การต่อสู้ดำเนินไปพักใหญ่ เย่หยุนซียังคงใช้หยาดพิรุณสร้างเป็เข็มน้ำแข็งโหมกระหน่ำโจมตีเหล่าอสรพิษวารีระดับหลอมรวมอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีท่าทีจะหยุดพัก
ถึงแม้พวกมันจะพยายามพ่นพิษสวนกลับ แต่ด้วยระยะการโจมตีที่สั้นมากจึงมิอาจทำอะไรชายหนุ่มซึ่งขี่กระบี่บินอยู่บนท้องนภาได้ แถมเกล็ดสีน้ำเงินที่พวกมันภาคภูมิใจก็เริ่มมีรอยแตกร้าวปรากฏขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“ตอนนี้แหละ!”
เย่หยุนซีที่สังเกตเห็นความผิดปกตินั้นรีบหลอมรวมสายฝนให้ก่อตัวเป็กระบี่น้ำแข็งขนาดใหญ่ ก่อนจะใช้ทักษะควบคุมกระบี่บังคับมันฟาดฟันไปยังเป้าหมายซึ่งอยู่เบื้องล่าง ทำเอาเหล่าอสรพิษวารีระดับหลอมรวมตัวขาดครึ่งไปเกือบ 50 ตน
“อึก! ช่างเป็คมกระบี่ที่รุนแรงอะไรขนาดนี้!”
เหล่าทหารที่มองเห็นเหตุการณ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้แต่หลิงจีที่ยืนมองอยู่ไกลๆก็ยังตกตะลึงกับพลังที่เด็กหนุ่มแสดงออกมา เพราะต้องบอกก่อนว่า แม้แต่ตัวนางเองก็ยังจัดการสัตว์อสูรระดับเดียวกันไม่ได้ง่ายๆเฉกเช่นเย่หยุนซี
“ไม่คิดเลยว่าคุณชายจะทรงพลังเช่นนี้” นางกล่าวชื่นชม ก่อนจะง้างคันศรยิงอสรพิษวารีตนหนึ่งที่กำลังจะเขมือบทหาร
ตัดกลับมาทางฝั่งของเย่หยุนซีกันบ้าง หลังจากที่สังหารเป้าหมายจนราบ เขาก็ไม่ลืมที่จะเก็บแก่นอสูรและวิ่งไปยังจุดอื่นซึ่งมีอสรพิษวารีชุกชุมยิ่งกว่า
แต่ทว่า! จู่ๆเสียงของเทพธิดาเซียนเหยาคนเดิมก็ดังขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มต้องชะงักฝีเท้า “เด็กน้อย ทางด้านขวาของเ้ามีโชควาสนาครั้งใหญ่ แต่ก็อันตรายอยู่เหมือนกัน”
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็รีบมุ่งตรงไปทางขวาของตนเองโดยไร้ซึ่งความลังเลใจ ถึงกับทำให้เทพธิดาเซียนเหยาพูดว่าเป็ ‘โชควาสนาครั้งใหญ่’ ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่สมบัติธรรมดาสามัญ
หลังจากเวลาผันผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป เด็กหนุ่มก็มาถึงชายป่าต้องห้ามซึ่งเป็หนึ่งในสถานที่อันตรายที่สุดของจักรวรรดิเมฆคราม
“โชควาสนาที่ท่านว่าอยู่ในนี้งั้นหรือขอรับ” เย่หยุนซีหยุดชะงักฝีเท้าแล้วเอ่ยถาม
“ไม่ใช่! มันอยู่ตรงเนินด้านขวา แต่เมื่อเ้าได้มันมาให้รีบถอยทันที!” เทพธิดาเซียนเหยาตอบกลับแกมสั่ง
เย่หยุนซีจึงใช้ย่างก้าวเร้นลับพุ่งทะยานไปยังเนินที่ว่านั่น จนกระทั้งได้พบกับลูกสิงโตสีทองซึ่งอยู่ในสภาพสบักสบอมาเ็สาหัส
“เ้าตัวน้อยนั่นแหละ รีบอุ้มมันขึ้นมาแล้วหนีเดี๋ยวนี้!!” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวอย่างจริงจัง
เด็กหนุ่มแม้จะมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่เขาก็รีบวิ่งไปอุ้มลูกสิงโตทองคำตัวน้อยแล้วพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงสุดกลับกระโจมในทันที
ซึ่งหลังจากที่เขาออกมาได้สักพัก! ดวงตาของสัตว์อสูรจำนวนมากก็ปรากฏอยู่ตรงบริเวณชายป่าพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องฟ้าราวกับว่ากำลังโกรธแค้นอะไรสักอย่าง
“ท่านเทพธิดา เ้าตัวน้อยนี่เป็ตัวตนแบบไหนกัน!” ขณะที่กำลังวิ่งเต็มกำลัง เย่หยุนซีก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
“มันคือราชสีห์ทองคำสามตา! สัตว์มงคลที่แม้แต่เทพยังอยากได้” เซียนเหยาตอบกลับตามความจริงอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เอ่อ.....แล้วมันมีความสามารถอะไรบ้างหรือขอรับ?” เย่หยุนซีเอ่ยถามอีกครั้ง
“ราชสีห์ทองคำสามตา! คือสัตว์มงคลที่มีความสามารถในการเสาะหาสมบัติ แถมยังได้รับการอวยพรจาก์ ทำให้ทุกๆที่ๆมันอาศัยมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ ไร้ซึ่งภัยธรรมชาติ”
“หา! ถึงกับมีความสามารถที่โกงขนาดนี้!!”เย่หยุนซีจ้องลูกสิงโตตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนด้วยความตกตะลึง มิน่าละ! เทพธิดาเซียนเหยาถึงได้บอกว่า แม้แต่เทพก็ยังอยากมัน
“คิกคิก ข้าถึงบอกไงว่าเป็โชควาสนาครั้งใหญ่........แต่หากเ้าไปช้ากว่านี้อีกนิด เกรงว่าสัตว์อสูรระดับสูงคงจะกินมันไปแล้ว เพราะเืเนื้อของสัตว์มงคลทำให้สัตว์อสูรวิวัฒนาการได้” นางกล่าว
“อืม โชคดีจริงๆที่พวกสัตว์อสูรเ่าั้ไม่ตามพวกเรามา” พูดจบ! เย่หยุนซีก็ไม่รอช้าพุ่งตรงกลับไปยังจุดที่เกิดการปะทะระหว่างกองทัพประจิมและอสรพิษวารีซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก
“คุณชาย! ท่านช่างน่าตีนัก” หลังจากที่มาถึง หลิงจีในชุดคลุมสีดำก็พุ่งทะยานมาหาเขาพร้อมทั้งแสดงอาการแง่งอนใส่ สาเหตุก็เพราะเย่หยุนซีจู่ๆก็หายตัวไปทำให้นางต้องตามหาอยู่นานสองนาน
“เสี่ยวหลิง ข้าขอโทษๆ แต่เื่ที่ข้าหายตัวไปเอาไว้ทีหลัง........พวกเราต้องรีบกลับไปที่กระโจมเพื่อรักษาเ้าตัวน้อยนี่ก่อน” เย่หยุนซีกล่าว
หลิงจีที่มองเห็นราชสีห์ตัวน้อยกำลังาเ็สาหัสก็พลันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งกลับกระโจมในทันที
ส่วนเื่อสรพิษวารี ทั้งสองไม่จำเป็ต้องกังวลเลยสักนิด เนื่องจากเย่ชิงหยางได้สังหารจ่าฝูงของมันเป็ที่เรียบร้อย ทำให้อสรพิษวารีที่เหลือพากันถอยกลับลงไปในแม่น้ำอย่างรวดเร็วเพราะพวกมันไร้ซึ่งผู้นำ