ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนพื้นโต๊ะกระจกเป็จังหวะเชื่องช้า ทว่าสะท้อนความว้าวุ่นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ภายใน ั์ตาสีน้ำตาลเข้มของลลิลจับจ้องไปยังแผ่นกระดาษแข็งสีดำขลิบทองที่วางอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโต๊ะทำงาน นามบัตรแผ่นนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวอักษรสีทองสลักชื่อ ‘ภาคิน’ และชุดตัวเลขสิบหลัก
ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ลลิลใช้สิทธิ์การเข้าถึงระดับสูงสุดของทีพีคอร์ปอเรชันเพื่อเจาะเข้าไปในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์และเครือข่ายธุรกิจระดับประเทศ สิ่งที่เธอค้นพบกลับมีเพียงความว่างเปล่า ชายที่ชื่อภาคินราวกับเป็ิญญาที่ไร้ตัวตน ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่มีบันทึกการทำธุรกรรมทางการเงินที่ชัดเจน มีเพียงชื่อของเขาที่โผล่ขึ้นมาในฐานะผู้ถือครองหุ้นของบริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียนในเกาะฟอกเงิน ซึ่งเป็ไปไม่ได้เลยที่นักธุรกิจหน้าใหม่จะก้าวขึ้นมามีอำนาจระดับนี้โดยไม่มีร่องรอยใดๆ ให้สืบสาว
เขาเป็ตัวอันตราย... สัญชาตญาณของเธอะโก้อง
เสียงโทรศัพท์ภายในห้องทำงานดังขึ้นทำลายความเงียบ ลลิลละสายตาจากนามบัตรแล้วกดรับสาย
“ผู้อำนวยการคะ ท่านประธานให้เชิญตัวคุณลลิลไปที่ห้องรับรองพิเศษชั้นห้าสิบเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เสียงของเลขานุการหน้าห้องทรงพลฟังดูร้อนรนกว่าปกติ
“มีเื่อะไรหรือเปล่า”
“มีแขกคนสำคัญมารอพบค่ะ เป็หุ้นส่วนรายใหม่ที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นของบริษัทคู่แข่งเราไปเมื่อเช้านี้ ท่านประธาน้าให้คุณลลิลมานำเสนอระบบรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลเราให้เขาดูเป็การด่วนค่ะ”
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปตามแนวสันหลัง ลลิลไม่ตอบรับอะไรนอกจากวางสาย เธอหยิบสูทตัวนอกขึ้นมาสวม กลัดกระดุมทุกเม็ดอย่างมิดชิดราวกับกำลังเตรียมตัวออกรบ หญิงสาวกวาดนามบัตรสีดำแผ่นนั้นลงในลิ้นชัก ล็อกกุญแจ แล้วเดินก้าวออกจากห้องไป
เมื่อประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องรับรองพิเศษถูกเปิดออก ลลิลพบว่าภายในห้องไม่ได้มีทรงพลอยู่อย่างที่ควรจะเป็ มีเพียงเลขานุการสาวที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่มุมห้อง และชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มที่กำลังยืนหันหลัง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ทอดสายตามองวิวเมืองหลวงผ่านผนังกระจกบานั์
เพียงแค่เห็นแผ่นหลังกว้างและทรงผมที่ถูกเซ็ตมาอย่างสมบูรณ์แบบ ลมหายใจของลลิลก็สะดุด
ชายคนนั้นหมุนตัวกลับมา รอยยิ้มมุมปากที่ดูคล้ายนักล่าพบเหยื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ั์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอ... ทะลุปรุโปร่งและทรงอำนาจ
“สวัสดีครับ คุณลลิล เราเจอกันเร็วกว่าที่คิดนะ” ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวานอยู่ในห้องที่เงียบสงัด
ลลิลปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด แม้ก้อนเนื้อในอกจะเต้นแรงด้วยความระแวดระวัง “ท่านประธานอยู่ที่ไหนคะ”
“ผมขอให้เขาออกไปทำธุระข้างนอกสักพัก” ภาคินตอบหน้าตาเฉย เขาปรายตามองเลขานุการสาวที่มุมห้อง เพียงแค่การสบตาเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาของเลขานุการคนนั้นก็เลื่อนลอย ร่างกายขยับเดินไปที่ประตู ก้าวออกไปจากห้อง และล็อกประตูจากด้านนอกเสียงดังคลิก
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที อากาศคล้ายจะถูกสูบออกไปจนหมด ลลิลยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการตื่นตระหนก แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเกร็งเขม็ง เธอเพิ่งเห็นกับตาว่าเขาทำอะไรบางอย่างกับเลขานุการคนนั้น... บางอย่างที่ผิดธรรมชาติ
“คุณทำอะไรเธอ” หญิงสาวถามเสียงเย็น
“แค่สั่งให้เธอไปพักผ่อน” ภาคินเดินก้าวเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า รองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นพรมไร้สุ้มเสียง “ผมแค่อยากคุยกับคุณเป็การส่วนตัว โดยไม่มีใครมารบกวน... หรือแอบฟัง”
เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยลอยมากระทบจมูก ลลิลเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างไม่ลดละ “ถ้าคุณ้าคุยเื่ธุรกิจ ดิฉันพร้อมจะนำเสนอข้อมูลตามหน้าที่ แต่ถ้าเป็เื่อื่น กรุณาเปิดประตูเดี๋ยวนี้ค่ะ”
ภาคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหรี่ตาลงเพ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของเธอ ภายในใจของเขากำลังทดสอบพลังอีกครั้ง กระแสจิตที่รุนแรงพอจะบดขยี้สติสัมปชัญญะของมนุษย์นับสิบคนถูกส่งพุ่งตรงไปยังหญิงสาวตรงหน้า เขาออกคำสั่งให้เธอคุกเข่าลงและอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา
ทว่า... ทุกอย่างยังคงว่างเปล่า กำแพงที่มองไม่เห็นในตัวลลิลดูดซับพลังของเขาไปจนหมดสิ้น เธอไม่เพียงแต่ไม่คุกเข่า แต่ยังเลิกคิ้วมองเขาด้วยแววตาท้าทาย
ภาคินแค่นยิ้ม ยอมรับความพ่ายแพ้ในเกมเหนือธรรมชาติ แต่เกมของมนุษย์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ในเมื่อบงการจิตใจไม่ได้ เขาก็จะบงการร่างกายและสัญชาตญาณดิบของเธอแทน
ชายหนุ่มขยับตัวเข้าประชิด ยกแขนขวาขึ้นยันกับผนังด้านหลังของลลิล กักขังเธอไว้ในวงแขน หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยพยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
“คุณนี่น่าทึ่งจริงๆ ลลิล” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านผิวแก้มจนลลิลรู้สึกได้ถึงขนอ่อนที่ลุกซัน “คุณสร้างกำแพงซ่อนตัวเองไว้มิดชิดจนผมแทบจะหาช่องโหว่ไม่เจอ... เมื่อคืนคุณพยายามสืบประวัติผมใช่ไหม”
“มันเป็กฎเกณฑ์ของบริษัทในการตรวจสอบคู่ค้าค่ะ” ลลิลตอบเสียงแข็ง พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้ว่าความใกล้ชิดระดับนี้จะทำให้เธอเริ่มรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องก็ตาม
ความร้อนจากร่างกายของภาคินแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ใบหน้า แต่เลื่อนต่ำลงมาที่ริมฝีปากอิ่ม และลำคอระหงที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ต ปลายนิ้วชี้ของเขาเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ปลายคางของเธอ
ลลิลปัดมือเขาออกทันที “กรุณารักษามารยาทด้วยค่ะ”
“ผมกำลังรักษามารยาทอยู่นี่ไง” ภาคินไม่ถือสา เขากลับจ้องมองแววตาที่สั่นไหวของเธอด้วยความพึงพอใจ แม้สมองของเธอจะต่อต้านเขาอย่างหนัก แต่ร่างกายของเธอกลับซื่อสัตย์กว่านั้น รูม่านตาของเธอขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย จังหวะการหายใจถี่ขึ้น และมีสีแดงระเรื่อจางๆ พาดผ่านพวงแก้ม
เธอไม่ได้รังเกียจััของเขา... เธอแค่หวาดกลัวการสูญเสียการควบคุม
“ผมชอบผู้หญิงเก่ง” ภาคินลดมือลง สอดล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แต่ยังคงรักษาระยะประชิดไว้ “และผมก็รู้ด้วยว่า ผู้หญิงเก่งอย่างคุณไม่ได้ทำงานให้ทรงพลเพราะความจงรักภักดี คุณเกลียดมัน... เกลียดสายตาที่มันมองคุณ เกลียดอำนาจที่มันใช้กดหัวทุกคน”
ดวงตาของลลิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “คุณกำลังพูดเื่อะไร”
“ผมมีข้อเสนอ” ภาคินยื่นข้อเสนออย่างไม่อ้อมค้อม “มาทำงานให้ผม ลลิล ลาออกจากที่นี่ เป็คนของผม แล้วผมจะให้ทุกอย่างที่คุณ้า ไม่ว่าจะเป็เงินทอง อำนาจ... หรือแม้แต่ชีวิตของทรงพล”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองพิเศษ ลลิลจ้องมองผู้ชายตรงหน้าราวกับกำลังมองคนเสียสติ ทว่าความมั่นใจที่ฉายชัดในแววตาของเขาทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น เขา้าทำลายทรงพลจริงๆ และเขาก็้าใช้เธอเป็เครื่องมือ
“ดิฉันไม่รับข้อเสนอจากคนที่ดิฉันไม่รู้จัก และดิฉันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเ้านายของตัวเอง” ลลิลตอบปฏิเสธอย่างเยือกเย็น “ถ้าคุณมีธุระแค่นี้ ดิฉันขอตัวค่ะ”
เธอเตรียมจะมุดรอดใต้วงแขนของเขาเพื่อออกไป แต่ภาคินกลับขยับตัวขวางไว้ เขาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น
“ปล่อยฉัน!” ลลิลตวาดเสียงเข้ม พยายามสะบัดมือออก แต่อีกฝ่ายกลับออกแรงดึงจนร่างของเธอถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อ ความแข็งแกร่งของเขาทำให้เธอตระหนักได้ว่า ในแง่ของพละกำลังทางกาย เธอไม่มีทางสู้เขาได้เลย
“อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิครับ คนสวย” ภาคินก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ ริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านใบหูจนลลิลสะดุ้งเฮือก “คุณอาจจะไม่รู้จักผม แต่ผม... รู้จักคุณดีกว่าที่คุณคิด ลลิล”
เขาปล่อยข้อมือของเธอออกช้าๆ เลื่อนฝ่ามือไปวางทาบที่แผ่นหลังบางของหญิงสาว ออกแรงบังคับกลายๆ ไม่ให้เธอถอยหนี
“ผมรู้ว่าคุณกำลังตามหาอะไรอยู่” น้ำเสียงของภาคินเปลี่ยนเป็จริงจังและเยือกเย็น “สิบห้าปีก่อน โกดังสินค้าย่านชานเมือง... คืนที่ไฟไหม้ใหญ่ คืนที่ครอบครัวของคุณถูกฝังทั้งเป็ใต้ซากปรักหักพัง”
ร่างกายของลลิลชาวาบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ความลับที่เธอเก็บซ่อนไว้ก้นบึ้งของหัวใจ ความจริงที่เธอพยายามสืบหามาทั้งชีวิตเพื่อลากคอคนผิดมารับโทษ... ผู้ชายคนนี้รู้ได้อย่างไร!
“คุณ...” เสียงของลลิลขาดห้วง กำแพงในใจของเธอเกิดรอยร้าวเป็ครั้งแรก
ภาคินยิ้ม รอยยิ้มที่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ เขารู้แล้วว่าจุดอ่อนของแม่กวางพยศตัวนี้คืออะไร “ตำรวจสรุปว่าเป็อุบัติเหตุ แต่คุณรู้ดีว่ามันไม่ใช่ ทรงพลบอกคุณว่าเขาช่วยชีวิตคุณไว้และส่งเสียให้เรียนเพื่อไถ่บาปที่ช่วยพ่อแม่คุณไม่ทัน... แต่ความจริงมันเน่าเฟะกว่านั้นเยอะ ลลิล”
“คุณรู้อะไร” ลลิลคว้าคอเสื้อสูทของภาคินโดยไม่รู้ตัว ั์ตาของเธอสั่นระริก “บอกฉันมา! ใครเป็คนทำ!”
ภาคินจับมือของเธอที่กำคอเสื้อเขาอยู่ ค่อยๆ แกะมันออกอย่างนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยการควบคุม เขาดึงมือเธอขึ้นมาจรดริมฝีปาก ประทับจูบแ่เบาลงบนหลังมือของเธอ สายตายังคงจับจ้องที่ดวงตาของเธอไม่วางตา
“ผมบอกแล้วไงว่า... ผมมีข้อเสนอ” ภาคินลดมือเธอลง “คืนนี้ สี่ทุ่มตรง มาหาผมที่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมแกรนด์มารีนา... มาคนเดียว”
เขาล้วงคีย์การ์ดสีดำขลิบทองแบบเดียวกับนามบัตรออกมา หย่อนมันลงในกระเป๋าเสื้อคลุมของเธออย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วจงใจลากผ่านหน้าอกของเธอเบาๆ ราวกับจะหยั่งเชิงความรู้สึก
“แฟ้มข้อมูลความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้ในคืนนั้น รวมทั้งชื่อของคนบงการ อยู่ที่ผม” ภาคินถอยหลังออกห่าง คืนพื้นที่ส่วนตัวให้เธอในที่สุด “มาเอาไปสิ ลลิล... ถ้าคุณกล้าพอที่จะแลกมันด้วยสิ่งที่คุณหวงแหนที่สุด”
ภาคินหมุนตัวเดินไปที่ประตู เขาปลดล็อกมันอย่างง่ายดาย ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่ยังคงยืนนิ่งงันอยู่กลางห้อง ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความหวังและความแค้น
“อ้อ... อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ ล่ะ” ภาคินทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงยียวน ก่อนจะเดินออกไป ปล่อยให้ลลิลจมอยู่กับพายุอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ภายใน
ลลิลทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง มือของเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ัักับความเย็นเยียบของคีย์การ์ดแผ่นนั้น หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก ผู้ชายที่ชื่อภาคินคือหมาป่าหิวโซที่กางกรงดักรอเธออยู่ เขาจงใจใช้ครอบครัวของเธอเป็เหยื่อล่อเพื่อดึงเธอเข้าไปในเกมอำนาจของเขา ถ้าเธอก้าวเท้าเข้าไปในเพนต์เฮาส์คืนนี้ เธออาจจะไม่ได้กลับออกมาในฐานะลลิลคนเดิมอีกต่อไป ร่างกายและอิสรภาพของเธออาจตกเป็ของเขา
แต่ถ้าเธอปฏิเสธ... ความจริงที่เธอตามหามาทั้งชีวิตก็จะหลุดลอยไปตลอดกาล
ลลิลกำคีย์การ์ดในมือแน่นจนเจ็บ เธอหลับตาลง ภาพกองเพลิงสีแดงฉานในอดีตซ้อนทับกับรอยยิ้มเย้ยหยันของภาคิน เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความลังเลในดวงตาของเธอก็หายไป เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็น
ถ้าเขาคิดจะเล่นเกมนี้... เธอก็จะเล่นด้วย แต่เธอจะไม่มีวันยอมเป็แค่หมากบนกระดานให้เขาปั่นหัวแน่ ต่อให้ต้องเดินเข้าถ้ำเสือ เธอก็จะหาทางกระชากคอเสือตัวนั้นลงมาให้จงได้!
เกมนี้ใครจะเพลี่ยงพล้ำก่อนกันนะ? กดติดตามและเพิ่มเข้าคลังไว้เลยนะ ระบบจะได้แจ้งเตือนทันทีที่มีตอนใหม่มาเสิร์ฟ คอมเมนต์พูดคุยถึงความแสบของลลิลกันได้เต็มที่เลยครับ