มินอาเดินไปที่โต๊ะทำงานของผู้อำนวยการโต๊ะกว้างและใหญ่ เธอหันกลับมาเพราะได้ยินเสียงปิดประตู ขณะที่ผอ. เดินตรงมาหาเธอทันทีเขามองเธอช้าๆ จากใบหน้า ไปที่หน้าอก ลงไปที่เอว และขา จนถึงปลายเท้าก่อนจะกลับขึ้นมามองที่หน้าอีกที เธอเอามือขึ้นมากอดไว้ที่อก
“ที่นี่....ไม่ใช่โรงอาหารนิคะผอ.”
โยอันหัวเราะออกมานิดหน่อยเธอแกล้งทำเป็ไม่รู้หรือกำลังจะใช้มารยาอะไรกันแน่ เขาคิดในใจแบบนั้น
“ก็ไม่ใช่สิครับหรือคุณอยากจะไปโรงอาหารจริงๆ”
เธอยิ้มเล็กน้อย ท่าทางมีเลศนัยแววตาบอกว่าสนใจ แต่ปากกลับพูดอีกอย่าง
“ฉันได้ยินมาพอสมควรค่ะว่าผู้อำนวยการเป็คนเ้าชู้และไม่เคยจริงจังกับใคร ผอ.อาจจะคิดว่าฉันง่าย แต่จริงๆแล้วฉันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะคะ”
โยอันยิ้มเขารู้สึกสนใจในตัวมินอาคนนี้ขึ้นมาทันที
“งั้นก็ต้องขอโทษด้วยนะครับที่เข้าใจผิดแค่คิดว่า....อยากคุยกับคุณเื่การเลื่อนตำแหน่งในที่เงียบๆเท่านั้น”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง โยอันยิ้มเพราะดูเหมือนว่าเธอจะติดกับเขาแล้ว
“เลื่อนตำแหน่งเหรอคะ?”
“ผมอยากได้คนช่วยงานเรเชลเลขาของผมตอนนี้เธอยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลามาดูแลผม เลยเป็ภาระของชูรันที่ต้องมาทำงานแทน”
“คุณหมายถึงจะให้ฉันเป็เลขาส่วนตัวของคุณเหรอคะ”
“ใช่ครับ...ถ้าคุณไม่ขัดข้อง”
เธอหันหลังให้เขาและแอบยิ้มเล็กน้อย(ไม่คิดว่าจะหลงกลง่ายขนาดนี้) เธอคิดแบบนั้นในใจ ก่อนจะหันกลับมา
“แล้ว....ฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะคะถึงจะได้ตำแหน่งนั้น”
ห้องเงียบไปชั่วครู่มีเพียงรอยยิ้มเ้าเล่ห์ของโยอัน เขาเดินไปนั่งที่โซฟาข้างๆ
“อย่างแรก...ก็แสดงฝีมือให้ผมเห็นก่อนว่าคุณเก่งแค่ไหน”
ไม่สะกิดใจหรือลังเลแต่อย่างใดเธอถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นจนหมด และตรงไปที่โซฟานั่นทันที
เริ่มจากช้าๆเธอเล้าโลมเขาอย่างละมุนละไม ไม่รีบร้อน เริ่มจากการใช้มือนวดก่อนจะก้มลงดูดและเลีย โยอันยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาไม่เคยถูกปฏิเสธไม่เคยไม่ได้ในสิ่งที่้า ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมา บางครั้งก็ฟรีบางครั้งก็ใช้เงินนิดหน่อย หรือบางครั้งก็แค่เสนอสิ่งเล็กๆน้อยๆให้พวกเธอพร้อมจะตะครุบและคว้าไว้อย่างไม่ลังเล เช่นเดียวกับมินอาคนนี้ เธอคล้ายเรเชลทำได้ทุกอย่างหากได้รับผลตอบแทนที่ดี โยอันคิดว่าอาจใช้ประโยชน์จากเธอในอนาคตได้แต่ในวันนี้..ขอเอาเธอให้เต็มที่เสียก่อน
หลังจากดูดดื่มอย่างเมามันมินอาก็ลุกขึ้นนั่งทับโยอันทันที ใส่เข้าไปช้าๆ และให้ลึกให้มากที่สุด รอให้มันเซตตัวครู่หนึ่งเธอจึงเริ่มขยับ ทั้งสองจูบปากกันอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นกันอย่างรัวๆหน้าอกเล็กๆนั่นแม้จะขยำไม่มันมือ แต่ก็พอทำให้คลายเครียดได้ แต่เวลามีไม่มากคืนนี้ต้องกลับไปเลือกเป้าหมายต่อไป โยอันจึงเร่งเครื่องโดยการจับเธอคว่ำลงยกเอวเธอขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเสียบเข้าไปอีกครั้ง
“ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก”
แรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่ามินอาอ้าปากร้องขอ
“ผอ.ขา.....ผอ. หนูจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ”
“สึบ สึบ สึบ สึบ สึบ”
“โอยยยยยยยใหญ่จนหนูรับไม่ไหวแล้วค่ะผอ. อย่าถี่นักสิคะ”
มินอาในอีกมุมหนึ่งจากที่ดูเก็บอาการและวางตัวดี แต่ตอนอยู่บนเตียงกับร้องราวกับเป็หญิงร่านโยอันใส่เธอไม่ยั้ง ไม่มีการออมมือหรือชะลอแต่อย่างใด เขาดูรีบรีบมากเกินไปด้วยซ้ำ
....................................................
ด้านของชูรันที่เดินออกมาหลังจากที่โยอันไปกับมินอาแล้วก็เจอกับหมอจางที่ด้านหน้าโรงพยาบาล เขาเดินมาทักเธอ
“คุณชูรัน....ขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหมครับ”
แววตาที่ดูเป็กังวลของหมอ ทำให้เธอเดินตามไปทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่ที่เก้าอี้รับแขกด้านหน้า หมอเอาเอกสารคนไข้เปิดให้เธอดู
“อยากให้ดูเคสนี้หน่อยครับ”
“ทำไมเหรอคะ?”
“ผลตรวจไม่ค่อยสอดคล้องกัน รายงานระบุว่ามีภาวะหัวใจหยุดเต้นบ่อยครั้งแต่ผลตรวจบอกว่าหัวใจปกติ”
หมอจางเป็หมอทั่วไปที่ไม่รู้เื่ภายในมากนักในโรงพยาบาลมีหมอไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เื่การขายอวัยวะเพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหล แต่บางครั้งปัญหานี้ก็เกิดจากความผิดพลาดของผู้ส่งข้อมูล
“ทำไมถึงเอาเื่นี้มาบอกกับฉันล่ะคะ น่าจะถามทางห้องแล็บมากกว่านะคะอาจมีความผิดพลาดในการตรวจก็ได้นิคะ”
“ผมก็คิดแบบนั้นครับ เลยลองเอาข้อมูลมาตรวจดูอีกทีแต่ยิ่งตรวจก็ยิ่งเจอข้อสงสัย”
ชูรันเงียบครู่หนึ่ง เธอคิดว่านี่อาจเป็ปัญหาที่กำลังจะเกิดก็ได้เมื่อหมอสงสัย และเริ่มสืบเื่ราว
“สงสัยอะไรงั้นเหรอคะ?”
หมอเริ่มขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น และกระซิบที่ข้างหู
“อาจมี.....”
“ชูรัน!”
ยังไม่ทันที่หมอจางจะพูดสิ่งที่เขาสงสัยออกมา เสียงเรียกก็ดังขึ้นทั้งคู่หันไปพร้อมกัน ผู้อำนวยการยืนอยู่หน้าห้อง เขามองภาพตรงหน้า แฟ้มคนไข้บนโต๊ะ เลขากับหมอที่นั่งอยู่กันตามลำพังทั้งที่เธอควรจะกลับไปถึงบ้านไปนานแล้ว ความเงียบเกิดขึ้นทันที
“คุณหนู....”
โยอันมองทั้งคู่ด้วยแววตาดุดันเขาไม่พอใจมากที่เห็นชูรันยังนั่งอยู่ตรงนี้
“ดึกป่านนี้แล้วมานั่งคุยอะไรกัน ไม่ใช่เวลางานสักหน่อย”
เขาจ้องไปที่หมอจางไม่หยุด เขาหลบสายตาเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป
“พอดีมีเคสคนไข้ที่ผลตรวจออกมาไม่ตรงกับอาการที่แจ้งน่ะครับ”
“ก็ไปถามเ้าหน้าที่แล็บสิ ชูรันจะรู้เื่อะไร”
โยอันตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ทำให้หมอไม่กล้าอธิบายต่อ
“ทราบแล้วครับ เดี๋ยวผมจะไปถามทางแล็บอีกที”
เขาลุกขึ้นและเหลือบมองชูรันเล็กน้อยก่อนจะเดินหนีไป
โยอันหันมามองชูรันแววตาดุดันและเคร่งเครียดเช่นเดิมแต่ชูรันกลับขมวดคิ้วและมีสีหน้าเป็กังวลมากกว่าโยอันเริ่มสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆของเธอจึงถามขึ้น
“มีอะไรงั้นเหรอ?”
“เหมือนหมอจางจะเริ่มสงสัยการเลือกคนไข้ของเราแล้วค่ะ”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง อารมณ์เริ่มเปลี่ยนทำหน้าคิดจริงจังก่อนตอบ
“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
การเลือกคนไข้ของผอ.อิมนั้นก็คือจะหาคนไข้ที่ป่วยเล็กน้อย หรือป่วยหนักเป็บางส่วนโดยมีการสั่งให้สร้างผลตรวจปลอมขึ้นเพื่อให้ดูว่าอาการหนักต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนเมื่อคนไข้ไม่มีญาติคอยดูแลหรือมาเฝ้าเขาจะใช้เหตุผลว่าไม่สามารถช่วยชีวิตคนไข้ไว้ได้ และเมื่อคนไข้เสียชีวิตจะถูกส่งไปที่มูลนิธิเพื่อฌาปนกิจศพแต่แท้ที่จริงศพนั้นจะถูกนำไปชำแหละผ่าเอาเครื่องในออก และนำไปประมูลขาย แต่เมื่อหมอจางเริ่มสงสัยเื่นี้ก็จำเป็ที่เขาต้องจัดการ
วันรุ่งขึ้น ตารางประชุมถูกส่งมาเหมือนเดิมทุกอย่างดูเหมือนปกติชูรันเดินเอาเอกสารเข้าไปให้โยอันในห้อง เขาพูดขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้า
“เมื่อวานไปไหนอีก”
เธอชะงัก
“ไปเช็คประวัติคนไข้ที่ว่าค่ะ”
เขาพยักหน้า และเซ็นเอกสารต่อ ก่อนพูดเรียบ ๆ
“ครั้งหน้าถ้าจะดูเคสต่อหลังเลิกงาน แจ้งฉันด้วย”
เธอมองเขา ประโยคนั้นฟังเหมือนเื่งานแต่มีอะไรบางอย่างเกินกว่านั้น
“คิดว่าฉันจะไปทำเื่ไม่ดีอย่างนั้นเหรอคะ”
ปากกาหยุด เขาเงยหน้าครั้งแรก มองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ
“เธอไม่กล้าหักหลังฉันอยู่แล้วชูรัน เื่นั้นฉันรู้ดี”
เขาลุกขึ้นเดินตรงมายืนตรงหน้าเธอ
“คำตอบเมื่อกี้คือ...ฉันไม่ได้คิด...ฉันแค่ไม่อยากทำร้ายเธอและก็อย่าบังคับ...ให้ฉันต้องทำ”
ห้องเงียบลงทันที ไม่มีคำถาม หรือคำตอบอะไรอีกโยอันเป็คนที่น่ากลัวกว่าที่ใครคิด เื่นั้นเธอรู้ดีั้แ่วันแรกที่เจอกันเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่้า และแม้จะมีอำนาจและเงินมากเพียงใดเขาก็ไม่เคยหยุด สิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่เพื่อเงิน แต่เพื่อ...ความสนุกเท่านั้น