ภายในถ้ำแห่งหนึ่งบริเวณหน้าผาสูงชัน
แร้งเพลิงทมิฬที่ได้รับผลเืัมาแล้วมันก็บินตรงดิ่งมายังที่อยู่ของมันในทันที นั่นคือถ้ำที่อยู่กลางหน้าผาสูงชัน หากไม่ใช่อสูรที่สามารถบินได้ก็เป็เื่ที่ยากลำบากอย่างมากที่จะเข้ามายังถ้ำแห่งนี้ได้
" เฮ้อ ~ ในที่สุดก็ได้รับมา… ผลเืั !!" แร้งเพลิงทมิฬมองดูผลไม้สีแดงเืที่ส่งแสงเรืองรองชวนให้ต่อมย่อยอาหารทำงานก็อดน้ำลายสอไม่ได้ ตรงหน้าของมันมีผลเืัทั้งหมด5ลูกด้วยกัน
" หากข้าสามารถกลืนกินพวกมันทั้งห้าลูกนี้ได้ ! ข้าจะต้องสามารถขึ้นไปถึงระดับเทพได้ ! หรือไม่ก็มอบให้กองทัพของข้า ! เมื่อนั้นกองทัพของข้าก็จะไม่มีใครหยุดยั้งได้ !! " ร่างของแร้งเพลิงทมิฬสั่นเครือเมื่อพูดถึงระดับเทพ และการพัฒนากองทัพของมัน
ระดับเทพคือความฝันของมันั้แ่ที่มันเกิดมา เมื่อขึ้นไปถึงระดับเทพได้ มันก็จะสามารถออกจากดาวที่มันอยู่ในตอนนี้และท่องไปทั่วจักรวาลได้อย่างที่ใจมัน้า
นั่นคือสิ่งที่มันได้รับรู้ผ่านแผ่นจารึกโบราณที่มันได้พบเข้าโดยบังเอิญตอนที่มันยังเด็ก มันได้รู้เื่หลายเื่จากจารึกโบราณแผนนั้น เช่นดวงดาวที่เต็มไปด้วยพลัง ดวงดาวที่เต็มไปด้วยซากศพ หรือจะเป็ดาวไร้แผ่นดินที่ทุกที่มีเพียงผืนน้ำ ?
มันฝันเอาไว้ว่าหากมันไปถึงระดับเทพได้แล้วมันจะค้นหาดวงดาวที่มีแต่ซากศพและเข้าไปปกครองที่นั่น นั่นจะทำให้มันได้เสวยสุขไปกับอาหารอันโอชะได้ทุกวี่ทุกวัน !
" หึๆๆ" แร้งเพลิงทมิฬหลงเข้าไปในห้วงความคิดและความฝันอย่างสมบูรณ์
แกร่ก ~
" ใคร !" แร้งเพลิงทมิฬหลุดจากห้วงผวังทันทีที่ได้ยินเสียงบางอย่าง ดังนั้นมันจึงหันไปยังที่มาของเสียงอย่างรวดเร็ว ที่ตรงนั้นปรากฎร่างของบางสิ่งขึ้นมา ทันทีที่แร้งเพลิงทมิฬเห็นร่างนั้นดวงตาของมันก็เบิกกว้าง
" ท ทำไม ? ทำไมถึงเป็เ้า ? " น้ำเสียงของแร้งเพลิงทมิฬสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างที่ปรากฎตรงหน้าของมัน
" แปลกใจหรือ ? ทั้งๆที่ข้าสมควรตกตายไปแล้วทำไมถึงข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้เช่นนั้นรึ ? หึ ! โง่เง่า ! พวกเ้าคิดว่าแค่ระดับพวกเ้าจะสามารถสังหารเทพสุริยันต์อย่างข้าได้ ?"
วานรเพลิงพูดด้วยท่าทางเกียจคร้านเช่นเคย สีหน้าดูเฉยเมยเมื่อพูดถึงเื่ก่อนหน้านี้
" เป็ไปไม่ได้ ! เ้าไปถึงระดับเทพแล้ว !?" แร้งเพลิงทมิฬะโเสียงดังคล้ายไม่เชื่อแต่ก็อยากจะรู้เช่นกันว่าวานรเพลิงพูดจริงหรือไม่ ?
" หึ ! ลองเดาดูสิ" พูดเสร็จเปลวเพลิงก็กระจายออกมาจากร่างของวานรเพลิง
แดนสุริยันต์ !
ร่างของแร้งเพลิงทมิฬสั่นเทา มันยังจำความรู้สึกที่ถูกเปลวเพลิงนี้แผดเผาขาข้างหนึ่งของมันได้ดี มันไม่สามารถต้านทานเปลวเพลิงของวานรเพลิงได้ ! แม้ว่ามันจะเป็ผู้ใช้เพลิงด้วยกันก็ตาม !
" เ้า !!" แร้งเพลิงทมิฬโกรธเกรี้ยว ร่างทั้งร่างปล่อยเพลิงสีดำออกมากัดกร่อนเพลิงสีแดงของวานรเพลิงที่กำลังขยายมาทางมัน
" โอ้ ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายเือันเจือจางของเ้าจะสามารถใช้เพลิงผลาญตะวันได้ ไม่เลวเลยสำหรับผู้มีสายเืของปักษาอเวจี แต่น่าเสียดายที่เ้าต้องมาเจอกับข้าผู้นี้…"
สิ้นคำเปลวเพลิงของวานรเพลิงที่ถูดกัดกร่อนไปก็เริ่มลุกไหม้ และเป็ฝ่ายเข้าไปกัดกินเปลวเพลิงสีดำของแร้งเพลิงทมิฬแทน
" นี่มัน… เป็ไปไม่ได้ !" สิ้นคำใบมีดเปลวเพลิงสีดำมากมายก็พุ่งออกมาจากปีกของแร้งเพลิงทมิฬพุ่งเข้าหาวานรเพลิงอย่างบ้าคลั่ง
" เปล่าประโยชน์น่า.. เปลวเพลิงในโลกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก !" ใบมีดเปลวเพลิงของแร้งเพลิงทมิฬเมื่อัักับร่างของวานรเพลิงมันก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของวานรเพลิงทันทีที่มันัักับร่างของวานรเพลิง
" เื่นี้…" แร้งเพลิงทมิฬไร้คำจะกล่าว มันทำได้เพียงมองไปยังวานรเพลิงอย่างว่างเปล่า มันภาวนาให้เื่นี้เป็เพียงแค่ฝันร้ายของมันเท่านั้น และหวังว่ามันจะตื่นขึ้นมาโดยเร็ว
" ถ้างั้นก็มาคิดบัญชีที่กล้ามาหาเื่ข้าผู้นี้กันเถอะ จากนั้นข้าจะได้ไปจัดการกับเ้าสองตัวที่เหลือนั่น…" ด้วยคำพูดนั้นเองหมัดของวานรเพลิงก็ถูกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงร้อนระอุ
" ไม่… ย อย่าฆ่า…" ความหวังของแร้งเพลิงทมิฬพังทลาย เพราะมันรับรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็ความจริง ดังนั้นมันจึง้าร้องขอชีวิต
ปั้ง !!
แต่มันก็พูดได้ไม่ทันจะจบ หมัดของวานรเพลิงก็บดร่างของมันด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง ไม่นานนักร่างของแร้งเพลิงทมิฬก็กลายเป็เถ้าถ่านไป
เห็นดังนั้นวานรเพลิงก็เข้าไปหยิบผลเืัที่วางอยู่บนแท่นหินที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นมันก็กินเข้าไปทันทีโดยไม่มีความลังเลใดๆ
" อื่ม ! สมกับเป็ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์.." วานรเพลิงโยนผลเืัที่ตนเองได้มาลูกหนึ่งขึ้นลง เหมือนดั่งผลเืันี้เป็เพียงผลไม่ธรรมดาทั่วไปผลหนึ่งเท่านั้น
ตอนนี้วานรเพลิงกินผลเืัไปแล้วผลหนึ่งผล มันจึงเหลืออีก5ผล รวมกับที่มันได้มาผลหนึ่ง ใช่แล้ววานรเพลิงคือผู้ที่เอาผลเืัผลสุดท้ายไปโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นนั้นเอง
ฟู่ ~ ฟู่มม ~
เปลวเพลิงบนร่างของวานรเพลิงโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ก่อนที่ไม่นานนักมันจะเข้ามาห่อหุ้มร่างของวานรเพลิงเอาไว้
เมื่อเวลาผ่านไปเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มร่างกายของมันก็ค่อยๆจางลงและหายไปในที่สุด เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ววานรเพลิงก็มองดูร่างของตนเองอย่างอยากรู้อยากเห็น
" สมแล้วจริงๆ ไม่คิดว่าาแที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ที่จากปกติต้องใช้เวลารักษากว่า2ปีกลับถูกรักษาไปเพียงไม่กี่วินาที แถมพลังของข้าก็ยังเพิ่มขึ้นมาถึงเท่าตัวอีกด้วย !"
สิ้นคำเปลวเพลิงอันร้อนระอุก็ปรากฎขึ้นมาด้านหลังของวานรเพลิง หากแร้งเพลิงทมิฬพบกับเปลวเพลิงนี้ในก่อนหน้า มันคงถูกแผดเผาในเสี้ยววินาทีอย่างที่เปลวเพลิงปรากฎออกมาอย่างแน่นอน
" ที่เหลือก็ทำความคุ้นชินกับระดับที่เพิ่มขึ้นมานี้ แล้วค่อยตามหาเ้างูเขียวกับเสือขาวนั่น ข้าต้องคิดบัญชีแค้นกับพวกมันที่กล้ามาท้าทายข้าผู้นี้…"
.
.
.
ตัดมาทางด้านของวรรณชัย หลังจากที่ไล่เก็บกวาดอสูรที่เหลือ เขาก็เข้ามาใกล้กับต้นไม้ที่ออกผลเืั ที่เขามายังต้นไม้นี้มันมีเหตุผลอยู่
เขาอยากจะพิสูจน์ดูว่าความคิดของเขานั้นถูกต้องหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงมาที่ต้นไม้นี้ด้วยตัวของเขาเอง จากนั้นเขาก็ตรวจสอบข้อมูลของเปลือกไม้ที่ตกอยู่รอบต้นไม้ที่ออกผลเป็ผลเืัมา
[ เปลือกต้นกระดูกั ระดับ ?? ]
มองดูระดับของเปลืองไม้ที่อยู่ในมือของเขาแล้วดวงตาของวรรณชัยก็สว่างขึ้นมาทันที มันเป็เปลืองไม้ที่มีระดับสูงมาก !
ดังนั้นเขาจึงเปิดหน้าต่างเงื่อนไขในการเลื่อนระดับขึ้นมาดู เขาคิดวามันจะสามารถใช้เปลือกไม้แทนได้ แต่เมื่อเห็นตัวเลข0ที่ไม้แกร่ง เขาก็ต้องผิดหวัง เมื่อผลไม่ออกมาอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เขาติดว่ามันจะสามารถใช้แทนกันได้ แต่มันกลับใช้ไม่ได้… ดังนั้นเขาจึงเดินไปที่ต้นกระดูกัตรงหน้าแทน
เมื่อมาถึงต้นกระดูกัวรรณชัยก็นำดาบของหุ่นไม้ผ่าดาวออกมา จากนั้นก็ลองฟันไปที่กิ่งเล็กๆของต้นกระดูกัดู
แคล้ง ~
เสียงฟันดังก้องออกไป แต่กลับไม่มีรอยขีดข่วนเกิดขึ้นที่ต้นกระดูกัเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นดังนั้นวรรณชัยก็ไม่ริคิดที่จะยอมแพ้ เขาฟันไปที่ต้นกระดูกัอีกหลายชุด หวังให้กิ่งเล็กๆหลุกออกมาก็ยังดี
แคล้งๆๆๆ ~
วรรณชัยฟันไปหบายนาทีจนตนเองเหนื่อยหอบ แต่ผลที่ออกมาก็ทำให้ฝันของเขาสลายไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนที่ต้นกระดูกัเลย ! " เฮ้อ ~ น่าเสียดาย.. ต้องไปตามหาไม้แกร่งเองจริงๆเหรอเนี่้ย ? แบบนั้นคงจะเสียเวลาน่าดู"
ว่าแล้ววรรณชัยก็หันหลังพร้อมที่จะออกไป แต่ก่อนที่เขาจะออกไปเขาก็คิดได้ว่าเปลือกไม้ต้นกระดูกัเหล่านี้มีระดับที่สูงมาก ดังนั้นหากเขาเก็บมันไว้ เมื่อระดับเขาเพิ่มขึ้นเขาอาจจะต้องได้ใช้มันก็เป็ได้ ดังนั้นวรรณชัยจึงเก็บรวบรวมเปลือกไม้มาขึ้นมาใส่ลงไปในช่องเก็บของ
[ ดิ้ง ~ ไม้แกร่ง 1/50 ]
ตอนนั้นเองหน้าต่างการแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมาเมื่อวรรณชัยเก็บรวบรวมเปลือกไม้ได้ระดับหนึ่ง และเมื่อเห็นการแจ้งเตือนนี้ดวงตาของวรรณชัยก็สว่างวาบพร้อมกับนะลอกคลื่นในดวงตากระเพิ้มไปมา " จริงเหรอเนี้ย !!"
วรรณชัยร้องะโออกมาด้วยความดีใจ จากนั้นเขาก็ไล่เก็บรวบรวมเปลือกไม้ทั้งหมดที่อยู่รอบๆต้นกระดูกัทั้งหมดทันที !
ตัวเลขของไม้แกร่งในเงื่อนไขของการเลื่อระดับของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวรรณชัยเก็บรวบรวมเปลือกไม้มากขึ้น
" ฮ่าๆๆ" ไม่นานนักเมื่อวรรณชัยเก็บรวมรวมเปลือกไม้กระดูัได้เกือบหมดแล้ว ตัวเลขไม้แกร่งของเขาก็มาถึง50ในที่สุด ดังนั้นเขาจึงได้หัวเราะออกมาด้วยความดีใจ
แต่ถึงกระนั้นวรรณชัยก็ไม่คิดที่จะหยุดรวบรวมเปลือกไม้ เขายังคงเก็บพวกมันต่อไป เมื่อเขาเก็บพวกมันหมดแล้ววรรณชัยก็เรียกหุ่นไม้ผ่าดาวที่ไล่จัดสังหารเหล่าอสูรที่อยู่บริเวณใกล้ๆต้นกระดูกมันกรแห่งนี้กลับมา
จากนั้นเขาก็มองดูเลเวลของตนเอง มันเป็39แล้ว แต่เวลาของหุ่นไม้ผ่าดาวเองก็ใกล้หมดแล้วเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงต้องรีบกลับไปหาพวกไตรวิทย์และรีบออกจากป่านี้ไปก่อนที่เวบาของหุ่นไม้ผ่าดาวจะหมดลง
" ต้องรีบออกไปภายใน1ชั่วโมง !" ร่างของวรรณชัยถูกคว้าไว้โดยหุ่นไม้ผ่าดาว จากนั้นมันก็พุ่งหายไป ไม่นานพวกเขาทั้งสองก็มาโผล่ในที่ที่เหล่าทหารกำลังซ่อนตัวอยู่
" นายน้อยท่านกลับมาแล้ว !" ไตรวิทย์เมื่อเห็นวรรณชัยกลับมา เขาก็รีบเข้ามาถามด้วยความดีใจ เขาซาบซึ้งเป็อย่างมากที่วรรณชัยช่วยสอนวิถีก้าวเท้าและวิถีการใช้อาวุธให้กับเขา
ตอนนี้พื้นฐานของเขาแน่นมาก เขายังคิดเลยว่าแม้แต่ผู้เป็พ่อที่เป็ถึง1ใน4ผู้บัญชาการของเมืองก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้โดยง่าย ดังนั้นเมื่อเห็นว่าวรรณชัยกลับมาแล้วเขาจึงรู้สึกดีใจเป็เป็พิเศษ
" อื่ม.. ตอนนี้เราต้องรีบออกเดินทางเพื่อกลับออกไปจากป่าแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ! สิ่งที่ข้าอัญเชิญออกมานี้ใกล้จะหมดเวลาแล้ว ดังนั้นเราต้องรีบ !"
เมื่อวรรณชัยพูดจบ ท่าทางของเหล่าทหารก็กลายเป็จริงจังขึ้นมาทันที พวกเขาเตรียมพร้อมอยู่แล้ว สามารถออกเดินทางได้ทุกเมื่อ !
" ทุกนายฟัง ! ใช้ความเร็วสูงสุดของพวกเขาออกมาเสีย ! แต่เราก็ไม่ควรแตกกลุ่มกัน ดังนั้นผู้ที่มีความเร็วมากกว่าต้องลดความเร็วลงให้เท่ากับคนอื่นๆและไปพร้อมกัน ไปป !!"
หลังจากที่นพเก้าพูดคำสุดท้ายออกมา ร่างของทหารทุกนายก็กลายเป็เงาพุ่งออกไปทันที คนที่มีความเร็วที่มากกว่าต้องช่วยกันแบกคนที่ได้รับาเ็ ดังนั้นความเร็วที่พวกเขาใช้จึงไม่ต่างกันมากนัก
การเดินทางครั้งนี้ของเหล่าทหารเต็มไปด้วยความกดดัน เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าอสูรจะเข้ามาโจมตีพวกเขาตอนไหน มันเทียบกับตอนที่ค้นหาผลเืัไม่ได้เลย เพราะตอนนั้นยังมีความระแวดระวังอยู่
แต่ตอนนี้พวกเขาต่างก็ทำเพียงวิ่งหน้าตั้งมุ่งตรงสู่ทางออกจากป่าแห่งความตายนี้เท่านั้น พวกเขาไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย !
ก๊าาซซซ ~
เสียงของอสูรดังขึ้นเป็ตรั้งคราวแต่ก็เงียบไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่พวกมันเข้ามาใกล้การมองเห็นของหุ่นไม้ผ่าดาว พวกมันจะถูกหุ่นไม้ผ่าดาวจัดการไปในทันที และอสูรที่อ่อนแอหน่อยก็จะโดนหุ่นไม้สี่ทิศจัดการไป หรือไม่ก็ทหารที่สามารถจัดการได้
บางตัวก็จัดการได้ยากบางตัวก็จัดการได้ง่าย บางตัวต้องใช้ทั้งหุ่นไม้ผ่าดาวและหุ่นไม้สี่ทิศ หรือบางตัวก็ถึงกับต้องใช้ทหารอย่างไตรวิทย์หรือนพเก้าเข้าไปช่วยด้วย ถึงจะสามารถกำจัดได้อย่างรวดเร็ว
บางทีหากพวกมันมามากจนเกินไปวรรณชัยก็ต้องลงมือเองบ้าง อุปสรรคของการออกจากป่าแห่งนี้คือเหล่าอสูรที่คอยดักโจมตีพวกเขาอยู่ตามทาง แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่มีใครได้รับาเ็อะไร เพราะพวกเขากำจัดอสูรที่เข้ามาได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง
การเดินทางด้วยความเร็วอย่างต่อเนื่องนี้ดำเนินไปเป็เวลา1.30ชั่วโมง
ในตอนที่เวลา1ชั่วโมงมาถึง หัวใจของวรรณชัยก็เต้นอย่างรุ่นแรง พร้อมกับเตือนนายทหารทุกคน " ทุกคนระวังตัวเองให้ดี ! ตอนนี้สิ่งที่ข้าอัญเชิญมามันหมดเวลาแล้ว ! เราต้องเฝ้าระวังให้มากกว่าเดิม !"
ตู้มม !!
ทันทีที่พูดเสร็จ ข้างหน้าของวรรณชัยก็ปรากฎอสูรขนาดใหญ่ตนหนึ่ง มันคือหมีช้างพราย หมีรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าเป็หมีแต่มีงวงและงา มือเท้าเป็หมี แต่ไม่มีขนมีเพียงหนังเหมือนกับช้างเท่านั้น
" ทุกคนไปอีกทางหนึ่ง !" วรรณชัยออกคำสั่ง
ได้ยินคำสั่งของวรรณชัย กองทหารก็อ้อมไปอีกทางหนึ่ง หมีช้างพรายที่เห็นดังนั้นก็กำลังจะใช้สกิลเสียงเพื่อหยุดกองทหารเอาไว้
วรรณชัยเห็นดังนั้นเขาจึงนำการ์ดใบหนึ่งขึ้นมา " สวมใส่ ! บาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นแทนที่นักรบหมาป่าวายุ !"
การ์ดในมือของวรรณชัยเรืองแสงสีทองก่อนจะพุ่งเข้าไปยังร่างของหุ่นไม้สี่ทิศ จากนั้นร่างของครึ่งหมาป่าก็เรืองแสงและลอยออกจากร่างของหุ่นไม้สี่ทิศ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแสงสีทองที่สวมใส่เกราะอ่อนเอาไว้
ฟ้าคำราม !! กรร !!
เสียงร้องคำรามดังออกมาจากร่างของหุ่นไม้สี่ทิศ ร่างของหมีช้างพรายที่กำลังจะร้องก็หยุดชะงักลง ร่างของหุ่นไม้สี่ทิศกลายเป็สายฟ้าสีแดงอมม่วงพุ่งไปที่หมีช้างพราย ก่อนที่จะมีแสงดาบปาดไปที่คอของหมีช่างพราย
แยกปฐี !!
ฉั่วะ ~
[ ท่านสังหารอสูรหมีช้างพรายระดับEเลเวล39สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์…]
[ ท่านได้รับการ์ดเปล่าระดับ E*1 ]
[ ท่านเลเวลอัพ ! ]
เห็นร่างใหญ่ั์ของหมีช้างพรายล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น วรรณชัยก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามกองทหารไป
นั่นคือเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้น เมื่อหุ่นไม้ผ่าดาวหมดเวลาลง ทุกครั้งที่พวกเขาพบกับอสูร วรรณชัยจะสั่งให้กองทหารอ้อมอสูรไปทุกครั้ง ส่วนตนเองกับหุ่นไม้สี่ทิศก็จะเข้าไปจัดการอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์นี้ดำเนินไปถึงครึ่งชั่วโมง มีผู้คนที่ได้รับบปาดเจ็บบ้าง แต่ก็ไม่ได้สาหัส เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกเขาปะทะเข้ากับอสูรระดับD จึงเป็การยากที่จะสามารถเอาชนะได้ จึงมีทหาราเ็ไปบ้าง
แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็สามารถออกจากป่าแห่งความตายนี้ได้โดยที่ไม่มีใครต้อนกงตายเลยสักคนเดียว นั่นถือเป็เื่ที่ดีที่สุดสำหรับวรรณชัย
เมื่อออกห่างจากป่าอสูรคลั่งได้มากเกินพอแล้ว วรรณชัยก็บอกให้กองทหารหยุดตั้งแคมป์เพื่อให้ทุกคนได้พักเอาแรง ส่วนตัวเขาเองก็จะได้เข้าไปเลื่อนระดับของตนเองด้วย เพราะตอนนี้เงื่อนไขทุกอย่างของเขาครบถ้วนหมดแล้ว