ก่อนทันใดเสียงนายกองฉานเฟิง จะกล่าวแถลงไขยืนยันออกมา ซึ่งมันจะทำให้คน อื่นๆ เลิกพูด “ไม่ผิดหรอก คนที่ทำดาเมจ เกตเปิด บอส อันดับ ต้น ๆ เป็อาเวย ไม่ผิดแน่”
เชน มองแววตา อาเวย เขาพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ ครั้นพูดอะไรไปตอนนี้ ก็เปล่าประโยชน์ “ข้าจะตามเ้าไปอย่างแน่นอน…เพื่อน”
อาเวย ยืดอกขึ้นทันที เมื่อได้ยินคำของสหาย “เชน ข้าจะรอเ้าที่ประเทศจีน”
แม้แต่รุ่นพี่ ริน ยังมาตบไหล่เชน เบาๆ “รุ่นน้อง ต้องตามพวกเรา ไปได้แน่” เมื่อแววตารุ่นพี่รินเผยความจริงจัง คล้ายนางมีความเชื่อบางอย่าง เด็กหนุ่มตรงหน้า จะไปได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด
ส่วนนี้เองทำให้ศิษย์คนอื่นๆ เริ่มสนใจ อีกฝ่ายเป็ใครขึ้นมากันบ้างแล้ว
ก่อนจะมีนักเรียนหลายคน จำ เชน ใบหน้าเฉื่อยชา ภายในคลาสชุมนุมกิจกรรมได้ เสียงดูแคลนนั้นจะกล่าวออกมา “เ้าหนูสายสนับสนุน ที่าเ็หนัก ต้องดรอปการเรียนไป ไม่ใช่หรือ?”
“ฮ่าๆ แล้วเขาจะตามพวกรุ่นพี่กวิน ไปได้อย่างไร?”
“อืมๆ” เมื่อหลายคน เริ่มแอบหัวเราะ ไม่ปิดบังคำพูดหยามเหยียด
ซึ่งแม้แต่รุ่นพี่อิงฟ้า เป็ศิษย์เก่าของโรงเรียน มาส่งน้องชาย อย่าง กวิน…หญิงสาวยังมองไปทางเชน พบเจอก่อนหน้านี้ ด้วยแววตานุ่มลึก
“เขาเองก็เป็ศิษย์ของที่นี่ ด้วยซินะ” อิงฟ้าลอบกล่าวพึมพำ นางคลี่ยิ้ม มีเสน่ห์ เล็กๆ ที่มองชายหนุ่มผมขาวแซมดำที่อยู่ห่างออกไปอย่างตั้งใจ
ส่วนนี้อีกด้านรุ่นพี่กวิน เตรียมขึ้นเครื่องไปกับ S เห็นเชน เขาอดไม่ได้ขบกราม น้อย ๆ ไม่ใช่ความไม่พอใจ แต่ในใจลึกๆกวิน ยอมรับในตัวเชน เด็กหนุ่มคนนี้เหมือนกัน
ครั้นเขาเองก็ได้เห็นการต่อสู้พวก อาเวย กับ เชน ต่อสู้บอสเกตเปิดตอนท้ายเองกับตา ฮันเตอร์ที่เห็นตอนนั้นต่างก็ยอมรับ
มันเป็ไปได้สูงด้วยซ้ำ เชน จะถูกคัดเลือกตัวครั้งนี้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ที่ไม่มีรายชื่อของอีกฝ่าย
ทันใด...ขณะพวกเขาโบกมือลา ขึ้นเครื่อง “แล้วเจอกันทุกคน”
แต่ไม่ใช่สำหรับ ระดับ S จู่ ๆ โจวยี้ ก็ออกมายืนจากท้ายเครื่องบินเจ็ท เปิดท้ายออก วูม! อย่างรวดเร็วเมื่อจดเด็กหนุ่มสภาพมอมแมมทำดาเมจบอสูงสุด
แววตาของโจวยี้เรียบขรึม มองมาที่เชน ตรงๆ อย่างไม่วางตา ส่งให้ใครหลายคน สะอึก ในลำคอ อย่างช่วยไม่ได้
เมื่อเห็นสายตาคู่นั้นของ S จ้องมองลงมาที่เชน ในตอนท้ายอย่างไม่วางตากันเชียว
ซึ่งคนพวกเขาพึ่งจะดูแคลน ไปเมื่อครู่เอง ก่อนหลายคน จะลอบถอนลมหายใจตามๆ กัน “เฮ้อ! สายตา S คนนั้นมองมา ก็ราวกับจะสังหารข้าได้ด้วยตาคู่นั้น เชียว”
พร้อมนักเรียนพยักหน้าพูดคุยกันอย่าง เห็นด้วย ในข้อนี้อย่างถึงที่สุด โดยไม่ได้นัดหมาย
นายกองฉานเฟิง มองตามเครื่องบินที่ทะยานขึ้นฟ้า หายลับ พลางลอบถอนหายใจยาว "งานนั่งโต๊ะประเมินคนเนี่ย... ไม่ใช่ทางถนัด ของข้าจริงๆ" เขาพึมพำกับตัวเองถึง 'เพชรในตม' ที่เขาไม่อาจเลือกขึ้นมาได้ในตอนนี้
ขณะเดียวกันความยุ่งวุ่นวายก็จบลงไปในเวลาอันรวดเร็ว…เมื่อ เชน ที่เหมือนเป็จุดของความสนใจ ยุ่งวุ่นวาย ได้หายตัวไปแล้ว
ไม่นาน...อีกด้าน เสียงกริ้ง!ที่ดังขึ้น
"ยินดีต้อนรับค่า!" เสียงใสๆ จากร้านพิซซ่าดังขึ้นทันทีที่ เมื่อประตูเปิดออก
ผู้จัดการร้านสาวสวย ซึ่ง เชน มองนับเป็เหมือนพี่สาวของเขาคนหนึ่ง
เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเป็ใคร ก็รีบโดดเข้าไปกอดคอทันที "ไอ้เด็กบ้า! หายดีแล้วเหรอฮะ?!"
เชนหัวเราะแห้งๆ ขณะถูกลากไปนั่งที่เคาน์เตอร์ พี่สาวใจดีส่งน้ำส้ม ของกินเล่นพร้อม ก่อนจะเริ่มเทศนาตามสไตล์ "ได้ข่าวว่าอาเวยไปจีนแล้วเหรอ? ไม่ต้องห่วงนะ ทำงานส่งพิซซ่าที่นี่สัก 1-2 ปี เดี๋ยวก็เก็บเงินซื้อตั๋วไปประเทศจีนได้”
“หรือถ้าใจร้อน... พี่รู้จักหมอเถื่อนอยู่นะ ขายไตได้ราคาดีเชียว สนใจไหมล่ะ?"
เชนแทบพ่นน้ำส้มพรวด "พี่ก็! เลิกแนะนำวิธีหาเงินแปลกๆ ให้ผมสักทีเถอะ!"
ขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกัน ประตูร้านก็เปิดออกอีกครั้ง กริ้ง!
อิงฟ้าเดินเข้ามาในร้าน ด้วยท่าทางสง่างาม จนผู้จัดการร้าน ต้องเปลี่ยนท่าทีของนางลงทันที
เมื่อเห็นเพื่อนเก่า อิงฟ้านั่งลงข้างๆ เชนพลางสั่งพิซซ่า รส ประหลาด ที่เชนเห็นแล้วยังหยอง
"ร้านนี้เป็ร้านโปรดของพี่สาวเลยนะ..." อิงฟ้าเอียงคอมายิ้มให้เชน "บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะ น้องชาย"
"ครับ บังเอิญจริงๆ ด้วย" เชนรีบวางแก้วน้ำส้มด้วยความประหม่า ขณะที่ผู้จัดการร้าน เริ่มทำหน้าบึ้งและกระแทกของเสียงดัง ปังๆ ด้วยความเขม่น
"พี่สาว ให้ยืมเงิน ไปจีนเอาไหม?" อิงฟ้าเสนอพลางขยิบตา
"อย่าไปเชื่อนะเชน! ยัยนี่มันไว้ใจไม่ได้!" ผู้จัดการร้านรีบขัดคอทันควัน ส่งบรรยากาศในร้าน เหมือนมีกระแสสายฟ้า แลบแปลบปลาบ จากดวงตาพี่สาวทั้ง2ชนกัน จนเชนอยากจะมุดโต๊ะหนีแล้ว
จู่ๆ ทันใดเสียงโทรศัพท์ของเชน มันจะแผดเสียงเตือนขึ้นมาตลอด เขาขมวดคิ้ว เมื่อเห็นเบอร์แปลก "ใครโทรมาตอนนี้ เนี่ย?"
เขาพยายามตัดสายแต่ปลายทาง กลับกระหน่ำโทรมาไม่หยุดหย่อน เห็นได้ชัดว่าเป็คนไม่ยอมแพ้ เชนผ่อนลมหายใจ ต้องยอมกดรับสาย
ที่ชายหนุ่มพลางเกาหัว หัวเราะ แห้งๆ ที่ไม่ดูบรรยากาศภายในร้าน “ขอโทษที พวกพี่ ผมรับสายนะครับ”