ในที่สุดก็ครบรอบหนึ่งเดือนที่เฟิ่งเทียนได้นัดหมายซื้อขายผักปราณกับเย่เสี่ยวเฉินอีกครั้ง เย่เสี่ยวเฉินควบม้ามาที่ไร่ตระกูลหวังด้วยสีหน้าอิดโรยผิดแปลกไปจากทุกครั้งที่คุณชายเย่ผู้ร่าเริงจะเป็นเช่นนี้
“คาระวะพี่เย่เฉินขอรับ เหตุใดท่่านจึงทำหน้าเคร่เครียดแบบนั้นกัน คล้ายกับท่านมีเรื่องกังวลใจอยู่ไม่ปาน”
“อืม เสี่ยวเทียน ข้าต้องขออภัย พอดีข้ากังวลใจในอาการป่วยของท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าหล่ะ แค๊ก ๆ ”
เย่เสี่ยวเฉินไอออกมาคล้ายกับป่วย ผิวพรรณก็ดูซีดเซียว ดูเหมือนไร้เรื่ยวแรงอย่างไรอย่างนั้น ด้วยความสงสัยเฟิ่งเทียนจึงให้เสี่ยวเป่าเปิดระบบสแกนร่างกายของเย่เสี่ยวเฉิง
"เสี่ยวเป่า เจ้าสามารถใช้ระบบสแกนวินิฉัยร่างกายของพี่เย่เฉินได้หรือไม่"
[เปิดระบบสแกน……ร่างกายของคุณชายเย่ถูกพิษหนอนกู่ในระยะเริ่มต้น อาการเริ่มแรกผู้ถูกพิษจะมีอาการไอเจ็บหน้าอกจนกระทั่งกระอักเลือด ต่อมาผู้ถูกพิษในตอนกลางคืนคล้ายเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่างกายจากการชอนไชของหนอนกู่ จนช่วงสุดท้ายหนอนกู่จะดูดพลังชีวิตในร่างจนร่างกายซูบผอมไร้เรี่ยวแรงจนหมดลมหายใจ]
“อะไรนะ พี่เย่เฉินถูกพิษหนอนกู่อย่างนั้นหรือ? แล้วเราสามารถรักษาพิษหนอนกู่ได้หรือไม่”
[โฮสต์สามารถนำหญ้าอัสนีครามมารักษาคู่กับน้ำทิพย์วารีสวรรค์ได้]
“อืม ใช่สิ หญ้าอัสนีคราม เป็นหญ้าปราณระดับต่ำมีคุณสมบัติกำจัดพิษหนอนกู่ ที่ข้าได้มาจากด่านศิลาลอยฟ้านี่นา ขอบใจมากเสี่ยวเป่า”
“พี่เย่เฉินขอรับ ข้าว่าท่านเข้ามาพักผ่อนในบ้านข้าก่อนดีกว่าขอรับ อีกอย่างข้ามีเรื่องต้องบอกกับท่านด้วยขอรับ”
“อืม ได้สิ คืนนี้ข้าต้องขอรบกวนเจ้าเช่นเดิม”
“ได้สิขอรับ น้องเล็กจัดห้องรอท่านไว้แล้วขอรับ”
*********************
เฟิ่งเทียนเดินนำเย่เสี่ยวเฉินเข้ามาในบ้าน ตอนนี้เด็ก ๆ กำลังศึกษาตำรากับอาจารย์เปา เฟิ่งเทียนจึงมีเวลาที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับเย่เสี่ยวเฉินได้
“พี่เย่เฉินขอรับ ข้าขอจับชีพจรของท่านหน่อยได้หรือไม่ พอดีข้ามีความรู้เรื่องการแพทย์นิดหน่อยก็เลยอยากจะดูว่าท่านเจ็บป่วยหรือไม่ขอรับ”
“อืม ได้สิ ความจริงแล้วข้าก็เรียกหมอผู้เชี่ยวชาญแขนงต่าง ๆ มาดูอาการของพวกข้า แต่หมอเหล่านั้นก็หาสาเหตุจากโรคไม่ได้ พูดเพียงแค่ว่าพวกข้าพักผ่อนไม่เพียงพอร่างกายจึงอ่อนล้าเกินไป ข้าให้พวกเขาตรวจพิษแต่ก็ไม่เจอ ข้านี่กลุ้มใจมากเลยหล่ะ ยิ่งท่านแม่ของข้าก็อาการหนักกว่าทุกคนอีก”
“พี่เย่เฉินจะเชื่อข้าหรือไม่ขอรับว่าท่านถูกพิษหนอนกู่ และท่านพ่อท่านแม่ของท่านอาจจะถูกพิษชนิดนี้ด้วยเช่นกัน”
“อะไรนะ! พิษหนอนกู่อย่างนั้นหรือ แล้วพวกข้าไปถูกพิษนี้ได้อย่างไรกัน!”
“ขอรับ พิษหนอนกู่ หนอนกู่เป็นสัตว์ที่ชนชาวนอกด่านเพาะเลี้ยงไว้ พิษชนิดนี้คนถูกพิษต้องมีการดื่มหรือกินอาหารที่มีหนอนกู่ปะปนเข้าไป เมื่อหนอนกู่เข้าสู่ร่างกายอาการเริ่มต้นจะอ่อนเพลีย ไอ จากนั้นจะเจ็บปวดไปทั้งร่างกายในตอนกลางคืน สุดท้ายมันจะดูดพลังชีวิตของเจ้าของร่างจนตายขอรับ”
“นี่มัน ! ข้าพอจะคาดเดาได้แล้วว่ามันผู้ใดกล้าทำเช่นนี้! แต่ว่าเสี่ยวเทียนเจ้าพอจะมีทางรักษาอาการของพวกข้าหรือไม่ โดยเฉพาะท่านแม่ของข้าที่ดูจะเจ็บปวดตอนกลางคืน ส่วนท่านพ่อของข้าก็กระอักเลือดบ่อย ๆ ”
“ข้ามีวิธีรักษาขอรับ แต่รักษาเร็วที่สุดยิ่งเกิดผลดี วิธีการรักษาคือผู้ป่วยต้องดื่มยาขับพิษและแช่ตัวในน้ำต้มหญ้าอัสนีครามเป็นระยะเวลาเจ็ดคืนถึงจะหายสนิทขอรับ”
“หญ้าอัสนีคราม นั่นมันหญ้าปราณหายากแทบจะพลิกแผ่นดินไม่ใช่หรือ แล้วอย่างนี้พวกข้าจะมีโอกาสรอดหรือไม่”
เย่เสี่ยวเฉินแค้นใจยิ่งนัก มันต้องเป็นฝีมือของนังฮูหยินรองแน่ ๆ เพราะเรื่องอาหารเขากับท่านพ่อระมัดระวังตัวอยู่เสมอไม่เคยที่จะกินอาหารนอกบ้านเลยสักครั้ง แม้แต่เขาที่เป็นเจ้าของเหลาอาหารฟ้าไฉก่อนกินเขายังต้องระมัดระวังตรวจสอบพิษอยู่เสมอ ยิ่งท่านแม่ที่อยู่แต่ในจวนมาถูกพิษเช่นเดียวกันนั่นหมายความว่างูพิษเลี้ยงไม่เชื่องในจวนของเขาต้องลงมือเป็นแน่ สาเหตุจูงใจก็คงจะเป็นการสืบทอดตำแหน่งเจ้าบ้านของเขาในเดือนหน้าหากพวกเขาตายไป ทั้งจวนทั้งทรัพย์สินทั้งหมดต้องตกอยู่ในกำมือของฮูหยินรองกับพี่ใหญ่ พี่รองลูกของนางเป็นแน่
“พี่เย่เฉินไม่ต้องเป็นห่วง ข้าสามารถรักษาพวกท่านได้แต่ท่านต้องพาท่านลุงท่านป้ามารักษาที่นี่ ยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีขอรับ”
“ดี ๆ น้องชาย หากเจ้าสามารถรักษาชีวิตท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าได้ ข้าขอถวายชีวิตทั้งหมดให้กับเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ข้าขอร้องให้เจ้าช่วยชีวิตพวกข้าด้วย”
เย่เสี่ยวเฉินถึงกับคุกเข่าขอร้องน้องชายคนสนิทของตนเขาเชื่อเฟิ่งเทียนอย่างหมดใจเพราะเขาให้หมอต่าง ๆ มารักษาก็ต่างส่ายหน้า นี่เพียงน้องชายเสี่ยวเทียนจับชีพจรก็รู้แล้ว
“เดี๋ยวข้าจะพิสูจน์ให้ท่านดูว่าท่านถูกพิษหนอนกู่จริงหรือไม่”
เฟิ่งเทียนนำหญ้าอัสนีครามจำนวน 1 ต้นพร้อมกับน้ำทิพย์วารีสวรรค์ 1 แก้ว ออกมาจากมิติมาวางไว้บนโต๊ะ หญ้าอัสนีครามสีม่วงเปล่งประกายแฝงด้วยพลังปราณอันเข้มข้น ทำเอาเย่เสี่ยวเฉินมองหญ้าอัสนีครามด้วยดวงตาเปล่งประกายมีความหวัง
“พี่เย่เฉิน ท่านเคี้ยวหญ้าอัสนีครามต้นนี้ให้ละเอียด แล้วดื่มน้ำแก้วนี้ สักพักท่านจะกระอักเลือดเอาหนอนกู่ออกมา แต่ว่าเราออกไปทำข้างนอกบ้านกันเถอะ เพราะหนอนกู่นี้ต้องเผามันทันที ข้าจะออกไปก่อไฟก่อนเมื่อถ่านร้อนแล้วท่านค่อยเริ่มเคี้ยวหญ้าอัสนีคราม”
“อืม ได้”
เฟิ่งเทียนเดินนำเย่เสี่ยวเฉินมายังแคร่ไม้หน้าบ้านพร้อมกับนำเตาอั้งโล่มาก่อไฟใส่ถ่านจนร้อนระอุ เย่เสี่ยวเฉินจึงได้ฤกษ์เคี้ยวหญ้าอัสนีครามเข้าไป เมื่อเคี้ยวในคำแรกความแสบร้อนในช่องปากก็เกิดขึ้นเย่เสี่ยวเฉินกัดฟันอดทนเคี้ยวมันจนละเอียดแล้วกลืนลงไป จากนั้นจึงดื่มน้ำทิพย์วารีสวรรค์ตามลงไปความอุ่นร้อนที่เข้าสู่ร่างกายบรรเทาความเจ็บแสบในช่องปากของเย่เสี่ยวเฉินได้ สักพักเย่เสี่ยวเฉินจึงกระอักเลือดลงไปบนใบตองกล้วยที่เฟิ่งเทียนตัดมารอไว้ หนอนกู่จำนวนสามตัวดิ้นทุรนทุรายอยู่บนใบกล้วย เฟิ่งเทียนใช้ปลายไม้เล็กแหลมกดมันเอาไว้
“แค๊ก ๆ นี่มัน!”
“นี่คือหนอนกู่ขอรับ พี่เย่เฉินนำใบตองที่รองหนอนกู่ลงเผาได้เลยขอรับ”
เย่เสี่ยวเฉินนำใบตองที่รองหนอนกู่สามตัวลงไปเผา สายตาที่มองพวกมันนั้นมีแต่ความเคียดแค้นในใจ เขาจะต้องแก้แค้นนังชั่วนั่นให้ได้
เฟิ่งเทียนพูดคุยตกลงกับเย่เสี่ยวเฉินโดยในวันพรุ่งนี้เย่เสี่ยวเฉินจะไปรับบิดาและมารดาออกมาจากจวน แสร้งว่าจะมาลองรักษากับหมอสมุนไพรที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน หากรักษาหายก็ดีหากไม่หายก็ถือว่ามาพักฟื้นร่างกาย ส่วนกิจการของจวนก็ให้ฮูหยินรองกับคุณชายใหญ่รักษาการแทน แต่เขาจะวางคนของเขาเอาไว้ไม่ให้พวกมันยักยอกทรัพย์สินใด ๆ ได้อีก
รุ่งเช้า เย่เสี่ยวเฉิงจากไปด้วยความหวังเขาต้องบอกเรื่องนี้ให้บิดาทราบ บิดาอาจจะไม่เชื่อว่าฮูหยินรองจะเป็นผู้ลงมือ แต่อย่างไรเขาต้องหาหนทางนำบิดามารดาออกมารักษาให้ได้
สามวันต่อมาคณะเดินทางของคหบดีเย่ก็เดินทางมาถึงเมืองหลิง เย่เสี่ยวเฉินพาบิดามารดามาพักที่จวนของตน เฟิ่งเทียนที่เตรียมการรักษาได้จัดเตรียมถังอาบน้ำจำนวนสามถัง พร้อมกับวัตถุดิบในการรักษารอไว้ก่อนแล้ว เย่เสี่ยวเฉินให้คนของจวนเย่กลับไปทั้งหมดและในอีกสิบวันค่อยเดินทางมารับพวกเขา เพราะเย่เสี่ยวเฉินกังวลว่าอาจจะมีเกลือเป็นหนอนของฮูหยินรองคาบข่าวไปแจ้งได้
เฟิ่งเทียนอาศัยช่วงเวลาที่น้อง ๆ เข้านอนแล้วฝากให้เสี่ยวเฮยดูแลน้อง ๆ กับเจ้าไข่น้อยไม่ให้ออกมาซุกซนได้ แล้วใช้วิชาก้าวย่างพริบตาเพื่อเดินทางไปยังจวนของเย่เสี่ยวเฉิน ฉางไห่ กับฉางเหอติดตามไปด้วยพยายามเร่งพลังลมปรานออกตัววิ่งตามแต่ก็ไม่สามารถติดตามทันได้ เมื่อพวกเขามาถึงบ้านพักของคุณชายเย่นายท่านของพวกเขาก็ลงมือรักษาแล้ว
“คาระวะท่านลุงท่านป้าขอรับ ข้าชื่อหวังเฟิ่งเทียน เป็นน้องชายคนสนิทของพี่เย่เฉินขอรับ”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องชายเสี่ยวเทียนจะเป็นผู้รักษาพิษหนอนกู่ให้กับพวกเราขอรับ”
“อืม อย่างนั้นหรือ หนุ่มน้อยเจ้าอย่าถือสาคนแก่แบบข้าเลยนะ แต่ข้าดูเจ้ายังอายุน้อยอยู่เลย กลับมีฝีมือรักษาพิษหนอนกู่ได้จริงหรือ”
“รักษาได้จริงหรือไม่ อีกเจ็ดวันนี้ท่านลุงท่านป้าก็จะรู้คำตอบเองขอรับ แต่ท่านวางใจได้ข้ารับรองว่าพวกท่านต้องหายเป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอนขอรับ”
เฟิ่งเทียนให้เสี่ยวเป่าเปิดระบบรักษาความปลอดภัย ป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาเห็นการรักษาของเขาได้ เฟิ่งเทียนให้ฉางไห่ ฉางเหอช่วยกันต้มหญ้าอัสนีครามจนเปื่อยยุ่ยจากนั้นเฟิ่งเทียนจึงนำมาผสมน้ำอุ่นในอ่างไม้ตามสัดส่วนที่เสี่ยวเป่าได้บอกไว้ เย่เสี่ยวเฉิง เย่ซื่อฉิน และ นางหลิวเยว่ สามคนพ่อแม่ลูกนั่งลงแช่ในอ่างไม้ทั้งสามใบ เมื่อพวกเขาลงไปแช่ตัวได้สักพักความเจ็บปวดในร่างกายก็เกิดขึ้นพวกเขารู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ดิ้นทุรนทุรายในร่างกายของพวกเขา
“โอ๊ย! ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน”
นางหลิวเยว่ผู้เป็นมารดาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่เย่เสี่ยวเฉิงและเย่ซื่อฉินผู้เป็นบิดาต่างกัดฟันต่อสู้กับความเจ็บปวด เย่ซื่อฉินเอื้อมแขนไปจับมือของภรรยารักที่อยู่อ่างไม้ด้านข้างอย่างให้กำลังใจ เขาแค้นใจนักที่วางใจนังงูพิษนั่นเมื่อเขาหายดีเขาจะจัดการทำความสะอาดจวนครั้งใหญ่ในทันที่ที่กลับไป
“ท่านป้าอดทนไว้ขอรับ หญ้าอัสนีครามมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนหนอนกู่ ตอนนี้ที่ท่านเจ็บปวดเป็นเพราะหนอนกู่มันกำลังดิ้นทุรนทุรายในตัวท่านอยู่ขอรับ ท่านอดทนแช่ยานี้สามชั่วยามแล้วข้าจะให้พวกท่านดื่มยาแก้พิษหนอนกู่ด้วยขอรับ”
“หญ้าอัสนีครามอย่างนั้นหรือ นะนี่มันมีค่าควรเมืองจะเป็นไปได้อย่างไรกัน!”
“ท่านลุง ท่านป้า ท่านวางใจได้ข้ามีหญ้าอัสนีครามรักษาท่านอีกหลายกระสอบขอรับ”
“ข้าขอบใจเจ้ามากหนุ่มน้อย และต้องขอโทษที่ข้าดูแคลนเจ้าเมื่อสักครู่ เมื่อรักษาเสร็จสิ้นเจ้าคิดค่าใช้จ่ายผ่านเจ้าเย่เฉินมาให้ลุงได้เลยนะ”
“ขอรับท่านลุง”
เมื่อครบสามชั่วยาม เฟิ่งเทียนที่เคี่ยวหญ้าอัสนีครามกับน้ำทิพย์วารีสวรรค์จนเริ่มงวด เฟิ่งเทียนแบ่งยาออกเป็นสามชาม จากนั้นจึงให้ทั้งสามดื่มลงไป
“ทุกท่านเมื่อพวกท่านดื่มยาลงไปแล้วจะกระอักเลือดเอาหนอนกู่ที่อ่อนแรงออกมา ข้าขอให้ท่านกระอักเลือดลงเตาถ่านที่อยู่ด้านหน้านี้ เพื่อกำจัดให้มันตายในทันที ท่านลุง ท่านป้า ท่านอย่าตกใจที่หนอนกู่จะไหลออกมาจากปากของท่านนะขอรับ พวกท่านต้องพ่นมันลงถ่านร้อนเพื่อฆ่ามันให้หมดนะขอรับ”
“อืม พวกข้าเข้าใจแล้ว”
เมื่อพวกเขาดื่มยาเข้าไปสักพักทั้งหมดก็กระอักเลือดออกมา หนอนกู่จำนวนมากไหลออกมาจากปากตกลงกองไฟที่เฟิ่งเทียนจัดเตรียมไว้ใกล้อ่างไม้ เฟิ่งเทียนใช้ไม้ยาวช่วยเขี่ยถ่านร้อน ฉางไห่ ฉางเหอก็ช่วยเติมถ่านร้อนระอุเข้าไปเสริมเพิ่มเติมด้วย
“โอ้กกก! อี๋! นี่มัน!”
“หนอนกู่อย่างไรหล่ะขอรับท่านลุง นี่เป็นเพียงแค่หนอนกู่ชุดแรกที่ถูกขับออกมาในคืนนี้เท่านั้น ยังคงค้างอีกหกคืนหนอนกู่ทั้งหมดในร่างของพวกท่านก็จะหมดสิ้นไปขอรับ”
เมื่อกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นฉางไห่ ฉางเหอช่วยประคองทั้งสามออกมาจากอ่างไม้ เย่ซื่อฉินประคองภรรยาเข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและพักผ่อน ส่วนเย่เสี่ยวเฉินที่ยังตัวเปียกโชกก็เข้ามาคุกเข่าขอบคุณเฟิ่งเทียน เดือดร้อนให้เฟิ่งเทียนต้องรีบดึงแขนของเขาขึ้นมา
“เสี่ยวเทียนเจ้าช่วยรับการขอบคุณจากข้าด้วย”
“ลุกขึ้นมาขอรับพี่เย่เฉิน เข่าลูกผู้ชายมีค่ายิ่งกว่าทองคำท่านอย่าคุกเข่าให้ใครง่าย ๆ สิขอรับ”
“ข้าไม่สน ข้าจะคุกเข่าให้เจ้าเพื่อขอขอบคุณเจ้าด้วยใจจริง น้องชายข้าขอขอบใจเจ้ามาก”
“ได้ ๆ ข้ารู้แล้ว ท่านเข้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะทิ้งผู้คุ้มกันของข้าเอาไว้ดูแลพวกท่านไว้ ท่านหายห่วงได้ว่าไม่มีใครสามารถบุกรุกพื้นที่จวนของท่านได้ แล้วพรุ่งนี้เช้าข้ากับน้อง ๆ จะมาทำอาหารยาอร่อย ๆ ให้พวกท่านกินขอรับ”
“ได้ พรุ่งนี้ข้าก็ขอรบกวนพวกเจ้าด้วย ฝันดีหล่ะเสี่ยวเทียน”
“ฝันดีเช่นกันขอรับพี่เย่เฉิน”
*****************************