ตอน 4 ชะตารักไม่อาจเลี่ยง
ทว่าเติ้งถูกลับคืนสู่ใต้หล้า เขาไม่เคยเชื่อถือาาไม่เคยศรัทธาในพระเ้า มีเพียงผู้เก่งกาจเท่านั้น จึงจะอยู่รอดได้
เติ้งถูหลบซ่อนตัวในยุทธภพตั้งตนเป็นักฆ่าล่าค่าหัวที่เป้าหมายมิอาจหลบหลีก เพียงแค่เขาเล็งคมดาบเข้าหาแม้คนผู้นั้นจะหลบหนีไปยังแดนนรก คนอย่างเขาก็จะตามไปสังหาร
แต่ทว่าการที่เติ้งถูจะสังหารคนนั้น เขาต้องแน่ใจว่าคนผู้นั้นเป็ภัยต่อชาวประชา จึงจะยอมลงมือ แม้ว่าค่าเหรียญทองที่ว่าจ้างจะมากมายเต็มคันรถม้าก็ไม่อาจซื้อใจอันแน่วแน่ของเขาได้
เพียงชั่วข้ามคืน ชื่อเสียงเรียงนามของเขาดังกระช่อนทั่วแดน
ทันทีที่ ฝ่าาทรงทราบ สั่งตามหาตัวทั่วแทบจะพลิกแผ่นดิน
"โม่เติ้งถู ที่แท้ ที่แท้เ้าก็ยังไม่ตาย"ก๋านลู่เปียนที่เพิ่งได้ขึ้นครองบัลลังก์ได้ไม่นาน พึมพำกับตัวเองในตำหนัก
แม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สกุลหรงจะพยายามยึดอำนาจโดยมีกงกงเฒ่าคอยหนุนหลัง ก็มิอาจทำการใหญ่ได้สำเสร็จ
ฝ่าาผู้ปรีชาที่ถูกสกุลหรงคอยชักใย ่สุดท้ายของชีวิตตายเพราะถูกวางยา ทว่ากว่าจะรู้ตัวก็ยามเมื่อสาย ดังนั้นก่อนสิ้นใจฝ่าาสั่งถ่ายทอดราชโองการให้ไท่จื่อขึ้นครองราชย์ต่อทันทีทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจแทรกแทรงการครองบัลลังก์ได้
***********************
"ต้าเชียง พบเติ้งถูหรือไม่ "ฝ่าาฝึกหัดอย่างก๋านลู่เปียน เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
"ทูลฝ่าา ทองคำ 1 พันชั่งที่เตรียมมอบให้ เติ้งถูผู้นี้กลับปฏิเสธ "
"ก่อนจากไปเอ่ยแต่เพียงว่า พบกันที่เดิม"องครักษ์ผู้ภักดีอย่างต้าเชียงกลายเป็ผู้พิทักษ์คอยรับใช้ลู่เปียนอย่างใกล้ชิด
"ห่ะ ที่เดิม ที่เดิมอย่างนั้นหรือ "ลู่เปียนฉุกคิดจนหัวจะปวด
"จำได้ ข้าจำได้แล้วล่ะ ว่าเขาหมายถึงที่ใด"ฝ่าาอย่างเขาเร่งฝีเท้าไปที่ตำหนักร้างหลังวังซึ่งที่นั่นเป็สถานที่ลับๆในวัยเด็กที่เขาทั้งสองมักแอบกงกงไปวิ่งเล่น
เสียงขลุ่ยดั่งแว่วมาแต่ไกล เคล้าคลอสายลมที่พริ้วไหว
"บทเพลงช่างเศร้านัก"ลู่เปียนเปิดประตูตำหนักร้าง ก้าวเท้าเข้าไป เบื้องหน้าเห็นเป็ชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่ปลายไม้
"เติ้งถู!!! นั่นเ้า !!! "เพียงแค่เห็นข้างแก้ม ลู่เปียนก็จำได้ดี ว่านั่นคือสหายเพียงคนเดียวของเขา
"เ้าโง่ ลงมาสิ " ลู่เปียนะโเรียกพร้อมทำท่าทีเงอะงะ ให้เขาลงมา
"ผ่านไปนานโขเ้าก็ยังเป็เหมือนเดิม แม้ครั้งนี้จะสูงส่งเป็ถึงฝ่าาผู้ครองแผ่นดินท่าทีประหลาดของเ้าก็ยังเหมือนเมื่อก่อน" เติ้งถูเหาะเหินจากปลายไม้ พร้อมเปล่งเสียงเย็นๆออกมาจากลำคอ
"เติ้งถู เหตุใดเ้าดูเ็านัก"ลู่เปียนเอ่ยถาม
"ข้าอยู่ข้างนอกนั่นตกละกำลำบากแทบเอาชีวิตไม่รอด เ้าจะให้ใบหน้าของข้าเปี่ยมรอยยิ้มหรืออย่างไร"เติ้งถูกล่าวถ้อยคำต่างๆด้วยท่าทีแสนเ็า
"เหตุใดคนเช่นเ้าต้องไปเป็นักฆ่าพเนจรมิสู้มาเป็ขุนพลของข้าเถิด " ลู่เปียนกล่าวอ้อนวอนต่อสหายแววตาของเขามีแต่ความหวังดี และความคิดถึงเพื่อนเก่าผู้นี้สุดใจ
"มิใช่เพราะบิดาของเ้าสั่งกวาดล้างสังหารสกุลโม่หรือข้าถึงได้เร่ร่อนเช่นนี้"
"เอาล่ะลู่เปียนเ้าอย่าทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้"เติ้งถูตอกกลับจนฝ่าาอย่างเขาหน้าชา
"เ้าเป็ถึงฝ่าาผู้สูงส่งไม่ช้าก็เร็ว เ้าจะต้องได้รู้เบื้องลึกเื้ั มีเื่สกปรกอีกมากในราชสำนักที่เ้ายังไม่รู้" อีกทั้งยังกล่าวตักเตือนเพื่อนรักด้วยความเป็ห่วงแต่สีหน้าของเขาทำเ็าขึงขังไปงั้น
"บัดนี้ในใต้หล้า ข้านี้ใหญ่โตนักรุ่งเช้าข้าจะมอบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ คืนจวนสกุลโม่ให้เ้า ไม่ว่าเ้า้าสิ่งใดข้าจะหามา เพื่อแลกกับการที่เ้ามาเป็ยอดขุนพลของข้า"ฝ่าาผู้ไม่เคยร้องขอกับผู้ใด แต่เพื่อเติ้งถูแล้ว เขายอมทุกอย่าง
"ในราชสำนักไม่ใช่สถานที่ที่คนเช่นข้าจะรั้งอยู่ ที่มาหาเ้าคราวนี้เพราะข้าอยากให้เ้าเลิกส่งคนออกไปตามหาข้าซะทำเอิกเกริกซะจนข้าเร้นกายในยุทธภพอย่างยากลำบาก"
"ก๋านลู่เปียน ความสัมพันธ์ของข้ากับเ้ามันตัดขาดั้แ่วันที่ข้ารู้ว่าคนของฝ่าาพระองค์ก่อนคือพ่อของเ้าสั่งลงมือสังหารสกุลข้า"
"ไม่นะ ไม่จริงเสด็จพ่อไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่"
"ไท่จื่ออย่างเ้า....ที่เพิ่งได้ขึ้นครองอำนาจจะไปรู้อะไร "
"หรือว่า ข้าจะต้องโค้งคำนับเ้าทุกครั้งที่พบเจอ" เติ้งถูกล่าวเย้ยหยันแซะแซนลู่เปียนก่อนจะจากไปในความมืด
"โม่เติ้งถู ใต้หล้านี้อำนาจอยู่ในมือข้าสิ่งใดที่เ้าเคืองใจ ข้าจะไขจนกระจ่าง เพื่อเ้าแล้วข้ายินดีแม้กระทั่งบัลลังก์ข้าก็ให้เ้าได้"ลู่เปียนพึมพำกับตัวเองในระหว่างที่ยืนมองเติ้งถูลับตาไป
**********************
ณ สกุลหลิว
เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำรอย เมื่อความวินาศมาเยือน ทุกคนในจวนถูกกวาดล้างในยามดึกดื่นสาวใช้บ่าวไพร่ในเรือนโดนคมดาบเชือดคอจนสิ้นลม
หลิ่วจิ่นเฟยคุณหนูใหญ่สกุลหลิว เป็ผู้เดียวในจวนที่รู้วรยุทธแม้วิชาดาบที่นางร่ำเรียนจะเป็แค่ท่วงท่าเพื่อความบันเทิงเมื่อถึงยามคับขันมันกลับใช้ปกป้องตัวเองได้ดี
ทว่าระหว่างที่คนร้ายบุกสังหารอย่างชุลมุน หลิวจิ่นเฟยเหลือบตามองเห็นหลิวเว่ยเหนียง(คุณหนูรองสกุลหลิว) ถูกสังหารไปต่อหน้าต่อตาใบหน้าของนางถูกบากด้วยคมดาบแหวะหวะชวนขนลุก
เสียงกรี้ดร้องอันโหยหวน เงียบลงในที่สุด หลิวจิ่นเฟยหันมองรอบตัวอาการอย่างคนคลุ้มคลั่ง ภาพที่มันทำให้นางหัวใจบดสลายจนละเอียดเป็ผุยผงนั่นคือภาพท่านแม่กับท่านพ่อถูกตัดหัว
ดวงใจอันเด็ดเดี่ยวของนางใคว่เขว่ ขาดสติ เกิดภาพหลอนติดตาจนเสียการทรงตัว
วรยุทธอันอ่อนด้อยสู้บุรุษหลายคนที่รุมล้อมมิได้มิวายถูกแทงด้วยปลายดาบ ความเ็ปที่ถาโถมเข้าหาในดาบเดียว ทำให้นางตัวแข็งทื่อแม้แต่เสียงร้องสักแอะก็ยังไม่มี
หลังจากที่สังหารคนจนหมดจวน... กลุ่มคนนิรนามต้องรีบหลบหนีไป
ทว่าเบื้องหน้าเป็โม่เติ้งถูผู้เรืองชื่อด้านการเข่นฆ่า
กลุ่มคนนิรนามคล้ายว่าถูกฝึกฝนมาเป็อย่างดี ความเฉลียวฉลาดเป็เลิศแม้ในยามคับขัน ยังไม่ลืมที่จะสร้างเื่ปั่นป่วน
ก่อนจากไป พวกเขาจงใจกล่าวเรียกนักฆ่าอย่างโม่เติ้งถูว่านายท่าน
"ใครกัน ใครเป็นายท่านของพวกเ้าแผนสกปรกเช่นนี้ไม่ควรละเล่นกับข้า" เติ้งถูยอมไม่ได้ที่คนโฉดพวกนั้นเรียกตนว่านายท่านเพราะเขาผู้นี้ผดุงความยุติธรรม อยู่ฝักฝ่ายแห่งความถูกต้องมาโดยตลอด
แทนที่จะรีบช่วยเหลือหลิวจิ่นเฟย ที่นอนหายใจรวยรินเขากลับรีบเร่งไล่ล่า กลุ่มคนนิรนามไปจนสุดแดนประมือกันอยู่สองสามกระบวนท่า
มือสังหารกระจอกฝึดหัดอย่างพวกเขา ต่อให้ยกขบวนมากันเป็ร้อยก็ไม่อาจเป็คู่ต่อสู้ที่เก่งกาจพอจะเอาชนะเติ้งถูได้
"บอกข้ามาซะว่าจวนสกุลโม่ที่โดนกวาดล้างเมื่อ 18 ปีก่อนก็เป็ฝีมือพวกเ้า" เติ้งถูเล็งดาบจี้คอ.... มืออีกข้างถลกปอยผมของกลุ่มคนนิรนามแน่นตึง
"ฮะฮะ เ้าโง่ ไม่มีทางที่เ้าจะได้อะไรจากข้าหรอก"
"ใครบงการอยู่เื้ั จงบอกมาแล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า" เติ้งถูยังคงไม่ถอดใจขยั่นขยอหาเบาะแส
"เช่นนั้นเ้าจำของสิ่งนี้ได้หรือไม่" เติ้งถูดึงป้ายหยกอันนั้นออกมา
"ห่ะ นั่นมัน ป้ายหยกของนายท่าน" กลุ่มคนนิรนามหลุดปากอุทานออกมา
เมื่อรู้แล้วว่ายังไงก็ไม่อาจหลุดรอดจากเงื้อมมือเติ้งถูได้เขาจึงกัดลิ้นตายเพื่อหนีการสอบสวนนี้
"โถ๊โว้ยยย!! ยังไงซะถือว่าข้าได้เบาะแสเพิ่มเติม คนที่สังหารสกุลโม่ กับสกุลหลิว คือคนๆเดียวกันงั้นเหรอ??"
"เื่นี้ไม่ชอบมาพากลหากจะสืบเื่นี้ให้กระจ่างลำพังตัวข้า คงไม่สำเร็จแน่" เติ้งถูยืนฉุกคิดก่อนจะเหลือบตาเห็นป้ายหยกคล้ายๆกันเหน็บแนบบนเอวของกลุ่มคนนิรนามเขายึดเก็บมาเป็เบาะแสด้วย
"ห่ะ ข้าต้องรีบกลับไปแม่นางหลิวจิ่นเฟย..." เติ้งถูนึกคิดมาได้ว่าต้องรีบช่วยชีวิตนางอันเป็ที่รักเขาถีบยันศพของกลุ่มคนนิรนามลงจากหลังคาอย่างเืเย็นแล้วจึงเร่งฝีเท้ากลับจวนหลิว