แสงแรกอรุณรับวันใหม่มาเยือนส่องประกายสีทองเรืองลองระยับตาขับขานให้เมืองเริ่มต้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งพร้อมกับผู้เล่นมากมายต่างทยอยกันตื่นจากนิทรา
และข่าวสุดสยองสำหรับผู้เล่นพร้อมกับในเมืองเริ่มต้นกำลังพูดกันระงมพร้อมกับในสารมวลชนในเกมกำลังเดือดระอุ คือข่าวเพี่ยงคืนเดียวคนที่กล้าลองดีกลับศิลาถูกศิลาจัดการไปร้อยเก้าสิบเก้าคนจนไม่สามารถกลับเข้าเกมมาได้อีก และมีเพียงสามสิบคนในนั้นกำลังทำเื่ขออุทรกับทางเกมขอเริ่มเล่นใหม่แต่ทว่าไม่มีของฟรีการจะทำแบบนั้นต้องเสียเงินมหาศาล
ศิลาและสามสาวออกมาจากที่พักศิลานั้นไม่ได้ปิดบังตัวเองแต่อย่างใดเขาเดินไปตามถนนที่ใครๆมองดูก็รู้ว่านั่นคือศิลา เมื่อเขาเดินผ่านไปทางไหนผู้เล่นจะหลบทางและถอยห่างจากเขาทันที
พร้อมด้วยการตั้งกลุ่มตามล่าศิลาก็ถูกยกเลิกไปอย่างรวดเร็วที่น่าแปลกคือตราประทับนักโทษของศิลากลายเป็สีแดงฉานดุจสีเืเด่นสะดุดตาสียิ่งแดงมากเท่าไหร่บ่งบอกถึงค่าหัวที่มีมากเท่านั้นและเป็ที่รู้กันผู้เล่นติดตรานักโทษต่อให้อยู่ที่ไหนก็สามารถถูกผู้เล่นอื่นฆ่าได้แบบไม่ผิดกฎ มันกลับน่าแปลกตรงที่ไม่มีผู้เล่นคนไหนเลยคิดจะโจมตีศิลาทั้งที่ตอนนี้ใบค่าหัวของเขาถูกติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์เด่นสง่าแท้ๆ
ศิลาพาสามสาวมายังภายในป่าที่ๆเป็ที่อยู่ของสัตว์อสูรแมวป่าพร้อมกับเป็ครูพิเศษคอยสอนบอกจุดอ่อนจุดแข็งและสอนกระบวนดาบให้เขาใช้เวลาไปหนึ่งอาทิตย์เต็มจนทั้งสี่คนสนิทกันอย่างหน้าประหลาดโดยศิลาได้แลกเปลี่ยนเพื่อนกับสามสาวก่อนที่เขาจะแยกตัวออกมาไปตามทางของตัวเองเพราะเห็นว่าสามสาวสามารถสู้กับสัตว์อสูรที่ทุ่งหิมะได้แล้ว
สามสาวก็ไม่ได้รั้งเขาไว้แต่อย่างใดเพราะในการฝึกของศิลาเรียกได้ว่าพวกเธอพัฒนาทั้งฝีมือระดับและมีไอเท็มระดับเอระดับบีกันทุกคนและศิลาเองก็เป็นักผจญภัยตัวยง
ศิลายืนรอเรือขนส่งผู้โดยสารแบบเงียบๆโดยมีผู้เล่นราวสองร้อยคนก็มารอด้วยเช่นกันแต่ทว่าทุกคนกลับอยู่ห่างศิลาออกไปสามถึงสี่เมตรราวกับว่าเขาคือถังขยะเสียอย่างนั้น
“เหอ....เราทำเกินป่าววหว่า”
ศิลาถอดถอนใจเบาๆพร้อมกับหันไปดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบตามนิสัยของคนรักศิลปะ เบื้องหน้าเขาคือทะเลผืนน้ำสีครามระยับตาเมื่อกระทบกับแสงตะวันรองกายคือป่าทุ้งเขียวขจีกับต้นไม้หลากสีเนินหินสูงชัน
จนเวลาผ่านสักพักเรือสำเภาโบราณสีน้ำตาลทำจากไม้อย่างดีขนาดบรรจุผู้เล่นได้ราวๆสี่พันคนก็มาถึงศิลาจ่ายค่าโดยสารเสร็จสรรพหร้อมกับจองห้องวีไอพีทันที
“นี่ละนะคนรวยเอาสบายไว้ก่อนดีกว่าเรารวยสะอย่าง”
อันที่จริงไม่ใช่อะไรเลยศิลานั้นมีนิสัยเมาเรือ เขาจึงรีบตรงเข้าห้องพร้อมทิ้งตัวลงนอนทันทีเป้าหมายของเขาคือนครมนตราเมืองแห่งเวทมนต์
ถึงเข้าจะมีระดับเวทมนต์ทุกธาตุที่สูงแต่กลับใช้ไม่ได้เพราะการจะใช้เวทมนต์ผู้เล่นจำเป็ต้องเรียนเวทมนต์ระดับหนึ่งเสียก่อนแล้วจะต่อยอดพัฒนาไปแบบไหนก็แล้วแต่บุคคล
ศิลาเองก็งงเหมือนกันว่าทั้งที่เขาไม่เคยใช้เวทมนต์แต่ทักษะเวทมนต์มันถึงพุ่งพรวดยิ่งกว่าทักษะอื่นจนเมื่อไม่นานมานี้เขาได้ข้อสรุปคือเขานั้นเทพเกินชาวบ้านง่ายๆแบบนี้แหละ
แต่ทว่าความจริงแล้วมันไม่ใช่เลยและไอ้ความที่ทักษะของเขามันสูงเกินไปครั้งนี้มันจะทำให้เขายิ่งเจอกับความยากลำบากเพราะภารกิจแต่ภารกิจภายในเกมจะคำนวนจากทักษะผู้เล่นนั่นแปลว่ายิ่งทักษะค่าสถานะต่างๆสูงผู้เล่นจะยิ่งได้ภารกิจระดับมหาโหด
ศิลาหรับไปสักพักจนอาการเมาเรือทรงตัวเขาก็ออกมาเดิยสำรวจตามที่ต่างๆภายในเรือเรียกได้ว่าถึงจะเป็เรือแต่ใหญ่พอๆกับโรงเรียนหรือมหาลัยเลยกว่าว่าได้ ภายในเรือนั้นมีทั้งศูนย์อาหาร สวนสำหรับนั่งเล่น บาร์
ห้องออกกำลังกาย และชั้นพิเศษลานประลอง
“เอามันเลย” เคร๊ง...ตูม...ฉึก...
“เฮ...แบบนั้น...
เสียงของมีดคมกระทบกันดั้งลั่นพร้อมกับเสียงเชียร์อย่างออกรสชาติ
ศิลาที่กำลังเบื่อๆเดินมาชมการประลองของผู้เล่น ที่มีคนมากมายกำลังมุงดูพร้อมกัเปิดรับพนัน
การประลองในลานประลองนั้นหากฝ่ายไหนตายจะฟื้นคืนชีพทันทีและจะไม่นับเป็การถูกฆ่าตายเพราะงั้นผู้เล่นจึงยังคงประลองพีวีพีกันได้อย่างสบายใจ
“อ่าวว...มาเลยๆแทงเสียๆแทงเสียอยากรวยอยากหาเงินใช้เชิญๆ”
เสียงเ้ารับพนันร้องเรียกลูกค้ายกใหญ่พร้อมกับผู้เล่นให้ความสนใจจำนวนมาก
ศิลายืนดูอยู่พักใหญ่ก่อนจะลงไปชั้นล่างศูนย์อาหารภายในมีอาหารราคาถูกแถมเป็อาหารอย่างดีระดับห้าดาวโต๊ะกลมสีน้ำตาลวางเรียงรายเป็ระเบียบพร้อมกับผู้เล่นแน่นเอียด
มีต้นไม้ดอกไม้ตกแต่งให้ความรูสึกราวกับอยู่ท่ามกลางธรรมชาติศิลาได้เลือกนั่งริมขอบหน้าต่างพร้อมอาหารชุดใหญ่ เมื่อศิลามองออกไปด้านนอกหมายจะชมทิวทัศน์ก็ต้องพบกลับความแปลกใจเพราะมันมีแต่สีขาวทั่วไปหมดคล้ายกับหมอกในฤดูหนาวที่ลงจัดจนมองอะไรไม่เห็น
จากนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป็มาไร่ดูข่าวสารในช่องสารมวลชนแทนก็พบเข้ากับข่าวหน้าสนใจคือผู้เล่นที่ติดตรานักโทษมันขึ้นรูปหน้าโชว์ในบอร์ดนักโทษเพื่อให้ผู้เล่นทั่วไปตามล่าและเขาก็ติดเป็อันดับที่เก้า และข่าวสารที่เข้าส่งผู้เล่นไปตายจนเข้าเล่นเกมอีกไม่ได้มันได้ถูกกลบด้วยข่าวของผู้เล่นกลุ่มหนึ่งได้บุกยึดเมืองสำเร็จและขึ้นเป็เ้าเมืองนั้น
แถมยังมีข่าวลืออีกด้วยว่าผู้เล่นกลุ่มนั้นกำกุญแกของการพิชิตเกมเอาไว้พน้อมกับตอนนี้ผู้เล่นได้ก็ต้องเมืองขึ้นมาชื่อเมืองว่าจักรวรรดิฟ้า และตอนนี้กำลังเปิดรับสมัครผู้เล่นทั่วไปเข้าสังกัดทหาร ถ้าหากเขาสามารถพิชิตเกมได้ทหารทุกคนจะได้ส่วนแบ่ง
ทำให้มีผู้เล่นมากมายที่คิดว่าตัวเองคงไม่สามารถพิชิตเกมได้แต่ขอเพียงเศษส่วนแบ่งเล็กน้อยก็ยังดี ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยแห่ไปสมัครเข้าสังกีดมากถึงสามหมื่นกว่าคนและกำลังเพิ่มขึ้นเลื่อยๆจนตอนนี้จักรวรรดิฟ้าเพียงแค่วันเดียวก็ทยานขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้า
“เมืองงั้นหรอจริงสินะลำพังเราคนเดียวต่อให้เก่งแค่ไหนคงไม่สามารถเคลียร์เกมด้วยตัวคนเดียวได้แถมถ้าตายเกินสี่ครั้งก็หมดสิทธิ์ทันที กองกำลังก็เป็สิ่งจำเป็แถมเรายังมีค่าหัวเสียด้วยแต่ว่าถ้าเราสร้างเมืองใครมันจะมาเข้ากับอาชญากร อ่ะเดียวสิ”
ศิลานั่งพึมพัมก่อนที่จะทำท่าเหมือนกับคิดอะไรออกพร้อมกับลอยยิ้ม
“ด้วยกดตายเกินสี่ครั้งเข้าเกมไม่ได้อาชญากรถูกตามล่า ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนถ้าอาชญากรก็ต้องอยู่กับอาชญากรชักสนุกแล้วสิ”
ศิลาเอ่ยขึ้นพร้อมกับลอยยิ้มเ้าเล่ห์
และในที่สุดเวลาที่เขารอคอยก็มาถึงเรือได้แล่นเทียบท่าเมืองมนตรา
ศิลาไม่รอช้ารีบลงจากเรือทันที
ศิลามองไปยังเมืองมนตราตงหน้าด้วยความตลึงในความงดงามของเมืองแห่งนี้ชนิดที่เรียกได้ว่าเมืองเริ่มต้นเทียบไม่ติดทั้งกว้างขวางผู้คนมากมายทั้งNPCพ่อค้าแม่ค้ากำแพงเมืองสีทองอร่ามทอแสงระยิบระยับพร้อมกับดวงตะวันที่ค่อยๆเคลื่อนตัวล่าลับขอฟ้าส่งเงาสะท้อนปราสาทจอมเวทย์ให้ยิ่งดูเด่นสง่าและให้ความรู้สึกถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ในเวลาเดียวกัน
ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ทั้งNPCที่แต่งกายด้วยชุดจอมเวทย์หลากสีให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้ามาในโลกแห่งเวทมนต์ปราสาททุกหลังร้านค้าบ้านเรือนเป็แบบอียิปโบราณคล้ายเื่อาลาดิน แสงไฟจากตะเกียงที่ค่อยๆทะยอยติดขึ้นตามที่ต่างๆในตัวเมืองให้แส่งสว่าง ยิ่งขับส่งเสริมให้มหานครแห่งนี้ดูงดงามเกินบรรยายแม้แต่โครมไฟก็ยังมีอักขรเวทมนต์เขียนเอาไว้แสงให้เห็นว่ามันทำงานให้แสงสว่างโดยกลไกรเวทมนต์
ศิลาเดินไปตามถนนที่ทอดยาวผ่านกลางตัวเมือง พร้อมกับเหลียวมองซ้ายทีขวาทีด้วยความตื่นตา ในเมืองใหญ่ไม่สิต้องบอกว่าแผ่นดินใหญ่ไม่มีผู้เล่นคนไหนแสดงท่าทีหวายกลัวหรือมีปฏิกริยากับตรานักโทษของเขาแม้แต่น้อยราวกับเห็นมันเป็เื่ปกติ
แต่ทว่าที่จริงแล้วมันไม่มีนักโทษคนไหนที่จะออกมาเดินอะล่างโจ่งแจ้งได้แบบเขากันทุกคน ที่ไม่มีผู้เล่นคนทำอะไรเขาเพราะผู้เล่นส่วนใหญ่รู้ซึ่งว่าถ้าขืนไปยุ่งกับเขา เขาจะส่งมันไปตายสี่ครั้งอย่างแน่นอนผู้เล่นทุกคนเลยเลือกที่จะไม่ยุ่ง ก็ใบหน้าเขามันโชว์หน้าในใบประกาศค่าหัวสะขนาดนั้นแต่ทว่าศิลาคนไม่สนโลกมีหรือที่จะทราบ
ศิลาพลันเข้าใจแจ่มแจ้งทันที่ว่าทำไมผู้เล่นที่มาทวีปใหญ่แล้วถึงไม่อยากกลับไปเมืองเริ่มต้น เพราะทั้งความงดงามของเมืองและบรรยากาศที่กลมกลืนให้ความรู้สึกว่าอยู่ในโลกอีกโลกโดยสมบูรณ์ของมันนี่เอง
ศิลาเดินมาได้ระยะหนึ่งก็พบกับปราสาทแบบจีนผสมผสานแบบอียิบสีส้มน้ำตาลสุดแสนจะสดุดตาและงดงามเลอล้ำ พร้อมกับผู้เล่นมากมายต่อแถวเรียงคิดกันแน่นจนแถมยาวเกินสองกิโลเมตรจำนวนสามแถว
ป้ายติดหน้าปราสาทว่ารับภารกิจเรียนเวทมนต์กับตัวละครปัญญาประดิษฐ์ทหารของเมืองมนตราและNPCที่วัดค่าความสามารถของผู้เล่นก่อนจะส่งให้ทหารของเมืองมนตรามอบภารกิจให้
“เอาล่ะรอฉันก่อนนะเวทมนต์”
ศิลานั้นไม่รู้เลยว่าการรับภารกิจของเขาครั้งนี้นั้นเขาจะต้องใช้เวลาทำภารกิจนานถึงสามเดือนเต็มพร้อมกับควายากที่เรียกว่าถึงขั้นบรรลัย