ณ ร้านอาหารสุดหรูใจกลางเมือง
บรรยากาศโรแมนติกในร้านอาหารสุดหรู เห็นวิว 360 องศา ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งรอใครบางคน อย่างใจจดใจจ่อ และนั่งกำมือแน่นด้วยความประหม่าทำตัวไม่ค่อยถูก " รอนานไหมคะนนท์ ขอโทษน่ะ พอดีคาร่าเพิ่งเลิกกอง " หญิงสาวเดินมาอย่างเร่งรีบ " ไม่เป็ไร ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน " ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยน
ทานอาหารเสร็จ นนท์ก็หยิบของขวัญที่เตรียมมาให้คาร่า " สุขสันต์วันครบรอบนะ " อานนท์ยื่นกล่องของขวัญให้คาร่า " ขอบคุณค่ะ " คาร่ารับของด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม " นี่มันอะไรกันคะ? " คาร่าใเมื่อเห็นของขวัญ " เราผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย ทั้งร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน ตอนนี้นนท์อยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับคุณ เราแต่งงานกันนะ " คาร่าพยายามฝืนยิ้มออกมา " มีอะไรรึเปล่า? " นนท์ถามเพราะเห็นคาร่าท่าทางไม่ค่อยดี " พอดีคาร่าในิดหน่อยค่ะ " " แสดงว่าแผนนนท์ได้ผลใช่ไหม? " อานนท์ยิ้มพร้อมจับมือคาร่า " ตกลงเราแต่งงานกันนะ " นนท์มองคาร่าอย่างใจจดใจจ่อ " ได้ค่ะ คาร่าจะแต่งกับคุณค่ะ " อานนท์และคาร่าลุกขึ้นมาสวมกอดกัน พร้อมน้ำตาคลอ
" ขอบคุณที่มาส่งนะคะ " คาร่าพูดพร้อมถอดเข็มขัดนิรภัย " ครับ " " นนท์ดูนิ่งๆไป เป็อะไรรึเปล่า? " " เปล่าหรอก ขอบคุณคุณมากนะ ที่ยอมแต่งงานกับผม " " คาร่าเป็แฟนนนท์จะให้คาร่าไปแต่งกับใครล่ะคะ ไว้เจอกันนะ " คาร่าพูดก่อนลงจากรถไป อานนท์นั่งมองคาร่าเดินเข้าคอนโดไปก่อนออกรถ
" ไม่ได้ ฉันไม่อนุญาต!! " ปนัดดาแม่ของคาร่า ปฎิเสธด้วยท่าทีไม่พอใจ " แต่หนูกับนนท์ก็คบมานานแล้วนะคะ " คาร่าพยายามอธิบาย " ถึงยังงั้นก็เถอะ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!! " " หนูแค่บอกให้แม่ทราบ ส่วนแม่จะคิดยังไง หนูก็คงจะทำอะไรไม่ได้ แต่หนูกับนนท์รักกันและหนูจะแต่งงานกับเขาค่ะ " คาร่ามองปนัดดาด้วยแววตาแข็งกร้าว " แต่ชีวิตแกตอนนี้กำลังไปได้สวย แกกำลังจะได้ไปเล่นละครที่ประเทศจีน งานแกกำลังรุ่ง แม่ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้แต่งกับเขาเลยซะหน่อย แค่มันไม่ใช่่นี้แค่นั้นเอง รอให้อะไรๆมันลงตัวกว่านี้ก่อนก็ไม่สายหนิ แกสองคนรักกันจะแต่งกันเมื่อไหร่ก็ได้ แต่โอกาสในการทำงานแบบนี้ มันไม่ได้มีมาบ่อยๆนะลูก ที่แม่พูดเพราะแม่หวังดีกับแกน่ะ " ปนัดดาพูดพร้อมจับมือคาร่า คาร่าครุ่นคิดในสิ่งที่ปนัดดาพูด
" เป็ยังไงบ้างคะพี่นนท์ พี่คาร่าตอบตกลงไหม? " นทน้องสาวของนนท์ถามทันทีที่เห็นนนท์เดินเข้ามาในบ้าน " นี่เราอยากรู้เื่ของพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ? " นนท์ยิ้มพร้อมมองน้องสาว " ก็ใช่น่ะสิคะ คุณแม่เองก็อยากรู้เหมือนกัน แต่คุณแม่ง่วงรอไม่ไหว นทเลยอาสามารอเองไงคะ " นทพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม " งั้น..ไว้รอฟังพร้อมกันพรุ่งนี้น่ะ ยัยตัวแสบ " นนท์พูดพร้อมลูบหัวน้องสาว " พี่คาร่าปฏิเสธเหรอคะ? " " ทำไมเราคิดแบบนั้นละ? " " ก็สีหน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลย " " พี่ก็หน้าแบบนี้ปกติหนิ ส่วนเราไปนอนได้แล้ว นี่มันดึกมาแล้วนะ " " อุสาห์รอตั้งนาน บอกหน่อยไม่ได้เหรอคะ " " ไม่ ไปนอนได้แล้ว " " ก็ได้ค่ะ งั้น..ฝันดีนะคะ " " เราก็เหมือนกัน " พูดจบต่างก่อนแยกย้ายห้องใครห้องมัน
เช้าวันใหม่...
คาร่าเดินมาขึ้นรถตู้ไปกองถ่าย อย่างที่เคยทำเหมือนทุกวัน ซึ่งในรถตู้ก็มีคนขับ และแองจี้ผู้จัดการส่วนตัวของคาร่า ซึ่งเป็คนชักชวนคาร่าเข้าวงการ ทั้งคู่สนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ " พี่แองจี้คะ คาร่ามีเื่จะบอกค่ะ คือ... " คาร่ามีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด " พี่รู้ล่ะ " " พี่รู้แล้ว.. เหรอคะ? " คาร่าถามอีกครั้งด้วยความแปลกใจ " คุณแม่โทรบอกพี่ั้แ่เมื่อคืนแล้ว " " แล้วพี่ว่าไงคะ? " " พี่จะว่าไงได้ล่ะ ก็เราตอบตกลงกับเขาไปแล้วหนิ " " คาร่าขอโทษค่ะ " " แต่ที่แม่พูดก็ถูกนะ ว่าเวลานี้อาจจะยังไม่เหมาะสมกับการแต่งงานสักเท่าไหร่ เพราะเราเริ่มมีงานเยอะ และเริ่มเป็ที่รู้จักมากขึ้น อีกปี 2 ปีค่อยแต่ง ก็ยังไม่สาย " " ค่ะ คาร่าทราบดีค่ะ เื่นั้นคาร่าจะไปคุยกับนนท์อีกทีค่ะ " " โอเค แต่ก่อนอื่น ถอดแหวนออกมาก่อน " แองจี้พูดพร้อมมองไปที่แหวน คาร่าถอดแหวนออกทันที เพราะกำลังจะถึงกองถ่าย
" คาร่าถ่ายเสร็จรึยัง? " เจนนี่นักแสดงผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามาทักทายคาร่า " เหลือคิวสุดท้ายแล้ว มีอะไรรึเปล่า? " " คืนนี้ไปงานวันเกิดคุณกวินด้วยกันสิ " " ฉันไม่รู้จักเขานะ " " ห๊ะ แกไม่รู้จักคุณกวินเ้าของคอนโดหรูย่านสุขุมวิทเหรอ? " " ไม่อ่ะ " " แกก็เป็ซะแบบนี้ไง เลิกงานก็กลับบ้าน แกต้องหัดเข้าสังคม มีเพื่อนซะบ้าง " " ฉันก็มีแกนี่ไง " " อยู่วงการมา 2 ปี แกสนิทกับฉันแค่คนเดียวเนี่ยนะ " " ก็ฉันไม่ชอบความวุ่นวายหนิ " " เอาน่า คืนนี้ไปปาร์ตี้กัน " " ฉันไม่รู้จักเขา แล้วฉันจะไปงานวันเกิดเขาเนี่ยนะ " " ก็ไปในฐานะเพื่อนฉันไง แกจะได้รู้จักเข้าสังคมบ้าง ไม่ใช่อยู่กับอะไรเดิมๆแบบนี้ " " อืม งั้นแกรอก่อนละกัน " " โอเค "
" แล้วลูกจะพาหนูคาร่าไปดูฤกษ์กันวันไหน? " บุษบาแม่ของอานนท์ถามระหว่างทานข้าวเย็นด้วยกัน " เรายังไม่ได้คุยเื่นั้นกันเลยครับ พอดี่นี้คาร่าเขายุ่งๆเพราะติดถ่ายละครอยู่ " " อ๋อเหรอ งั้นถ้าว่างตรงกัน ก็นัดกันไปดูฤกษ์ซะนะลูก แม่อยากอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว " บุษบายิ้มอย่างมีความสุข " แม่ค่ะ นี่ยังไม่รู้วันแต่ง แม่ก็พูดถึงเื่หลานแล้วเหรอคะ? " นทพูดขึ้น " ก็แม่แก่แล้วหนิ ถ้ามีเด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่ในบ้านเพิ่มอีกสักคนสองคน คงมีความสุขน่าดู ใช่ไหมคะคุณ? " บุษบาหันไปคุยกับอำพลสามีของเธอ " คุณว่าไง ก็ตามนั้น " " นี่คุณไม่ออกความคิดเห็นหน่อยเหรอคะ? " " ต่อให้คุณพ่อคิดยังไง ก็ต้องทำตามคุณแม่อยู่แล้วหนิคะ " นทพูดเสริม พร้อมหันไปหัวเราะกับนนท์เบาๆ
ณ บ้านตึกแถวแห่งหนึ่ง
" ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปฝึกงานสายหรอกลูก " อนงค์ผู้เป็แม่บอกกับลูกสาว " อีกนิดเดียว ก็จะเสร็จแล้วค่ะแม่ " มุกดาสาวน้อยหน้าตาน่ารัก ช่วยแม่ทำขนมอย่างขมักเขม้น " พอๆไปฝึกงานวันแรก ถ้าไปสายมันไม่ดีนะลูก " อนงค์ถอดเสื้อกันเปื้อนของมุกดาออก " ค่ะๆไปแล้วค่ะ " มุกดาพูดจบก็เดินไป " หนูช่วยค่ะพ่อ " ประทีปพ่อของมุกดายกของเข้ามาในครัวพอดี " ไม่เป็ไรหรอก แค่นี้สบายมาก " แล้วที่ดังกร็อบแกร็บอยู่เนี่ย เสียงกระดูกพ่อรึเปล่าคะ? " ประทีปหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น " หยุดเล่นกันได้แล้วพ่อลูก แล้วเราเมื่อไหร่จะไปอาบน้ำห๊ะ " " จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ " มุกดาหันมายิ้มให้อนงค์ก่อนวิ่งไปอาบน้ำแต่งตัว
" ขอให้วันนี้ขายดีขายหมดเหมือนทุกวันเถิด... สาธุ... " มุกดายืนพนมมืออยู่หน้าร้านพร้อมอธิษฐาน อนงค์ยืนยิ้มเมื่อเห็น " ยืนบ่นอะไรอยู่หึ? " อนงค์ถามมุกดา " หนูกำลังอธิฐานให้ร้านเราขายดีไปทุกๆวันเลยค่ะ " มุกดาพูดด้วยน้ำเสียงสดใส " ที่ร้านเราขายดีแบบนี้ เป็เพราะลูกอธิษฐานให้แน่เลย " ประทีป เดินออกมาจากจากหลังบ้าน พร้อมยกขนมมาวางขาย " ต้องใช่แน่ๆเลยค่ะพ่อ " มุกดายิ้มหน้าบาน " พอกันเลย พ่อลูกคู่นี้ " อนงค์มองลูกกับสามี และยิ้มอย่างมีความสุข