หลังจากที่ระลึกถึงความหลังทอดถอนใจระบายความทุกข์ออกมาอยู่สักพักชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องไปยังหอสมุดตระกูลระหว่างทางพบเจอบ่าวรับใช้มากมายที่กำลังทำงานหากเป็ในยามที่ยังเป็คุณชายน้อยอันดับหนึ่งพวกมันจะพากันรีบเร่งคารวะแต่ในยามนี้พวกมันแกล้งเป็มองไม่เห็นทำงานต่อไป ห้าปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มเริ่มชินชากับการกระทำเช่นนี้ไปแล้วจึงไม่ได้ใส่ใจนักค่อยๆเดินต่อไปยังหอสมุดตระกูล
“โอ๊ะโอ้วนั่นพี่เฟยหลงยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหนิงมิใช่หรอกรึนั่น!” เสียงเยาะเย้ยสายหนึ่งได้ดังขึ้นก็ปรากฏชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งที่กำลังก้าวเท้าเข้ามา หน้าตาของเด็กหนุ่มนั้นค่อนข้างหล่อเหลาคมคายหากแต่ยังด้อยกว่าหนิงเฟยหลงอยู่หลายส่วน
เด็กหนุ่มคนนั้นคือหนิงเฟิงบุตรชายคนที่สองของหนิงอวี่ซึ่งมันบุตรคนรองของผู้นำตระกูล หนิงเฟิงถูกแต่งตั้งเป็คุณชายน้อยสี่แต่ก่อนมันไม่กล้าเยาะเย้ยหนิงเฟยหลงแม้แต่น้อย แม้แต่การไม่ให้ความเคารพยังไม่กล้าแต่ตอนนี้สถานการณ์มันกลับกัน ไม่มีแม้ความเกรงใจสักนิดให้หนิงเฟยหลงเลย
ในอดีตมันอิจฉาริษยาในความอัจฉริยะของหนิงเฟยหลงมากตระกูลทุ่มเททรัพยากรให้กับหนิงเฟยหลงมากกว่าผู้ใด จึงทำให้คุณชายน้อยทั้งหลายเกิดความไม่พอใจขึ้นหลังจากที่หนิงเฟยหลงไร้พลังยุทธ์จึงพากันกลั่นแกล้งสารพัดและยังพยายามแย่งชิงตำแหน่งคุณชายน้อยอันดับหนึ่งอีกด้วย
“โถ่เอ๋ย ข้าลืมไปเสียสนิทหนิงเฟยหลงเ้าไม่ได้เป็ยอดอัจฉริยะอีกแล้ว เพราะบัดนี้ไร้พลังเสียแล้วก็แค่ขยะไร้ประโยชน์เท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่า” หนิงเฟิงได้เหยียดกายยกอกขึ้นเชิดหน้าและจ้องมองไปที่ชายด้านหน้าด้วยความดูแคลนและรังเกลียด หนิงเฟิงหัวเราะจนสาแก่ใจ จึงพาลูกสมุนเดินเบียดหนิงเฟยหลงไปยังหอสุขสราญหอนางโลมที่ขึ้นชื่อเื่สาวงามที่สุดของเมืองเซียง
หนิงเฟยหลงกักเก็บอารมณ์เดือดดาลของตนไว้ถึงแม้มันจะไม่ถือสาบ่าวรับใช้ที่ไร้มารยาทกับมันแต่นั่นก็เป็เื่เล็กน้อยที่พอเข้าใจได้ เป็ธรรมดาของมนุษย์ที่จะต้องขวนขวายหาสิ่งที่ดีและเป็ประโยชน์แก่ตนแต่การกระทำของหนิงเฟิงเหยียดหยามมันเกินไปอย่างน้อยๆก็ควรให้เกียรติมันในฐานะพี่ชายผู้าุโกว่าบ้าง
ในอดีตมันก็ไม่เคยรังแกหนิงเฟิงเลยแม้แต่น้อยมันสัญญาว่าจะเก็บแค้นนี้ไว้ในใจ แววตาของมันค่อยๆเปลี่ยนเป็เรียบเฉยดังเดิม ทว่าแววตานั้นกลับแผ่ไอสังหารออกมาเล็กน้อยแต่ก็พอให้คนรอบข้างรู้สึกเย็นะเืได้
หนิงเฟยหลงสลัดอารมณ์ที่ขุ่นมัวออกไปแล้วค่อยๆสืบเท้าเดินต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ ในที่สุดก็เดินมาถึงหอสมุดข้างในห้องก็ยังคงเหมือนทุกวันที่ผ่าน มีผู้าุโประจำหอสมุดมีผู้คนในตระกูลมานั่งอ่านหนังสือ คัมภีร์ฝึกฝนวรยุทธ์บ้าง ร่วมกันถกวรรณกรรมบ้างทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็ผู้มีกิริยามารยาทที่ดีงามเพราะเป็ผู้ศึกษาหาความรู้ใฝ่เรียน เคร่งครัดในจารีตประเพณีที่สืบต่อกันมา
ต่างจากหนิงเฟิงที่ไม่ค่อยสนใจเข้าหอสมุดสนใจแต่เพียงเที่ยวเสพสุขกามารมณ์ไปวันๆหนิงเฟยหลงจึงรู้สึกมีความสุขและสงบทุกครั้งที่ได้เข้ามาอ่านหนังสือทำให้พอลืมเื่ในอดีตได้ชั่วคราว
หอสมุดตระกูลมีทั้งหมดเจ็ดชั้นมีประตูเข้าออกทางเดียวคือทางทิศใต้ชั้นที่หนึ่งคือชั้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของวิชาการต่างๆมีโดยแบ่งออกเป็ห้าส่วนย่อย ปีกหอทิศตะวันออกเป็ที่จัดวางหนังสือคัมภีร์พิธีการจารีตประเพณีและวรรณกรรมปีกหอทิศตะวันตกเป็ที่จัดวางหนังสือตำราพิชัยยุทธ์กลยุทธ์ ปีกหอทิศเหนือเป็ที่จัดวางหนังสือจดบันทึกประวัติศาสตร์ปีกหอทิศใต้เป็ที่จัดวางหนังสือที่เกี่ยวข้องกับศิลปะแขนงต่างๆส่วนกลางหอนั้นรวบรวมหนังสือการปกครองเอาไว้ชั้นที่สองถึงชั้นที่เจ็ดจะเป็คัมภีร์วรยุทธ์ั้แ่ขั้นที่หนึ่งถึงขั้นที่ห้าและยอดคัมภีร์ระดับปฐี ไล่ตามลำดับชั้นขึ้นไป
หนิงเฟยหลงเดินตรงไปยังปีกหอเหนือที่จัดวางหนังสือจดบันทึกประวัติศาสตร์มันหวังที่จะได้พบข้อมูลที่จะทำให้ตนกลับมาบ่มเพาะพลังได้อีกครั้งมันค้นหาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์หลายครั้งหลายรอบในห้าปีที่ผ่านมาแต่ก็ยังไม่พบวิธีที่สามารถช่วยเหลือมันได้ แต่มันก็ยังคงหาต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ มันไม่อยากที่จะเป็คนไร้ค่าอีกต่อไป
หนิงเฟยหลงอยากที่เป็ผู้นำพาความรุ่งโรจน์มาสู่ตระกูลอยากทำให้บิดานั้นภาคภูมิใจ ส่วนมารดาของมันได้เสียชีวิตไปั้แ่คลอดหนิงอันอันน้องสาวของมันเมื่อสิบสามปีที่แล้วมารดาของหนิงเฟยหลงคือท่านหญิงของแคว้นเยว่เป็ราชนิกูลนามว่า ‘เยว่ฉานเตี๋ย’เป็พระราชธิดาของจักรพรรดิพระองค์ก่อน
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังหมกมุ่นกับการค้นหาหนังสืออ่านไปเรื่อยๆอยู่ก็มีแว่วเสียงอันสดใสสายหนึ่งดังขึ้น “พี่...ท่านยังหาหนังสือประวัติศาสตร์อยู่อีกหรือ”ดรุณีสาวแรกรุ่นตากลมโตกำลังมองดูบุรุษตรงหน้าอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้นสายตาของหญิงสาวที่มองดูเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเห็นอกเห็นใจ
“อันเอ๋อร์เองเหรอ? ไม่ใช่ว่านี่เป็เวลาฝึกฝนหรอกหรือ?” ชายหนุ่มละสายตาจากหนังสือหันมามองน้องสาวของตนมันไม่อยากที่จะให้หนิงอันอันอันเสียเวลากับเื่ของมัน แต่อยากจะให้หนิงอันอันเร่งศึกษาหาความรู้และทำการฝึกฝนพลังยุทธ์น้องสาวของมันใน่เวลาห้าปีที่ผ่านมาได้มาช่วยมันหาหนังสือ จึงไม่ได้ทุ่มเทให้กับการบ่มเพาะอย่างเต็มกำลังถึงยังอยู่ที่ขอบเขตแดนกายขั้นที่สี่เท่านั้น
“ใช่แล้วแต่ว่าข้าอยากช่วยท่านพี่หาหนังสือก่อนอีกสักครู่ข้าค่อยไปฝึกฝนต่อ”หนิงอันอันส่งสายตาอ้อนวอนดวงตากลมโตกระพริบตาไปมา ทำให้มองดูแล้วน่ารักยิ่งนักหนิงเฟยหลงเห็นท่าทางของน้องสาวก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยน กิริยาของหนิงอันอันนั้นพอได้คลายความทุกข์ใจของมันลงได้บ้าง
ทว่าหนิงเฟยหลงก็ไม่อยากให้น้องสาวเสียเวลาในการฝึกฝนไปจึงคิดจะหยอกล่อและตักเตือนน้องสาวเสียบ้าง ในมือพลันปิดหนังสือฟาดเข้าที่หัวของหนิงอันอันอย่างเบามือ
แปะ!
“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะท่านพี่”หนิงอันอันมุ่ยหน้าเบ้ปากใส่พี่ชาย
“ไม่เจ็บจะจำอย่างไรเล่า เ้านี่เริ่มเกียจคร้านใหญ่แล้วนะหากเ้าไม่รีบไปฝึกท่านพ่อกลับมาอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าข้าจะบอกกล่าวแก่ท่านพ่อ ”หนิงเฟยหลงทำสีหน้าแววตาหน้าจริงจังใส่น้องสาว
“ชิท่านพี่ข้าไม่ช่วยท่านแล้วอย่ามาขอร้องให้ข้าช่วยท่านที่หลังละกัน”หนิงอันอันยังคงมุ่ยหน้าพี่ชายก่อนที่จะเดินกระแทกเท้าจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
หนิงเฟยหลงไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อเพียงแต่ส่ายหน้าไปมาอย่างจนใจแล้วก็เปิดหนังสืออ่านต่อไปหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าก็ไม่พบวี่แววที่จะเจอ ชายหนุ่มค้นหาั้แ่เช้าจรดเย็นจนบัดนี้ก็ปาไปหลายสิบเล่มแล้วแต่ก็ยังคงไม่พบ
“เฮ้อ...เหมือนเดิมทุกครั้ง หากเป็อย่างนี้ต่อไปคงไม่มีหวังแล้วเป็แน่เช่นนี้ข้าต้องทำอย่างไรถึงสามารถที่จะกลับมาฝึกยุทธ์อีกได้ เฮ้อ...ช่างมันเถิดคิดมากไปก็หนักหัวสมองเหลือเกิน”เสียงที่ฟังดูอ่อนล้าแววตาที่ดูเศร้าหมองออกมาจากการที่หนิงเฟยหลงหักโหมมาทั้งวันไม่ได้พักทานอาหาร
ตอนนี้มันไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์แล้วจึงไม่ได้มีพลังกายมากมายที่สามารถอดข้าวอดน้ำได้แรงกายจึงหมดลง เปลือกตาค่อยๆปิดสนิทลง หวังพักผ่อนสายตาอยู่ชั่วครู่เพื่อฟื้นแรง
“อย่าท้อแท้สิ้นหวังแม้เจออุปสรรคที่ยิ่งใหญ่...”
"ท่านแม่!" มันหลับตาได้ไม่นานก็บังเกิดเสียงแว่วขึ้นมาที่โสตประสาทเสียงนี้เป็เสียงที่มันคุ้นเคยยิ่งนักเพียงแต่มันไม่ได้ยินมาเนิ่นนานจนเกือบจะลืมไปมันคือเสียงของมารดาของมันนั่นเองนี่เป็คำพูดที่มารดามันได้กล่าวก่อนที่จะจากมันไป"ข้าคิดถึงท่าน..เหลือเกิน...."
หนิงเฟยหลงค่อยๆลืมตาขึ้น แรงของมันตอนนี้กลับมาพอที่จะเดินกลับห้องได้แล้วชายหนุ่มนำหนังสือไปเก็บยังจุดต่างๆที่ได้หยิบมาจนเสร็จสิ้น แล้วจึงร้องเรียกหนิงอันอันให้กลับเรือน
ชายหนุ่มออกจากหอสมุดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอในยามนี้ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าวันนี้มันอยู่ในหอสมุดมาทั้งวันรู้สึกเหนื่อยล้าเป็อันมาก จึงรีบเดินกลับไปยังห้องของตนพอถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนล้าจึงผล็อยหลับไปทันทีที่หัวแตะถึงหมอน
..........