The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 138 ท่าทีที่เปลี่ยนไป


    เครดิตภาพจาก http://wallpaperswide.com


    ………………………


    “ ตาหน้าลิงอย่าเป็นอะไรนะ เพิ่งจะหายบาดเจ็บแท้ๆ ” อากิเนะตรวจดูอาการของมาวินที่นั่งพิงกำแพง ใบหน้าเรียวก้มต่ำ ลำคอล้มพับ กายเพรียวแน่นิ่ง สภาพโดยรวมดูไม่ต่างจากคนตาย 

                


            ขณะที่อากิเนะกำลังตรวจสอบ ร่างกายของเด็กหนุ่มหัวเขียวก็กระตุกเบาๆหนึ่งที อาการตอบสนองดังกล่าว ทำให้เด็กสาวรู้สึกดีใจ


    “ เอ๊ะ….เธอยังมีสติอยู่นี่ ไม่เป็นไร ใช่มั้ย ” 

                


           เด็กหนุ่มค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา สิ่งแรกที่อากิเนะเห็นก็คือ……ใบหน้านิ่งที่ตายด้าน โดยเฉพาะประกายตาที่มองมายังเธอมันดูมืดมน ราวกับท้องฟ้าในคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ 


    “ เอ๊ะ! ทำไมนายลิงถึงได้เป็นแบบนี้ ปกติเขาจะชอบทำหน้าทะเล้นที่ดูกวนประสาทนี่นา เกิดอะไรขึ้น” อากิเนะตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไป แต่ก่อนที่เด็กสาวจะได้พูดอะไร มาวินก็ยันกายลุกขึ้นยืน

                


           การที่เด็กหนุ่มหัวเขียวลุกขึ้นมา สร้างความตื่นตะลึงแก่ทุกคนในโรงฝึก โดยเฉพาะโอคุยาสุเขาถึงกับหน้าซีดเผือด ประมาณว่าได้เห็นฝูงผีทั้งสุสาน


    “ กะ….แกลุกขึ้นมาได้ยังไง ” โอคุยาสุร้องถามเสียงสั่น 

                


           มาวินยืนโงนเงนไปมา ครู่หนึ่ง ก็ก้าวเข้ามาหาโอคุยาสุ ด้วยท่าทางที่ดูมืดมน ทำให้ทุกคนไม่กล้ากล่าวอะไร เพราะรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าได้เปลี่ยนไปแล้ว 

                


           มาวินย่างเนิบๆ เมื่อถึงระยะ 5 ก้าวก่อนถึงตัว เด็กหนุ่มก็หยุดเดิน พร้อมจับจ้องมาที่โอคุยาสุ ปากก็ร้องท้าทายด้วยเสียงที่แผ่วเบาและยานคาง 


    “ มาสู้กัน ” 

                 


            เหล่าลูกศิษย์หนุ่มนับสิบพากันฮาครืน บางคนถึงกับก่นด่า ด้วยไม่พอใจในความไม่เจียมตัวของมาวิน 


    “ ไอ้เด็กบ้า ร่อแร่บางตายขนาดนี้ ยังมาท้าอาจารย์โอคุยาสุสู้อีก แกน่ะแพ้ไปแล้ว กลับไปทำไร่ไถนาซะเถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” 

                 


            มาวินไม่ตอบ เขายืนโงนเงนไปมาและโฟกัสไปที่โอคุยาสุเพียงอย่างเดียว 

            


            โอคุยาสุมิได้หัวเราะตามศิษย์รุ่นน้อง
     เขามองท่าทางอันสงบนิ่งของมาวิน พร้อมขบคิดอยู่ในใจ 


    “ เจ้าเด็กคนนี้เปลี่ยนไปมาก ประกายตาช่างมืดมน ดูไม่เหมือนมนุษย์เลย เกิดอะไรขึ้นกับมัน ” 

                  


           ขณะที่ทุกคนกำลังสรวลเสเฮฮา บุรุษนายหนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์เริ่มรำคาญ จึงก้าวเข้ามาผลักอกของมาวิน ทำให้ร่างบางเซไปตามแรง ปากก็กล่าวขับไล่ 


    “ เจ้าหนู นายน่ะไม่ไหวแล้ว ไปซะ แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ” 

               


            สิ้นคำของชายผู้นั้น มาวินก็ยกเท้าขวาขึ้นถีบยอดอก


    “ เปรี้ยง ” 

               


            การโจมตีครั้งนี้ทั้งรุนแรงและรวดเร็ว ส่งผลให้ชายผู้นั้นลอยไปไกลถึง 10 เมตร ก่อนจะร่วงล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น


    " โครม" 


    “ เฮ้ย! เจ้าหนู แกทำบ้าอะไรฟะ หน็อย....... ” ลูกศิษย์หลายคนคำรามดัง พร้อมเตรียมกรูเข้ามารุมยำเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าตาย แต่ก่อนที่พวกเขาจะสมประสงค์ โอคุยาสุก็ร้องห้าม


    “ พวกนายหยุดก่อน ” 

                


             ด้วยบารมีของโอคุยาสุ ทำให้เหล่าลูกศิษย์หนุ่มหยุดยั้งการกระทำและหันกลับมาถามลูกพี่ใหญ่เสียงแข็ง


    “ ทำไมมาห้ามพวกเราล่ะ ลูกพี่ มันเล่นงานและดูหมิ่นถึงขนาดนี้ จะยอมได้ยังไง ” 

               


           โอคุยาสุไม่ตอบคำใด เขามองไปที่ชายผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งบัดนี้ได้นอนหงายสิ้นท่า ดวงตาเหลือกโปนน้ำลายแตกฟอง จากนั้นก็หันไปกล่าวกับศิษย์รุ่นน้อง


    “ พวกนายไม่ต้องยุ่ง ชั้นจะจัดการเจ้าหนูคนนี้เอง ” 

                


            เหล่าศิษย์รุ่นน้องทำตามคำสั่งของโอคุยาสุโดยพลัน เพราะรู้ดีว่าในยามที่อาจารย์หนุ่มตีสีหน้าแบบนี้ ย่อมเป็นเวลาที่เขาเอาจริง ไม่ว่าใครก็ไม่ควรแหย็ม เพราะมันอันตรายมากๆ 


    “ คะ…..ครับ สั่งสอนไอ้เด็กบ้านี่ด้วยนะครับ ฮึ่ม...... ” ศิษย์บางคนหันมาสั่งเสีย พร้อมส่งสายตาอาฆาตไปยังเด็กหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานประลอง 

                


            หลังจากเข้าประจำที่ เทพศาสตราก็เอ่ยถามหลานสาวคนสวย 


    “ เจ้าหนูนั่นเป็นอะไรรึเปล่า ” 


    “ อะ….เอ่อ บาดแผลตามตัวก็ไม่สาหัสนะคะ เพราะพี่โอคุยาสุใช้เพียงดาบไม้ ตะ…แต่ว่า….” อากิเนะอ่ำๆอึ้งๆ 


    “ แต่เจ้าหนูนั่นดูเปลี่ยนไป ” เทพศาสตราต่อคำให้จบ ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่มาวิน 


    “ อะ…ใช่ค่ะ ท่านปู่รู้หรือคะ ” อากิเนะดูฉงนสงสัยเพราะท่านปู่ล่วงรู้ถึงอาการของมาวิน ทั้งที่นั่งดูอยู่ไกลๆ 

                 


            เทพศาสตรานิ่งตรึกตรอง ก่อนตอบกลับมาเบาๆ


    “ สาเหตุที่ปู่รู้ เพราะการถีบสูงเมื่อครู่เป็นการโจมตีที่ทรงพลังเกินระดับฝีมือของเจ้าหนูนั่นไปหลายขั้น มันรุนแรงถึงขนาดทำให้ "ทาคุโร่" (คนที่โดนถีบ) สลบในทีเดียว ไหนจะบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอีก เหมือนมีความหมองหม่นและมืดมนมารวมตัวอยู่รอบกาย ” 

                


            อากิเนะเห็นด้วยทุกคำ เธอรับรู้ถึงความหวาดหวั่นของเทพศาสตราด้วยอยู่กับท่านปู่มาตั้งแต่เล็ก 


    “ อะไรกัน ขนาดคนไร้เทียมทานอย่างท่านปู่ยังรู้สึกหวั่น เจ้าหน้าลิงนี่เป็นใครกันนะ ” 

                


           ทว่าคนที่หวาดหวั่นไม่ได้มีเพียงเทพศาสตรากับอากิเนะเท่านั้น โอคุยาสุก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน หนุ่มหน้าขาวไม่มั่นใจเลยซักนิดว่าจะทำให้ทาคุโร่สลบเหมือดในทีเดียวเฉกเช่นที่เด็กหนุ่มกระทำ เขาจึงจับดาบไม้แน่น ดวงตาเรียวจับจ้องมาไปยังศัตรู พร้อมกล่าวหยั่งเชิง 


    “ เอาล่ะ ข้ารับคำท้า ว่าแต่….เจ้าจะไหวเหรอ ดูร่อแร่ซะขนาดนั้น ” 

                


            มาวินไม่ปริปาก เขาเพียงแต่จ้องมองโอคุยาสุด้วยแววตาที่ขุ่นมัว สีหน้ายังคงตายด้าน ทำให้หนุ่มหล่อสับสนยิ่งกว่าเดิม 


    “ เอ๊ะ แปลกมาก เท่าที่ผ่านมา เจ้าจ๋อจะต้องพูดมากชนิดไม่หลับไม่เลิก แต่คราวนี้ มันกลับนิ่ง” 

              


           ระหว่างที่โอคุยาสุขบคิด มาวินก็ยังหยุดยืนอยู่ในท่าเดิม บรรยากาศรอบตัวดูกดดันมากขึ้นเป็นเท่าทวี ทำให้หนุ่มหน้าขาวทนไม่ไหวและเป็นฝ่ายเข้าโจมตีก่อน


    “ เอาก็เอา เล่นมันก่อนเลย ” 

              


           โอคุยาสุพุ่งเข้าไปฟาดดาบไม้ในมือ มันเป็นการโจมตีที่ว่องไวและรวดเร็วแถมยังแม่นยำจนเข้าเป้าทุกดอก 


    “ เปรี้ยง ปัง ปุ้ก เปรี้ยง ” 

              


           ดาบไม้ฟาดฟันไปตามตัวของมาวิน ทำให้ร่างเพรียวบางสั่นสะท้านไปตามแรง พอถึงกระบวนท่าสุดท้าย โอคุยาสุก็แทงไปที่หน้าท้องสุดกำลังส่งผลให้เด็กหนุ่มลอยถลาไปข้างหลัง 


    “ โครม ” 

               


           มาวินลอยไปกระแทกกำแพง ก่อนจะทรุดลงไปนอนกองกับพื้นเหมือนเมื่อครู่นี้  

                


            โอคุยาสุยังจับจ้องร่างเล็กบางซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ตลอด ด้วยไม่แน่ใจว่าเด็กหนุ่มจะลุกขึ้นมาอีกหรือไม่ ครู่หนึ่ง หนุ่มหน้าขาวก็คลายกังวลและเลิกตั้งท่าต่อสู้ไปโดยปริยาย 


    “ ฟู่....... เราคงคิดมากไปเอง ” หลังจัดการคู่ต่อสู้ที่หวั่นเกรงได้อย่างง่ายดายโอคุยาสุก็เป่าปากระบายลม แต่ในขณะที่หันกลับมาหาศิษย์ร่วมสำนัก เขาก็พบกับดวงตาที่แฝงแววตื่นกลัวจากคนพวกนั้น 


    “ เอ๋...... ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น ชั้นชนะแล้ว พวกนายไม่ดีใจเหรอ! ” 


    “ อะ…..เอ่อ ไม่ใช่นะ อะ…อาจารย์ลองหันกลับไปดูสิ ” ศิษย์รุ่นน้องคนหนึ่งตอบเสียงสั่น 

               


           โอคุยาสุหันกลับไปดูตามคำบอก สิ่งที่ได้เห็นก็คือ……ร่างเล็กบางของมาวินที่ยืนโงนเงนไปมา ทว่าบนใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มบางๆที่มุมปากอันไม่อาจคาดเดาว่าเด็กหนุ่มนายนี้รู้สึกอย่างไร



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน