เมื่อเ้าภูแสนไม่มีทางค้านใดๆได้อีกเพราะทางทีมงานและกลุ่มคนร่วมงานบางคนก็บอกตรงกันว่าเ้าภูแสนเงียบไปเหมือนหยุดการประมูลเพียงแค่หนึ่งล้านเก้าบาทเท่านั้น ก็เป็อันว่าอลินตาชนะการประมูลครั้งนี้ แน่นอนหีบใบนั้นก็ตกเป็ของอลินตาอย่างเป็ทางการ อลินตายิ้มสีหน้าชื่นมื่นชัดเจนส่วนเ้าภูแสนเมื่อเห็นว่าตนพ่ายให้กับอลินตา เขาก็ไม่มีความจำเป็อะไรต้องอยู่ที่นี่เ้าภูแสนหันไปมองลูกน้องทั้งสอง
“กลับได้แล้ว..”ซึ่งคำพูดนี้เป็การยอมรับความพ่ายแพ้กรายๆ นั่นเอง เ้าภูแสนกำลังก้าวผ่านอลินตา หญิงสาวยืนยิ้มตาหยีแก้มป่องราวกับคางคกพองตัว เ้าภูแสนปรายตามองเ้าของแก้มแว้บเดียวก่อนจะเดินออกจากห้องโถงไปอย่างรวดเร็วการประมูลดำเนินมาจนถึง่ท้ายของงาน แขกทุกคนต่างพึงพอใจกับการจัดงานในครั้งนี้เพราะอย่างน้อยก็ได้เห็นสาวสวยหนุ่มหล่อปะทะกันเล็กๆในงานประมูล
ทางด้านพิธีกรกล่าวปิดงานและร่ำลาทุกคนด้วยการเปิดเพลงคลอเบาๆแต่.. เพลงที่เปิดมันไม่ได้คลอเบาๆ สักนิดมันกลายเป็เพลงไทยเดิม บรรเลงด้วยปี่ ระนาด แตรวง และเครื่องดนตรีไทยครบชุด ท่วงทำนองโหยหวยกระตุกจิตคนฟังอย่างยิ่งทำเอาทีมงานทุกคนเป็งงว่าทำไม เพลงพวกนี้ถึงดังขึ้นแทนที่เพลงเพราะๆที่ทางทีมงานคัดสรรไว้เพื่อมาเปิดส่งแขก
คุณจอร์นรีบสั่งให้ทีมงานส่งแขกทุกคนจากนั้นก็ให้ทีมงานผู้ชายจำนวนหนึ่งขนหีบไปไว้ที่ห้องรับรอง ผู้ร่วมงานทยอยออกจากงานไปหมดแม้แต่ทีมงานยังพากันออกไปพร้อมแขกในงานด้วยเช่นกัน แต่เพลงนั่นก็ยังบรรเลงต่อเนื่องบรรยากาศในงานวังเวงชวนขนหัวลุกขึ้นทุกที
ผู้ร่วมงานจำนวนหนึ่งเลือกที่จะนอนที่โรงแรมอำมาฤทธิ์อันเป็โรงแรมของคุณจอร์นบางคนเลือกที่จะทานมื้อเย็นและฟังเพลงที่ห้องอาหารของโรงแรมต่อแต่บางคนก็ไปต่อด้านนอก ส่วนอีกจำนวนหนึ่งก็เลือกจะกลับบ้านของตนเฉกเช่นเ้าภูแสนเมื่อออกมาถึงยังที่จอดรถ ชัยยันตร์ลูกน้องคนสนิททำหน้าที่เปิดประตูรถให้เ้าภูแสนเข้าไปนั่งด้านหลังส่วนตัวเขาและอวยชัยนั่งด้านหน้า เมื่อประตูรถถูกปิดลง เ้าภูแสนก็ออกคำสั่ง
“ชัยยันตร์ สืบประวัติอลินตาโหราตระกูลอย่างละเอียด ข้าอยากรู้เร็วที่สุด และติดต่อคุณจอร์นเ้าของงานเมื่อกี้บอกไปว่าอีกสองวันข้าจะขอพบ มีธุระสำคัญจะคุยด้วย...”
“ครับเ้า”ชัยยันตร์รับคำแข็งขัน เมื่ออยู่กันเพียงลำพัง เ้าภูแสนก็แสดงความเป็ผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยบารมีและความเด็ดขาดอย่างชัดเจนชัยยันตร์รับคำโดยไม่มีคำถามหรือความสงสัยสักนิดเดียว เ้าภูแสนนั่งนิ่ง แต่แววตาสุขุมก่อนจะหันไปสั่งคนสนิทอีกคนที่ทำหน้าที่ขับรถ
“อวยชัยเ้ากลับคุ้มไปกับข้าข้าจะเข้าเฝ้าเ้าหลวงแสนยาศักดิ์!! และกลับไปสังเกตการณ์พวกมันที่คุ้มเชียงภูแสน...”
“ครับเ้า” อวยชัยรับคำสั่งนิ่งขรึมพลางขับรถพุ่งทะยานออกนอกเขตเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าคนในรถจะรู้หรือไม่ว่าบัดนี้ ได้มีกลุ่มควันดำทะมึนเกาะอยู่ท้ายรถสองกลุ่ม สักพักกลุ่มควันเ่าั้ก็เปลี่ยนเป็ร่างผู้หญิงผิวขาวซีดผมยาวรุงรังสวมชุดดำสนิท ลอยเกาะท้ายรถไป มันคือโหงพราย!! มันมาจากไหนกัน..ตัดภาพกลับไปที่อลินตา หญิงสาวค่อยๆ ปิดขวดเล็กๆ คล้ายๆหลอดน้ำหอมสองขวดแล้วหย่อนลงกระเป๋า ก่อนจะประนมมือพึมพำ
“พี่สาวทั้งสองจงเป็ตาที่สามให้ฉัน ตามเ้าภูแสนและลูกน้องของเขาไป จับตาดูความเคลื่อนไหวว่าเ้าเป็ใครมาจากไหนฉันไปด้วยตัวเองไม่ได้เพราะต้องอยู่ส่งดวงิญญามีห่วงไปเกิดหากพี่สาวทั้งสองเห็นว่าจะเกิดอันตราย ให้รีบล่าถอยกลับมาหาฉันอย่าดันทุรังเด็ดขาดฉันฝากด้วย..” ที่แท้แล้วกลุ่มควันดำเ่าั้คือโหงพราย ิญญาตายโหงเร่ร่อนอลินตาพบเข้าโดยบังเอิญที่โค้งมรณะร้อยศพบนถนนแห่งหนึ่งอันเลื่องชื่อด้วยอานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของหมอผีนามว่าอลินตา
ทำให้สองโหงพรายนั้นสยบต่อเธอชนิดที่ไม่กล้าสำแดงฤทธิ์เดชอีกเลยโหงพรายสองตนอยู่กับอลินตาด้วยความกลัวเกรงและคิดว่าถ้าไม่ดีด้วยอาจจะโดนทรมานแต่ผิดคาด อลินตาเลี้ยงโหงพรายอยางดีคอยหมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้โหงพรายสองตนนี้เป็ประจำ กระทั่งล่าสุดต้องทำบุญเป็อาหารคลีนและเครื่องดื่ม 0 แคลไปให้
เนื่องจากอลินตาสังเกตว่าพี่สาวโหงพรายทั้งสองอ้วนพีเป็หมีพูจนแทบไม่เหลือสภาพสัมภเวสีอดโซผอมแห้งแม้แต่นิดเดียว จากการกระทำที่จริงใจจึงทำให้โหงพรายทั้งสองจงรักภักดีต่อหมอผีคนนี้อย่างศิโรราบเพราะดวงจิตของโหงพรายทั้งสองนั้นััได้ถึงพระเดชอันมีฤทธิ์ และพระคุณอันเปี่ยมเมตตาของผู้หญิงคนนี้ที่สวนทางกับการแสดงออกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
อลินตาเลี้ยงโหงพรายทั้งสองเอาไว้เพื่อรอส่งไปเกิดตามเวลาอันควรแต่โหงพรายสองตนดันถูกจริตกับอลินตา จึงขออยู่รับใช้ระหว่างรอไปเกิดเมื่อเป็เช่นนี้ อลินตาจึงได้นำโหงพรายสองตนออกมาช่วยกันทำมาหากินเสียเลย
เมื่อสั่งความกำกับไปถึงโหงพรายทั้งสองแล้วจากนั้นอลินตาก็สวดคาถาพึมพำสักพัก แล้วเป่าพรวดออกไปเบาๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นและเป็จังหวะเดียวกับที่ไฟในห้องรับรองค่อยๆ ดับลงทีละดวงอลินตายักไหล่งานค่ำคืนนี้ช่างล้นมือเสียจริง ออกจากเ้าภูแสน ก็โหงพรายออกจากโหงพราย ก็ผีสาวแสนดื้อที่ไม่ยอมไปเกิดง่ายๆ
“แหม.. เปิดตัวยังกับหนังไทยแนวสยองขวัญเลยนะแม่กลิ่นแก้ว”พูดจบก็หันไปทางเป๋า แน่นอน สาวสองกำลังยืนใจเต้นตุ้บๆรอฟังคำสั่งจากเ้านายสาวว่าจะให้เธอทำอะไร
“เป๋าตุง!” ขอยืมร่างให้อ้ายพุ่ม สามีลับๆ ของแม่กลิ่นแก้วเข้าสิงสักพักนะ” ห๊ะ.. เป๋าตุงยืนอ้าปากค้าง
“ไม่นะคะคุณอลินเป๋าเป็หญิงแล้วจะให้ิญญาชายชาตรีมาสวมร่างโลมเลียเรือนกายของเป๋าเป๋าเสียหายหนักมากเลยนะคะคุณอลิน” เป๋าประท้วงตาเหลือกลานส่วนิแอบยิ้มขำเพื่อนตัวเอง เออว่ะ งานหนักกว่าเราจริงๆ ด้วยแฮะอลินตานอกจากจะไม่ฟังคำอุทธรณ์ของเป๋าแล้วหญิงสาวยังใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากของเป๋าพร้อมร่ายคาถา สถิตนกายามนต์ (สะ – ถิ –ตะ - นะ – กา –ยา – มน) ไปที่เป๋าและจากนั้นเป๋าก็ยืนนิ่งตาลอยเหมือนคนเมากาวราวกดสวิทช์ปิดไฟทีเดียว
จังหวะนั้นเองไฟในห้องรับรองก็ดับพรึ่บลงทั้งห้อง ตอนนี้ทั้งคุณนวลจันทร์ คุณอนงค์พรที่ตามมาสมทบกับคุณจอร์นก็พากันผวาเข้ากอดแขนกอดเอวคุณจอร์นเป็พัลวัน ส่วนิรีบยกมือกุมพระที่คอ พร่ำสวดมนต์อุตลุดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สวดวนอยู่แค่คำว่า นะโมๆๆๆ จนกลายเป็ มโนๆๆๆ โดยไม่รู้ตัวเอาเสียเลยเมื่อไฟในห้องดับพรึ่บลงไฟจากโทรศัพท์มือถือของอลินตาที่เ้าตัวตั้งท่าเตรียมไว้ก็สว่างวาบขึ้นทันที
“นึกแล้วว่าต้องมามุกนี้”อลินตาบ่นพึมพำกับตัวเอง จังหวะนั้น มือยาวๆขาวซีดไร้สีเืก็เอื้อมเข้ามาบีบหมับที่คอคุณจอร์น คุณจอร์นสะดุ้งเฮือกกรีดร้องเสียงหลงทั้งแม่และยายที่เกาะคุณจอร์นเมื่อตะกี้ ต่างพากันตะลึงใก่อนจะผลักลูกหลานตัวเองออก วิ่งกรูกันเข้ามาหลบหลังอลินตาปล่อยคุณจอร์นเผชิญโชคกับผีสาวโบราณเพียงลำพัง รักกันมากจริงๆ ครอบครัวนี้..คุณจอร์นที่กำลังตกที่นั่งลำบากก็ตาเหลือกลานหันมาทางอลินตาเพื่อขอความช่วยเหลือ...