ความมืดมิดปกคลุมเมืองชิงหยางอีกครั้ง แต่ความเงียบสงบในคืนนี้กลับซ่อนกระแสคลื่นอันเชี่ยวกรากเอาไว้ ภายในคฤหาสน์ตระกูลจ้าวที่หรูหราอลังการ เสียงแก้วน้ำชาแตกกระจายดังขึ้นจากห้องโถงใหญ่
*เพล้ง!*
"ขยะ! พวกเ้ามันขยะสามตัวเลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ!" จ้าวคังตวาดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวขณะจ้องมองชายรอยแผลเป็และสมุนอีกสองคนที่อยู่ในสภาพผ้าพันแผลท่วมตัว นอนระเนระนาดอยู่บนพื้น
"นายน้อย... โปรดระงับความโกรธด้วยขอรับ" ชายรอยแผลเป็กระอักเืออกมาเล็กน้อย แววตายังคงแฝงความหวาดผวาไม่หาย "เ้าเด็กหลินเฟิงนั่นมันแปลกประหลาดมาก พลังของมันไม่ใช่แค่ขั้นที่หนึ่งระดับเริ่มต้นธรรมดาแน่ ๆ ในจังหวะที่ข้าจะลงมือ ิญญาหมาป่าขนเหล็กของข้ากลับเกิดความกลัวจนหลุดจากการผสานร่าง มัน... มันเหมือนมีสัตว์ร้ายระดับตำนานจ้องมองมาจากข้างหลังของมันขอรับ!"
"เหลวไหล!" จ้าวคังเตะเข้าที่สีข้างของชายรอยแผลเป็อย่างแรงจนมันร้องโหยหวน "มันก็แค่ไอ้ขยะพร์นภาที่สี่ ทะเลิญญายี่สิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ แถมยังได้ิญญาสื่อสารขั้นต้นที่ไม่มีพลังโจมตี! มันจะไปมีแรงกดดันอะไร? พวกเ้าคงประมาทจนโดนมันลอบกัดล่ะสิ!"
ในขณะที่จ้าวคังกำลังจะลงมือซ้ำ เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังมาจากด้านหลังผ้าม่าน "คังเอ๋อร์... หยุดมือซะ"
ชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมปักด้ายทองคำเดินออกมา ดวงตาของเขาเรียวยาวดุจพญาเหยี่ยว แผ่กลิ่นอายกดดันอันเข้มข้น เขาคือ **"จ้าวเทียนฮวา"** ผู้นำตระกูลจ้าวคนปัจจุบัน ผู้ใช้ิญญาระดับมนุษย์ ขั้นที่ 3 ระดับหลอมรวมขั้นสูงสุด
"ท่านพ่อ! เ้าหลินเฟิงมันกล้าทำร้ายคนของข้า แถมยังฝากคำพูดสามหาวมาถึงตระกูลจ้าวเราอีก!" จ้าวคังรีบฟ้องบิดาทันที
จ้าวเทียนฮวายกมือขึ้นห้าม แววตาของเขาเยือกเย็นและลึกล้ำดั่งมหาสมุทร "เื่เล็กน้อยแค่นี้เหตุใดต้องเต้นไปตามเกมของมัน? ตระกูลหลินในตอนนี้ก็เหมือนเนื้อบนเขียง จะสับเมื่อไหร่ย่อมได้ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เ้าเด็กนั่น แต่คือการเจรจากับ 'หอโอสถร้อยสมุนไพร' เพื่อผูกขาดสิทธิ์การขาย 'โอสถรวบรวมิญญา' ในเมืองชิงหยาง หากเราทำสำเร็จ เงินทองและศิลาิญญาจะไหลมาเทมาจนตระกูลเฉินและตระกูลมู่ต้องยอมสยบ เมื่อถึงเวลานั้น... แค่ขยับนิ้ว ตระกูลหลินก็ปลิวหายไปในพริบตาแล้ว"
เมื่อได้ยินคำสอนของบิดา จ้าวคังก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แววตาแปรเปลี่ยนเป็เ้าเล่ห์ "ท่านพ่อปราดเปรื่องยิ่งนัก ข้าคิดสั้นไปจริงๆ แย่งชิงคฤหาสน์ตระกูลหลินตามสัญญาในอีกสามเดือนข้างหน้า ย่อมถูกกฎหมายและไม่มีใครครหาได้!"
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องหับอันมิดชิดของตระกูลหลิน หลินเฟิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ บนโต๊ะมีศิลาิญญาระดับต่ำ 4 ก้อนที่ได้มาจากหอการค้าเมฆาครามเมื่อคืน และป้ายทองแดงที่สลักลวดลายเมฆา
*‘เ้าหนู... แผนการของเ้าคืบหน้าไปได้ดี แต่นั่นยังไม่พอที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของตระกูลได้ในสามเดือน’* เสียงของิญญามรรคาภพดังขึ้นในสำนึก *‘ศิลาิญญา 4 ก้อนนี้ หากเ้าดูดซับมันโดยตรง ทะเลิญญาร้อยส่วนของเ้าจะพัฒนาขึ้นสู่ขั้นที่หนึ่งระดับก่อตั้งได้ก็จริง แต่มันเป็การสิ้นเปลืองทรัพยากรเกินไป เ้าต้องใช้ 'วิถีแห่งการค้า' มาช่วยคูณผลลัพธ์’*
หลินเฟิงลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความสนใจ "วิถีแห่งการค้า? ท่านผู้เฒ่าหมายความว่าอย่างไรขอรับ?"
*‘หึหึ ในโลกมนุษย์แห่งนี้ นักหลอมโอสถต่างใช้เตาหลอมและไฟิญญาเพื่อสกัดสมุนไพร แต่นั่นทำให้เกิดสิ่งเจือปนและสูญเสียตัวยาไปกว่าครึ่ง ทว่าข้า... สามารถเชื่อมต่อกับ "โลก์" เพื่อหยิบยืมเศษเสี้ยวของ "ละอองทิพย์วารี์" มาชำระล้างและสกัดสารบริสุทธิ์จากสมุนไพรธรรมดาให้กลายเป็โอสถเหลวระดับสูงได้โดยไม่ต้องใช้เตาหลอมด้วยซ้ำ!’*
คำพูดนี้ทำเอาหลินเฟิงหัวใจเต้นรัว การหลอมโอสถโดยไม่ใช้เตาหลอมและไฟิญญา? นี่มันเป็เื่คลาดสายตาและผิดสามัญสำนึกของเหล่านักหลอมโอสถสายอาชีพอย่างสิ้นเชิง! นักหลอมโอสถในอาณาจักรต้าเซี่ยต่างเป็ตัวตนที่สูงส่งและมีจำนวนน้อยยิ่งกว่าน้อย เพราะต้องมีพร์กายิญญาประเภทไฟหรือไม้เท่านั้น
"แล้วข้าต้องเริ่มจากสิ่งใดก่อนขอรับ?" หลินเฟิงถาม
*‘พรุ่งนี้เช้า จงไปที่หอโอสถร้อยสมุนไพร ซื้อสมุนไพรพื้นฐานที่มีชื่อว่า "หญ้ารากดิน" และ "ดอกเกสรเงิน" มาอย่างละยี่สิบชุด สมุนไพรเหล่านี้ราคาถูกมาก คนธรรมดาก็ซื้อได้ จากนั้นข้าจะสอนวิธีเปลี่ยนพวกมันให้เป็ "โอสถเหลวคืนพลังิญญา" ที่มีความบริสุทธิ์สิบส่วนเต็ม!’*
หลินเฟิงพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น ในใจเริ่มคำนวณรายได้และต้นทุนทันที โลกใบนี้ช่างโหดร้าย สังคมและการเมืองขับเคลื่อนด้วยเงินตราและพลัง หากเขา้าปกป้องมารดาและกอบกู้ตระกูล เขาต้องก้าวขึ้นเป็ผู้คุมกฎในเกมการเงินนี้ให้ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเฟิงสวมชุดธรรมดาเดินตรงไปยัง **"หอโอสถร้อยสมุนไพร"** ซึ่งเป็ร้านขายสมุนไพรและโอสถที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชิงหยาง ทว่าเมื่อเขาไปถึง บรรยากาศด้านหน้ากลับเต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ รถม้าไหมทองคำของตระกูลจ้าวจอดเด่นเป็สง่าอยู่
หลินเฟิงเดินเข้าไปด้านในอย่างเงียบๆ พยายามหลีกเลี่ยงจุดสนใจ ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกลุ่มคนในห้องโถงรับรองชั้นใน ประตูกระจกใสทำให้เห็นร่างของจ้าวเทียนฮวาและจ้าวคัง กำลังนั่งสนทนาอยู่กับชายชราเคราขาวในชุดนักหลอมโอสถระดับต่ำ
"ท่านผู้เฒ่ากู่... เื่ที่ตระกูลจ้าวของเราเสนอไป ไม่ทราบว่าท่านพิจารณาอย่างไร?" จ้าวเทียนฮวากล่าวด้วยรอยยิ้มประจบประแจง พลางเลื่อนกล่องไม้แกะสลักที่เปิดออกให้เห็นศิลาิญญาระดับกลางส่องประกายระยิบระยับอยู่ภายในสิบก้อน! (ศิลาิญญาระดับกลาง 1 ก้อน มีค่าเท่ากับศิลาิญญาระดับต่ำ 100 ก้อน!)
**"ผู้เฒ่ากู่"** นักหลอมโอสถประจำเมืองชิงหยาง ลูบเคราขาวของตนพลางยิ้มอย่างพึงพอใจ "ผู้นำจ้าวช่างใจกว้างนัก... การที่ตระกูลจ้าว้าสิทธิ์ผูกขาดการขาย 'โอสถรวบรวมิญญา' แต่เพียงผู้เดียวนั้น ไม่ใช่เื่ยาก ทว่าหอโอสถร้อยสมุนไพรของเราเป็กิจการส่วนกลางของสมาคมนักหลอมโอสถเมืองหลวง ข้าต้องมั่นใจว่าตระกูลจ้าวมีกำลังทรัพย์และช่องทางการจัดจำหน่ายที่มั่นคงจริง ๆ"
"เื่นั้นท่านผู้เฒ่ากู้วางใจได้ ตระกูลจ้าวของเราคุมตลาดการค้ากว่าครึ่งเมืองชิงหยาง และอีกสามเดือนข้างหน้า... เราจะได้ที่ดินและทำเลทองของตระกูลหลินมาเพิ่มอีก เมื่อถึงเวลานั้น ยอดขายย่อมเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน!" จ้าวคังรีบกล่าวเสริมด้วยความภาคภูมิใจ
หลินเฟิงที่ยืนอยู่ห่างๆ ได้ยินทุกคำพูดผ่านประสาทััที่เฉียบคมขึ้นจากพลังิญญา แววตาของเขาสาดประกายเย็นเยียบ *'ตระกูลจ้าวคิดจะผูกขาดตลาดยาเพื่อกดหัวตระกูลอื่น และยังเอาตระกูลหลินของข้าไปเป็ข้ออ้างในการเจรจาอีกรึ? ช่างฝันหวานเกินไปแล้ว'*
"พ่อหนุ่ม... เ้า้าซื้อสิ่งใดหรือ?" เสียงหวานใสเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกายหลินเฟิง
หลินเฟิงหันไปมอง พบกับหญิงสาวนางหนึ่งในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนราวกับใบไผ่ ใบหน้าของนางหมดจดงดงาม แววตาฉลาดเฉลียวดุจดวงดาว ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินเฟิงต้องหรี่ตาลงคือ กลิ่นอายพลังิญญาที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างของนาง... มันลึกล้ำจนแม้แต่อาจารย์มู่หยงก็เทียบไม่ได้!
*‘เ้าหนู! ระวังตัวด้วย!’* เสียงิญญามรรคาภพเตือนขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็ครั้งแรก *‘แม่นางคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา นางมี "กายทิพย์เทพวารี" พร์นภาที่หนึ่ง ทะเลิญญาไม่ต่ำกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์! และระดับพลังของนาง... อยู่ในขั้นที่ 3 ระดับหลอมรวมเป็อย่างต่ำ ยอดอัจฉริยะจากเมืองหลวงชัดๆ!’*
หลินเฟิงสะกดความตื่นตะลึงในใจเอาไว้ใบหน้ายังคงนิ่งสงบ เขายิ้มบางๆ แล้วตอบ "แม่นาง ข้า้าซื้อหญ้ารากดินและดอกเกสรเงินอย่างละยี่สิบชุด ไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่หรือ?"
หญิงสาวชุดเขียวเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาประหลาดใจพาดผ่าน *'แปลกจริง... เด็กหนุ่มคนนี้มีพลังิญญาแค่ขั้นที่หนึ่งระดับเริ่มต้น แต่ทำไมเมื่อข้าเข้าใกล้ จิติญญาเทพวารีในร่างของข้าถึงได้สั่นไหวเล็กน้อย ราวกับเจอกลุ่มก้อนพลังงานที่ยิ่งใหญ่กว่า?'* นางคิดในใจก่อนจะยิ้มตอบ
"สมุนไพรสองชนิดนั้นเป็สมุนไพรพื้นฐาน ชุดละห้าตำลึงเงิน ยี่สิบชุดก็เป็หนึ่งร้อยตำลึงเงิน หรือเท่ากับหนึ่งตำลึงทองเท่านั้นจ้ะ ข้าชื่อ 'มู่หรงชิง' เป็ผู้ช่วยชั่วคราวของหอโอสถแห่งนี้" นางแนะนําตัวพลางหยิบสมุนไพรจัดใส่ห่อให้หลินเฟิงอย่างคล่องแคล่ว
"ขอบคุณแม่นางมู่หรง ข้าหลินเฟิง" เขายื่นตำลึงทองให้และรับห่อสมุนไพรมา
ขณะที่หลินเฟิงกำลังจะเดินออกจากหอโอสถ จ้าวคังที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องรับรองชั้นในก็เหลือบมาเห็นเข้าพอดี
"อ้าว! หลินเฟิง! เ้าขยะตระกูลหลินมาทำอะไรที่นี่?" จ้าวคังะโลั่น ทำเอาผู้คนในหอโอสถหันมามองเป็ตาเดียว "หญ้ารากดินกับดอกเกสรเงินงั้นหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า! เ้าซื้อสมุนไพรราคาถูกพวกนี้ไปทำไม? หรือว่าจะเอาไปต้มกินแก้ช้ำในหลังจากโดนนักเลงซ้อมเมื่อวาน?"
จ้าวคังยังไม่รู้เื่ที่อันธพาลสามคนถูกหลินเฟิงจัดการ เพราะพวกมันกลัวความผิดและอับอายจึงหนีออกจากเมืองไปั้แ่เมื่อคืน จ้าวคังจึงคิดไปเองว่าคนของตนทำงานสำเร็จและหลินเฟิงกำลังาเ็ภายใน
หลินเฟิงหยุดเท้า หันกลับมามองจ้าวคังด้วยสายตาสมเพช "นายน้อยจ้าว... สมุนไพรจะมีค่าหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ราคาตอนซื้อ แต่อยู่ที่ว่าใครเป็คนใช้ คนเขลาต่อให้มีโสมิญญาพันปีอยู่ในมือ ก็ทำได้เพียงต้มกินเป็น้ำแกงธรรมดา แต่สำหรับผู้รู้... แม้แต่หญ้าข้างทางก็เปลี่ยนเป็ทองคำได้"
"เ้าว่าใครเป็คนเขลา?!" จ้าวคังโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
"ใครรับคำ ย่อมเป็คนนั้น" หลินเฟิงกล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกจากหอโอสถไปทันที ทิ้งให้จ้าวคังยืนกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ โดยมีสายตาคมกริบของมู่หรงชิงและจ้าวเทียนฮวามองตามหลังเด็กหนุ่มไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
กลับมาถึงห้องนอน หลินเฟิงจัดเตรียมสมุนไพรทั้งหมดไว้บนโต๊ะ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อนั่งสมาธิปรับจิตใจใหม่อีกครั้ง
"ท่านผู้เฒ่า ข้าพร้อมแล้ว"
*‘ดีมาก! จงปล่อยพลังิญญาสีทองของเ้าออกมาโอบล้อมสมุนไพรทั้งหมดไว้!’* ิญญามรรคาภพสั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลินเฟิงกางฝ่ามือทั้งสองข้างออก พลังิญญาสีทองใสบริสุทธิ์หนาแน่นพุ่งทะลักออกจากจุดตันเถียนราวกับสายน้ำ มันเข้าปกคลุมหญ้ารากดินและดอกเกสรเงินทั้งหมดลอยขึ้นกลางอากาศ จากนั้น ในส่วนลึกของทะเลิญญา ร่างของิญญามรรคาภพในชุดคลุมขาวได้ประสานมือทำมุทราโบราณ
*วิ้งงงงง!*
อากาศเหนือโต๊ะบิดเบี้ยว รอยแยกมิติขนาดเล็กเท่ารูเข็มปรากฏขึ้น หยดน้ำสีฟ้าครามเปล่งประกายระยิบระยับราวกับเพชรน้ำหนึ่งหยดลงมาจากรอยแยกนั้น... มันคือ **"ละอองทิพย์วารี์"** ที่หยิบยืมมาจากโลก์!
หยดน้ำทิพย์ผสานเข้ากับพลังิญญาสีทองของหลินเฟิง และพุ่งเข้าใส่กองสมุนไพรทันที!
*ซู่...*
เสียงย่อยสลายดังขึ้นอย่างนุ่มนวล สิ่งเจือปนสีดำและเศษกากไม้ของสมุนไพรร่วงกราวลงบนพื้นราวกับขี้เถ้า เหลือเพียงของเหลวสีเขียวมรกตใสบริสุทธิ์ที่ลอยม้วนตัวอยู่กลางอากาศ กลิ่นหอมสดชื่นของธรรมชาติที่เข้มข้นจนทำให้จิตใจปลอดโปร่งแผ่กระจายไปทั่วห้อง
*‘สกัดบริสุทธิ์! ควบแน่น!’* ิญญามรรคาภพสำทับ
หลินเฟิงขบฟันแน่น ควบคุมพลังิญญาบีบอัดของเหลวนั้นให้แยกออกเป็ขวดแก้วเล็กๆ ที่เตรียมไว้... ยี่สิบขวดพอดี!
เมื่อกระบวนการสิ้นสุดลง หลินเฟิงทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย พลังิญญาในร่างถูกสูบไปเกือบครึ่ง ทว่าเมื่อเขามองดูขวดแก้วทั้งยี่สิบขวดบนโต๊ะ แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
"นี่คือ... โอสถเหลวคืนพลังิญญา?"
*‘ถูกต้อง... และมันไม่ใช่โอสถเหลวธรรมดา’* ิญญามรรคาภพกล่าวอย่างภาคภูมิใจ *‘โอสถเหลวของเ้านี้ มีความบริสุทธิ์สิบส่วนเต็ม! ไร้ซึ่งสารพิษตกค้างในร่างกาย แม้แต่นักหลอมโอสถระดับจักรพรรดิในโลกมนุษย์ก็ยังยากที่จะหลอมโอสถที่บริสุทธิ์ขนาดนี้ได้ในระดับต่ำ สำหรับผู้ใช้ิญญาขั้นที่หนึ่งและสอง ยาขวดนี้ขวดเดียวสามารถฟื้นฟูพลังิญญาทั้งหมดได้ในพริบตา!’*
ในตลาดโลกมนุษย์ โอสถคืนพลังิญญาทั่วไปที่มีความบริสุทธิ์เพียงห้าถึงหกส่วน ขายกันในราคาขวดละสองศิลาิญญาระดับต่ำ แต่สำหรับยาที่มีความบริสุทธิ์สิบส่วนเต็ม... มูลค่าของมันย่อมไม่สามารถประเมินด้วยราคาตลาดทั่วไปได้!
ในคืนนั้น หลินเฟิงในชุดคลุมสีดำและหน้ากากเหล็กกลับมาที่หอการค้าเมฆาครามในตลาดมืดอีกครั้ง เขามุ่งตรงไปพบผู้จัดการหลี่กวนในห้องรับรองทันที
"โอ้! ใดเท้าหน้ากากเหล็ก ท่านกลับมาไวปานนี้ มีสิ่งใดมาเสนอข้าอีกหรือ?" หลี่กวนต้อนรับด้วยความกระตือรือร้นพลางมองป้ายทองแดงในมือของหลินเฟิง
หลินเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาวางขวดแก้วสีเขียวมรกตหนึ่งขวดลงบนโต๊ะ "ลองให้คนของท่านตรวจสอบสิ่งนี้ดู"
หลี่กวนขมวดคิ้วเล็กน้อย สัญชาตญาณบอกเขาว่าสิ่งนี้ไม่ธรรมดา เขาจึงสั่นกระดิ่งเรียก **"อาจารย์หาน"** นักประเมินโอสถาุโของหอการค้าเข้ามา
อาจารย์หาน ชายชราท่าทางสุมไปด้วยภูมิปัญญา หยิบขวดแก้วขึ้นมาเปิดจุกออกทันที ทันใดนั้น กลิ่นหอมอันบริสุทธิ์ก็อบอวลไปทั่วห้อง จนทำให้พลังิญญาในร่างของชายชราหมุนเวียนเร็วขึ้นแวบหนึ่ง!
"นี่... นี่มัน!" อาจารย์หานเบิกตากว้าง มือสั่นเทาขณะหยดของเหลวหนึ่งหยดลงบนจานศิลาวัดความบริสุทธิ์ ศิลาวัดผลเปล่งแสงสีเขียวเข้มและตัวเลขอักษรโบราณปรากฏขึ้นเด่นชัด... **[ความบริสุทธิ์: สิบส่วนเต็ม!]**
"สิบส่วนเต็ม?! ปาฏิหาริย์! นี่คือโอสถระดับทิพย์!" อาจารย์หานร้องอุทานลั่นด้วยความใ "ใต้เท้า! โอสถเหลวนี้ใครเป็ผู้หลอมขึ้นมา?! ท่านปรมาจารย์ท่านใดมาเยือนเมืองชิงหยางกันแน่?!"
หลี่กวนที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง แววตาที่มองหลินเฟิงเปลี่ยนจากความเคารพธรรมดาเป็ความหวาดเกรงและเลื่อมใสในทันที นักหลอมโอสถที่สามารถหลอมยาสิบส่วนเต็มได้... เื้ัย่อมต้องเป็ตัวตนระดับสัตว์ประหลาดในเมืองหลวง หรืออาจมาจากนิกายโบราณที่เร้นกาย!
"เื่เื้ัของข้า พวกท่านไม่จำเป็ต้องรู้" หลินเฟิงแสร้งทำเสียงเ็าและทรงอำนาจ "ข้ามีโอสถเหลวแบบนี้อยู่ยี่สิบขวด ข้า้าให้หอการค้าเมฆาครามจัดงานประมูลด่วนในคืนนี้ และข้า้ารับผลตอบแทนเป็ศิลาิญญา"
"ได้ครับ! แน่นอนครับใต้เท้า!" หลี่กวนรีบตอบรับอย่างไม่ลังเล "หอการค้าของเราจะจัดงานประมูลลับในอีกหนึ่งชั่วยาม และข้าขอรับรองว่า ยาของท่านจะทำราคาได้สูงที่สุดอย่างแน่นอน! และข้าขอมอบ 'ป้ายทองคำ' นี้ให้ท่านแทนป้ายทองแดงเดิม ท่านคือแขกผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเรา!"
หนึ่งชั่วยามต่อมา ณ ลานประมูลลับของหอการค้าเมฆาคราม ห้องประมูลเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลและหัวหน้าตระกูลใหญ่ในเมืองชิงหยาง รวมถึงตระกูลเฉินและตระกูลมู่ ทว่าตระกูลจ้าวไม่ได้มาเนื่องจากกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมงานผูกขาดกับผู้เฒ่ากู่
หลี่กวนก้าวขึ้นบนเวทีด้วยรอยยิ้ม "ยินดีต้อนรับทุกท่าน วันนี้หอการค้าเมฆาครามมีสินค้าพิเศษที่เป็ปาฏิหาริย์แห่งยุคมานำเสนอ... 'โอสถเหลวคืนพลังิญญา ความบริสุทธิ์สิบส่วนเต็ม' จำนวนยี่สิบขวด! แยกประมูลทีละชุด ชุดละห้าขวด!"
*ซู่ซ่า...!*
ทั้งลานประมูละเิเสียงฮือฮาดังลั่น ราวกับน้ำมันเดือดที่ถูกสาดด้วยน้ำเย็น!
"ความบริสุทธิ์สิบส่วนเต็ม?! เป็ไปไม่ได้! เมืองชิงหยางมีของแบบนี้ด้วยหรือ?!" ผู้นำตระกูลเฉินลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น
"ชุดละห้าขวด! ข้าให้ราคาราคาเริ่มต้นห้าสิบศิลาิญญาระดับต่ำ!" ผู้นำตระกูลมู่ะโขึ้นทันที
"ข้าให้แปดสิบ!"
"หนึ่งร้อย!"
การแข่งขันเป็ไปอย่างดุเดือดและบ้าคลั่ง การเมืองในเมืองชิงหยางกำลังจะเปลี่ยนไป ทุกตระกูลต่างรู้ดีว่าหากได้ยานี้ไป ลูกหลานของพวกเขาจะก้าวหน้ากว่าคนอื่นหลายเท่า และในการต่อสู้จริง ยาขวดนี้คือชีวิตที่สอง!
ในห้องส่วนตัว ชั้นบน หลินเฟิงนั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มจางๆ ภายใต้หน้ากาก เงินทองและอำนาจกำลังไหลบ่าเข้ามาหาเขา ทว่าในขณะนั้นเอง ประตูห้องรับรองของเขากลับถูกเคาะเบาๆ
*ก๊อก ก๊อก...*
เมื่อประตูเปิดออก ร่างบางในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนก็ก้าวเข้ามา... นางคือ **มู่หรงชิง** หญิงสาวลึกล้ำจากหอโอสถเมื่อเช้า! นางไม่ได้สวมหน้ากาก ทว่าดวงตาดั่งดวงดาวของนางจับจ้องมาที่หลินเฟิงอย่างมีเลศนัย
"ใต้เท้าหน้ากากเหล็ก... หรือข้าควรจะเรียกท่านว่า สหายหลินเฟิง ดีนะ?" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้ารอยยิ้มงดงามปรากฏบนใบหน้า
หลินเฟิงกล้ามเนื้อกระตุกแวบหนึ่งในความมืด ทว่าเขายังคงนิ่งสงบ "แม่นางมู่หรง... ท่านกำลังพูดเื่อะไร ข้าไม่เข้าใจ"
มู่หรงชิงหัวเราะเบาๆ เสียงใสราวกับกระดิ่งลม "ท่านหลอกคนอื่นได้ แต่หลอก 'จิติญญาเทพวารี' ของข้าไม่ได้หรอก กลิ่นอายพลังิญญาที่อบอวลอยู่ในโอสถเหลวสิบส่วนเต็มนี้... มันมีกลิ่นอายสายเดียวกับเด็กหนุ่มที่มาซื้อหญ้ารากดินกับข้าเมื่อเช้าไม่มีผิดเพี้ยน"
นางเดินเข้ามาใกล้และนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "ท่านไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้มาเพื่อเป็ศัตรู หรือเปิดโปงความลับของท่าน... ในทางกลับกัน ข้ามาเพื่อเสนอ 'ข้อตกลงพันธมิตร' ข้า้าซื้อโอสถเหลวนี้จากท่านโดยตรงในระยะยาว และในเปลี่ยน ข้าจะช่วยท่านจัดการกับตระกูลจ้าว และปัญหาการเงินของตระกูลหลินเอง!"
หลินเฟิงจ้องมองหญิงสาวลึกลับตรงหน้าอย่างพิจารณา เกมการเมืองในเมืองชิงหยางบัดนี้ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นเมื่อมีตัวตนระดับสูงจากภายนอกก้าวเข้ามาแทรกแซง ทว่าด้วยพลังของิญญามรรคาภพและสมองอันชาญฉลาดของเขา... หลินเฟิงรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ปัญหา
ร้ายแรง ทว่ามันคือโอกาสทองที่จะช่วยให้เขาพลิกฟ้าคว่ำดินได้เร็วยิ่งขึ้น!