บทที่ 17 ฉันไม่เห็นด้วย
ร่างบาง ๆ แทบจะพุ่งออกมาจากรถ วิ่งเข้าไปในห้องโถง หญิงสาววิ่งไปพร้อมกับะโเสียงดัง
“ฉันไม่เห็นด้วย!”
“หืม? คนนี้เป็ใคร?” เมื่อมีคนบุกเข้ามาในตอนนี้และพูดขึ้นมาว่าไม่เห็นด้วย ก็เกิดเสียงจ้อกแจ้กจอแจอีกครั้ง!
ผู้หญิงคนนั้นผมยุ่งเหยิง สกปรกมอมแมม มือยังถือกล่องข้าวอยู่ พอบุกเข้ามาก็ทำให้ทุกคนใ แต่ก็ยังมีคนตาดีจำได้ “นี่ไม่ใช่เสิ่นเมิ่ง คุณหนูใหญ่ของตระกูลเสิ่นหรอกเหรอ?”
“เธอกลับมาได้ยังไง? เธอไม่ได้หนีไปแต่งงานหรอกเหรอ?”
“ทำไมถึงได้มาในสภาพทรุดโทรมแบบนี้ หรือว่าถูกผู้ชายหลอกเอาเงินแล้วทิ้งกันแน่?”
“ดูขาของเธอสิ ขาของเธอมีแผล!”
คนที่บุกเข้ามาก็คือเสิ่นเมิ่งจริง ๆ
เธอคะยั้นคะยอวิ่งขึ้นเวที เผชิญหน้ากับสายตาประหลาดใจของทุกคน ท่ามกลางสายตาใของเสิ่นจงเฉิน เธอคว้าไมโครโฟนในมือของเขาไปและพูดซ้ำอีกครั้ง
“ฉันไม่เห็นด้วยกับการตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูก!”
คนที่ใที่สุดคงเป็เสิ่นจงเฉินบนเวที!
‘เด็กนี่ไม่ได้ขึ้นเครื่องบินไปประเทศ M กับเมิ่งเจียงอวี่แล้วหรอกเหรอ? ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้?’
“แก แกยังมีหน้ากลับมาอีก!” เสิ่นจงเฉิงที่นั่งอยู่ด้านข้างตอบสนองได้แล้ว เขาใช้มือยันโต๊ะลุกขึ้นยืน ตวัดมือตบหน้าเสิ่นเมิ่งฉาดใหญ่ “นางลูกไม่รักดี แกยังกล้ากลับมาอีกเหรอ? ไสหัวไปซะ!”
“เพียะ!”
ฝ่ามือกระทบกับแก้มเกิดเสียงดังฉาดฉาน
เสิ่นจงเฉิงตบหน้าเธอเต็มแรง เธอรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว ตาพร่ามัว น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาเต็มดวงตา
เธอปิดแก้มด้วยมือหนึ่งข้าง กะพริบตาถี่ ๆ น้ำตาชั้นนั้นก็หายไป เธอมองคนที่ตบเธอ เรียกเสียงเบา ๆ ว่า “พ่อ”
“ฉันไม่ใช่พ่อแก! แกอย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ! แกไม่ใช่หรือไงที่หนีไปกับผู้ชายคนนั้น? จะกลับมาทำไมอีก! รีบไสหัวไปซะ ต่อไปอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก บ้านหลังนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับแกแล้ว แกอยากไปไหนก็ไปเลย!”
เสิ่นจงเฉิงโกรธจนตัวสั่น ชี้นิ้วไปที่ปลายจมูกเธอด่าทอโดยไม่เลือกคำพูด
เสิ่นเมิ่งจ้องหน้าพ่อที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ไม่ส่งเสียงใด ๆ
ด้านล่างเต็มไปด้วยแสงแฟลช เสียงชัตเตอร์ดังระงม ดวงตาของนักข่าวเต็มไปด้วยแสงแห่งข่าวซุบซิบ
จะมีอะไรที่จะดึงดูดสายตาได้มากไปกว่าการถ่ายทอดสดละครครอบครัวของตระกูลเสิ่น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่แห่งเมือง A อีกล่ะ? ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป ต้องดึงดูดสายตาทั้งเมืองแน่นอน!
เสิ่นจงเฉินเป็คนแรกบนเวทีที่ตอบสนอง เขาคว้ามือน้องชายไว้ เตือนให้ระวังสถานการณ์ แล้วหันไปมองเสิ่นเมิ่ง พูดเสียงเข้ม
“เมิ่งเมิ่ง พ่อเธอกำลังโกรธอยู่ เธออย่าไปโต้เถียงเขา รีบยอมรับผิดไปก่อน แล้ว่นี้เธอไปพักโรงแรมสักสองสามวัน พอกลับมา...”
“ที่นี่คือบ้านหนู หนูอยู่ที่นี่มาตลอด ทำไมต้องออกไปพักโรงแรม?” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องหน้าเสิ่นจงเฉิน เสียงใสดังกังวาน
“หนูทำอะไรผิดอีกล่ะ ลุงถึงให้หนูยอมรับผิด?”
“เมิ่งเมิ่ง เธอเป็ผู้หญิง บางเื่พูดออกมาไม่ค่อยดี ลุงกำลังรักษาหน้าให้เธออยู่ เธอจะให้ลุงพูดตรง ๆ เลยเหรอ?” เสิ่นจงเฉินขมวดคิ้ว ‘ท่าทางเธอจะไม่รู้จักรักษาหน้าตัวเอง’
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเด็กสาวกลับมาในเวลานี้ได้ยังไง แต่เื่ที่เธอขโมยเงินหนีตามชายคนรักนั้นเป็ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้! เื่มันเป็ข่าวใหญ่ขนาดนี้แล้ว เธอจะทำอะไรได้อีก!
อย่างไรก็ตาม เสิ่นเมิ่งกลับยิ้มใส่สายตาเสียดสีเย้ยหยันของเขา
“ทำดีไม่ต้องกลัวผี ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่มีอะไรที่พูดต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ ฉันอยากจะฟังลุงพูดว่า ฉันทำอะไรผิดถึงขนาดต้องถูกไล่ออกจากบ้าน”
“เธอขโมยเงินในบ้านไปให้ผู้ชายคนนั้น แล้วยังหนีตามมันไปอีก!” เสิ่นจงเฉินประกาศความผิดของเธอเสียงดัง
เสิ่นเมิ่งหัวเราะเยาะ “ขโมยเงินแล้วหนีตามผู้ชาย? ฉันเลิกกับไอ้เวรนั่นไปนานแล้ว แล้วจะไปหนีตามใครได้ ลุงชอบกล่าวหาคนอื่นแบบนี้ตลอดเลยนะ”
“คุณหนูใหญ่เสิ่นไม่ยอมรับว่าหนีตามผู้ชายงั้นเหรอ?”
“เื่กลับตาลปัตรซะแล้ว!”
เสียงชัตเตอร์ของบรรดานักข่าวก็ดังขึ้นอีกครั้ง