เฮยอู๋ฉางเดินไพล่หลังมาที่สวนท้อมือขวาที่กำพัดแน่นสื่อได้ดีว่าเริ่มหัวเสียแล้วเขาตามหาเหลียงป๋อในสำนักหมากล้อมเหวยฝูจนทั่ว ทว่าเงาคนถึงฆาตกลับไม่โผล่ไม่รู้ว่าเป็เพราะเขาเอง หรือที่นี่ใหญ่เกินหน้าสำนักหมากล้อมกัน
จริงอยู่ที่หากเป็ร่างยมทูตเหลียงป๋อจะถูกเขาลากลงปรโลกในเวลาไม่กี่อึดใจ แต่เป็เพราะตอนนี้อยู่ในร่างิญญาลำลองไหนจะความทะนงตน แค่รู้ว่าตอนนี้เป้าหมายอยู่ที่นี่ก็ไม่จำเป็ต้องใช้นิมิตใช้เพียงสัญชาตญาณยมทูตผู้เชี่ยวชาญและถือโอกาสนี้เยี่ยมเยียนโลกมนุษย์อย่างถี่ถ้วนทุกอย่างจึงยากขึ้นจนหยาดเหงื่อยมทูตตกเป็เม็ดเช่นนี้
ใช่ว่ามีแต่เื่น่าเบื่อก่อนหน้านี้เฮยอู๋ฉางไปตามหาที่เรือนใหญ่กลางสำนัก เจอสตรีนางหนึ่งที่ไม่ธรรมดาดูจากป่าไผ่ก็พอทราบจากการแต่งตัวว่าเ้ายศเกินกว่าใครสายตาไม่เป็มิตรที่เหมือนจิกกัดทุกอย่างที่ขวางหน้าเสริมให้นางดูเป็คนที่ไม่น่าผูกมิตรด้วยทว่าปฏิเสธไม่ได้เลยว่านางมีเสน่ห์ไม่น้อยกว่าความความยโสที่เป็ปกคลุมั้แ่หัวจรดเท้าระหว่างที่เดินสวนกันเขาบังเอิญสบตากับนาง เป็ความรู้สึกที่บอกไม่ได้เลยว่าเป็เช่นไรเพราะโลกทั้งใบนิ่งไปคล้ายหยุดหายใจหลังเดินพ้นมาสักหน่อย เขาได้ยินนางพูดว่าสามี ไม่แน่ใจว่านางพูดกับสามีของนางหรือนางหมายถึงเขา เพราะเมื่อรู้สึกตัวหันหลังกลับไปก็ไม่เจอแล้ว
เฮยอู๋ฉางใช้เวลาระหว่างทางทบทวนเื่จิ้งจอกสาวเ้ายศจนไม่มีสมาธิแม้เป็ยมทูตควรคิดเพียงเื่จับิญญา แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขามั่นใจว่าเขาสบตากับนางจริงๆ ทั้งที่ตอนนี้เขาเป็เพียงิญญาใช่ว่าจำแลงกายเสียที่ไหน อีกเหตุผลคือเขาััไม่ได้ว่านางมีญาณทิพย์แล้วนางจะสบตากับเขาได้อย่างไร เื่เรียกเขาว่าสามียิ่งเป็เื่ยากนี่คงเป็เื่บังเอิญเท่านั้น ความจริงอาจเป็เพียงนางมองมาทางนี้พอดีอีกอย่างหญิงคนนี้แม้แต่เขายังมองว่ามีเสน่ห์ล้น แล้วเหตุใดนางจะไม่มีสามี
ปริศนาถูกคลายด้วยความคิดตนเองแล้วประจวบเหมาะกับเฮยอู๋ฉางเจอเหลียงป๋อพอดี
เหลียงป๋อที่ตามหากำลังนั่งดื่มสุรากับลิ่วล้อสองคนกลิ่นน้ำเมาคลุ้งไปทั่วจนกลบกลิ่นดอกท้อ ชายร่างั์หัวเราะเสียงดังเช่นนักเลงคุมหอนางโลมสำหรับผู้มอบความตายแล้ว สภาพนี้ช่างน่าตลกเหลือเกิน
เฮยอู๋ฉางมองเป้าหมายด้วยความสมเพชผ่านต้นท้อใหญ่ที่บังร่างเขามิดชิดหรือต่อให้ไม่มีต้นท้อ ชายกลุ่มนี้ก็คงไม่เห็นเขา แม้แต่เหลียงป๋อเองก็ตามเขากำลังจะเหน็บพัดเก็บเตรียมแปลงเป็ร่างยมทูต แต่เหลียงป๋อกลับพูดบางอย่างขึ้นมาทำเขาชะงักไปทันที
“ขึ้นชื่อว่าสตรีเย่อหยิ่งเช่นไร สุดท้ายราบคาบบนเตียงทั้งนั้น”เหลียงป๋อพูดเสียงเมามายดวงตาล่องลอยดูเวทนา ไม่เหลือภาพเหลียงป๋อ เซียนหมากรุกผู้เก่งกาจและที่แย่กว่านั้นคือเหล่าลูกไล่เองก็หัวเราะชอบใจ เรียกได้ว่านายบ่าวศีลเสมอกัน
“สตรีนางใดทำคุณชายไม่พอใจกันข้าจะไปพานางมาเอง!”ลูกไล่คนหนึ่งสบทบ อีกคนก็เออออเห็นชอบไปด้วยทันที
เฮยอู๋ฉางสุดสังเวชถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความสิ้นหวังต่อโลกมนุษย์ ก่อนคลี่พัดออกมาพัดลมเย็นเขาตัดสินใจรอดูสถานการณ์อีกสักพักให้นักโทษสารภาพจิตใจอันโสมมออกมาด้วยตนเองให้หมดตอนตรวนโซ่ที่คอจะลงมือกระชากิญญาให้สาสม ถือเป็สมนาคุณจากปรโลกสำหรับโลกมนุษย์ที่ต้องยอมต่ำลงเพราะคนเช่นนี้
“องค์หญิงผิงอัน!ไปลากคอนางมา!”เหลียงป๋อโหวกเหวกสุดเสียงมือกำคว้าอากาศไปมาน่าอดสู “ชายใดในฉางเฟิ่งไม่เคยคิดลิ้มลองนางไม่จริงให้ยมทูตมาลากคอข้า! แม้แต่คนหนานฉางเช่นข้ายังคิดเลย!”
เหล่าบัวในตมหัวเราะอย่างสนุกสนาน
ผิดกับเฮยอู๋ฉางที่เริ่มพัดช้าลงเพราะขบคิดเื่ที่ได้ยินคาดว่าสตรีที่เรียกว่าองค์หญิงผิงอัน คงทำเขาผูกใจเจ็บไม่น้อย และหากเรียกว่าองค์หญิงและทำชายร่างั์เจ็บใจเพียงนั้นนางคงหัวสูงและเย่อยิ่ง…คงไม่ใช่หญิงนางนั้นกระมัง
“ถ้าข้าได้นอนกับนางสักครั้งข้าจะปราบพยศให้เข็ด!”เหลียงป๋อตบโต๊ะเสียงดัง “หากไม่มีฝ่าาหนุนหลังนางจะต่างอะไรหมูตัวเมียเล่า!”
พวกเขาไม่มีทีท่าว่าคิดได้หรือกลัวโทษปะาจาบจ้วงเชื้อพระวงศ์ ซ้ำยังล้อเลียนเสียงสตรีตอนประกอบกิจวิจารณ์รูปร่างใต้ร่มผ้าขององค์หญิงผิงอันอย่างสนุกปากนั่นทำให้เฮยอู๋ฉางทนกับความสถุนเหล่านี้ไม่ไหว พับพัดเก็บเหน็บเอววาดมือเตรียมเข้าสู่ร่างยมทูตออกไปจัดการให้จบเื่แต่กลายเป็ว่าองค์หญิงเย่อหยิ่ง ผู้เป็หัวข้อสนทนาโสมมกลับเป็ผู้ออกมาจัดการเอง
เขาคาดไม่ผิดเลยองค์หญิงฤทธิ์ร้ายที่ทำเหลียงป๋อทั้งแค้นทั้งพร่ำเพ้อ เป็จิ้งจอกสาวเ้ายศนางนั้นจริงด้วย
“ใส่ตะกร้าล้างน้ำสิบครั้งก็ล้างสันดานไม่ได้”หลี่อวี้ฝูกอดอกเดินไปที่วงสุราปรายตามองหัวโต๊ะด้วยความขยะแขยง เป็ผลให้ลิ่วล้อทั้งสองเริ่มตัวเย็นเฉียบผิดกับลูกพี่ที่ยังครึกครื้นได้อยู่
“คงต้องให้เ้าล้างให้กระมัง”เขาหัวเราะร่าไม่มีความสำนึก
“ถ้าไม่มีผู้เฒ่าเหลียงเ้าเองก็ไม่ต่างจากสุนัขตัวผู้ข้างถนน”นางย้อนวาจาที่ชายตรงหน้าจาบจ้วงนางก่อนหน้านี้ปากแดงเบะรังเกียจ ดวงตาของนางจ้องเขาคล้ายหาว่าในตัวผู้ชายคนนี้มีอะไรดีบ้างเป็ผลให้เหลียงป๋อเริ่มตลกไม่ออก
“นี่เ้า!...”
“ตอนที่ข้ายังพูดดีด้วยรีบไปต้าเหวยไจเสีย”หลี่อวี้ฝูพูดเสียงเรียบ ขัดเสียงค้านคุกรุ่นของเหลียงป๋อเมื่อครู่
ทั้งที่เป็ความปราณีอย่างถึงที่สุดต่อชายที่เปรยเป็สุนัขก็ยังรู้สึกสงสารสุนัขที่ต้องเปรียบเทียบกับคนเช่นนี้ แต่เหลียงป๋อกลับใจดีสู้เสือทำทุกอย่างเป็เื่ตลก เมินคำพูดของหลี่อวี้ฝูบังคับเหล่าลูกไล่กระดกสุราด้วยกัน ไหนจะยังล้อเลียนนางอีกด้วย
เฮยอู๋ฉางเอียงหน้ามองหลี่อวี้ฝูที่กำลังยิ้มเชิงสงสัยว่าจะทำอย่างไรต่อ หากเป็สตรีนางอื่นคงหัวเสียอาละวาดหรือไม่ก็คงตัดใจเดินออกไป เขาคิดว่านางก็คงทำแบบนั้นเช่นกัน
แต่ผิดคาดนางเดินฝ่าวงไปคว้างไหสุรามาเทราดศีรษะเหลียงป๋อจนหมดไหทำเอาชายทั้งสี่ในที่นี้ตะลึงไปเลยทีเดียว
“ข้าเป็แขกจากสำนักเหลียงคุนเ้ากล้าดี…”
เหลียงป๋อยังกล่าวไม่จบเสียงไหแตกดังแทรกจนใตัวโยก เขาสร่างเมาในทันทีภาพสตรียิ้มหวานแต่เป็รอยยิ้มของมัจจุราช ยกไหใบใหญ่ขึ้นเหนือหัวและทุ่มลงบนโต๊ะจนแตกละเอียดเศษไหกระจัดกระจายเปรียบสติคนบนโต๊ะ ตราตรึงในดวงตาไม่ยอมเลือน ไม่คิดว่าสตรีร่างเล็กคนหนึ่งจะกล้าทำขนาดนี้
“ข้าจะไม่พูดซ้ำ”หลี่อวี้ฝูเอ่ยเสียงเย็นดวงตาข่มขวัญอีกฝ่ายจนหัวหดทั้งกลุ่ม ก่อนหมุนกายเดินกลับไปทางเก่าที่เดินมา
เป็โชคดีของเหลียงป๋อที่มีลิ่วล้อไม่โง่เขลาเท่าไรพวกเขารีบช่วยกันหิ้วปีกหัวโจกที่ยังตะลึงไม่หาย สิ้นภาพนักเลงเก่าไม่เหลือลายเพราะหากไม่รีบตอนนี้ลิ่วล้อตัวเล็กทั้งสองก็ไม่ทราบว่าชีวิตที่เหลือจะถูกหญิงผู้นี้ตามบดขยี้จนสิ้นชิ้นดีหรือไม่
ไม่เพียงแต่พวกเหลียงป๋อที่ตะลึงเฮยอู๋ฉางเองก็ใไม่น้อยไปกว่าใครเพื่อนปนเปไปกับความประหลาดใจว่าเหตุใดนางน่ากลัวได้ขนาดนี้แล้วเหตุใดนางถึงต้องพยายามลากเหลียงป๋อไปที่ต้าเหวยไจ สองคำถามวกวนในหัวจนเขาต้องยอมประวิงเวลากระชากิญญา แล้วตามไปหาคำตอบอย่างไม่รู้ตัว