เื่ ฉันนั้นหรือ คือ ฮีโร่
พลังจิตสื่อสาร
ผู้แต่ง Cydrag
---------------------
"ใช่แล้วเพราะท่านถูกส่งมายังโลกมนุษย์ด้วยวัยที่น้อยนัก แน่นอนว่าท่านยังไม่สามารถดูแลหรือปกป้องตนเองได้ อีกทั้งพวกเราซึ่งมีผลึกฝังติดตัวแล้วอาจทำให้พวกศัตรูสามารถหาพวกเราเจอจะส่งผลให้แผนการที่พวกเราคิดวางไว้เกิดความเสียหายได้ ทางเดียว คือ ต้องส่งผู้แทนซึ่งก็คือ ท่าน และต้องส่งท่านมาก่อนโดยไม่มีผลึกติดตัว โดยพวกเราได้ถ่ายทอดพลังปิดกั้นศัตรูเคลือบไว้ที่ผิวกายท่านแต่พลังปิดกั้นศัตรูนี้จะทำให้ผิวกายเป็สีดำหรือคล้ำเข้มรอจนท่านพอที่จะคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบนโลกมนุษย์แล้ว พวกเราจึงส่งผลึกให้กับท่านแต่เนื่องจากผลึกมีพลังที่มหาศาลและควบคุมได้ยากหากไม่ได้ทำการฝังผลึกคริสทัลจากถิ่นกำเนิด ดังนั้นการฝังผลึกทันทีบนชั้นบรรยากาศของโลกมนุษย์จึงมีความอันตรายสูงถ้าต้องฝังผลึกที่นี่ จำเป็ต้องให้ร่างกายของเ้าของผลึกค่อยๆคุ้นเคยกับพลังจากเปลือกผลึกเสียก่อน และพลังจากเปลือกผลึกคริสทัลนี้เอง ได้ค่อยๆลบล้างสารสีดำที่ห่อหุ้มร่างกายของท่าน ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันท่านจากพวกศัตรูและเมื่อพลังปิดกั้นศัตรูค่อยๆ เสื่อมลง ซึ่งใช้เวลาประมาณสองปีจึงถึงเวลาที่ต้องเปิดพลังจากผลึกคริสทัลเพอร์เพิลมอบให้กับท่าน!"
เขาพูดด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะจริงจัง (ประโยคนี้เสริมเข้ามา a ไม่มี)
"เอ่อ...คือว่า ตอนนี้ รุ้งงงไปหมดแล้ว..."
ตอนนี้คิ้วของรุ้งได้ขมวดเข้าหากันเป็ที่เรียบร้อย
"กุ๊งกิ๊งพูดเื่อะไรน่ะรุ้งไม่เข้าใจ สงสัยกุ๊งกิ๊งน่าจะดูหนังกับรุ้งมากเกินไปแล้วมั้ง!"
เธอยังคงทำคิ้วผูกกันบนใบหน้าต่อไปเธองุนงงกับสิ่งที่กุ๊งกิ๊งอธิบาย เื่ที่ไม่น่าจะเป็ไปได้บนโลกนี้
"นี่พูดจริงนะ! ไม่เชื่อหรือ?"
หมาน้อยทำหน้าตาจริงจังตากลมแป๋วมองตาเธอ
"อืม... ใช่! ไม่เชื่อ!"
"จะเป็ไปได้ยังไง! พลังอะไร ศัตรูที่ไหน?"
รุ้งเริ่มส่งคำถามมาเป็ชุดเหยียดแขนทั้งสองไปด้านหน้า ฝ่ามือทั้งสองค้ำบนที่นอน ยื่นหน้าจ้องมองตาของหมาน้อย
"แต่...เอ๊ะ!"
แต่อยู่ๆรุ้งนึกขึ้นได้ถึงแสงสีม่วงที่ห่อหุ้มกายเธอ นำเธอขึ้นลอยกลางอากาศและแทรกซึมเข้ากายเธอเมื่อครู่
"อ๊า!... หรือว่าจะจริง!?"
รุ้งส่งเสียงอุทานเริ่มมีอาการหวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง ศัตรูงั้นหรือ ศัตรูที่ไหนความคิดในหัวเกิดขึ้นมากมายทันที
"เมื่อกี้กุ๊งกิ๊งว่าไงนะ! รุ้งถูกส่งมายังโลกมนุษย์งั้นหรือ? หมายความว่ารุ้งไม่ใช่หลานของตากับยายหรือ? รุ้งไม่ใช่มนุษย์งั้นหรือ?"
รุ้งส่งคำถามมาอีกชุดใหญ่เพราะเธอเริ่มเชื่อแล้ว และเธอเริ่มกลัวเพราะไม่รู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อไปตอนนี้ทำได้เพียงแค่ถามกุ๊งกิ๊งเท่านั้น
"คำถามเหล่านี้ต่อไปท่านจะทราบคำตอบเอง ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถตอบท่านได้"
หมาน้อยขนปุยยื่นมือขนขาวปุยทั้งสองข้างแตะประสานบนหลังมือของรุ้งใน่เวลานี้เขายังไม่ได้รับอนุญาตจากเบื้องบนให้พูดเื่อื่นรวมทั้งคำถามที่รุ้งถามมาเมื่อครู่ แต่เขาไม่้าให้รุ้งต้องรู้สึกหวาดกลัวเพิ่มขึ้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ปลอบใจและพูดบอกปัดไปก่อน
"อือ...ไม่ถามก็ได้!แล้วกุ๊งกิ๊งมีพลังด้วยหรือ?เมื่อกี้นี้กุ๊งกิ๊งส่งพลังมาที่คริสทัลของรุ้งได้ยังไง? เท่มากเลย!"
รุ้งััได้ถึงความห่วงใยที่กุ๊งกิ๊งส่งมาให้เธอรู้สึกอุ่นใจที่มีกุ๊งกิ๊งคอยเป็เพื่อนคอยอยู่ใกล้ๆ เธอเสมอจึงเริ่มคุยเล่นกับกุ๊งกิ๊งอีก
"ใช่...ข้ามีพลัง!ข้าถูกส่งมาทำหน้าที่คุ้มครองท่านล่วงหน้าครึ่งปี ก่อนที่ท่านจะได้รับคริสทัลเพื่อให้ข้าสามารถปรับสภาพ คุ้นเคยกับที่นี่ได้อย่างปลอดภัยและคุ้มครองท่านได้เมื่อพลังปิดกั้นศัตรูลดลง ท่านจำได้หรือไม่?"
เขาพูดทวนให้รุ้งหวนนึกถึง่เวลาเช้าของวันหนึ่งเมื่อสองปีครึ่งก่อน เธอเจอกุ๊งกิ๊ง ลูกหมาตัวเล็กมอมแมมนอนขดตัว เปื้อนทรายบนขอบบันไดหินตรงทางลงชายหาดหลังบ้าน เธออุ้มกุ๊งกิ๊งขึ้นมาและเธอขออนุญาตตายายให้เธอเลี้ยงกุ๊งกิ๊งไว้ที่บ้าน
"อืมเจอกุ๊งกิ๊งก่อนได้รับคริสทัลครึ่งปีจริงๆ ด้วย!"
เธอนึกคำนวณถึง่เวลาที่เจอกุ๊งกิ๊งและนึกถึง่เวลาที่เธอกับกุ๊งกิ๊งใช้ชีวิตด้วยกัน กินอาหารพร้อมกัน ไปเล่นด้วยกันนอนบนเตียงด้วยกัน แล้วก็....
"งั้น...กุ๊งกิ๊งก็เห็นหมดซิ....เวลาที่รุ้งเปลี่ยนเสื้อผ้า... อ๊า...?!"
แล้วก็...่เวลาที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนกุ๊งกิ๊งจะอยู่ในห้องนอนของเธอด้วย เธอนึกขึ้นได้ ส่งเสียงอายระคนใเธอยกตัวขึ้น คลานไล่กุ๊งกิ๊งบนที่นอนอีกครั้ง
"ท่านอย่าคิดมากเลย..."
"ไม่เห็นจะมีอะไรเลย..."
กุ๊งกิ๊งวิ่งหลบไปมาบนที่นอนปากก็พูดไป
"ไม่เห็นมีอะไรงั้นหรือ...?!"
รุ้งได้ยินดังนั้นยิ่งเพิ่มความอายเข้าไปอีก คลานไล่บนที่นอน จนสามารถจับตัวกุ๊งกิ๊งไว้ได้
"เหนื่อยๆ..."
กุ๊งกิ๊งเริ่มหอบรุ้งหอบเหนื่อยเหมือนกัน
"ไม่มีอะไรจริงๆพวกเราบนถิ่นกำเนิดไม่มีใครมองความงามจากรูปร่างภายนอกหรอกนะ!"
กุ๊งกิ๊งอธิบายต่อไป
"พวกเรามองความงามจากภายในจากจิตใจ และความคิดของผู้นั้นต่างหาก จริง...เชื่อได้!"
เขาอธิบายเื่การมองความงามของผู้ที่อาศัยบนถิ่นกำเนิดของพวกเขาต้องมองจากภายในซึ่งแตกต่างจากความคิดของคนบนโลกมนุษย์ที่มองจากรูปร่างภายนอกเป็อันดับแรก
"อ๋อ ความคิดไม่เหมือนกันงั้นหรือ?"
"งั้น...ก็แล้วไป ยังไงกุ๊งกิ๊งก็เห็นจนชินแล้วนี่ ฮึ!"
รุ้งพยายามทำความเข้าใจถึงแม้จะทำปากบูดเบี้ยว แสดงอาการไม่พอใจ ร่วมกับความอายอยู่หน่อยๆ
"และข้าต้องทำหน้าที่เปิดพลังจากผลึกคริสทัลส่งให้กับท่านเพราะว่าที่นี่ไม่ใช่ถิ่นกำเนิดหากเ้าของที่ยังเยาว์วัยเปิดผลึกเองจะเป็อันตรายถึงชีวิตได้จำเป็ต้องมีผู้ส่งเปิดผลึกพลังให้สามารถเข้าผสานกับร่างกายของเ้าของผลึกได้อย่างปลอดภัย"
กุ๊งกิ๊งพูดอธิบายเธอต่อหลังจากแอบเอียงหน้า ทำตาหยี ปากแหลมงุ้มลง อมยิ้ม ไม่ให้รุ้งเห็นเขานึกถึงคำพูดที่รุ้งพูดเมื่อครู่ นึกถึง่ที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอดขำไม่ได้ เห็นแล้วตลก แต่น่ารักดี
"อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง!ว่าแต่ว่า...พลังอะไรหรือ?"
รุ้งหันมาสนใจเื่พลังจึงถามกุ๊งกิ๊งต่อ
"เป็พลังที่ใช้เพิ่มความสามารถใช้ป้องกันตนเอง และใช้ต่อสู้กับศัตรู เป็พลังที่มีพลานุภาพมหาศาล!"
กุ๊งกิ๊งนั่งลงอธิบายต่อไป
"และท่านจะต้องฝึกฝนเพื่อให้สามารถใช้พลังและควบคุมพลังได้อย่างเต็มที่โดยที่ข้า...เอ๊ย...กุ๊งกิ๊งจะเป็ผู้ฝึกให้กับท่านรุ้งเอง!"
เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังผสมภูมิใจ และตื่นเต้นที่ได้เป็ผู้ฝึกพลังพื้นฐานให้กับเธอ
"แต่กุ๊งกิ๊งจะฝึกพลังให้รุ้งได้เพียงแค่กลุ่มพลังพื้นฐานนะส่วนชุดพลังต่อสู้ ต้องรอให้อีกท่านหนึ่งมาเป็ผู้สอนท่านเอง"
เขาอธิบายให้เธอทราบว่ายังมีอีกท่านหนึ่งซึ่งในภายภาคหน้าจะมาเป็ผู้สอนชุดพลังการต่อสู้ที่มีพลังมหาศาลให้กับเธอ
"ฟังแล้วน่ากลัวจังใครหรือครูฝึกอีกท่าน?"
รุ้งถามด้วยความสงสัยขณะที่คิ้วยังคงขมวดต่อไป และเม้มปาก เพราะความกลัวเริ่มกลับมาอีกแล้ว
"ต่อไปท่านจะทราบเอง!"
เขาพูดปัดเพราะเขายังไม่สามารถบอกให้เธอทราบได้ในเวลานี้
"แต่ตอนนี้เราต้องเริ่มฝึกพลังพื้นฐานที่หนึ่งแล้วนะ"
เขาพูดอธิบายต่อไปและเร่งพูดเข้าเื่สำคัญ
"ทำไมเริ่มฝึกเร็วจัง? ยังไม่เช้าเลย พลังอะไร? นอนก่อนได้ไหม ตื่นเช้าค่อยฝึก!"
รุ้งทำท่าทางงอแงรู้สึกยังไม่พร้อมที่จะเริ่มฝึกพลังอะไร และตอนนี้ยังไม่เช้าเลยแถมยังรู้สึกกลัวอีกต่างหาก
"ไม่ได้หรอก!ต้องฝึกตอนนี้!"
หมาน้อยลุกขึ้นยืนทำมือเท้าสะเอว ยกปลายคิ้วสองข้างขึ้นบน พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เพราะข้าได้รับอนุญาตให้ใช้พลังพูดเสียงมนุษย์ได้เพียงแค่สามชั่วโมง นับั้แ่เปิดพลังผลึกคริสทัลเพอร์เพิลให้กับท่าน!"
เขายังคงพูดอธิบายด้วยเสียงจริงจัง
"เพราะถ้าข้าใช้พลังเกินระดับหรือเกินเวลาที่กำหนดอาจทำให้ศัตรูจับคลื่นพลังและหาพวกเราเจอ แล้วจะเป็อันตรายได้!"
หมาน้อยยังคงยืนพูดอธิบายทำท่ามือเท้าสะเอว มองหน้ารุ้งที่กำลังนั่งอยู่แต่ถึงหมาน้อยจะลุกขึ้นยืนสองขาแล้ว ทว่าความสูงของเขายังคงแค่ระดับเดียวกันกับรุ้งที่นั่งอยู่ แสดงให้เห็นว่า เป็หมาตัวน้อยจริงๆ
"อิ... อิ..."
ขณะที่รุ้งฟังหมาน้อยอธิบายอยู่นั้นเธอแอบก้มหน้า ทำมือป้องปากตัวเอง เมื่อนึกถึงถึงระดับความสูงของกุ๊งกิ๊งในเวลานี้หมาตัวน้อยพูดได้ ยืนสองขาได้ น่ารักจริงๆ
หมาน้อยไม่ได้เอะใจอะไรหวังเพียงอธิบายให้เธอเข้าใจ กับภาระหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อเร่งให้ทันกับเวลาที่มีอยู่จำกัดนี้
"และเมื่อถึงเวลาเจ็ดโมงเช้าของวันนี้ข้าจะไม่สามารถพูดเสียงมนุษย์กับท่านได้ นอกจาก..."
เธอสังเกตเห็นความตั้งใจของหมาน้อยจึงหันมาสนใจสิ่งที่เขาพูด และพูดขัดขึ้น
"นอกจากอะไรหรือ?!"
เธอพูดขัดจังหวะถามขึ้นด้วยความสงสัย
"เอ่อ...จริงๆ แล้วยังมีอีกที่หนึ่ง ที่เราสามารถพูดสื่อสารกันได้ แต่ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถบอกให้ท่านทราบได้ตอนนี้สำคัญที่สุดคือ ต้องฝึกพลังพื้นฐานที่หนึ่งก่อน! และต้องเริ่มตอนนี้!"
เมื่อได้ยินรุ้งถามถึงตรงนี้เขาหยุดคิดชั่วครู่ ก่อนพูดอธิบายต่อและพูดวกกลับเข้าเื่สำคัญที่ต้องดำเนินการทันที
"พลังอะไรหรือ?!"
เธอฟังเขาอธิบายอยู่นานจนในที่สุดเธอเริ่มใจอ่อน เอ่ยถามเขาเพื่อเตรียมใจฝึกพลัง
"พลังจิตสื่อสาร!"
หมาน้อยพูดเสียงหนักแน่นตอบคำถามรุ้งด้วยความภาคภูมิใจ
"พลังจิตสื่อสาร!?"
"คืออะไรหรือ?"
"แล้วฝึกยังไง? รุ้งทำไม่เป็...ฟังดูน่ากลัวจัง"
รุ้งไม่เข้าใจกับสิ่งที่กุ๊งกิ๊งพูดมาใครกันจะสามารถพูดคุยได้โดยไม่ต้องขยับปาก
"ก็เป็การพูดโดยไม่ต้องขยับปากไม่ต้องพูดแบบมีเสียงออกจากปาก แต่เป็การพูดผ่านพลังจิต"
"คล้ายๆ กับการพูดในใจตนเองแต่สามารถพูดกับคนอื่นได้ด้วย"
"โดยไม่ใช้ปากพูดแต่ใช้พลังจิตพูดกัน"
"แถมยังสามารถสื่อสารกันได้ไกลแม้จะอยู่กันคนละซีกโลกก็สามารถสื่อสารด้วยพลังจิตนี้ได้"
เขาลุกขึ้นยืนบนที่นอนมือไพล่หลัง เดินไปเดินมา ปากพูดอธิบายให้รุ้งเข้าใจ
"ไม่น่ากลัวหรอก!"
"เป็พลังที่วิเศษมากและเท่มากด้วย"
ขณะที่เดินอยู่เขาสังเกตเห็นรุ้งมีสีหน้าเหมือนไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือไม่ จึงหยุดเดินหันหน้ามาพูดให้กำลังเธอ
"อีกอย่าง...พอถึงเจ็ดโมงเช้าของวันนี้ เราต้องสื่อสารกันด้วยพลังจิตสื่อสารกันแล้วนะถ้ารุ้งยังฝึกไม่สำเร็จก่อนถึงเวลานั้น เราก็จะคุยสื่อสารกันไม่ได้เพราะอย่างที่บอกไปกุ๊งกิ๊งได้รับอนุญาตให้ใช้พลังพูดภาษาคนได้เพียงแค่เจ็ดโมงเช้าในเวลาสามชั่วโมงของอำนาจแห่งพลังการเปิดผลึกที่คุ้มครองไม่ให้บุคคลภายนอกทราบการเคลื่อนไหว หากกุ๊งกิ๊งใช้พลังพูดภาษาคนนอกเวลาที่กำหนดพวกศัตรูอาจหาพวกเราเจอ และพวกเราจะเป็อันตรายได้"
เขาเดินเข้ามาหารุ้งที่นั่งอยู่ทางหัวเตียงยื่นมือขวาขนขาวๆ ฟูๆ แตะที่ไหล่ข้างขวาของรุ้งเบาๆ แล้วพูดอธิบายพร้อมให้กำลังใจ
รุ้งััได้ถึงความจริงใจและห่วงใยของกุ๊งกิ๊งที่มีให้เธอเธอจึงเริ่มมีกำลังใจและรู้สึกเหมือนร่างกายจะมีพลังฮึกเหิมขึ้นมาหน่อยแล้ว
"งั้นก็หมายความว่าตากับยายก็จะไม่รู้เื่การเปิดผลึกพลังนี้ รวมทั้งคนทั้งโลกหรือพวกศัตรูก็ไม่สามารถรู้เื่นี้ เพราะอำนาจการเปิดผลึกพลังคุ้มครองและป้องกันพวกเราไว้แบบนี้หรือ?"
แต่แล้วเธอเกิดนึกถึงเื่สำคัญอีกเื่หนึ่งขึ้นมา นั่นคือ แล้วเธอเป็ใครเป็หลานแท้ๆ ของคุณตากับคุณยายหรือไม่
"ใช่แล้ว!"
"ดังนั้น่เวลาสามชั่วโมงนับแต่เปิดผลึกพลังจึงสำคัญมาก!"
กุ๊งกิ๊งไม่ได้ตอบคำถามตรงกับที่เธอ้ารู้เขาพูดถึงเพียงแค่สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการให้สำเร็จในเวลานี้ และแน่นอนเื่อื่นที่นอกเหนือจากคำสั่งที่ได้รับมอบหมายให้เขาดำเนินการเขาไม่สามารถทำได้และไม่สามารถบอกข้อมูลอะไรเกินกว่าที่เบื้องบนสั่งเขาไว้ได้
"แล้วนี่ก็เวลาเกือบหกโมงเช้าแล้วนะ!เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงแล้ว! เราจะเริ่มฝึกได้หรือยัง? ถ้าไม่ทันล่ะแย่แน่!ต่อไปก็คุยกันไม่ได้แล้ว!"
เขาจำเป็ต้องพูดเพื่อเร่งให้ทันเวลาด้วยอาการกระวนกระวายใจน้อยๆ
"ก็ได้ ก็ได้! งั้นมาฝึกกัน!"
"แล้วต้องเริ่มฝึกยังไง?"
รุ้งอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายใจของกุ๊งกิ๊งแล้ว อดขำไม่ได้เหมือนเห็นตุ๊กตาหมาน้อยแกว่งมือตนเองได้ แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เป็ไงเป็กันลองดูสักตั้ง นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาเจ็ดโมงเช้าแล้วด้วยคงต้องเร่งให้ทันกับเวลาอย่างที่หมาน้อยว่ามา
"งั้น เริ่มเลยนะ!"
หมาน้อยนั่งลงตรงด้านหน้าของเธอห่างจากตัวเธอประมาณสองไม้บรรทัด
"จริงๆ แล้ว ไม่ยากอะไรเลยโดยเฉพาะผู้ที่ได้รับพลังจากผลึกคริสทัลแล้วพลังจากผลึกคริสทัลจะเข้าไปผสานกับระบบต่างๆ และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเปรียบเสมือนพลังเทคโนโลยีดิจิทัลชั้นสูงที่สามารถประสานพลังกับร่างกายมนุษย์ได้ทำให้สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งทั้งสมองและร่างกาย รวมทั้งเพิ่มพลังความสามารถที่มองไม่เห็นให้ทรงพลานุภาพอย่างที่สุดเกินกว่าพลังของมนุษย์ทั่วไปหลายล้านเท่า!"
เขาอธิบายให้เธอเข้าใจด้วยเสียงที่เรียบเพื่อให้เธอมีจิตที่สงบเตรียมรับการฝึก
"รุ้งหลับตาลงนะอย่าให้จิตใจสับสน พยายามเพ่งจิตคิดเพียงเื่เดียว..."
เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบและสงบแล้วรุ้งก็ทักขึ้นว่า
"คิดเื่เดียว? รุ้งต้องคิดเื่อะไรหรือ? แล้วต้องทำท่านั่งขัดสมาธิเหมือนนั่งฝึกสมาธิด้วย?"
รุ้งทักขึ้นทำหน้าทะเล้น พร้อมกับแสดงท่าทางยกขาเตรียมนั่งขัดสมาธิ
"ไม่ต้องถึงกับนั่งขัดสมาธิหรอกจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะยืน จะเดิน จะนอนหรือทำอะไรก็แล้วแต่ สามารถใช้พลังจิตสื่อสารได้ทั้งนั้น แล้วก็...รุ้งลองนึกว่า้าคุยกับกุ๊งกิ๊งดูนะ!"
กุ๊งกิ๊งในมาดครูฝึกเริ่มมีอาการจิตไม่สงบไปกับเธอด้วยแล้วในเวลานี้
"โอเค โอเค..."
เมื่อพูดจบรุ้งจึงหลับตาลง ไม่พูดไม่ส่งเสียง ทุกอย่างรอบข้างล้วนเงียบ และ สงบ สงบจริงๆ เธอพยายามนึกถึงตามที่กุ๊งกิ๊งบอกเมื่อครู่ แต่แล้ว
"แง...! ทำไมได้!ส่งพลังยังไงหรือกุ๊งกิ๊ง!?"
เธอไม่ได้หลับตาแล้วแต่ส่งเสียงร้องงอแงแทน กุ๊งกิ๊งได้แต่คิดว่า จะโทษเธอคงไม่ได้ใครกันจะต้องมาฝึกอะไรแปลกประหลาดแบบนี้ั้แ่เด็กแถมเป็เื่ที่ไม่น่าจะเป็ไปได้อีกด้วย
"ไม่เป็ไรนะรุ้ง ลองหลับตาลง คิดถึงเพียงกุ๊งกิ๊งคิดเพียงว่า้าพูดกับกุ๊งกิ๊งในใจ ลองดูใหม่นะ ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบ!"
หมาน้อยกุ๊งกิ๊งยังคงพูดให้กำลังใจเธออย่างห่วงใย