เทพสงครามมังกรเทวะ

วิชาผนึกเทพ

ในค่ำคืนของวันนั้น หลังจากที่เจ้าหญิงตงกู่เซียนเดินทางกลับมายังที่พัก ทั้งหลินเอ๋อและเฟยหรงช่วยกันจัดเตรียมโต๊ะอาหารให้แก่นางแต่ทว่าสายตาของเฟยหรงก็พลันไปเห็นว่าในเวลาเจ้าหญิงนั้นสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักออกจะเศร้าสร้อยด้วยซ้ำ ครับเขาจะกล่าวถามก็ดูว่าจะสอดรู้สอดเห็นมากเกินไป โชคยังดีที่มีหลินเอ๋อคอยกล่าวถามดังนั้นเขาจึงได้ฟังเรื่องราวของนางไปด้วย

 

"องค์หญิงเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ??"

 

"เห้อ ไม่มีอะไรมากก็เรื่องเดิมๆ พวกเขาจะบังคับให้ข้าแต่งงานกับเจ้าชายของเผ่าฉลามโลหิตน่ะสิ และดูเหมือนครั้งนี้ท่านพ่อจะเอนเอียงไปทางพวกเขาเสียด้วย"

 

"เผ่าฉลามโลหิต!! เจ้าหญิงนั่นมันขุมกำลังที่ขึ้นชื่อว่าป่าเถือนที่สุดในมหาสมุทรเลยนะเจ้าคะ เหตุใดองค์จักรพรรดิถึงได้คิดที่จะส่งองค์หญิงให้กับเผ่าที่ป่าเถื่อนนั้นได้กัน!!"หลินเอ๋อพลันตื่นตระหนก เผ่าฉลามโลหิตขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายข่าวคราวแต่ละอย่างที่เกี่ยวข้องกับขุมกำลังนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องไม่ดีทั้งสิ้น ทั้งทำร้ายผู้อ่อนแอ ปล้นสมบัติ หรือแม้แต่ฆ่าข่มขืนก็มีให้เห็นมาบ่อยๆอาจจะเรียกได้ว่าเป็นโจรชั่วในคราบขุมกำลังใหญ่เลยก็ว่าได้

 

"เห็นว่าเป็นองค์รัชทายาทที่เสนอเรื่องนี้ ส่วนเหล่าพี่น้องที่เป็นหญิงคนอื่นๆต่างพากันถูกแต่งไปเมืองอื่นเช่นกัน มีแต่ข้าที่โชคร้ายเกินไปพวกเขาจึงให้ข้าแต่งเข้าขุมกำลังบ้าๆนี่"ตงกู่เซียนถอนหายใจยาว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบิดาของนาง ซึ่งไม่มีทางปฏิเสธได้หากว่าบิดานางตัดสินใจไปแล้ว

 

"เอาละ เลิกพูดเรื่องไม่ดีกันดีกว่า ปล่อยให้มันเป็นไปตามชะตากรรม เรามาคุยถึงเรื่องเจ้าดีกว่าหนุ่มน้อย"ตงกู่เซียเปลี่ยเรื่องคุยในทันที เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับสะดุ้งเฮือก "เอ๋ ข้าหรือขอรับ??"

 

"ก็ใช่น่ะสิถ้าไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใครกันละ บอกมาเจ้าเป็นใครมาจากไหนทำไมถึงได้โดนองครักษ์เงาจับมาได้"

 

"เอ่อ...ข้าชื่อเฟยหรงขอรับ เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆบังเอิญนอนพักอยู่ริมหาดแล้วเผลอหลับไป พอตื่นมาอีกทีก็ถูกล้อมด้วยทหารพวกนั้นแล้ว เรื่องก็มีแค่นี้แหละขอรับ"เฟยหรงกล่าวตอบไปตามตัวตนที่ตัวเองสร้างขึ้นมา แม้ในตอนแรกตงกู่เซียนจะสงสัยเล็กน้อยแต่ถ้านับดูจากระดับพลังของเฟยหรงก็ถือว่าเป็นชาวบ้านจริงๆหาใช่ศัตรูของราชวงศ์ตงของนางแม้แต่น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่ไปนอนหลับให้เกือบจะโดนฆ่าตายเช่นนี้

 

"เอาเถอะๆต่อไปก็ช่วยงานหลินเอ๋อก็แล้วกัน อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะกลับไปยังอาณาจักรแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะอยู่ต่อข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่หากอยากจะไปก็สุดแล้วแต่เจ้า"

 

"ขอบคุณขอรับที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้"เฟยหรงผสานมือพร้อมกล่าว แน่นอนเขายังไม่คิดจะไปจากโลกใบนี้แต่อย่างใดแล้วกะว่าจะใช้เวลาอยู่แบบนี้ไปอีกสักเดือนสองเดือน

 

ตงกู่เซียนพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มความงดงามของนางดูสูงศักดิ์และเรียบร้อยแตกต่างจากเหล่าภรรยาของเฟยหรงทุกคนที่ส่วนใหญ่จะมีบุคลิกคล้ายกับเทพธิดาน้ำแข็งหรือไม่ก็เย้ายวนและร้อนเเรงเกินใคร แน่นอนเฟยหรงที่ชื่นชอบในหญิงงามอยู่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะมองนางอยู่หลายคราด้วยกัน และด้วยความเป็นกันเองไม่ถือตัวของนางนั้นทำให้ระดับความสนิทสนมของพวกเขาบังเกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากที่ได้รับความไว้วางใจจากหญิงงามเฟยหรงไม่พลาดที่จะไถ่ถามเรื่องราวต่างๆมากมายกับนางด้วยความสนอกสนใจ ทางด้านตงกู่เซียนเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรเพราะคิดว่าเฟยหรงอาจจะอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ในเขตทุรกันดารก็เป็นได้ถึงไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของโลกใบนี้เลย

 

นางได้เล่าว่า โลกใบนี้แบ่งเป็นสามเขตใหญ่นั่นคือเขตแผ่นดินใหญ่ เขตภูเขาหิมะ และเขตมหาสมุทร ในแผ่นดินใหญ่นั้นมีขุมกำลังมากมายแต่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือราชวงศ์ตงที่ปกครองพร้อมที่สองในสามของแผ่นดินใหญ่เอาไว้ ทางด้านภูเขาหิมะเองก็มีการเผ่าที่ปกครองอยู่เช่นกันคือเผ่าหมีราชันหิมะซึ่งเป็นผู้ปกครองเพียงหนึ่งเดียว สุดท้ายคือเขตมหาสมุทรมีสองขุมกำลังใหญ่เช่นเดียวกันนั่นคือฉลามโลหิต และเผ่าวาฬสมุทรคลั่ง

 

โดยที่ทุกขุมกำลังที่กล่าวมาข้างต้นจะมีผู้นำอยู่ระดับมหาเทวะทั้งหมด ส่วนขุมกำลังรองขุมกำลังพวกนี้ก็มีเหมือนกันแต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในอาณัติของขุมกำลังดังกล่าวไปเสียหมด เฟยหรงพอได้ยินมาถึงตรงนี้ใบหน้าของเขาพลันแสดงอาการนิ่งอึ้งออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาก็นึกว่าจะมีเทพอมตะปกครองเสียอีกแต่ทว่ากลับมีเพียงแค่มหาเทวะเท่านั้น แบบนี้ต่อให้เขาไม่กดพลังก็ไม่มีใครที่สามารถสัมผัสพลังของเขาได้นะสิ การทำเช่นนี้ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์มากเลยทีเดียว

 

"อะไร?? เหตุจึงทำหน้าตาเหม่อลอยเช่นนั้น ได้ยินเพียงเท่านี้ถึงกับอึ้งเลยหรือ เด็กน้อยเจ้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะนะ"ตงกู่เซียนยกยิ้มพร้อมกล่าวขึ้น เฟยหรงทำหน้ามุ้ยเล็กน้อย "องค์หญิงข้าเองก็อายุสามสิบปีแล้วนะขอรับอย่าเรียกข้าว่าเด็กน้อยเลย"

 

"หุหุ ข้าบอกว่าเด็กก็คือเด็ก เจ้ายังไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำเรียกเช่นนี้นี่แหละถูกต้องที่สุดแล้ว เอาละวันนี้ข้าสนุกมาก เจ้าไปพักเถอะพรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้ากับหลินเอ๋อไปล่าสัตว์อสูรด้วยกัน"

 

"ขอรับ/เจ้าค่ะ"เฟยหรงและหลินเอ๋อกล่าวออกมาพร้อมกันและพากันเดินออกไป ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อนยังที่พักของตนเอง

 

"ไปดูหวูหลิงหน่อยดีกว่า"เมื่อกลับมายังที่พักเฟยหรงเข้าไปยังแหวนมิติจิตวิญญานของตนเองในทันที ชายหนุ่มเมื่อเดินเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นคือหวูหลิงที่กำลังนั่งจิบชาผ่อนคลายอยู่

 

"ยินดีด้วยที่เข้าสู่ระดับมหาเทวะแล้ว"หญิงงามชำเรืองมองไปยังต้นเสียงในทันที เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเข้ามานางก็ไม่ได้มีท่าทีแตกตื่นแต่อย่างใดและยังคงนั่งจิบชาสบายใจตามเดิม

 

"ท่านไม่ได้เข้ามาเป็นเดือน ข้าคิดว่าจะไปติดผู้หญิงจนลืมผู้ติดตามคนนี้เสียแล้ว"หวูหลิงกล่าวขณะที่มองเฟยหรงที่มานั่งอยู่ด้านหน้าของนาง

 

"อะไร??เจ้าหึงข้าหรือถึงได้ถามเช่นนี้"เฟยหรงกล่าวหยอกล้อในทันทีที่นั่งลง

 

"ข้ามีสิทธิ์ทำเช่นนั้นด้วยหรือ ขนาดภรรยาทั้งหลายของท่านยังไม่ว่ากล่าวแล้วข้าไปจะว่าอะไรท่านได้"

 

"เฮ้ๆ พูดเช่นนี้ดูเหมือนว่าเจ้าน้อยใจข้าอะไรทำนองนั้นเลยนะ เลิดพูดเรื่องนี้กันเถอะไม่เช่นนั้นข้าอาจจะทนไม่ไหวแล้วจู่โจมเจ้าก็เป็นได้"เฟยหรงกล่าวพร้อมถอนหายใจ มือหนึ่งรินชาและดื่มกินเพื่อสงบใจของตัวเขาเอง

 

"หุหุ ไม่คิดว่าชายที่ยิ่งใหญ่จะกลัวความรู้สึกของตัวเองก็เป็นด้วย บอกตามตรงต่อให้ท่านจะทำอะไรข้า ข้าก็ไม่ขัดขืนหรอกตั้งแต่ที่ข้าให้คำสัตย์ว่าจะติดตามท่านทุกๆอย่างของข้าก็ล้วนแต่เป็นของท่าน"หวูหลิงกล่าวมาด้วยน้ำเสียงปกติราวกับมันไม่ได้มีอะไรน่าอาย เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับใจสั่นในทันที หวูหลิงเองก็งดงามและเย้ายวนไม่แพ้เหล่าภรรยาของเขาแม้แต่น้อย

 

"อะแฮ่ม พอๆรอให้เจ้าถึงระดับเทพอมตะก่อนค่อยว่ากัน"เฟยหรงยกนิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของนาง ถ่ายถอนหนึ่งในมรดกที่เขาได้จากมิติเร้นลับให้กับหวูหลิงในทันที

 

"ทักษะนี้คือผนึกเทพ เหมาะกับกายผนึกเทวะของเจ้ามากทีเดียว เอาไปฝึกซะ หากฝึกสำเร็จเจ้าจะสามารถดึงศักยภาพของกายศักดิ์สิทธิ์นี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเมื่อต้องสู้กับพวกอาชูร่ามันจะทำให้เจ้าได้เปรียบไม่มากก็น้อย"เฟยหรงกล่าวก่อนที่จะนั่งลงตามเดิมพร้อมกับเลื่อนแหวนมิติวงหนึ่งที่มีเม็ดยาระดับแปดอยู่ด้านในถึงห้าร้ายเม็ดให้กับนาง

 

"ขอบคุณนายท่านที่เมตตา ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน"นางก้มหัวลงเล้กน้อยเพื่อทำความเคารพเฟยหรง ในเวลานี้สำหรับหวูหลิงที่ไม่เหลือใครแล้ว เฟยหรงเปรียบดังสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายในชีวิตของนาง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นางพร้อมจะถวายทุกอย่างให้กับนายท่านคนนี้ การที่ได้มีนายท่านที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ติดตามแล้วมันก็เปรียบดังโชควาสนาอย่างหนึ่ง

 

"ไม่ต้องมากพิธี การเป็นผู้ติดตามของข้าจะต้องแข็งแกร่ง ข้าเองก็ทำไปเพราะตัวข้าเองเช่นกัน เมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมันก็เป็นประโยชน์แก่ข้าละนะ"เฟยหรงกล่าว หวูหลิงได้ยินเช่นนั้นก็พลันยกยิ้มบางๆชายหนุ่มคนนี้แม้จะมีข้ออ้งร้อยพันแต่ก็เพียงแค่เป็นห่วงคนรอบข้างของตัวเองเท่านั้นไม่ได้คิดจะใช้ประโยชน์อะไรอย่างที่กล่าว สำหรับนางแล้วเฟยหรงนั้นเดาออกง่ายดายนัก หากเป็นเรื่องครอบครัวชายหนุ่มคนนี้มักจะทุ่มสุดตัวเสมอนี่คือสิ่งที่นางเห็นตั้งแต่ติดตามเฟยหรงมา

คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน