนยาฉีเฟิงตลอดทั้งกระบวนการราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงท่าทีสงบเสงี่ยม

            ถึงแม้ว่ายาห้ามเลือดสูตรพิเศษของซูอี้หว่านจะมีฤทธิ์ระงับอาการปวดที่ดีทว่ามิอาจกล่าวได้ว่า หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นเกรงว่าจะมิอาจทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้เช่นนี้

            "แผลสมานตัวค่อนข้างดี แต่ช่วงนี้ยังคงต้องระวังให้มาก หากแผลไม่ติดเชื้อก็คงไม่มีปัญหาอะไร"

            ท้ายที่สุดเมื่อวานเพิ่งจะเย็บแผลช่วงสองสามวันมานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการสมานแผล จึงไม่อาจประมาทได้เป็นอันขาด

            "คุณหนู สตรีคนเมื่อวานมาแล้วขอรับ"

            ซูอี้หว่านกำลังล้างมือพอดีผู้ช่วยคนหนึ่งก็เดินเข้ามา ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงลดเสียงลงเอ่ยว่า"นางพาบุรุษมาด้วยคนหนึ่งขอรับ ทว่าสีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก"

            "ข้าเข้าใจแล้ว"

            ซูอี้หว่านพยักหน้ารับไม่ได้รีบร้อนที่จะออกไป นางบรรจงล้างมือจนสะอาดหมดจดแล้วจึงลุกขึ้นก้าวไปยังด้านหน้า ก็ปรากฏร่างสตรีคนเมื่อวานกำลังยืนอยู่กับบุรุษผู้หนึ่ง

            เมื่อสตรีผู้นั้นเห็นนางก็รีบเข้ามาทักทาย สีหน้าเจือความกังวลอยู่บ้าง "ท่านหมอ นี่คือสามีของข้าเองเจ้าค่ะ"

            กล่าวแล้วนางก็ยื่นมือไปดึงบุรุษผู้นั้นมาอยู่ต่อหน้าซูอี้หว่าน"ท่านให้นางตรวจดูเถิด!"

            ขณะที่ชายผู้นั้นก้าวเท้าเข้ามาสีหน้าของเขาก็ดูไม่สู้ดีนัก เพราะสำหรับผู้ชายการมาให้หมอตรวจเรื่องมีบุตรยากเช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องน่าอับอายพอเห็นว่าหมอที่เขามาหา กลับเป็นเพียงเด็กสาวที่อายุน้อยกว่ามากเขาก็โกรธจนแทบกระโดด

            "นี่หรือคือหมอคนที่เจ้าว่า?" บุรุษผู้นั้นแสดงท่าทางรังเกียจ"เจ้าให้ข้ามาหาหมอ ข้าก็ตกลงแล้ว แต่เจ้าหมายความว่าอย่างไรกำลังเล่นตลกอะไรอยู่?"

            สิ้นคำบุรุษผู้นั้นก็หันหลังจะจากไป ตั้งแต่ต้นจนจบมิได้กล่าววาจาใดๆ กับซูอี้หว่านเลยเห็นได้ชัดว่าเพิกเฉยต่อนางอย่างสิ้นเชิง มิได้เห็นนางในสายตาเลยสักนิด

            ท่าทางเช่นนี้ทำให้ซูอี้หว่านไม่พอใจอย่างยิ่งจึงหัวเราะออกมาเสียงเย็นพลางเหยียดเท้าก้าวไปข้างหน้าฉวยโอกาสที่บุรุษผู้นั้นยังมิได้ทันตั้งตัว คว้าข้อมือของเขาไว้มั่นนิ้วมือแตะลงบนเส้นชีพจรของเขาเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า"เจ้าเริ่มมีนิสัยช่วยตัวเองตั้งแต่อายุสิบสามสิบสี่ปีใช่หรือไม่?"

            สิ้นเสียงร่างของบุรุษพลันแข็งเกร็ง ซูอี้หว่านหาได้สนใจไม่นางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ “นิสัยเช่นนี้ของท่านแม้หลังแต่งงานก็ยังคงอยู่ และท่านก็รู้ดีว่าอาการของตนเองผิดปกติ ใช่หรือไม่?”

            "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"

            อาการตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าของชายผู้นั้นสีหน้าของเขาแดงก่ำสลับดำคล้ำ ในดวงตากลับมีประกายข่มขู่เจืออยู่เล็กน้อยน้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกถึงความหวาดหวั่น "เจ้าอย่าได้พูดจาพล่อยๆ!"

            "พูดจาพล่อยๆ?" ซูอี้หว่านลูบคางตนเองสีหน้าสงบนิ่ง "ถ้าท่านคิดว่าข้าพูดจาเหลวไหลเชิญท่านออกไปเสียดีกว่า"

            "แต่อนิจจา..." ซูอี้หว่านถอนหายใจเสียงเบากล่าวพึมพำราวกับพูดกับตนเอง "ภรรยาของเจ้าช่างอับโชคยิ่งนัก มิใช่เพียงไม่ได้รับการปรนเปรอในเรื่องนั้นมิอาจให้กำเนิดบุตรได้ ยังต้องถูกชาวบ้านนินทาว่าร้ายเพราะเรื่องนี้อีกช่างน่าเวทนานัก..."

            คำพูดของนางทุกคำล้วนทิ่มแทงกลางอกของบุรุษผู้นั้นเจ็บปวดจนบุรุษผู้นั้นแทบจะหายใจไม่ออก สีหน้าก็ยิ่งดูมิได้

            คงไม่มีชายใดในโลกนี้ทนได้หากใครเอ่ยว่า 'ภรรยาของเจ้าช่างอับโชคยิ่งนักที่ต้องมาใช้ชีวิตคู่กับเจ้า'

            คำกล่าวนี้ราวกับปฏิเสธคุณค่าทั้งหมดของบุรุษผู้นี้ทำลายศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของเขาอย่างลึกซึ้ง

            บุรุษผู้นั้นกัดฟันยืนอยู่ที่เดิมครู่ใหญ่ จู่ๆ ก็เดินไปยังที่นั่งตรวจ แล้วนั่งลง"หากเจ้ามิอาจรักษาข้าให้หายได้สถานพยาบาลของเจ้าก็อย่าได้หวังที่จะเปิดต่อไป!"

            ซูอี้หว่านหัวเราะเยาะหันหลังเดินไปยังด้านหลังโต๊ะ แล้วนั่งลง "ตราบใดที่เจ้ายึดมั่นในสิ่งที่ข้าบอกอย่างเคร่งครัดหากข้ารักษาเจ้าให้หายไม่ได้ ข้าจะปิดร้านเอง"

            นี่มิใช่โรคร้ายแรงอันใดมิใช่โรคที่วินิจฉัยยาก สำหรับซูอี้หว่านแล้ว มิจำเป็นต้องเปลืองแรงมากหากนางแม้กระทั่งเรื่องนี้ก็รักษาให้หายไม่ได้ก็ไร้คุณสมบัติที่จะเปิดสถานพยาบาลนี้แล้ว

            ในความเป็นจริงซูอี้หว่านเชื่อว่าหากเปลี่ยนเป็นหมอคนอื่นในเมืองอวิ๋นเฉิงคงจะไม่ไร้หนทางรักษาอาการของชายผู้นี้เลย เพียงแต่หมอเหล่านั้นไม่ใส่ใจเท่าตนย้ำแล้วย้ำเล่าให้สตรีผู้นั้นพาผู้เป็นสามีมาให้ตรวจ 

            ใบสั่งยาก็ไม่ต้องพินิจพิจารณาให้เสียเวลาเพียงอึดใจ นางก็เขียนใบสั่งยาเสร็จเรียบร้อย ให้บุรุษผู้นั้นไปรับยากับผู้ช่วยส่วนตนเองก็ดึงสตรีผู้นั้นไว้ เอ่ยกำชับอีกสองสามประโยค

            ยามจากไปบุรุษผู้นั้นมิได้โกรธเกรี้ยวเหมือนขามาเพียงแต่สีหน้าบิดเบี้ยวประหนึ่งสะใภ้ตัวน้อยที่ถูกรังแก

            ซูอี้หว่านรู้สึกขบขันอยู่บ้างอดมิได้ที่จะส่ายหน้า

            เวลาล่วงเลยไปอีกพักใหญ่ก็ยังไร้ซึ่งผู้ป่วยมาเยือน ทว่าลูกจ้างของกรมจัดหาที่ดินกลับรีบร้อนมาได้จัดหาร้านค้าที่เหมาะสมได้หลายร้าน ซึ่งค่อนข้างตรงตามความต้องการของนางแล้วสอบถามว่านางจะสะดวกไปดูร้านเมื่อใด

            ประจวบเหมาะในเวลาไม่นานท่านหมอเฉียนก็มา เพราะมีเขาอยู่ ซูอี้หว่านจึงวางใจได้ จากนั้นนางก็ลุกขึ้นพาคนรับใช้คนหนึ่งติดตามคนจากกรมจัดหาที่ดิน ไปดูร้านด้วยกัน

            ซูอี้หว่านเดิมทีก็มิได้ต้องการทำเลที่ดีเป็นพิเศษแต่มิคาดคิดว่าผู้ช่วยผู้นี้จะพานางไปดูร้านค้าแรกที่ถนนอันเจริญรุ่งเรืองยิ่งสร้างความประหลาดใจแก่ซูอี้หว่านอย่างยิ่ง

            บัดนี้ร้านอาหารยังคงอยู่ในระหว่างการเตรียมการซูอี้หว่านตั้งใจแต่แรกว่าร้านของตนจะเป็นร้านอาหารที่คนธรรมดาสามัญเข้าถึงได้ร้านอาหารแบบนี้ เมื่อตั้งอยู่ในทำเลที่โอ่อ่าเช่นนี้ กลับดูขัดตาอยู่บ้าง

            ดูจากคนเดินถนนที่สัญจรไปมาบนถนนนี้ก็ทราบได้แล้วส่วนใหญ่สวมใส่ผ้าไหมแพรพรรณ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนมีเงินคนธรรมดาสามัญชนน้อยนักที่จะเดินมาทางนี้

            ถึงกระนั้นร้านนี้ก็กว้างขวางอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะห้องครัวที่มาพร้อมตัวร้านก็มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ การตกแต่งก็ยังดูใหม่เอี่ยมสวยงามทำให้ซูอี้หว่านรู้สึกพอใจอย่างมาก

            ยิ่งกว่านั้นเพราะร้านค้าเดิมทีก็เป็นร้านอาหาร อุปกรณ์พื้นฐานในครัวก็ครบครัน หากเช่าที่นี่คาดว่าจะประหยัดแรงไปได้มากทีเดียว

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247