“ฮือๆๆๆๆๆ หนาวหนาวเหลือเกินช่วยข้าด้วยข้าหนาวเหลือเกิน”
อี้หลิงกุ้ยเฟยกอดรวบร่างเล็กกระจ้อยของลูกสาววัยสามขวบไว้แน่น
“ทะท่านแม่ เขา ไม่รักข้า เขาปล่อยให้ข้าตาย”อิงหลันน้อยสะอื้นอย่างหนักในอ้อมแขน
“ไม่มีใครทำร้ายเ้าได้แค่เพียงฝันร้ายเ้าเป็องค์หญิงที่เสด็จพ่อโปรดปรานที่สุดเห็นไหมด้านนอกนั่นองครักษ์นับสิบนับร้อย คอยวนเวียนอารักขาตำหนักของเ้าแม้แต่มดแมลงยังไม่อาจเล็ดลอดเข้ามาได้”สะอื้นอย่างหนัก อี้หลิงกุ้ยเฟยลูบแผ่นหลังเล็กเบาๆ
“นอนเสียพรุ่งนี้มีเื่สนุกมากมายให้ทำ อ๋องน้อยกุนไฉ่จะแวะมาที่นี่เ้าคงจะดีใจที่มีเพื่อนเล่น”
“ทะท่านแม่ ใต้เท้าเซิ่น ตอนนี้ดำรงตำแหน่งอะไร”
“หืมมมอยู่ๆ เช่นไรองค์หญิงน้อยของแม่ถึงถามเื่ที่ไม่นาสนใจเพียง
นี้ ใต้เท้าเซิ่นหลังจากที่บุตรีคนโตเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุก็ ลาออกจากขุนนางใช้ชีวิตเรียบง่าย เหลือแต่บุตรีคนรอง..อิงอิง..ที่ตอนนี้เป็นางกำนัลคนสนิทของฮองเฮาในตำหนักชิงหนิงกง”
พยักหน้าขึ้นลงท่าทีจริงจัง จนอี้หลิงกุ้ยเฟยอดเอ็นดูไม่ได้ ไม่ถามถึงมู่เฉวียนทั้งด้วยความน้อยใจและเ็ปเกินกว่าจะเอ่ยชื่อเขา
“แต่แปลกยิ่งนักก่อนหน้านั้นมีเื่ร่ำลือกันว่า มู่เฉวียนอ๋องจงใจฆ่าภรรยาเพราะนางไม่ยอมหย่าให้เขา เขาเองมีใจปฏิพัทธ์ เซิ่นอิงอิง แต่พอชายาตายกลับเข้าวัดทำตัวเยี่ยงนักบวช”อิงหลันยิ้มหยัน
รักนางมาก ทำไมไม่แต่งกับอิงอิงเสียจะครองตัวเป็โสดเพื่อให้คนคิดว่าตัวเขาสำนึกผิดที่ปล่อยให้อิงหลันจมน้ำตายอย่างนั้นหรือคิดว่าคนโง่งมที่ไหนจะหลงกลในเมื่อที่ผ่านมามีใครบ้างไม่เห็นว่ามู่เฉวียนร้ายกับ อิงหลันเพียงใด
สี่ปีก่อนหน้านั้น
ร่างบาง ของอิงหลันสะอื้นอย่างหนักบนแท่นนอน อาภรณ์สีสวยถูกดึงทึ้งขาดวิ่น กองเกลื่อนพื้น ร่างเปลือยที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของมู่เฉวียนนอนหลับใหลบนแท่นนอนไม่ทุกข์ร้อนทั้งๆ ที่อีกคนเ็ปไปทั่วร่างพอจะขยับกายหนีเขากับ พลิกตัวทาบทับไว้เสีย บทรักห่ามหื่นที่ผ่านไปสร้างความเ็ปทั้งร่างกายและเจ็บใจกับคำพูดที่ว่า
“ข้าไม่เคยรักเ้าอิงหลัน แต่ด้วยข้าเป็สามีของเ้า เื่บนแท่นนอนก็ควรเป็เ้าที่ ต้องปรนเปรอข้า อีกอย่างอิงอิงร้องไห้ฟูมฟายเมื่อเช้านางมาพบข้าพร้อมกับรอยช้ำบนใบหน้าเ้าลงไม้ลงมือกับนาง ข้าจำต้องสั่งสอนเ้าเสียบ้าง”
แม้จะร้องขอชีวิต แต่อีกคนแค่เพียงยิ้มหยัน สายตาเฉยชาไม่ได้สนใจหยาดน้ำตาที่ร่องแก้มของอิงหลันแม้แต่น้อย
“ข้าไม่เคย้าตัวเ้าใบหน้าที่ไม่ได้มีสิ่งใดโดดเด่นของเ้าเมื่อข้ามองแล้วอยากจะเบือนหน้าหนีเสีย”หลากหลายคำพูดทิ่มแทงใจ ให้เจ้บปวดจนไม่อาจมีชีวิต
ค่ำคืนยาวนานผ่านไปช้าๆ บทสวาทซ้ำสองซ้ำสามจนร่างบางระบมไปทั่วร่าง มือใหญ่รั้งเอวบางไว้แน่นขยับตัว ก็ถูกทาบทับซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีความอ่อนโยนดังเช่นที่อิงหลันเห็นเขาเฝ้าจุมพิตที่หลังมือของอิงอิงราวกับกลัวว่ามือบางจะช้ำ
“เลิกร้องได้แล้ว น้ำตาเ้าไม่มีผลใดต่อข้า”อิงหลันสะบัดตัวแต่กลับถูกรั้งเอวให้ ชิดลำตัวเปลือย
“อยากเป็เมียข้าจะกล้าแย่งคนรักของน้องสาว แล้วยังมาทำท่าที เสียดายพรหมจรรย์หรือไร”อิงหลันสะอื้นอย่างแรงยกมือปิดหูไว้แน่น
“จำเอาไว้ ข้าไม่หย่าจนกว่าเ้า จะทูลขอกับฝ่าา ให้ประทาน การหย่าเหมือนที่บิดาเ้าขอให้ฝ่าาประทานงานแต่งงานข้ากับเ้า”
สายตาเจ็บช้ำของอิงหลันที่ทอดมองไปยังมู่เฉวียนหามีผลใดใดเมื่อมู่เฉวียน หลับตา ด้วยความเมื่อยล้าจากการกรำศึกบนแท่นนอน
อาบน้ำชำระร่างกายที่บัดนี้กับเปรอะเปื้อนไปด้วย กลิ่นสวาทที่อิงหลัน แทบจะสำรอกออกมา ขัดถูผิวเนื้อเนียนอย่างแรงด้วยหัวใจที่บอบซ้ำ
“พี่สาว ข้าอยากได้อาภรณ์ผ้าไหม จากต่างแคว้นที่ฝ่าาประทานให้ท่านในงานมงคลสมรสข้าจึงมาหยิบมันด้วยตัวเอง หวังว่าท่านจะไม่ใจร้ายกับข้า”อิงอิงถือวิสาสะ เดินเข้ามาในห้องอาบน้ำ อิงหลันรีบปาดน้ำตา
“นั่นมันของที่ฝ่าาประทานให้ข้าและมันคืออาภรณ์สีแดงมงคล สำหรับสวมในวันวิวาห์”
“ท่านก็แค่บอกว่าทำมันหายไป หลายอย่างที่ข้าขอท่านไม่เคยให้ รวมทั้งการขอให้ท่านยกเลิกการแต่งงานกับเจียฟู (พี่เขย) เสียท่านก็ให้ข้าไม่ได้มาครั้งนี้ยังกล้าปฏิเสธข้าอีกหรือ เมื่อคืนยังไม่เข็ดหลาบอีกหรือไร ข้าได้ยินท่านทะเลาะกับ เจียฟูเสียงดังลั่นไม่สิจะเรียกว่าทะเลาะกันก็ไม่ถูกต้องเรียกว่า เจียฟูโมโหใส่ท่าน พี่สาว แค่นี้ท่านก็น่าจะรู้ฐานะตัวเองแล้ว”
“อิงอิงออกไป ออกไปจากห้องข้าเดี๋ยวนี้”
“ท่านกล้าไล่ข้าหรือ นี่ท่านยังไม่รู้หรือว่าอิงอิงดีกับท่านเพียงใดเมื่อเช้า พี่เขยแวะไปจุมพิตบอกลาข้าเพื่อจะเข้าไปถวายงานในวังหลวงข้ายังช่วยพูดให้พี่เขยดีกับท่าน”
“ออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้”
“ขอบคุณพี่สาวข้านำอาภรณ์ชุดนี้ติดมือไปด้วยเสียเลย จะได้ไม่เสียเที่ยวท่านก็อย่าโมโหให้มากเราสองคนต้นทุนต่างกัน อย่างไรเสียพี่เขยก็รักเมตตาข้ามากว่าท่านอยู่ดี ทำใจเสียเถิด”
อิงหลันกัดฟันจนเป็สันนูน อิงอิงเคยน่าเอ็นดูกว่านี้ เคยน่ารักกว่านี้ แต่เมื่ออิงหลันแต่งกับมู่เฉวียนน้องสาวที่น่ารักกลับแปรเปลี่ยนไป
มู่เฉวียนที่บัดนี้กลับกลายเป็คนเงียบขรึม จูงมือท่านอ๋องน้อยกุนไฉ่ก้าวเดินมาเสียพร้อมกัน
อิงหลันจ้องมองร่างสูงสง่าของอีกคน ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย แต่บัดนี้ดวงตากลับเศร้าสร้อย
“องค์หญิง นั่นคือ มู่เฉวียนอ๋อง”
อิงหลันหลุบตามองพื้นก่อนจะเงยหน้าแย้มยิ้ม
“อิงหลันดีใจที่พบท่านอา อ๋องน้อยกุนไฉ่เ้าต้องถวายพระพรข้า”
อิงหลันเอ่ยปากด้วยท่าทีแก่เกินวัย อี้หลิงกุ้ยเฟยยิ้มบางๆ ข้างหน้านั่นร่างบางอ้อนแอ้นใน อาภรณ์นางกำนัลชั้นสูงของอิงอิง ในวัยสาวที่สวยจนสะกดใจ ก้าวเข้ามายืนตรงหน้า อิงอิงเหลือบตามองมู่เฉวียนแว่บหนึ่งปรากฏแววตาดีใจอย่างที่สุดที่ได้พบ แต่กลับรีบปรับสีหน้าเสีย
“ท่านอ๋อง ฮองเฮาให้ท่านพบที่ตำหนักชิงหนิงกง”
อิงหลันจับสีหน้าของมู่เฉวียนที่บัดนี้ไม่มีท่าทีรักใคร สายตาเฉยชาเหมือนเช่นที่เคยมองอิงหลันยามที่มองอิงอิงในครั้งนี้
“ข้า แวะมาส่งอ๋องน้อยกุนไฉ่” นำเสียงยังเรียบเฉย อ๋องน้อยกุนไฉ่วิ่งเข้าจูงมืออิงหลันในทันที
“ท่านอาท่านไปเถิด เย็นลงจึงค่อยมารับข้า”มู่เฉวียนยิ้มอ่อนโยน
“อ๋องน้อย อย่าเล่นซนนัก ท่านพ่อจะว่าอาไม่ใส่ใจ บ่ายๆ อาจึงจะมารับ”อิงหลันเบือนหน้าหนีจากน้ำเสียงอ่อนโยนนั้นเสีย