ก็อกๆ
“เชิญค่ะ”
“มาล้างแผลครับ”
หมอนั่นยอมมาตามสั่งด้วยแฮะนึกว่าจะปล่อยให้นิ้วเน่าซะอีก ฉันผายมือให้ฮัลวอลนั่งลงบนเตียงและเตรียมอุปกรณ์ทำแผลไปล้างให้เขา
“แผลแห้งดี …แต่ยังบวมและช้ำเือยู่นิดหน่อยนะคะ”
“...”
“กินยาตามหมอสั่งหรือเปล่าคะ”
“ครับ”
“แล้วงดแอลกอฮอล์รึเปล่าคะ”
“งดไม่ได้ครับ ผมมีเื่ทุกข์ใจ จนต้องกินก่อนนอนทุกวัน”
ฉันชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา ที่นัยน์ตากำลังจ้องฉันนิ่ง
“คนไข้ทุกข์ใจอะไรคะ …ตรวจพบ HIV หรอคะ”
ฉันย้อนถามประชดไปจนเ้าตัวหลิ่วตาลงเล็กน้อย เหมือนกำลังตั้งคำถามในใจว่า.....‘เอาจริงดิ’
“หมอปากร้ายขึ้นนะครับ”
“อ่อ ขอโทษทีค่ะ พอดีหมอปากไวไปหน่อย”
“ปากไวแบบนี้ระวังจะโดนลิ้นผมเล่นกลับนะครับ”
อึก อะ ไอ้บ้านี่ มันกำลังยิ้มกริ่มส่งสายตาหวานเยิ้มให้ฉัน
“สะ เสร็จแล้วค่ะ”
ฉันรีบปิดผ้าพันแผล แล้วปล่อยมือเขา เ้าตัวยกมือตัวเองขึ้นดมก่อนจะพูดประโยคที่ชวนขนลุง
ฟอดดดด~
“กลิ่นหมอยังหอมเหมือนเดิมเลยนะครับ”
“...โรคจิต”
“ไม่ชอบหรอครับ”
“ไม่…”
ร่างฉันถูกมือหนากระตุกเบาๆจนเซไปอยู่ในอ้อมกอดเขาด้วยความใฉันรีบดันหน้าอกเขาออก เพราะกลัวคนอื่นจะเข้ามาเห็น
“สบายดี ไหม…”
เขาถามด้วยน้ำเสียงแ่เบาและทุ้มต่ำจนแทบไม่ได้ยิน
“ดีกว่าตอนคบกันอีกค่ะ”
“ดา..”
“ถ้าหมดธุระแล้วรบกวนเชิญกลับไปทำงานด้วยนะคะพอดีหมอยังมีงานต้องจัดการอีกเยอะเลยค่ะ”
ฉันพูดก่อนจะก้มก้มตาหยิบจับอะไรไปมั่วเพราะโกหกเพื่อหาข้ออ้างไล่เขาเท่านั้น
เ้าตัวยอมแพ้แล้วเดินออกไปเงียบๆ ฉันถูกเขากอด ถึงจะแค่ไม่กี่วิแต่มันทำให้ฉันวาบหวิวขึ้นมายังไงไม่รู้ ััแรกจากผู้ชายในรอบ 3 ปี
ก็อกๆ
“ดายอนครับ..”
“ค่ะ พี่อุนกู วันนี้มาไวนะคะ”
“ครับ พอดีพี่ไปธุระมา เลยเข้าไวหน่อยว่าแต่ เราทำอะไรอยู่หรอ”
“เมื่อกี้พึ่งมีพนักงานมาทำแผลน่ะค่ะ”
“อ่อ ที่ว่าโดนตอกนิ้วน่ะหรอครับ”
“ค่ะ ดีขึ้นแล้วค่ะ แผลเริ่มแห้งแต่ยังช้ำเือยู่”
“อ่อครับ เรากินข้าวหรือยังเอ่ย”
“ยังเลยค่ะ”
“งั้นไปกินข้าวที่โรงอาหารกันไหม พี่ยังไม่กินข้าวเช้าเลย หิวมาก”
พี่อุนกูพูด พลางลูบท้องตัวเองโชว์ฉันไปด้วย
“ฮ่าๆ ได้ค่ะ”
ฉันกับพี่อุนกูพากันมาที่โรงอาหารสายตา (ส่วนมากผู้ชาย) จ้องมองมาที่ฉัน นี่แหละ ฉันถึงไม่ค่อยอยากมากินที่โรงอาหาร อึดอัด!!!
“กินอะไรดีครับ”
“ดายอนเอาข้าวหน้าปลาย่างกับซุปกิมจิค่ะ”
“ครับ เดี๋ยวพี่ยกไปให้เราไปจองโต๊ะรอเลย”
“ได้ค่ะ”
ฉันเดินออกมาจากหน้าร้านมองหาโต๊ะว่าง โป๊ะเชะมีอยู่โต๊ะนึง ฉันรีบเดินไปเพราะกลัวโดนแย่ง และแล้วก็มีผู้ชายร่างบึกบึนชิงตัดหน้าฉันไปแบบด้านๆ
“โอ๊ะ ขอโทษครับคุณหมอคนสวยพอดีผมขายาวกว่า เลยถึงก่อน”
ไอ้บ้าฮัลวอล มันกำลังกวนประสาทฉัน
“แบ่งๆ กันนั่งก็ได้ครับหมอพวกผมมีแค่ 4 คน โต๊ะตั้งใหญ่ เนาะๆๆ”
ผู้ชายในแก๊งพูดก่อนจะพากันนั่งอีกมุมโดยเหลือที่ให้ฉันกับพี่หมอนิดนึง
แม่งเอ้ย โต๊ะอื่นก็เต็มต้องนั่งแหละวะ ฉันยิ้มแหยๆ ให้พวกคุณชายโฉดแก๊งนั้น ก่อนจะนั่งลงรอพี่หมออุนกู
“มาแล้วครับบบ” พี่อุนกูยกอาหารเต็มถาดมาให้
“โอ๊ะ หนักหรือเปล่าคะเดี๋ยวดายอนช่วย”
“ไม่เป็อะไรครับ น้องดายอนนั่งเลย”
หลังนั้นเราก็เริ่มลงมือกินอาหารและคุยกันไปเรื่อยเปื่อย
“เอ๊ะคุณพนักงานที่นิ้วาเ็ใช่ไหมครับ”
จู่ๆ พี่อุนกูก็หันไปถามอีตาฮัลวอลที่นั่งฝั่งตรงข้าม เคี้ยวข้าวตุ้ยๆ อยู่
“ครับ”
“แผลดีขึ้นไหมครับ”
“ดีครับ ผมได้หมอดี..”
ฮัลวอลพูด แล้วเบนสายตาที่ดูมีอะไรมาทางฉัน
“ขอบคุณที่ชมค่ะ”
“คุณหมอดายอนนี่ก็ หลงตัวเองเหมือนกันนะครับเนี้ย ..พอดีผมไปล้างแผลที่คลินิคนอกทุกเย็นน่ะครับที่นั่นดูแลดี พยาบาลก็สวย คุณหมออุนกูอยากไปไหมครับ ผมจะแนะนำให้”
อะ ไอ้บ้าฮัลวอล แกล้งหักหน้าฉัน แล้วตบท้ายด้วยมุกชวนพี่อุนกูไปคลินิคนอกกรี๊ดดดดดด ฉันรีบก้มหน้าก้มตากินข้าว ด้วยความหน้าแตก จนสำลัก
“อึก แค้กๆๆ ขะ ข้าว ติด…”
ฉันชี้มือไปที่คอตัวเองพี่หมออุนกูลุกขึ้นมาลูบหลังฉัน และส่งน้ำให้ดื่ม
“แค้กๆๆ เฮือก” ฉันสูดหายใจเข้าทันทีที่ข้าวลงคอไปแล้ว
“เป็ไงบ้าง เล่นซะพี่ใเลย “
“แหะๆ รีบกินไปหน่อยค่ะ”
“เฮ้อ พี่ก็ห่วงคิดว่าเราจะหายใจไม่ออกซะแล้ว”
“ถ้าหมอหายใจไม่ออก ผมรับ CPR นะครับฮ่าๆๆ”
เพื่อนชายฮัลวอลพูดติดตลกฮัลวอลหันขวับจ้องเขม็งไปที่เพื่อนตัวดีก่อนจะวางช้อนกระทบกับจาน จนเสียงดังแล้วลุกหนีไปทันที
“เอ้า อะไรของมันวะ่นี้เป็ผีบ้าหรอ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย”
เพื่อนบ่นอุบ มองตามหลังคนตัวสูงที่เดินลิบๆ ไปแล้ว
“สงสัยเมียทิ้งมั้ง ฮ่าๆ”
“ไอ้ฮัลวอลมันมีเมียซะทีไหน”
“มีดิ เมียเช่ามันอ่ะ”
“อ่อ อันนั้นก็คงนับคนไม่ถูกเลยมั้ง”
ทั้งแก๊งนินทาฮัลวอลเชิงติดตลกไม่มีแฟนแต่ซื้อกินหรอ ก็สมแหละ นิสัยแบบนี้ผู้หญิงที่ไหนจะเอา น่าแขยงเป็บ้าฉันกินข้าวที่เหลือต่อจนอิ่ม ก็พากันกลับห้องพยาบาล
“เอ่อ ดายอน..”
“คะ”
“พรุ่งนี้สลับเวรกับพี่ได้ไหมพอดีพี่มีธุระที่บ้านด่วนน่ะ”
“อ่อ ได้ค่ะงั้นพรุ่งนี้ดายอนเข้าเที่ยงเลิกเช้าเลยใช่ไหมคะ”
“ครับ พี่ขอโทษที่รบกวนนะ”
“ไม่เป็อะไรเลยค่ะดายอนว่าจะขอสลับอยู่ สงสารพี่อุนกู อยู่เวรดึกทุกวัน”
“ครับ งั้นพี่ขอบคุณมากๆ ครับเดี๋ยวเลี้ยงข้าวเป็การตอบแทน”
“ปิ้งย่างได้ไหมคะไม่ได้กินนานแล้ว ฮ่าๆๆ”
“ได้ครับ เอาไว้ วันไหนเราเลิกงานพร้อมกัน ค่อยไปเนอะ “
“ค่ะ”
ฉันรับคำพี่อุนกูก่อนจะนั่งทำงานตรวจเช็คยาต่อ จริงๆ พี่อุนกูก็นิสัยดีนะ เป็สุภาพบุรุษพูดจาเพราะ บุหรี่ไม่แตะ เหล้าไม่ดื่ม ใครจะประเสริฐไปกว่านี้อีก หรือฉันจะลอง จีบพี่อุนกูดูดีล่ะอายุป่านนี้แล้ว ยังไม่มีแฟนก็คงแปลกๆ เนอะ
“พี่อุนกู มีแฟนอยู่ไหมคะ” จู่ๆ ฉันก็โพล่งถามออกมาเหมือนคนไม่มีสติ
“ครับ?? ...เอ่อ ถามทำไมหรอครับ”
“เผื่อวันไหนเรากินข้าวข้างนอกดายอนไม่อยากให้พี่มีปัญหาน่ะค่ะ”
ฉันรีบแก้ตัวทันที ที่รู้ตัวว่าพูดเื่น่าอายออกไป
“ไม่มีหรอกครับ …จะจีบพี่หรอ”
“ก็บอกว่าไม่มีอยากให้พี่มีปัญหาไงคะ”
“ฮ่าๆ จะจีบพี่ก็ไม่ติดนะ”
“...”
“หรือถ้าเราไม่จีบเดี๋ยวพี่จีบเราเอง”
อึก เป็การหลอกเล่นที่รุนแรงมากค่ะฉันหลบตาพี่อุนกู ก้มมองเอกสารที่จู่ๆก็อ่านไม่ออกนั่น เขาพูดเล่นหรือพูดจริงน่ะ จะจีบ งั้นหรอ.. อร้ายยยยย หรือว่านี่ จะเป็รักครั้งใหม่ของฉันนะ
วันนี้เลิกงานแล้ว ฉันมานั่งรอแท็กซี่หน้าป้ายบริษัทเหมือนเดิม
เปาะ แปะ ~~ ซ่าาาา
“แม่งเอ้ย จะตกอะไรตอนนี้”
ฉันบ่นพึมพำ ก่อนจะวิ่งไปหลบที่ป้ายรถเมย์ฝนกระหน่ำมาไม่ยั้ง จะวิ่งกลับเข้าไปในบริษัท ฉันก็ตัวเปียกชุ่มอยู่ดี
ไม่นานก็มีรถเก๋งสีดำสนิทมาจอดเทียบข้างฉัน เขาลดกระจกลง ฉันก้มไปมอง ก็ต้องหันหนีเพราะมันคือไอ้บ้าฮัลวอล
“ขึ้นรถ”
“....”
“เธออยากยืนเป็หมาตกน้ำอย่างนั้นหรอ”
“...”
ฉันไม่ตอบ แถมเมิน แกล้งมองรถแท็กซี่ที่ยังไม่มาสักทีนั่นเ้าตัวเปิดประตูวิ่งผ่าฝนมากระชากแขนฉัน แล้วจับยัดเข้ารถ
“ว้าย ..นี่นาย!!!”
ไม่ทันได้ด่าเ้าตัววิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับ ก่อนจะขึ้นมานั่ง โดยที่หัวเปียกชุ่ม น้ำหยดติ๋งๆ ลงบนเบาะ
“บอกดีๆ ไม่ค่อยจะเชื่อ” ฮัลวอลบ่นแล้วเตรียมออกรถ
“ฉันไม่ได้บอกซะหน่อยว่าจะมาด้วย”
“เธอจะยืนงั้นจริงดิแล้วสภาพอากาศอย่างนี้ คิดว่าแท็กซี่จะวิ่งหรอ”
“ฉันรอทุกวัน เดี๋ยวเขาก็วิ่ง”
“ตลก”
“...”
ทั้งรถตกในบรรยากาศเงียบ ชนิดแบบที่ชวนอึดอัด มีเพียงเสียงเพลงสากลเคล้าคลอกับบรรยากาศฝนพลำข้างนอก
“ถ้ายังไม่บอกทาง ฉันจะพาเข้าโรงแรมนะ”
ฉันหันขวับไปที่หมาบ้ากามที่นั่งยิ้มอยู่
“ไปที่….”
ฉันบอกที่อยู่เสร็จสับ แล้วก็นั่งเงียบ เหม่อมองหน้าต่างรถไปเรื่อย
“จะแวะซื้ออะไรกินไหม”
“ไม่”
“ย้ายที่อยู่หรอ”
“อืม”
“แถวนั้นแออัดมากเลยนะ”
“อืม”
“เธอตั้งเป้าหมายชีวิต ให้คุยครั้งละคำเท่านั้นหรอ”
“เปล่า”
“ดายอน…”
“เลิกเรียกชื่อฉันแบบนั้นได้แล้ว”
ฉันเริ่มน้ำตาคลอทันทีที่ชื่อฉันออกจากปากเขา
“...”
เราทั้งคู่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรจนถึงหน้าปากซอยบ้านฉัน ซึ่งฝนหยุดตกพอดี
“จอดตรงนี้แหละ ทางมันแคบรถเข้าไปไม่ได้ ขอบใจที่มาส่ง”
“เดินไปไกลไหม”
“ประมาณครึ่งโล ทำไม”
เขาไม่ตอบแต่จอดรถและลงมองทางซอยแคบๆ ที่สลัวจากแสงไฟข้างทาง
“มันมืด แถมเปลี่ยวด้วยเดี๋ยวเดินไปส่ง”
“ไม่ต้องหรอก แค่นี้ก็พอแล้ว”
“ดื้อแม่งทุกเื่”
“นี่นาย!!!”
ฮัลวอลจับมือฉันจูงเข้าซอยฉันรีบสะบัดมือออก ก่อนจะเดินนำหน้าอยากไปส่งก็เดินนิ่งๆ สิยะ เราเดินมากันเรื่อยๆจนใกล้ถึงบ้านเช่าน้อยๆ ของฉันฉันเข้าใกล้บ้านก็เห็นกลุ่มชายร่างท้วม 3-4 คนเ้าเดิม ยืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านฉัน
“หลบก่อน!”
ฉันกระซิบและจับมือผู้ชายร่างโตเบียดเข้าไปในซอกกำแพงที่ฉันซ่อนเป็ประจำ...ไอ้พวกนั้น มันมาอีกแล้ว
“อะไรของทะ…”
ฉันเอามือน้อยๆ ปิดปากฮัลวอลเพราะกลัวพวกมันได้ยิน เ้าตัวยืนมองฉันพลางขมวดคิ้วใส่ฉันยกมืออีกข้างมาทำท่าจุ๊ๆ ปาก
“..แม่ง วันนี้ก็ไม่เจอ”
“ฉันว่าไปตามฉุดแม่งเลยดีกว่า จบๆ ไปมายืนรอแบบนี้เสียเวลาชิบ”
“แหม่ อยากกินของอร่อยต้องใจเย็นสิวะไม่เห็นหรอ ห้องพร้อม ของพร้อม รอคนมาเท่านั้น”
“มากี่ครั้งก็ไม่เจอฉันว่าแม่งหนีไปแล้ว”
“ไม่หนีหรอก นังนั่นจะไปไหนได้ บ้านตัวเองก็ไม่มี หนี้ก็ท่วมหัว แม่ก็เสือกป่วยติดโรงพยาบาลอีก”
“เออว่ะ … เฮ้ย เจ๊โทรตามกลับก่อนเว้ย วันหลังค่อยมา”
“เสียดายชิบ ไปๆๆ”
ฉันรอจนสิ้นเสียง ถึงค่อยๆ ชะเง้อคอออกมาดูก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกฉันหันมามองฮัลวอล ที่ยืนแนบชิดกับฉัน ก็รีบเอามือตัวเองที่ปิดปากเขาลง แล้วเกาคอแก้เขินผสมอาย
“ใคร..”
ฮัลวอลถามเสียงเรียบขมวดคิ้วจ้องฉันเหมือนเป็นักโทษ
“....”
“ไอ้พวกเมื่อกี้ ที่เธอหลบ คือใคร”
“กะ แก๊งเ้าหนี้น่ะ”
“ติดเท่าไร”
“ก็ ..ไม่เยอะหรอก”
“ฉันถามว่าเท่าไร!”
เ้าตัวเริ่มขึ้นเสียงใส่ฉันจนฉันก้มหน้างุดด้วยความกลัว
“เหลืออีกประมาณ 30 ล้านวอน” (**ประมาณ 8 แสนบาทไทย)
“ชิบ…เธอเอาเงินไปทำอะไรเยอะขนาดนั้นวะ”
“ฮึก… ระ รักษา แม่”
ฉันน้ำตาไหลด้วยความกลัว ผสมอาย และเจ็บใจที่ถูกไอ้พวกชั่วนั่นวางแผนจะเล่นสกปรก แถมฮัลวอลยังมารับรู้เื่พวกนี้อีก
“เฮ้อ ดายอน..”
เขาถอนหายใจและเรียกชื่อฉันเบาๆก่อนจะดึงไหล่ฉันเข้าไปกอด เขาลูบหลังฉันไว้ฉันปล่อยให้น้ำตาพลั่งพลูออกมา นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้ถูกกอดปลอบอ่อนโยนแบบนี้…
“ฮึก ฉะ ฉันเข้าบ้านดีกว่า”
ฉันยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาก่อนจะหันหลังเตรียมขึ้นบ้าน เ้าตัวยังเดินตามฉันมา จนถึงประตูชั้นดาดฟ้า
“ฉันจะเข้าบ้านแล้ว นายกลับไปเถอะ”
“จะไม่ชวนแขกเข้าบ้านหน่อยหรอ”
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เพื่อเตรียมว๊ากคนเล่นไม่รู้เวลาล่ำเวลาแต่ต้องเป็ฝ่ายชะงักซะเอง เพราะสายตาเขานิ่ง ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาประหนึ่งว่าเขากำลังพูดจริงอยู่
“คือมันเล็กน่ะไม่มีอะไรให้นายเข้าไปดูหรอก”
“ขอเข้าห้องน้ำหน่อยสิ..”
ฉันจำต้องยอมให้คนดื้อเข้ามาในบ้าน เขาที่เห็นสภาพความเป็อยู่ของฉัน ก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ แล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง
สภาพห้องเล็กๆ ที่เรียกได้ว่าเล็กมาก ไม้ผาผนังที่เก่า จนบางส่วนผุ บางส่วนขึ้นลา โครงเหล็กราวผ้าที่ถูกแขวนชุดทำงานและชุดนอนไว้ไม่ถึง 10 ตัวที่นอนฟูกแบบบางติดพื้นถูกพับเอาไว้ โต๊ะตั้งพื้นญี่ปุ่น สำหรับวางมาม่ากับกาต้มน้ำร้อนเป็ห้องครัวของฉันเอง
…น่าอายชะมัด
“เธอ… อยู่แบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
เขาถามโดยที่ยังยืนทำท่ากุมขมับอยู่
“หลังแม่ป่วย น่าจะประมาณปีนึงฉันต้องใช้เงินในการทำคีโมให้แม่เลยลดการเป็อยู่ของชีวิตตัวเองลงน่ะ”
“แล้วอยู่แบบนี้ คนเดียวมาตลอดเลยหรอ”
“อื้ม”
ฮัลวอลหันกลับมาจ้องหน้าฉัน ฉันหลบตาเม้มปากไว้แน่น ตัวสั่นด้วยความอายขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว
“ยัยบ้า ลำบากขนาดนี้ ทำไมถึงทำตัวเหมือนคนมีความสุขได้อีกวะ”
ฮัลวอลดึงฉันเข้าไปกอดอีกรอบครั้งนี้ฉันทนไม่ไหวจริงๆ ฉันปล่อยโฮออกมาเสียงดังอย่างไม่อายใครสองแขนเล็กๆ นั้น กอดตอบแน่น ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมานอกจากเสียงสะอื้น
“ฉะ ฉัน ไม่รู้ จะพึ่งใครแล้ว”
“ฉันไงยัยโง่ ทำไมไม่บอกกัน ไม่ขอความช่วยเหลือฉันล่ะ”
“ฉันอายนิ แล้วเราเลิกกันไปแล้วจะให้ฉันไปขอให้นายช่วยได้ไง”
“เลิกกันแล้วก็เป็เพื่อนกันได้ไหม”
“..ฉันไม่อยากเป็เพื่อนกับนายสักหน่อย”
ฉันบ่นตอบ ก่อนจะคลายอ้อมกอดลง
“ปล่อยได้แล้ว ห้องน้ำอยู่นั่นแคบหน่อยนะ”
“ไม่เข้าละ เก็บของ..”
“เก็บอะไร”
“ของจำเป็เธอน่ะ…ไม่งั้นทิ้งหมดนี่เลยก็ได้ เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่”
หืม?!!! เก็บของ!?? ทิ้ง?!! ซื้อให้ใหม่??!!
หมายความว่าไงน่ะ
“มัวยืนอึ้งอยู่ได้ ถ้าไม่เก็บ ก็ไปกันได้แล้ว”
“เดี๋ยว!!!... ไปไหน”
“ไปคอนโดฉัน”
“คอนโดนาย?? ไปทำไม”
“ฉันทนเห็นเธออยู่สภาพแบบนี้ไม่ได้หรอก”
“มะ ไม่เอา ฉันไปไม่ได้ฉันไม่มีเงินจ่ายค่าคอนโดให้นายหรอก”
“ก็ไม่ได้ให้จ่ายอยู่แล้วคอนโดฉันมีห้องว่างห้องนึง จะยกให้”
“ยกให้หรอ… “
ฉันขมวดคิ้วใส่ เพราะสงสัยว่าไอ้หมอนี่มันมีเงินซื้อคอนโดใหญ่หลายห้องเลยหรอ
“เออ ให้อยู่ฟรี เข้าใจยัง”
“แล้วนายได้อะไร”
“เธอจะให้…อะไรฉันล่ะ”
เกือบซึ้งในความดีแล้ว จู่ๆ นิสัยบัดซบเขาก็กลับมาอีก
“ไม่มี… ไม่มีอะไรให้ทั้งนั้นนายกลับไปเถอะ ฉันจะนอนแล้ว”
ฉันไล่ดันหลังใหญ่ให้ออกประตู เขาขืนตัวไว้แล้วหันหน้ามา จนใบหน้าสวยๆ ของฉันจุ่มลงบนอกกายเป็มัดๆของเขา
“ปล่อย”
ฉันดันหน้าอกเขาไว้ เมื่อเ้าตัวกอดเอวฉันแน่นจนแทบจะรวมร่างกัน เขายื่นหน้ามาใกล้ จนฉันต้องหันหน้าหนี
“แลก…อืมมม งั้นเธอก็เป็แม่บ้านให้ฉันสิ”
“มะ แม่บ้าน หรอ”
“อืม ฉันไม่ชอบให้คนอื่นเข้าห้องน่ะแต่ถ้าเป็เธอฉันก็โอเค”
“แม่บ้านที่ทำงานบ้าน จริงๆ ใช่ไหม”
ฉันถามย้ำก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในตาสีเข้ม เพราะกลัวเขาพลิกลิ้นเล่นตลกกับฉันอีก
“ก็จริงนะสิ ซักผ้า ทำความสะอาดทำอาหาร แลกกับที่พักชั้นดี”
“....”
ฉันนิ่งไปครู่นึงคือเงื่อนไขดีเลยแหละ ฉันจะประหยัดค่าห้องไปอีกนิดแต่ติดตรงที่ ต้องกลับไปวนเวียนในชีวิตของฮัลวอลอีก
“แต่ถ้าเธออยากจ่ายค่าห้องโทรมๆ นี่ กับเจอพวกแก๊งบ้ากามอย่างเมื่อกี้ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ”
เขาคลายอ้อมกอดและหันหลังเตรียมเปิดประตู
“เดี๋ยว..!!”
ฉันวิ่งไปเกาะชายเสื้อเขาไว้
“แม่บ้าน จริงๆ นะ”
“อ่าฮะ”
“ห้ามบอกใครด้วยนะ”
“...”
“รับปากสิ”
“เธอกลัวใครจะรู้หรอ”
เขาหันกลับมาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แบบเดาอารมณ์ไม่ได้
“ฉันไม่อยากให้ที่ทำงานคิดเื่พวกเราเสียๆหายๆ น่ะ อีกอย่างฉัน…”
....กลัวว่าจะหวั่นไหว กับนายอีก
“..อืม”
“ขอบคุณ”
“ไปได้หรือยัง ฉันหิวข้าว”
“อ้ะ เก็บของแป๊บนึงสิ”
ฉันรีบวิ่งไปคว้ากระเป๋าเป้ แล้วเก็บของยัดใส่ ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีฉันก็เคลียบ้านเรียบร้อย เพราะแทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไร เลยทำให้ฉันขนย้ายสะดวก
ด้วยความที่ฉันโครมครามไปหน่อยป้าเ้าของขึ้นมาดู ก็ต้องใกับผู้ชายร่างสูง ยืนสูบบุหรี่ข้างนอกประตู
“เ้าหนี้ยัยดายอนอีกแล้วหรอ”
“เปล่าครับ”
“เอ้า แล้วใครล่ะนั่น”
“เพื่อน ครับ”
“เอ๋ เด็กคนนั้นมีเพื่อนกับเขาด้วยหรอเนี้ย”
“ครับ”
“แล้วจะเก็บของไปไหนกันล่ะ”
“ผมจะให้ย้ายออกครับ พอดีได้ที่อยู่ใหม่ให้เธอ”
“หืม จะมีปัญญาจ่ายเรอะ ห้องโทรมๆ อย่างนี้ยังติดไว้แทบทุกเดือนเลยนี่เ้าหนี้ก็มาตามทุกวัน จนคนแถวนี้กลัวกันไปหมดแล้ว”
“ผมจ่ายเองครับ”
ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดป้า ที่ใช้คำพูดคำจาเหมือนดูถูกสาวของเขา ฮัลวอลทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นและขยี้จนแหลก
“สรุปเป็เสี่ยเลี้ยงหรอเนี้ย แหมเสนอให้เสี่ยเลี้ยงตั้งนานมัวเล่นตัวไปได้สุดท้ายก็ต้องยอมทำแหละเนาะ ว่าแต่ให้เด็กนั่นเท่าไรล่ะ”
“ป้าครับ…”
ชายหนุ่มถอนหายใจ และเดินช้าๆ ไปที่ป้าจนป้าแอบถอยหลังหนีด้วยความหวั่นๆ เขาควักกระเป๋าเงินใบหนาออกมาก่อนจะหยิบเงินฟ่อนใหญ่ยัดใส่มือป้า
“เก็บไว้จัดงานศพนะครับ”
“อะ ไอ้เด็กนี่!”
ป้าตาลุกวาวจากเงินฟ่อนใหญ่ในมืออ้าปากพะงาบๆ อยากจะด่า แต่กลัวเขาจะดึงเงินคืน รีบกำเงินแน่นแล้ววิ่งลงบันไดไปอย่างเร็ว
“เสร็จแล้ว..อะ เอ๋ ป้าเ้าของหรอเดี๋ยวฉันไปบอกป้าแกก่อน”
“ไม่ต้อง”
ฮัลวอลดึงข้อแขนฉันไว้
“ฉันบอกให้แล้วแล้วจ่ายเงินที่ค้างให้แล้วด้วย”
“จ่ายให้ด้วยหรอ ..เอ่อ งั้นเดี๋ยวฉันทยอยคืนเงินให้นะ”
“อืม ไปกันได้ยัง”
“อื้ม”
ฮัลวอลคว้ากระเป๋าเป้ใบโตที่ถูกยัดทรัพย์สินอันมีค่าน้อยนิดของฉันไปสะพายแล้วจูงมือฉันไปที่รถขับดิ่งไปที่ที่อยู่ใหม่ของฉันทันที