ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 105 ชายนัยน์ตาดำ

    “เปรี้ยง!”

    สายฟ้าดำจู่โจมอย่างสุดกำลัง  กลุ่มเปลวไฟเริ่มไม่เสถียรสั่นไหวสะบัดไปมาอย่างรุนแรง

    เอโรซ่ากวาดเคียวมิติตามมาอย่างกระชั้นชิด  ฮาซูชายผู้เป็นประธานแห่งฝั่งเหนือถือดาบสีทองเล่มยักษ์ฟาดฟันลงมาพร้อมๆ กับเอโรซ่า

    “ตูม!”

    ม่านเพลิงยุบเป็นแนวทแยงลึกเข้าไปจนเริ่มเห็นคนที่อยู่ด้านใน เป็นรางๆ

    “เปรี๊ยง!”เสียงดังสนั่นหวั่นไหว หอกน้ำแข็งที่ขนาดเท่าลำต้นไม้ใหญ่พุ่งเสียบลึกเข้าไปในม่านพลัง

    “โครม!”

    ชายด้านในปลิวกระเด็นสภาพม้วนกลับหลังพละกำลังมหาศาลส่งเขากระแทกเข้าใส่ม่านพลังสีดำที่อยู่ด้านหลัง

    กระอักเลือดทรุดเข่าลงพื้น

    จากการโดนโจมตีเข้ามาหลายครั้ง กระดูกทั่งร่างหักไปหลายท่อนร่างกายบาดเจ็บเจียนตายส่งเสียงกู่ร้องอย่างทรมาน แต่ตราบใดที่ชายดังกล่าวยังไม่สิ้นใจ

    ม่านเพลิงก็เหมือนจะคืนสภาพอย่างรวดเร็วร่องรอยการจู่โจมเริ่มสมานเข้าหากัน

    อยู่ๆ ปรากฏเงารางๆเป็นคนถือโล่ป้องกันจากด้านหน้าเคลื่อนตัวพุ่งผ่านม่านเพลิงที่กำลังคืนสภาพมุดเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว

    “สวบ!”

    ไม่นานม่านเพลิงที่สุดร้อนแรงค่อยๆ จืดจางลงและจางหายไปในที่สุด

    หลงเหลือเพียง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า เป็นชายที่ทรุดกายชันเข่ามีกริชไม้ปักอยู่ที่ทรวงอก เลือดหลั่งรินชโลมไปทั่วกาย สายตาขึงตึง จ้องมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าหอบหายใจรวยริน

    แต่ทุกคนรีบละสายตามหันมองไปที่กล่องกลไกซึ่งตอนนี้เห็นเด่นชัดขึ้น  มันลอยตัวหมุนควงราวกับลูกข่างหมุนเร็วราวกับใต้ฝุ่นขนาดเล็ก

     

     ทุกคนต่างไม่รอช้า เคลื่อนตัวไปทางกล่องกลไกโดยอิงอิงพุ่งผ่านออกไปเป็นคนแรก

    แต่จู่ๆ  เกิดรอยแยกเล็กๆบนผืนปราการสีดำ ปลายนิ้วสีขาวซีดค่อยๆ โผล่ออกมาชี้ไปทางคนที่พุ่งเข้ามา

    “เปรี้ยง!”

    แรงอัดพลังมหาศาลชนกับไล่ไม้ที่พุ่งเข้ามาขวางทางอย่างรวดเร็วส่งให้นาฟที่พุ่งตัวมาเบื้องหน้าอิงอิง โดนแรงกระแทกเข้าอย่างจัง จนปลิวขึ้นไปในอากาศ

    กระเด็นเข้าใส่โขดหิน “โครม!” เสียงดังสนั่นหวั่นไหวโขดหินใหญ่แตกกระจาย

     “นาฟ!” อิงอิงตะโกนสุดเสียง

     

    ขณะนั้นเอง แผ่นดินพลันสั่นสะเทือน มีเสียงอึกทึกดังแว่วมาภายในม่านดำหน้าดินเริ่มขยับขึ้นลงเหมือนแผ่นดินไหว หมอกควันเริ่มจากหาย กลายเป็นแผ่นหิมะดำโปรยปรายจากท้องฟ้าบรรยากาศวังเวงสุดแสน

    มีบางอย่างแปรสภาพเป็นเหมือนดั่งสว่านอันแหลมคมเจาะกระเทาะเปลือกของม่านปราการสีดำที่จืดจางลงไปทุกที และเริ่มแงะมัน

    เปร๊ยะ!

    บังเกิดเสียงเล็กๆ แผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน ม่านปราการพลันแตกออกแบ่งเป็นสองซีก พลังงานที่ฝังแน่นอยู่ภายในได้พรั่งพรูออกมาจากนั้นระเบิดเปลวเพลิงสีดำลุกฮือขึ้นสู่ฟากฟ้า! ทะลวงมิติจนเป็นรูโหว่

    ฟ้าเบื้องบนส่งเสียงร้องดังสนั่นหวั่นไหว แผ่นดินสั่นสะเทือนหน้าดินเริ่มขยับขึ้นลงเหมือนทุกอย่างในมิติแห่งนี้เป็นสิ่งแปลกปลอมพร้อมจะขับออกไปให้พ้นๆ

    เปรี้ยงงงง!!

    สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป  เกิดเป็นเปลวไฟสีดำเผาไหม้ไปทุกหนแห่ง ขยายออกไกลสุดจะคาดคะเนมันแผดเผาทะเลสีหมึก  หลอมละลายแผ่นดินพื้นที่โดยรอบแปรเปลี่ยนเป็นธารลาวา!

     

    หุบเขาหลายลูกเริ่มพังทลายลง!สภาพแวดล้อมโดยรอบ เปลี่ยนเป็นภูเขาลาวา เจิ่งนองไปด้วยแมกมา เดือดปุดๆราวกับมีไฟอันร้อนแรงคอยต้มผืนดินอยู่เบื้องล่าง

    โครม!

    ครืนนนนน!

    ตูมตูม ตูม ตูม ตูมมมมม!

     “มิติกำลังจะพังทลาย! อิงอิงเอ่ยขึ้นมา  ทุกคนหันมอง อิงอิงสลับกับสภาพแวดล้อมที่เห็นโดยรอบ จนลืมเห็นบางสิ่งไป

    แต่ในตอนนั้นเอง ท้องฟ้าบริเวณดังกล่าวก็ถูกแทรกแซงโดยสีดำเกิดความรู้สึกหนาวยะเยือกไปทั่ว ปรากฏร่างของคนๆหนึ่ง ชายหนุ่มรูปงามชุดขาว หน้าตาสวยงามดุจดั่งผู้หญิงแต่มีผิวกายที่ขาวจนถึงขั้นซีดเผือดโผล่มาจากไหนไม่รู้ ไปปรากฏตัวอยูด้านข้างของชายที่นอนบาดเจ็บเลือดชโลมกายอยู่

    “ทะทะ ท่านบรรพบุรุษ ชะ ช่วยข้าด้วย!

    คนทั้งกลุ่มหันมองชายดังกล่าวเป็นสายตาเดียวกัน

    ชายคนนี้ดูอายุยังน้อย แต่ไม่เหมือนคนบนโลกนี้ นัยน์ตามีแต่ลูกตาดำ ส่งกลิ่นอายแปลกๆ บนร่าง

    ทุกคนเริ่มตรวจสอบกลิ่นอายแปลกประหลาดนั้น ผลคือมันราบลื่น มั่นคงมาก ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาทว่าทุกคนไม่กล้าดูถูกอีกฝ่าย แม้ยังไม่เห็นความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม

    ชายดังกล่าวกลับให้ความรู้สึกราวกับว่าหุบเหวลึกอันไร้ก้นบึ้งอันตรายเกินกว่าจะคาดหยั่งได้ ต่อมา กลิ่นอายแปลกๆ ในที่สุดก็เริ่มแพร่กระจายเหนือหัวของชายคนนั้นท่ามกลางความว่างเปล่าบังเกิดเงาบางอย่างอันเปี่ยมไปด้วยพลังงานแสนดำมืดก่อร่างขึ้น ไม่นานชายคนนั้นอ้าปากแล้วเอ่ยขึ้น 

         “อากาศข้างนอกนี่มันช่างหอมหวานเสียจริง! น้ำเสียงทั้งแหบพร่า และเย็นชา ดั่งก้องไปทั่วทุกทิศ

         “ทะ ท่านบรรพบุรุษยู่เทียน ช่วยข้าด้วย!  ข้ามาจากสมาคมใต้ดินนำของสิ่งนั้นมาตามที่ท่านบอกขอรับ”

    ชายนัยน์ตาดำมองชายที่นอนจมกองเลือดที่เริ่มหายใจขาดตอนขึ้นเรื่อยๆ

    จู่ๆก็เอื้อมมือไปจับบริเวณศีรษะชายดังกล่าว ส่งคลื่นความผันผวนของพลังอันน่าตกใจกระจายออกมาจากฝ่ามือ “วูซซซ!”

    อยู่ๆชายที่บาดเจ็บเจียนตายก็ฟื้นสภาพขึ้นอย่างน่าประหลาด บาดแผลค่อยๆ สมานเข้าหากันร่างกายกลับมาดีขึ้นดั่งเดิมในชั่วพริบตา

    ขณะที่บรรยากาศโดยรอบทั้งฟ้าร้องแผ่นดินสะเทือน โลกใบนี้แทบจะแตกสลายออกจากกัน

    ทุกคนกลับมองภาพเบื้องหน้านี้อย่างชนิดไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน ไม่กล้าแม้แต่เอ่ยวาจาเพราะถูกบรรยากาศบางอย่างแช่แข็งพวกเขาไว้ 

    ชายที่บาดเจ็บเริ่มฟื้นตัวขยับลุกมานั่งคุกเข่าต่อหน้าชายนัยน์ตาดำ  “ทางสมาคมใต้ดินได้ส่งพวกข้าเข้ามารับท่านปราชญ์กลับบ้านขอรับ!

        “นี่ก็ผ่านมาร่วม 180ปี แล้วสมาคมของพวกเจ้ายังจำข้าได้หรือ?

       

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน