ตอนที่ 7
เริ่มต้นการค้าขาย (7)
เช้าวันถัดมาสองแม่ลูกจูงมือกันเดินไปที่บ้านของท่านยายแผงผักที่ตั้งอยู่ถัดจากเรือนพักของพวกนางไปไม่มากนัก
ิ่อวี้เฟยใจอ่อนตามคำขอร้องของบุตรสาวจนสุดท้ายนางก็ยอมมาช่วยเหลือท่านยายผู้นี้ หลังจากที่พูดคุยตกลงเื่งานที่ต้องกระทำเสร็จแล้วทั้งสองฝ่ายก็แนะนำตัวกันอีกจนทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักซึ่งกันและกันดีพอควรแล้ว
ท่านยายเ้าของแผงผักผู้นี้แซ่หวังพวกนางเลยตัดสินใจเรียกว่าท่านยายหวัง
ตอนเช้าทั้ง 2 พากันเดินไปที่บริเวณบ้านของท่านยายหวังเมื่อไปถึงก็ช่วยจัดเตรียมผักที่จะพร้อมไปส่งขายที่ตลาด
ทั้ง 3 ที่มี่อายุต่างกันช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้นแล้วรีบเร่งตรงไปที่บริเวณแผงผักของท่านยายที่ตั้งอยู่ภายในตลาด เมื่อวานนำผักไปประมาณนึงแต่ว่าก็สามารถขายหมดได้อย่างรวดเร็ววันนี้พวกนางเลยตัดสินใจจะเพิ่มจำนวนผักเข้าไปอีกเพื่อให้เพียงพอต่อการขาย มันเพราะว่าเมื่อวานยังมีลูกค้าอีกหลายคนที่ไม่ได้ผักกลับไป
ทั้ง 3 แบกข้าวของพะรุงพะรังไม่เว้นแม้แต่เด็กน้อยเองก็ช่วยถือของมากมายด้วยเช่นกัน
เมื่อเดินไปถึงแผงพักที่ตั้งอยู่บริเวณสุดทางทั้ง 3 ก็ได้ช่วยกันจัดแผงผักกันอย่างแข็งขัน เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จพร้อมจะเปิดร้านจูเฟยตัวน้อยก็ทำหน้าที่ของนางโดยการแบ่งผักจำนวนหนึ่งแล้ววิ่งออกไปขายเช่นทุกวัน
มารดาที่เห็นบุตรสาวตัวน้อยของนางวิ่งออกไปด้วยตัวคนเดียวเช่นนั้นก็อดจะเป็ห่วงไม่ได้แต่ว่าจูเฟยบอกว่านางทำได้ถ้ายังได้รับการยืนยันจากปากของท่านยายหวังแล้วด้วย
โดยวันนี้ดูเหมือนว่าจะมีลูกค้าที่ติดใจในคุณภาพผักของร้านท่านยายหวังเข้ามาซื้อเพิ่มเป็จำนวน 1 จูเฟยนำผักออกเลขขายตามจุดต่างๆมา 2 วันแล้วลูกค้าเลยเพิ่มพูนขึ้นเป็อย่างมาก
จนแม้กระทั่งวันนี้ที่เพิ่มจำนวนขึ้นมาทุกอย่างก็ยังถูกขายหมดอย่างรวดเร็วั้แ่ยังไม่เที่ยงวันเลยเสียด้วยซ้ำ และก็มีลูกค้าบางผู้ที่ไม่ได้ผักไปเช่นเดิม แน่นอนว่าต้องมีผู้คนมากมายถูกใจในคุณภาพของร้านท่านยายหวังแถมร้านขายผักแห่งนี้ยังมีราคาถูกด้วย
หลังจากที่ขายผักหมดจนเสร็จก่อนจะเที่ยงวันิ่อวี้เฟยก็ได้รับเงินจำนวนมากมา มันเป็ส่วนแบ่งจากท่านยายหวังวันนี้ผักของนางขายดิบขายดียิ่งนักทุกอย่างขายหมดโดยที่ยังไม่ถึงตอนเที่ยงวันเลยเสียด้วยซ้ำ
อวี้เฟยที่ได้รับเงินจำนวนมากมันเป็เงินมากขณะที่นางต้องทำงานถึง 10 วันถึงจะได้เงินจำนวนนี้มา แต่เมื่อได้มาก็หวังจะทำอาหารอร่อยๆให้ลูกน้อยและท่านยายกินเพื่อเป็ของตอบแทนนางเลยเดินไปซื้อวัตถุดิบต่างๆก่อนที่จะพากันเดินกลับไปที่บ้านของท่านยายหวังเพื่อกระทำสวนในตอนบ่ายต่อ
เมื่อเดินกลับไปถึงบ้านของท่านยายหวังทั้งสามก็นั่งพักเที่ยงกันก่อนสักครู่หนึ่งโดยมีิ่อวี้เฟยเป็ผู้ทำอาหารเลิศรสมาให้กับท่านยายและจูเฟยกิน
ทั้ง 3 นั่งกินอาหารกลางวันบนโต๊ะหน้าบ้านที่มีลมเย็นๆพัดผ่านอย่างเอร็ดอร่อย
อวี้เฟยก่อนที่นางจะมาเป็อนุของขุนนางหลี่ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างอยากได้นางไปนางมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามทั้งยังมีฐานะที่ดีและไม่ต้องพูดถึงงานบ้านงานเรือนเองก็ไม่เคยขาดตกในฐานะสตรี จนกระทั่งนางนั้นไปพบรักกับชายผู้นึง
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเหล่าขุนนางกลั่นแกล้งบิดาของนาง นางเองคงจะได้แต่งออกเรือนกับชายผู้ที่นางรักอย่างเป็สุขไปแล้ว
ทั้งสามถือโอกาสนั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยและหลังจากนั้นก็เริ่มทำสวนในตอนบ่ายต่อทันที
สวนเมื่อวานที่ถูกพรวนดินและเคลียร์พื้นที่จนเสร็จเรียบร้อยจูเฟยได้มาเริ่มทำการหว่านเมล็ดด้วยเมล็ดที่นางหว่านลงไปก็ล้วนเป็พืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่สามารถปลูกและเก็บกินได้
ทั้ง 3 ช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้นแข็งขัน วันนี้ถือว่าโชคยังดีที่ได้มารดาของนางมาช่วยเื่การใช้แรง เลยได้อวี้เฟยมาช่วยเหลือในส่วนนั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่เด็กน้อยได้เห็นมารดาของนางลงแรงทำงาน แม้จะอยู่ในวัยประมาณ 30 แต่ว่ามารดาของนางก็ยังคงความงดงามอยู่แต่ว่าเวลาที่ทำงานนางก็ทำเต็มที่โดยที่ไม่คำนึงเลยว่านางเคยเป็หญิงงามแห่งเมืองหลวงมาก่อน
ทั้ง 3 ช่วยกันทำนู่นทำนี่ไปสักพักใหญ่ๆวันนี้ทุกอย่างดูราบรื่นไปหมดิ่อวี้เฟยก็สามารถพรวนดินและเพิ่มแปลงผักที่พร้อมจะลงหว่านเมล็ดได้ถึง 2 แปลง
แต่ว่าในขณะที่ก้มๆเงยกำลังทำบางอย่างอยู่นั้นตัวของจูเฟยก็ได้มองเห็นบางอย่างที่นางนั้นรู้สึกตะขิดตะขวงใจเป็อย่างมาก นั่นคือแปลงผักข้างๆแปลงที่นางกำลังหว่านเมล็ดลงดินอยู่
นางจำได้ว่าตรงบริเวณแห่งนี้เมื่อวานพืชผักมันยังไม่เติบโตขนาดนี้เลยแต่ดูด้วยสายตาในยามนี้แล้วมันก็ราวกับว่าเหมือนว่ามันจะเติบโตขึ้นมาจนราวกับว่าในวันพรุ่งจะนี้สามารถเก็บเกี่ยวและนำไปขายได้แล้ว
เด็กน้อยยืนนิ่งพร้อมกับใช้ดวงตากลมโตจ้องมองผักที่ตนเองนั้นกำลังสงสัยด้วยความฉงน
ท่านยายหวังที่ยืนอยู่นางก็สายตามองเห็นยายหนูจูที่กำลังมองบางอย่างด้วยความฉงน
“ ยัยหนูจูเป็อันใดน่ะ ” ท่านยายหวังเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เป็กังวล ตอนนี้แสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันมันก็แผดเผาลงมาแผ่ความร้อนระอุไปทั่วทั้งบริเวณ บริเวณแปลงผักแห่งนี้ก็ไม่ค่อยมีร่มเงาต้นไม้ใหญ่ให้บดบังแสงแดดสักเท่าไหร่ นางก็เกรงว่าเด็กน้อยเช่นจูเฟยจะไม่สบายเมื่อเห็นยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นมาสักพักแล้ว
“ ไม่เ้าค่ะ... ” จูเฟยหันไปตอบกลับนางเลือกที่จะสลัดความสงสัยนั้นออกไปก่อนเพื่อที่จะกระทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเสียก่อน
เด็กน้อยวัย 6 ปีที่ยืนอยู่ก็สะบัดหน้าของนางไปมาเพื่อเรียกเร้นสติกลับมาแล้วเริ่มลงมือลงแรงทำงานที่นางได้รับมอบหมายต่อในทันที
ทั้ง 3 ทำงานไปบ้างแล้วก็นั่งพักกันบ้างแต่สุดท้ายแล้ววันนี้ก็ถือว่าผลลัพธ์ที่ได้มานั้นดีเยี่ยมยิ่งนักแปลงพืชผักมันถูกเพิ่มขึ้นมาถึง 4 แปลงแล้วจูเฟยที่ได้รับหน้าที่เป็คนหว่านเมล็ดทั้งหมดก็สามารถหว่านเมล็ดได้ครบหมดทุกแปลงแล้ว
ยามเย็นดวงอาทิตย์อัสดงเปล่งประกายทอแสงสีส้มอมแดงสว่างไสวปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา เสียงสายลมเบาๆพัดผ่านเย้าหยอกร่างกายพร้อมกับเสียงของนกมากมายที่บินหยอกกันอยู่บริเวณรอบๆทำให้เกิดเสียงประสานราวกับเป็เสียงดนตรีอันผ่อนคลาย
ิ่อวี้เฟยและท่านยายหวังได้ทิ้งกายนั่งลงบริเวณโต๊ะด้านหน้าของเรือนไม้เล็กๆ เด็กน้อยก็แสนเอาใจยิ่งนักรีบวิ่งไปนำน้ำภายในบ้านแล้วเอาออกมาให้มารดาและท่านยายทันที
“ นี่เ้าค่ะ!! ” เด็กน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งน้ำให้กับมารดาและท่านยายหวังพร้อมกับส่งรอยยิ้มแป้นออกมาทันที
แน่นอนว่าทั้งสองก็ยิ้มรับเด็กน้อยแล้วก็รับน้ำเอาไว้ในมือก่อนที่จะดื่มพวกมันจนหมด
เมื่อทั้งสองได้ดื่มน้ำจนหมดจูเฟยที่เก็บเื่บางอย่างเอาไว้ภายในใจมาสักพักก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที นางอัดอั้นเื่นี้ั้แ่ตอนที่นางได้รู้แต่ว่าก็พยายามจะอดกลั้นพวกมันเอาไว้ก่อนแล้ว เพราะงานของนางยังไม่เสร็จแต่ในเมื่อตอนนี้งานของนางทั้งหมดมันเสร็จแล้วนางก็มีสิทธิ์ที่จะเอ่ยถาม
“ ท่านยายหวังเ้าคะเหตุใด พืชผักในแปลงของท่านถึงเจริญเติบโตได้รวดเร็วมากเพียงนี้ล่ะเ้าคะ ” เด็กน้อยเอ่ยถามไปตามสิ่งที่ตนเองนั้นกำลังสงสัยอยู่ พืชที่นางเห็นแปลงข้างๆจำได้ว่าเมื่อวานมันยังเป็เพียงต้นอ่อนเท่านั้นแต่เหตุใดผ่านมาเพียงวันเดียวมันก็เติบโตกลายเป็ต้นขนาดกลางและดูเหมือนว่าในวันพรุ่งนี้ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว
ตัวของนางที่มาจากยุคที่ทุกอย่างก้าวหน้าล้ำสมัยไปแล้วก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะว่าไม่ว่ามองจากในทางใดยุคที่นาจากมามันก็ต้องใช้เวลาสักพักกว่าพืชผักจะเติบโต
แต่นี่ 3 วันถ้ามองจากสายตา 3 วันน่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว และนางก็พยายามคิดมาในตลอดเวลาที่นางกำลังก้มทำงานอยู่ว่าเหตุใดท่านยายหวังถึงมีผักสดใหม่ออกไปขายในตลาดทุกวันทั้งที่นางมีเพียงแค่แปลงผักเล็กๆเท่านั้น
ท่านยายหวังที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกับฉายบางอย่างที่เก็บซ่อนอยู่ภายในใจออกมาจนเด็กน้อยตรงหน้านั้นสังเกตได้ นางใช้ชีวิตอยู่ร่วมั้แ่ภายในชีวิตก่อนก็ร่วม 30 ปีแล้วพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตาพูดคุยมาเองก็มากเช่นกัน นางย่อมรู้ดีว่าใบหน้าของท่านยายหวังตอนนี้มันกำลังมีบางอย่างเก็บซ่อนเอาไว้อยู่
“ มีอันใดงั้นหรือเ้าคะ ” จูเฟยใช้ใบหน้าที่ใสชื่อถามกลับไปพร้อมกับเอียงคอสงสัย นางจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันมีเื่อันใดที่เก็บซ่อนเอาไว้อยู่กันแน่น
ตอนนี้เมื่อได้เอี้ยวหูฟังบทสนทนามาสักพักแม้แต่ตัวของิ่อวี้เฟยเองก็ยิ่งสงสัยเข้าไปด้วย
“ เฮ้อ!!! ” ยายหวังถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความหนักใจพร้อมกับคอและไหล่ที่ตกลงเล็กน้อย
นางครุ่นคิดมาสักพักแล้วว่าจะอธิบายเื่นี้ดีหรือไม่แต่สุดท้ายนางก็ยอมที่จะอธิบายทั้งหมดออกมา
ท่านยายหวังเริ่มเล่าั้แ่เริ่มต้นเกี่ยวกับที่ดินผืนนี้ที่ดินผืนนี้ถูกสืบทอดกันมาั้แ่ยุคบรรพบุรุษของนาง โดยในบรรพบุรุษรุ่นก่อนของท่านยายหวังมีผู้หนึ่งเป็ผู้ฝึกยุทธ์และเขาก็ได้ร่ำเรียนวิชาค่ายกลแขนงหนึ่งที่สามารถเร่งให้เหล่าพืชผักและสมุนไพรที่เพาะปลูกภายในที่ดินผืนนี้มีการเจริญเติบโตได้รวดเร็วมากขึ้น
เมื่อได้ฟังเื่ทั้งหมดตัวของจูเฟยก็ได้แต่ตั้งข้อสงสัยมากมายนางเองก็เพิ่งมาที่โลกแห่งนี้ แถมยังมาอยู่ในร่างของเด็กน้อยที่มีวัยเพียงแค่ 6 ปีที่แทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยุคนี้เลย แต่ว่านี่มันคือยุคจีนโบราณภายในหนังที่นางเคยดูในทีวีหรือโทรทัศน์มากมายมันก็ย่อมมีเกี่ยวกับเื่วิชากำลังภายในหรือว่าพลังิญญาต่างๆ
เด็กน้อยเลยหันไปถามกับมารดาที่มีอายุมากกว่าจึงได้ความว่าโลกแห่งนี้มันก็มีสิ่งที่เรียกว่าพลังวิเศษเหมือนกันโดยพวกที่ฝึกฝนมันจะถูกเรียกว่าผู้ฝึกยุทธ
เมื่อได้ฟังทุกอย่างในตอนนี้เด็กน้อยก็ดูไม่แปลกใจอันใดแล้ว มันมีเื่อันใดที่น่าแปลกใจไปกว่าการที่นางที่อยู่ในยุคสมัยอื่นจะมาอยู่ในร่างแห่งนี้อีกหรือ แล้วถ้าในยุคสมัยนี้มีสิ่งที่เรียกว่าพลังิญญาและการฝึกยุทธ์มันจะแตกต่างอะไรกันมันไม่ใช่เื่ที่น่าประหลาดใจสำหรับนางเลยสักนิด
ตอนนี้เด็กน้อยก็ได้แต่ทำใจเชื่อและยินดีกับผลประโยชน์ที่บรรพบุรุษของท่านยายหวังทิ้งเอาไว้ให้ั้แ่บรรพชนโดยสืบทอดมาในยุคสมัยนี้
จบตอน