“ได้เื่อะไรมาบ้าง” หลังจากออกมาจากห้องอนุรักษ์กฤษณะก็รีบต่อสายหาคนสนิททันที
“ตอนนี้ผมได้ที่อยู่ของเธอมาแล้วครับนายแต่ว่าเธอเพิ่งจะออกไปพบลูกค้าข้างนอกเลยสวนทางกัน” เตชิตรายงาน
“อื้มอย่างน้อยก็ได้ที่อยู่ของเธอมา เื่หาตัวคงจะไม่ยากแกลงไปรอฉันข้างล่างเลยแล้วกัน”
เขาบอกคนสนิทแล้วกดวางสายไปพร้อมๆ กันนั้นเองประตูลิฟต์ที่ถูกเรียกก็เปิดอ้าต้อนรับร่างสูงใหญ่มือเรียวยาวกดหมายเลขเพื่อลงไปด้านล่าง ใช้เวลาเพียงไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออกอีกครั้ง
“ว้าย!!”เสียงหวีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นด้วยความใ เมื่อปะทะเข้ากับแผงอกของเขาพอดิบพอดี
กฤษณะรีบคว้าตัวเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้หญิงสาวล้มกอปรกับสายตาคมประสานเข้ากับสายตาหวานทำให้กฤษณะตกอยู่ในภวังค์ ดวงตากลมโตปากเล็กจิ้มลิ้มช่างน่าลิ้มลอง กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ก็ช่างยั่วยวนเสียจริงๆหัวใจแกร่งเต้นแรงอย่างผิดปกติ
“ขะ ขอโทษค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
ฝ่ายหญิงสาวที่ได้สติก่อนเอ่ยบอกกฤษณะจึงรีบผละมือออกจากเรือนร่างบอบบางจากนั้นปรับสีหน้าให้เป็ปกติยืนเต็มมาดเข้มตามสไตล์เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม
“ไม่เป็ไรครับ ผมเองก็ต้องขอโทษคุณด้วยที่เดินไม่ทันระวัง”
พอใช้สายตากวาดมองไปรอบๆก็พบว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสองได้ตกเป็เป้าสายตาของคนที่เดินผ่านไปมาอยู่...ซึ่งไม่ใช่เื่แปลกที่ทุกคนจะให้ความสนใจกับทั้งสองคน
เพราะคนหนึ่งก็เป็ถึงประธานหนุ่มชื่อดังที่น่าจับตามองส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็สาวน้อยหน้าหวาน ซึ่งกำลังเป็ที่หมายปองของบรรดาหนุ่มๆ อยู่ในขณะนี้
“เอ่อ!! ขอตัวก่อนนะคะ” เธอเอ่ยบอก รอยยิ้มหวานซึ้งถูกส่งให้กฤษณะอีกครั้งพร้อมกับสายตาคมมองตามหญิงสาวที่เดินเข้าลิฟต์ไปราวกับคนถูกสะกดจิต
“นายครับ”เสียงเตชิตเอ่ยเรียก “มีอะไรรึเปล่าครับนาย”เมื่อเห็นนายของตนยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง เตชิตจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย และเมื่อมองไปรอบๆก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกตินอกเหนือจากผู้เป็นายอีกแล้ว
กฤษณะที่เพิ่งจะรู้สึกตัวหันกลับมาบอกเพียงสั้น ๆ
“เปล่า”แล้วมือยาวก็รับเอกสารจากคนสนิทมาดูใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยเหมือนยังไม่พอใจนักกับสิ่งที่เพิ่งจะได้มา
ใช่!!เขาจะพอใจเพียงแค่ที่อยู่ของเธอได้ไงกันเพราะสิ่งที่เขา้านั่นก็คือตัวหญิงสาวผู้เป็เ้าของที่อยู่นี้ต่างหากหันไปมองลิฟต์เหมือนอาลัยอาวรณ์ลิฟต์ตัวนั้นเป็พิเศษจนเตชิตต้องหันไปมองตามด้วยความสงสัยกับอาการที่ผิดปกติของผู้เป็นายเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ แต่ทว่าเพียงชั่วอึดใจเดียวกฤษณะก็เดินออกไป
ทางด้านอริสาที่วันนี้ต้องออกไปพบลูกค้าในตอนบ่ายได้เดินกลับเข้ามาในบริษัทอีกครั้งเนื่องจากเธอสะเพร่าดันลืมโทรศัพท์คู่กายที่เป็เครื่องมือทำมาหากินสำหรับใช้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างไม่น่าให้อภัยดีหน่อยที่เธอออกก่อนเวลานัดสองชั่วโมง เลยไม่ต้องกังวลมากนักกับเวลาที่สูญเสียไป
เท้าเรียวสวยก้าวเดินออกมาจากลิฟต์ด้วยเสียงหัวใจที่ยังคงดังตึ้กตั้กให้เ้าตัวได้ยิน
“อ้าวมีอะไรรึเปล่าจ๊ะน้องอริส แล้วทำไมหน้าแดงจัง รึว่าไม่สบาย”สาวิกาเอ่ยถามเพื่อนรุ่นน้องที่เพิ่งจะเดินมาหลังจากออกไปพบลูกค้าได้ไม่ถึงสิบนาที ก็เดินกลับเข้ามาใหม่
“ปะเปล่าค่ะไม่มีอะไร พอดีว่าลืมของนิดหน่อยเลยขึ้นมาเอางั้นขอตัวก่อนนะคะ”
เธอหันไปบอกสาวรุ่นพี่แล้วเดินออกไปอย่างไวหลังจากหยิบโทรศัพท์ที่ลืมวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้วนี่เธอเป็อะไรกันแน่นะ ทำไมหัวใจถึงยังเต้นแรงไม่หายมือเรียวยกขึ้นมาจับที่หน้าอกเพื่อระงับความตื่นเต้นใช่ว่าเธอจะไม่เคยพูดคุยกับผู้ชายเลย แต่ทว่าผู้ชายคนเมื่อกี้กลับทำให้เธอมีความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
‘รึว่านี่จะเป็การตกหลุมรักแรกพบกันนะ’ใบหน้าหวานแดงระเรื่อกับความคิดของตน
..........................................................................................................................................