คณะสัตวแพทย์
เหมือนฝันเดินลงจากรถสองแถวไปจ่ายค่าโดยสาร เธอเดินเข้าไปในตึกของคณะ วันนี้เป็วันสอบวันแรกเธอจึงมาแต่เช้า เหล่านักศึกษาต่างยืนออกันอยู่หน้าห้องสอบในแต่ละชั้น ต่างคนต่างทบทวนอย่างขะมักเขม้นก่อนเข้าห้อง เหมือนฝันเดินผ่านเพื่อนนักศึกษาเ่าั้เพื่อไปยังห้องสอบของตัวเองที่อยู่ถัดไปอีกสองห้อง
“เหมือนทางนี้”น้อยหน่ากวักมือเรียกเธอให้เดินไปหา
“มาเร็วจัง”
“ก็กลัวจะหาที่จอดรถไม่ได้นะสิ”
“อ้อ”
“พร้อมไหม”
“พร้อมมาก อ่านมาขนาดนี้ ไม่ยากแน่”
“ทำไมน้อยหน่าทำหน้าอย่างงั้นละ”เหมือนมองน้อยหน่าที่ทำหน้าหนักใจ
“มั่นใจก็มั่นใจอยู่หรอก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำออกมาได้อย่างที่มั่นใจไหมนะสิ”
“ไม่เป็ไรหรอกน่า อย่ากังวลมากนักเลย ฉันเชื่อว่าเราทำได้”
“อื้ม”
“แล้วนี่ฉลามกับนาวายังไม่มาเหรอ”
“ยังไม่เห็นเหมือนกัน เดี๋ยวลองทักไปดีกว่า”น้อยหน่าหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อกดส่งข้อความหาเพื่อนทั้งสอง
“นั่นไง มาแล้ว” เหมือนฝันแตะที่มือของน้อยหน่า
“พวกเธอมาถึงนานแล้วเหรอ”เสียงหอบเหนื่อยของฉลามที่รีบวิ่งมา
“เหมือนก็พึ่งมาเหมือนกัน”
“เื่นี้ฉันยังไม่แม่นเลยอ่ะ ขออ่านสรุปของพวกเธอหน่อย”นาวาเอ่ยกับเพื่อน
Rrrrrr! Rrrrrr! Rrrrrr!
“ฉันไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ แม่โทรมาอ่ะ”เหมือนฝันยื่นบทสรุปให้นาวาก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่บันไดเพื่อรับโทรศัพท์มารดา
“ค่ะแม่”
“เหมือนยังไม่เข้าห้องสอบใช่ไหมลูก?”
“ค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าหรอก แม่กับพ่อแค่จะโทรมาให้กำลังใจหนูนะ”รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อได้ยินสิ่งที่มารดาเอ่ย
“แม่เชื่อว่าลูกสาวแม่เก่งอยู่แล้วสู้ๆนะ”
“ขอบคุณค่ะแม่”
“พ่อบ้างๆ”เสียงของบิดาที่ดังอยู่ข้างๆเอ่ย ทำเอาเธอรู้สึกเหมือนมีพลังเหลือล้น เป็เช่นนี้แทบทุกครั้งที่บิดามารดาของเธอจะต้องโทรมาให้กำลังใจก่อนสอบ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอม
ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะของเหมือนฝันเมื่อรู้ว่าผู้เป็พ่อกำลังจะแย่งโทรศัพท์จากแม่
“เหมือนพ่อเองนะ”
“ค่ะพ่อ”
“พ่อขอให้ลูกสาวพ่อทำข้อสอบผ่านไปได้อย่างง่ายดายในทุกๆวิชา สู้ๆ”
“ขอบคุณค่ะพ่อ”
“เดี๋ยวลูกจะไม่ทันเข้าห้องสอบนะ”คุณมลรดาเอ่ยบอกสามี
“เหมือนรักพ่อกับแม่นะคะ เหมือนต้องวางแล้วค่ะ”
“โชคดีนะลูก”
“ค่า”
หลังจากวางสายเหมือนฝันก็กดปิดเสียงปิดสั่นของมือถือก่อนจะเดินไปสมทบกับกลุ่มเพื่อน
“มีข่าวดีจะบอก...”เหมือนฝันเอ่ยกับเพื่อนเมื่อเดินไปถึง
“ข่าวดีอะไรเหรอ?”น้อยหน่าถามกลับอย่างคนอยากรู้
“เื่ฝึกงาน... ฟาร์มรักเขาตอบรับพวกเราแล้วนะ” เหมือนฝันบอกเพื่อนๆที่ยืนรอฟังข่าวดีจากเธอ
“จริงเหรอ!?”จากใบหน้าฉายแววกังวลของน้อยหน่าแปรเปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อได้ยินข่าวดีเื่ฝึกงาน
“เร็วเหมือนกันนะเหมือน”นาวาเอ่ยขึ้นกับเหมือนฝัน
“อืม หลังสอบเสร็จเหมือนกะว่าจะเอาไปยื่นให้อาจารย์อ่ะ”
“อืม ได้หลังสอบเสร็จเจอกัน พวกเราไปพร้อมกัน” ฉลามเอ่ยกับเพื่อน
“เอางั้นเหรอ ความจริงเหมือนเอาไปยื่นคนเดียวก็ได้นะ”
“ไปด้วยกันตกลงตามนี้”น้อยหน่าเอ่ยเมื่อเห็นด้วยกับความคิดของฉลาม
“ได้ตกลงตามนั้น”
“...แต่ว่า...ใครออกมาเป็คนสุดท้ายต้องเลี้ยงข้าวเพื่อนนะ ตกลงไหม?” น้อยหน่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังตามมาของเพื่อนๆ
“ตกลง”เสียงของเพื่อนอีกสามคนรับปากข้อเสนอของน้อยหน่า
“นักศึกษาถึงเวลาเข้าห้องสอบแล้ว โปรดเตรียมตัวให้พร้อม บัตรนักศึกษา เชคเลขที่นั่งสอบก่อนเข้าห้อง ปิดเครื่องมือสื่อสาร ห้ามนำโพยเข้าห้องสอบ หากตรวจพบว่ามีการทุจริตจะหมดสิทธิ์สอบในทันที เข้าห้องสอบได้” เสียงของอาจารย์ที่คุมสอบกล่าวแจ้งเตือนกับนักศึกษาก่อนเปิดให้เข้าห้อง
“โชคดี”เหมือนฝันหันไปอวยพรเพื่อนๆ
“โชคดี”เพื่อนๆต่างก็เอ่ยอวยพรซึ่งกันและกัน
…..
ฟาร์มม้า
เสียงรถยนต์วิ่งเข้าจอดที่ฟาร์มม้า หมอตะวันลงจากรถแล้วเดินไปเปิดประตูให้หญิงสาวที่นั่งมาด้วย
“ขอบคุณคะ” หมอสาวเอ่ยขอบคุณเมื่อเห็นว่าเขาเอาใจใส่เดินลงมาเปิดประตูให้
“ไม่เป็ไรครับ เป็น่าที่ของผมอยู่แล้ว แต่ว่าคุณหมอแน่ใจนะครับว่าจะขี่ม้าไหว?”
“แน่ใจค่ะ” คุณหมอสาวก้าวขาเดินลงจากรถด้วยท่าทางที่กระฉับกระเฉงซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้เป็อย่างมาก ทำเอาหมอตะวันมองเธอด้วยความงง
“คุณหายแล้วเหรอครับ?”
“ค่ะ ก็ญาดาบอกแล้วไงค่ะว่าไม่เป็อะไรมาก”
ตะวันมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังบอกเขาว่าเจ็บอยู่เลยแต่พอลงจากรถกลับเดินกระฉับกระเฉงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมสายตาท่าทางที่ส่งมาที่เขานั้นดูแปลกยิ่งกว่า ชายหนุ่มส่ายหน้าเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้วครับ งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
“อ้าว! จะไปแล้วหรือค่ะ?”
“ครับ คุณหมอญาดามีอะไรอีกหรือเปล่าครับ?”ท่าทีที่เฉยชานั้นทำเอาหมอญาดาถึงกับไปไม่เป็
“อ้อ เปล่าค่ะ ญาดาก็แค่อยากจะชวนคุณหมอตะวันมาขี่ม้าเป็เพื่อนหน่อยคะ”
“ต้องขอโทษจริงๆครับ เพราะผมต้องไปตรวจลูกม้า และม้าตัวอื่นด้วย เอาไว้โอกาสหน้านะครับ” พูดจบหมอตะวันก็เดินหายไปที่ฟาร์มม้าทันที
“เฮ้อ...ช่างปฏิเสธได้นุ่มนวลเสียจริง”เธอส่ายหน้ากับตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปที่ฟาร์มม้าที่เป็โซนสำหรับบุคคลทั่วไป
ที่นี่เปิดต้อนรับลูกค้าจากภายนอกที่สนใจเข้ามาขี่ม้า ที่ฟาร์มจะมีเ้าหน้าที่จากฟาร์มคอยดูแลฝึกสอนขี่ม้าให้กับลูกค้า และหมอญาดาเองก็เป็ลูกค้าอีกคนหนึ่งที่มาที่นี่เป็ประจำ เธอชอบที่นี่ เพราะที่นี่อากาศดี ทุ่งหญ้ากว้าง ลมผัดเย็นสบาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่มา หากว่าเธอและฐานทัพไม่ใช่เพื่อนไม่แน่ว่าเธออาจจะจีบเขาไปแล้วก็ได้ ใบหน้าหวานหัวเราะให้กับความคิดของตัวเอง เมื่อรู้ว่าตัวเองหลงรักสถานที่ไม่ใช่เ้าของฟาร์มแต่อย่างใด
หมอญาดาเดินเข้าไปเลือกม้าที่เธอจะใช้ขี่ เธอมาที่นี่บ่อยมากจนพนักงานของที่นี่คุ้นชินกันกับเธอเป็อย่างดี อีกทั้งความสนิทสนมของเธอกับฐานทัพ ทำให้เธอค่อนข้างจะสะดวกมาก
กุ๊บกั๊บ! กุ๊บกั๊บ! กุ๊บกั๊บ! เสียงควบม้าของหมอสาวมุ่งหน้าออกจากฟาร์มม้ามุ่งตรงเข้าสู่อาณาจักรทั้งหมดของฟาร์มรักตามเส้นทางม้าที่ทางฟาร์มจัดเอาไว้ให้แก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชม แผ่นหลังบางยืดตรงกับมวยผมที่มัดตึงปลายผมสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม ช่างเป็ท่วงท่าที่สวยงาม หมอตะวันมองคุณหมอสาวที่ขี่ม้าห่างไกลออกไปนิ่ง
เสียงกระแอมไอดังมาจากด้านหลังจนหมอตะวันต้องหันหลังกลับไปมอง
“ไง ทำไมนายไม่ไปขี่กับเธอละ”
“หึหึ ก็กำลังทำงานอยู่ไงครับเ้านาย” ฐานทัพหัวเราะให้คำตอบของเพื่อน เขารู้ว่าหมอญาดาคิดยังไงกับหมอหนุ่มประจำฟาร์มของเขา แต่เหมือนว่าหมอตะวันจะเป็ฝ่ายปฏิเสธมากกว่า
“นายไม่ใจอ่อนให้เธอเหรอ?”
“ใจอ่อนอะไร?”
“ใครๆเขาก็รู้ หรือว่านายไม่รู้?” ตะวันก้มลงลูบแผงคอม้า
“รู้แล้วยังไง?”
“นายมีคนที่ชอบแล้วเหรอ?” มือหนาที่ลูบคอม้าหยุดชะงักกับคำถามที่ฐานทัพถามออกมา ใบหน้านิ่งคิดถึงใบหน้าของเหมือนฝัน ก่อนจะยิ้มออกมา
“สีหน้าแบบนี้แสดงว่าใช่” หมอตะวันเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขา
“เฮ้ย!ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะ ใครเหรอ?... ฉันรู้จักหรือเปล่า?...”
“ไม่มี”หมอตะวันตอบฐานทัพเสียงสูง ฐานทัพส่ายหน้าให้เพื่อน
“ไปล่ะ มีธุระในเมือง”
“อืม”
…..
เหมือนฝันที่พึ่งเดินออกจากห้องสอบมาหยุดยืนรอลิฟท์เพื่อลงไปรอเพื่อนๆที่ยังสอบไม่เสร็จใต้ตึก นิ้วเรียวกดเปิดเสียงมือถือ ข้อความเข้าโชว์หลา มือบางกดเข้าไปอ่านข้อความนั้นทันทีเมื่อเห็นว่าเป็ข้อความจากใคร
“”ข้อความหมอตะวัน “ทำอะไรอยู่เหรอ?”เหมือนฝันก้มลงพิมพ์ข้อความตอบกลับพร้อมเดินเข้าลิฟท์เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก
“เหมือนพึ่งออกจากห้องสอบค่ะ”
Rrrrrr! Rrrrrr!
“สวัสดีค่ะพี่ตะวัน”
“สอบเป็ยังไงบ้าง?”
“ก็พอได้ค่ะ”เสียงหวานใสเอ่ยตอบเขา
“พี่ตะวันกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?”
“พี่อยู่ที่ฟาร์มม้าน่ะ มาดูลูกม้าที่พึ่งคลอด”เหมือนฝันมีรอยยิ้มผุดขึ้นทันที
“เหรอคะ เหมือนอยากจะเห็นแล้วสิ”
“เดี๋ยวก็ได้เจอ หนังสือตอบกลับไปแล้วนะ เหมือนเห็นหรือยัง?”
“เห็นแล้วค่ะ กำลังจะเอาไปยื่นที่คณะค่ะ”
“อื้มม” หมอตะวันยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อรู้ว่าอีกไม่นานเขาจะได้เจอหญิงสาวสักที
“ขอบคุณพี่ตะวันนะคะ เร็วมากกกก” ฮ่า ฮ่า ฮ่าเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสาย
“ขอบคุณอะไรล่ะ มันเป็หน้าที่ของพี่อยู่แล้ว”
“ยังไงก็ต้องขอบคุณค่ะ” เสียงประตูลิฟท์เปิดออกเหมือนฝันเดินออกมาแล้วจากลิฟท์แล้วเดินตรงไปที่เลือกที่นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงที่ไม่มีแดด เพื่อนั่งรอเพื่อนๆ
“พี่ต้องวางแล้ว แล้วเจอกันที่ฟาร์มนะ”
“แล้วเจอกันค่ะ” เหมือนฝันกำมือถือแน่น พร้อมหัวใจที่ตื่นเต้นเมื่อนึกถึงเื่ฝึกงานที่ใกล้จะเข้ามาในอีกไม่นาน