เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 23 คัดเลือกตัวแทน (100%)

    ในดินแดนห้วงดาราจักรมีแว่นแคว้นทั้งหมดสิบสองแคว้น แบ่งเป็นห้าแคว้นใหญ่ สามแคว้นกลาง และสี่แคว้นเล็ก แคว้นซิงเป็นแคว้นอันดับสองในสี่แคว้นเล็กทุก ๆ สี่ปีจะมีการจัดอันดับแคว้นใหม่โดยใช้ผลการประลองฝีมือเป็นเกณฑ์ตัดสิน ฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นซิงให้ความสำคัญกับยอดฝีมือในแว่นแคว้นเป็นอย่างมาก จึงสร้างภูผาสมุนไพรขึ้นมาเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้มีฝีมือภูผาสมุนไพรคือชื่อเรียกของยอดเขาซุนฮวง ฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นซิงทุกสมัยมีหน้าที่อย่างหนึ่งที่ทำสืบต่อกันมา คือการรวบรวมพันธุ์สมุนไพรล้ำค่านานาชนิดมาปลูกไว้ในเขาซุนฮวงด้วยวิธีพิเศษ ด้วยเหตุนี้ภูเขาทั้งลูกจึงเต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าจนผู้คนเรียกขานว่า ภูผาสมุนไพรภูผาสมุนไพรเป็นดินแดนต้องห้ามในแคว้นซิง ทุก ๆ ปี จะอนุญาตให้ตัวแทนศิษย์จากสำนักต่าง ๆ สำนักละห้าคน เข้าไปล่าสมุนไพรในหุบเขาได้นานเจ็ดวันอีกสิบกว่าวันจะถึงกำหนดเปิดภูผาล่าสมุนไพร สำนักต่าง ๆ เร่งคัดเลือกสุดยอดศิษย์ที่จะเข้าร่วมล่า ในหุบเขาไม่ได้มีแต่พันธุ์พืชที่เป็นตัวยาล้ำค่า สัตว์อสูรก็เป็นตัวยาล้ำค่าด้วยเช่นกัน ถ้าผู้ที่เข้าไปล่าไม่มีฝีมือมากพอ ก็อาจจะกลายเป็นผู้ถูกล่าเสียเอง สำนักตะวันเดือด..ศิษย์เอกทั้งสิบสามคนถูกเรียกมารวมตัวกันที่หอคอยดำ เจ้าสำนักตะวันเดือดนามว่าซ่งกวงยืนอยู่หน้าหอคอย รองเจ้าสำนักหยวนเปาและอาจารย์จากสามยอดเขายืนอยู่ด้านข้าง วั่งซานนั่งกินของว่างที่จัดไว้ให้ซ่งกวงอยู่บนพื้น“อีกสิบกว่าวันภูผาสมุนไพรจะเปิด วันนี้ข้าเรียกทุกคนมาเพื่อคัดเลือกศิษย์ห้าคนไปเข้าร่วมล่า พวกเจ้าทุกคนต้องเข้าไปต่อสู้กับสิ่งที่อยู่ในหอคอยดำ ผู้ที่ออกมาได้ก่อนห้าคนแรกจะได้เป็นตัวแทนสำนัก พวกเจ้ามีเวลาอยู่ในนั้นได้แค่สองวัน”ซ่งกวงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะใช้พลังอันกล้าแกร่งผลักเปิดประตูหินขนาดยักษ์ ศิษย์เอกทุกคนต่างเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในหอคอย“ไอ้ลูกเต่า รีบออกมาไว ๆ ข้าอยากกินเนื้อย่างอร่อย ๆ ฮี่ ๆ”วั่งซานพูดสั่งซู่หลันด้วยเสียงอู้อี้ เพราะอมขนมอยู่เต็มปากซู่หลันปรายตามองอาจารย์บ้าที่ขโมยกินขนมคนอื่นแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในหอคอยอย่างเหนื่อยใจภายในหอคอยดำคล้ายเป็นพื้นที่หลายมิติ ศิษย์เอกทั้งสิบสามคนเดินเข้ามาเกือบจะพร้อมกัน แต่ไม่มีใครพบหน้ากันเลยสักคน อากาศในหอคอยเย็นเยือก หมอกสีขาวกระจายตัวไปทุกที่ ส่งผลให้การมองเห็นแย่ลง“ฮว่าง!!” เสียงคำรามดังกึกก้อง กลิ่นอายดุดันและจิตสังหารที่รุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วโถง เงาดำทะมึนน่าเกรงขามก้าวผ่านม่านหมอกออกมาสัตว์อสูรลักษณะคล้ายวัวกระทิงตัวใหญ่มหึมาจ้องมองซู่หลันด้วยสายตาหิวกระหาย น้ำลายสีเขียวไหลย้อยเป็นทาง เขาสีดำแหลมคมบนหัวส่องประกายน่าสะพรึง สี่เท้าเตะพื้นแล้วพุ่งเข้าหาซู่หลันด้วยความเร็วซู่หลันมิได้ตื่นตระหนกตกใจ เขารวบรวมพลังปราณมาไว้ที่หมัด แล้วต่อยอัดสวนไปอย่างแรง หมัดทรงพลังต่อยกระแทกเข้าที่กะโหลกหนา เจ้ากระทิงเขาดำตอบโต้กลับด้วยการเอียงหัวแล้วแทงเขาแหลมใส่แขนซู่หลันเพียงปะทะกันครั้งแรกก็ได้เลือดกันทั้งสองฝ่าย กระทิงเขาดำเลือดไหลทะลักออกจากกะโหลกราวกับน้ำพุ ซู่หลันท่อนแขนมีบาดแผลเป็นรูใหญ่เลือดโชกหนึ่งคนหนึ่งกระทิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทุกครั้งที่เข้าปะทะกันจะต้องเลือดโชกด้วยกันทั้งสองฝ่าย พลังหมัดทำให้อวัยวะภายในกระทิงฉีกขาด พลังเขาแหลมทำให้ร่างมนุษย์มีแผลเหวอะหวะทั่วตัว“สมกับเป็นบททดสอบในการคัดเลือกสุดยอดศิษย์ตัวแทนสำนัก เจ้ากระทิงบ้านี่แข็งแกร่งชะมัดยาด ถ้าสู้กันด้วยแรงข้าต้องพ่ายแพ้ไอ้กระทิงปีศาจแน่ ๆ”“ฮว่าง!!” กระทิงเขาดำคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนวิ่งเข้าใส่ซู่หลันอย่างบ้าคลั่ง“เข้ามาเลย ไอ้กระทิงบ้า!!”ซู่หลันตะโกนเสียงดังไม่แพ้เสียงคำราม แล้วเคลื่อนร่างอย่างรวดเร็วปานลิงป่าทะยานเข้าปะทะกับกระทิง ร่างเล็กย่อตัวพุ่งคว้าจับที่ขาหน้า สองแขนแกร่งเกร็งกล้ามเนื้อออกแรงหักกระดูกข้อขาของเจ้ากระทิงปีศาจ“กร๊อบ!!” เสียงกระดูกหักดังลั่น ร่างมหึมาเซล้มกระแทกพื้นอย่างแรงทันทีซู่หลันไม่ปล่อยให้โอกาสดีหลุดลอยไป เคลื่อนร่างไปหักกระดูกข้อต่ออีกสามขาอย่างรวดเร็วแม้จะเจ็บปวดแสนสาหัสและสูญเสียการทรงตัวไป แต่เจ้ากระทิงเขาดำก็ยังสู้สุดชีวิต มันส่ายหัวใช้เขาแหลมแทงใส่ร่างซู่หลันจนเป็นแผลฉกรรจ์ที่ข้างลำตัว“ไอ้กระทิงนรก!!”ซู่หลันเดือดดาลถึงขีดสุด รวบรวมพลังกายและปราณทั้งหมดภายในร่าง ต่อยอัดใส่กะโหลกหนา พลังหมัดที่รุนแรงระเบิดหัวกระทิงเขาดำจนมันสมองและเลือดสาดกระจายเต็มพื้น“แฮ่ก..แฮ่ก..แฮ่ก”ซู่หลันนั่งหอบหายใจอยู่กับพื้นกลางแอ่งเลือด พลังกายและพลังปราณถูกรีดออกมาใช้จนไม่เหลือแรงยืน“เปรี้ยง!” ขุมพลังร้อนลวกดุจลาวาเดือดปะทุขึ้นจากไขกระดูกแล้วไหลเวียนไปทั่วร่าง ความอ่อนแรงหายไปจนสิ้น ร่างกายเปี่ยมล้นไปด้วยพลังมหาศาล“ข้าบรรลุพลังระดับหลอมกายแล้ว!”ซู่หลันลุกขึ้นกระโดดตัวลอยพร้อมตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ เขาวิ่งไปที่ประตูทางออกแต่เหมือนจะนึกอะไรได้ เด็กหนุ่มวิ่งกลับมาแบกเอาร่างกระทิงยักษ์ออกไปด้วย   ดวงตะวันยังไม่ทันตกดินประตูหอคอยดำก็ถูกเปิดออกมาจากด้านใน ทุกสายตาต่างจ้องมองร่างเด็กหนุ่มตัวผอมที่มีบาดแผลเต็มตัว แบกซากกระทิงตัวมหึมาเดินออกมาจากประตู“ดีมากไอ้ลูกเต่าศิษย์รัก อาจารย์คนดีอยากกินเนื้อกระทิงย่าง ฮี่ ๆ”วั่งซานที่นอนเหยียดแขนขารอศิษย์รักอยู่หน้าหอคอยดำ ลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ เมื่อเห็นซากกระทิงทุกคนที่อยู่หน้าหอคอยดำมองซู่หลันด้วยสายตาที่แตกต่างกัน ซ่งกวงมองเด็กหนุ่มอายุเยาว์ด้วยความสนใจ อาจารย์ทั้งสามยอดเขามองด้วยความประหลาดใจ หยวนเปามองด้วยความริษยา“วั่งซาน ศิษย์เอกเจ้าช่างยอดเยี่ยม เขาผ่านการทดสอบได้เป็นคนแรก และเขายังเลื่อนขั้นวรยุทธ์ได้อีกด้วย”ซ่งกวงเอ่ยปากชมซู่หลันด้วยความชื่นชม“ไอ้ลูกเต่าเป็นของข้า อย่าคิดมาแย่ง มันจะเก่งเหนือใครตามท่านผู้นั้นต้องการ ไป ๆ ลูกเต่ากลับไปย่างเนื้อ ฮี่ ๆ”ผู้เฒ่าบ้าเกิดความหวงลูกศิษย์ จึงแบกทั้งคนและซากกระทิงเหินตัวกลับเขาเงาตะวันอย่างเร็วรี่“เก่งเหนือใครตามท่านผู้นั้นต้องการ? ดูท่าหนุ่มน้อยอัจฉริยะจะมีผู้หนุนหลังที่ไม่ธรรมดาซะแล้ว”ซ่งกวงคิดในใจ พลางมองตามร่างที่ถูกแบกหนีด้วยรอยยิ้มประหลาด               หลังกินเนื้อกระทิงเขาดำย่างจนพุงกลม วั่งซานก็จับร่างศิษย์รักโยนลงในแอ่งน้ำกลางถ้ำลึกลับเพื่อรักษาบาดแผลทั่วตัว ภูผาสมุนไพรคือสถานที่อันตรายที่สุดในแคว้นซิง ร่างกายซู่หลันต้องพร้อมสมบูรณ์เพื่อเข้าร่วมสงครามแย่งชิงสมุนไพรกับสัตว์เดรัจฉานที่ชื่อว่ามนุษย์โลภเมื่อแช่ตัวจนบาดแผลหายดีแล้ว วั่งซานก็จับซู่หลันโยนเข้าไปในถ้ำที่พัก ระยะเวลาที่เหลืออีกไม่กี่วัน เขาสั่งให้ศิษย์รักนั่งสมาธิปรับพลังยุทธ์ขั้นใหม่ให้เสถียร และเร่งเปิดเส้นชีพจรวิญญาณให้ได้มากที่สุด