ตอนที่ 10 ตกลงไปทำอะไรเอาไว้กันแน่
ขณะกำลังพูดอยู่ ก็ได้ยินเสียงไขกุญแจเข้ามาจากข้างนอกเหยียนฮุ่ยเลิกงานกลับถึงบ้านแล้ว
“ซ่านซ่านรีบมานี่เร็ว แม่ซื้อขนมแป้งทอดมา ลูกรีบเอาไปกินตอนร้อนๆ ไป” เหยียนฮุ่ยพูดทักทายโจวซ่านซ่านไปก็ถอดรองเท้าไป
โจวซ่านซ่านตอบรับ ‘ค่ะ’ ไปหนึ่งคำ เมื่อออกไปข้างนอกก็เห็นแค่ขนมแป้งทอดหกก้อนที่วางอยู่บนโต๊ะสีเหลืองสุกสะดุดตา กลิ่นหอมลอยไปทั่ว พอเธอได้กลิ่นหอมนั้นท้องของเธอก็อดร้องออกมาไม่ได้
“รุ่ยรุ่ยล่ะ ไม่ใช่ว่าไปมีเื่กับใครมาอีกนะ”เหยียนฮุ่ยชำเลืองมองดูภายในห้องของโจวเทารุ่ยก็ไม่พบเ้าตัวอยู่ในห้องลูกชายของเธอ ช่างรู้ทันกันดีเสียจริง
โจวซ่านซ่านกินขนมไปก็ส่ายศีรษะไป “ไม่ใช่แม่ วันนี้รุ่ยรุ่ยดูทีวีอยู่บ้านทั้งวันเลยเพิ่งไปเข้าห้องน้ำเมื่อกี้เอง รุ่ยรุ่ย รีบออกมาเร็ว แม่ซื้อขนมมา!”
โจวเทารุ่ยที่กำลังอยู่ในห้องน้ำตอบกลับเสียงเข้ม “รู้แล้วๆให้คนเขาเข้าห้องน้ำให้เสร็จก่อนไม่ได้หรือไง”
เหยียนฮุ่ยเดินเข้าไปในครัว เดินผ่านห้องน้ำก็เคาะประตูหนึ่งที“ทำไมพูดกับพี่เขาแบบนี้ รีบออกมาเลย จะอยู่ในห้องน้ำทั้งปีหรือไง”
โจวซ่านซ่านกินขนมหมดไปหนึ่งชิ้น กำลังกินชิ้นที่สองทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น
เธอวางขนมชิ้นนั้นลง เดินไปที่ประตูบ้านก็เห็นเพียงโจวเทารุ่ยที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำแล้วพุ่งมาดึงเธอเอาไว้ “ต้องถามก่อนสิว่าใครถึงค่อยเปิดประตู!”
โจวซ่านซ่านมองน้องชายอย่างสงสัย “รุ่ยรุ่ยวันนี้ไปก่อเื่อะไรไว้อีก ไม่ใช่ว่าคนที่โดนหาเื่มาหาถึงบ้านนะ”
เสียงเคาะประตูด้านนอกยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆทั้งสองคนก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ จนเหยียนฮุ่ยออกมาจากห้องครัว เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่ผูกเอวตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดประตู
“อ้าวแม่เหล่าเอ้อ เฟิ่งสยา พวกคุณ...”
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูก็คือ ย่าของโจวเทารุ่ยแล้วยังมีโจวหมินไห่อาของเขา และก็คนที่เพิ่งพบที่โรงเรียนเมื่อสองวันก่อนหวังเฟิ่งสยา
ทั้งสามคนยืนหงุดหงิดอยู่ที่หน้าประตู จนกระทั่งประตูเปิดออกคุณนายโจวใช้ไม้เท้าตีไปที่ไหล่ของเหยียนฮุ่ย โจวหมินไห่ก็ผลักให้เหยียนฮุ่ยหลบไปแล้วทั้งสามคนก็ดาหน้าเข้ามาในบ้าน
“แม่คะ มีอะไรก็ค่อยๆพูดกัน ลงไม้ลงมืออย่างนี้จะได้อะไร ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของแต่ละเดือนหนูก็ให้ไปหมดแล้วบะหมี่กับน้ำมันหนูก็ส่งให้แล้ว แล้วแม่...”
เหยียนฮุ่ยถึงแม้จะโดนไม้เท้าตีไป แต่มองดูคุณนายโจวที่อายุมากแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพียงแค่ขมวดคิ้วถามออกไป
คุณนายโจวก้าวเท้าเล็กๆไปยังโต๊ะ นั่งลงแล้วถึงเริ่มด่า“เหยียนฮุ่ย เธอปล่อยให้ลูกของเธอสองคนออกมาเพ่นพ่านลองถามพวกนั้นดูเองสิว่าไปทำอะไรเอาไว้!”
เหยียนฮุ่ยหันไปมองโจวซ่านซ่านแต่โจวซ่านซ่านก็ทำท่าทางสับสนเหมือนกัน จึงหันไปมองโจวเทารุ่ยแทน ส่วนโจวเทารุ่ยนั้นแม้ว่าสีหน้าจะดูตึงเครียดแต่แววตาก็ยังคงยิ้มอยู่
เหยียนฮุ่ยรู้ได้ทันที เ้าลูกชายตัวดีไปก่อเื่มาอีกแล้วและยังทำให้สามคนที่ไม่มีเหตุผลที่สุดมาหาถึงบ้านอีก
ส่งสายตาดุๆ ไปหาโจวเทารุ่ย เหยียนฮุ่ยถามเสียงเข้ม“โจวเทารุ่ย ออกมานี่เดี๋ยวนี้ วันนี้แกออกไปข้างนอกมาใช่ไหม ซ่านซ่านพูดความจริงกับแม่มานะ รุ่ยรุ่ยไปทำอะไรเอาไว้กันแน่”
โจวซ่านซ่านทำเป็ไม่รู้เื่ กินขนมไปแล้วก็ตอบแม่ไป“หนูพูดไปแล้วไง รุ่ยรุ่ยดูทีวีอยู่บ้านตอนแม่กลับมาไม่ใช่ว่าน้องก็อยู่บ้านหรอกหรือ”
คุณนายโจวชี้นิ้วด่าโจวซ่านซ่าน “นังบ้า ฉันถามเธออยู่นะเธอยังกล้ามากินขนมอยู่อีก นังเด็กนิสัยไม่ดี ไม่มีการศึกษา!”
โจวซ่านซ่านกลืนขนมลงไป พูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ “คุณเองก็อายุมากแล้วระวังโกรธมากๆ แล้วความดันขึ้นนะคะ พอมีเื่ทีไร ก็มาลงที่แม่ของฉันทุกทีอีกอย่างฉันไม่ได้กินขนมของบ้านคุณสักหน่อย คุณจะโกรธอะไรล่ะคะ”
คุณนายโจวโดนโจวซ่านซ่านพูดตอกกลับแบบนี้ก็โกรธไม่น้อยเหยียนฮุ่ยพยายามปลอบให้คุณนายโจวเย็นลง “แม่คะ จริงๆ แม่ก็ความดันสูงอยู่แล้วอย่าโกรธนักเลย มีเื่อะไรก็พูดมาเถอะค่ะ เด็กๆ ก็โตกันแล้ว แม่มาพูดแบบนี้ก็...”
โจวหมินไห่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เข้ามาผลักเหยียนฮุ่ยออกไป ก่อนจะชี้หน้าด่าเธออย่างสาดเสียเทเสียจนฟังไม่ได้เลยทุกคำพูดเอาแต่กล่าวถึงแม่ของเหยียนฮุ่ยที่จากไปแล้ว
โจวเทารุ่ยได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป คิดจะเข้าไปคุยให้รู้เื่แต่กลับถูกไม้เท้าของคุณนายโจวขัดเอาไว้ก่อน “เด็กบ้า นี่เื่ของผู้ใหญ่จะเข้าไปยุ่งอะไร อาของเธอแค่ด่ายายของเธอไม่กี่คำเอง ทำเป็เื่ใหญ่ไปได้ยังไม่เสียหายอะไรเสียหน่อย!”
โจวซ่านซ่านตะลึงกับตรรกะของย่าตนเอง แต่ผ่านไปครู่เดียวเธอก็ยิ้มออกมา
เธอลุกขึ้น เดินไปจับโจวเทารุ่ยให้อยู่เฉยๆหลังจากนั้นก็ยิ้มเย็นและพูดกับคุณนายโจวว่า “คุณย่าคะ ย่าคิดว่าอารองด่ายายของหนูได้ไม่เป็ไรใช่ไหมคะ”
คุณนายโจวพยักหน้าอย่างเฉยชา มองด้วยความสงสัย “ยายของเธอก็จากโลกไปตั้งหลายปีแล้วถึงแม้ว่าจะยังอยู่ แต่กับแค่โดนด่าไม่กี่คำแค่นี้จะเป็อะไรไป ไม่เจ็บอะไรสักหน่อย”
โจวซ่านซ่านส่งเสียง ‘อืม’ ออกมายาวๆ แล้วยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา เธอกระแอมในลำคอนำคำพูดที่โจวหมินไห่เพิ่งด่าพูดใส่แม่ของเธอสวนกลับไปบ้าง
คุณนายโจวที่ได้ยินโจวซ่านซ่าน ‘พูดถึง’ ตน สีหน้าก็เปลี่ยนไป คว้าแก้วเซรามิกบนโต๊ะปาลงพื้นแตกกระจาย
“นังบ้าเธอว่าใครกัน เธอพูดถึงแม่ของอาเธอว่าเป็ใครนะ เธอลองด่าออกมาอีกทีสิฉันไม่ฆ่าเธอให้ตายสิแปลก!”
โจวซ่านซ่านทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ เธอผายมือแล้วพูดขึ้น“คุณย่าคะ ไม่ใช่ว่าคุณย่าเป็คนบอกเองหรือว่าโดนด่าเพียงนิดเดียวไม่เจ็บอะไรหรอก อ๊ะอนุญาตให้ด่าแม่ของแม่หนูได้ แต่ไม่ให้ใครมาด่าว่าแม่ของอารองหรือคะ อย่างนั้นมันจะดีได้ยังไงกันล่ะคะ”
คุณนายโจวถูกโจวซ่านซ่านยกเหตุผลมาเล่นงานคืน ก็ได้แต่นิ่งเงียบอยู่นานพูดไม่ออกทำได้เพียงตบโต๊ะไปทีหนึ่ง และด่ากลับด้วยคำว่า ‘นังบ้า’ บ้าง ‘นังตัวประหลาด’ บ้าง
โจวเทารุ่ยเผลอหลุดเสียงหัวเราะ ‘หึหึ’ ออกมา รวมถึงหวังเฟิ่งสยาที่ถูกคุณครูฟ้องกลับก็อดหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้เหมือนกันบรรยากาศเต็มไปด้วยความน่าละอายและความขบขัน
เหยียนฮุ่ยดึงโจวซ่านซ่านกลับมาใกล้ตัว เอ็ดเสียงดัง“ซ่านซ่าน ทำไมถึงพูดกับย่าเขาแบบนี้ กลับห้องไปเลย!”
คุณนายโจวกลับมาได้สติ เธอก็ตบขาแล้วด่าออกมา “ชิชะนังตัวดี ไม่มีการศึกษาจริงๆ เสียด้วย โชคดีที่ไม่ใช่หลานสาวของฉันพวกเราตระกูลโจวไม่มีตัวประหลาดแบบนี้หรอก!”
โจวเทารุ่ยหยิบขนมเข้าปาก ก่อนจะพูดเสริมขึ้นมาอีกอย่างไม่เกรงกลัว“คุณย่าครับ พูดจริงๆ นะ พวกเราครอบครัวโจวเนี่ย เด็กแต่ละคนก็ไม่ได้รับการศึกษาจริงๆนั่นแหละ เหมือนที่คุณย่าด่าว่านังบ้าบ้างละ ตัวประหลาดบ้างละ...”
คุณนายโจวได้ยินดังนั้นก็โมโหแทบบ้าเธอใช้ไม้เท้าชี้หน้าเหยียนฮุ่ย “ดูไว้ ดูเอาไว้นะ นี่คือสิ่งที่เธอสอนลูกไม่มีอะไรดีเลย! ตอนแรกฉันก็ไม่ได้ยินดีที่จะให้หรูไห่แต่งงานกับเธอหรอกนะแต่เขาไม่ฟังฉัน แล้วดูสิเป็ยังไง แต่งกันตั้งหลายปียังไม่มีลูกสักที พอสุดท้ายก็คลอดตัวประหลาดออกมา!”
คุณนายโจวยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห เอาแต่โยงสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องมาปนกันทางด้านโจวหมินไห่เกิดอาการโมโหขึ้นมา พูดอย่างโกรธๆ ออกไป “คนที่นี่น่ารำคาญจริง วันๆเอาแต่พูดเื่ไม่เป็เื่! รีบเข้าเื่เสียทีเถอะ!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a