
ตอนที่ 20: สลักรักไว้ในรอยแค้น (บทจบ)
สายลมวสันต์พัดพาเอาความอบอุ่นมาสู่หุบเขาพันปีอีกครั้ง ดอกเหมยป่าเริ่มผลัดใบส่งกลิ่นหอมจางๆ ไปทั่วบริเวณ จวนหลังเล็กที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายริมน้ำพุร้อนกลายเป็รวงรังสุดท้ายของชายสองคน ผู้ที่เคยติดอยู่ในบ่วงโซ่แห่งความแค้นมาค่อนชีวิต
หยางเจี้ยน ในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่าย กำลังนั่งบรรจงจัดวางกิ่งไม้และก้อนหินลงใน "สวนถาด" ขนาดใหญ่ที่เขาตั้งใจทำขึ้นมาใหม่ มือหนาที่เคยกร้านดาบ บัดนี้กลับนุ่มนวลและระมัดระวังเมื่อต้องัักับมอสสีเขียวสด
"อาอิน... เ้าดูสิ ข้าจำลองป่าทิวไผ่ที่เราเคยเดินด้วยกันมาไว้ที่นี่"
เฟยอิน ที่นั่งพิงหมอนอยู่บนม้านั่งยาวข้างๆ ยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง เขาห่มผ้าคลุมขนสัตว์ไว้แม้จะเป็ฤดูใบไม้ผลิ ใบหน้าจิ้มลิ้มดูซูบเซียวลงไปบ้าง แต่ดวงตาของเขากลับสว่างไสวและเปี่ยมไปด้วยความสงบ
"สวยมากขอรับ... ท่านแม่ทัพฝีมือประณีตขึ้นทุกวัน"
"ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกแม่ทัพ" หยางเจี้ยนละมือจากสวนถาด เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ แล้วกุมมือที่เย็นเชียบของเฟยอินไว้ "ที่นี่ไม่มีแม่ทัพ ไม่มีพ่อบ้าน มีเพียงหยางเจี๋ยนที่รักเฟยอินเท่านั้น
เฟยอินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะไอออกมาเล็กน้อย หยางเจี้ยนรีบประคองแผ่นหลังแล้วลูบเบาๆ ด้วยความห่วงใย แผลเป็จากลูกธนูในวันนั้นยังคงทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจน เช่นเดียวกับรอยแผลในใจที่แม้จะจางไปแต่ไม่เคยหายไปไหน
"ท่านพี่หยาง..." เฟยอินเรียกชื่อใหม่ตามที่อีกฝ่าย้า "ท่านเคยเสียใจไหม... ที่ทิ้งทุกอย่างมาเพื่อข้า ตำแหน่ง เกียรติยศ และพละกำลังของท่าน..."
หยางเจี้ยนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฟยอิน ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก "เกียรติยศที่แลกมาด้วยความอ้างว้าง ข้าไม่้ามันหรอกอาอิน... การได้ตื่นมาเห็นเ้าหายใจอยู่ข้างๆ ในทุกเช้า คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้าแล้ว"
เฟยอินซบหน้าลงกับอกแกร่งที่บัดนี้อบอุ่นเสมอสำหรับเขา "ข้าเองก็เคยคิดว่าความตายของท่านคือจุดหมายเดียวของชีวิต... แต่ตอนนี้ ข้ากลับกลัวความตายเหลือเกิน เพราะข้าไม่อยากทิ้งท่านไว้คนเดียว"
"เ้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น" หยางเจี้ยนกระซิบ "เราจะอยู่ด้วยกัน... จนกว่าสวนถาดใบนี้จะกลายเป็ป่าจริงๆ"
ทั้งคู่พากันเดินออกไปที่ระเบียง มองดูพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าทอแสงสีทองอาบไล้หุบเขา เฟยอินหยิบป้ายทหารของพ่อที่ห้อยคออยู่ออกมาดู รอยซ่อมแซมที่หยางเจี้ยนตั้งใจทำให้นั้นยังคงเห็นร่องรอยเล็กน้อย
มันคือความรักที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันคือความรักที่งอกเงยขึ้นบนกองขี้เถ้าของาและหยาดน้ำตาแห่งความสูญเสีย เป็ความรักที่มี "รอยแค้น" เป็รากฐาน แต่ถูกสลักทับด้วยคำว่า "อภัย" จนกลายเป็รอยรักที่ยั่งยืน
แม้ร่างกายจะไม่อาจแข็งแรงดังเดิม แม้อนาคตจะไม่ได้รุ่งโรจน์ในราชสำนัก แต่มือที่เกาะกุมกันไว้แน่นท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่าน คือบทสรุปของโศกนาฏกรรมที่แปรเปลี่ยนเป็มหากาพย์แห่งรัก