ตอนที่13 โลกมิติลึกลับ
หลังจากที่สำรวจไปแล้วหลายจุดเฟิงอี้ก็เข้ามาถึงยังค่ายกลเคลื่อนย้ายอีกที่ซึ่งครานี้มันคือแท่นบูชาที่งดงามอันหนึ่งมีลักษณะเป็วงกลมและสลักอักขระแปลกประหลาดเอาไว้แต่เฟิงอี้ก็เข้าใจทั้งหมด
มันคือการลงอักขระเคลื่อนย้ายมิผิดแน่
"เอาล่ะขอดูหน่อยเถอะว่าบททดสอบต่อไปจะมีลูกเล่นอะไรบ้าง?"
ปัง!
ทว่าก่อนที่จะก้าวขึ้นไปยังแท่นบูชาเคลื่อนย้ายก็เกิดเสียงดังโครมครามขึ้นเสียก่อน
"หืม?"เฟิงอี้หันหลังกลับก็พบเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ใหญ่กว่าช้างธรรมดาตัวเต็มวัยเสียอีกและมองดูแล้วคุ้นตายิ่งนัก
"เสี่ยวฉุน?"เฟิงอี้เอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจเหตุใดเสี่ยวฉุนถึงได้ตามเข้ามากัน?
"โฮ่ๆมินึกเลยว่าจักได้พบกันเร็วถึงเพียงนี้"ตามเสี่ยวฉุนมาคือชายชราผมขาวตัวเล็กอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มกำลังแสยะยิ้มมองเฟิงอี้
พร้อมกับบุรุษวัย20 - 30 ปีอีก 2 - 3คนถือกระบี่คนละเล่มเอาไว้
"พวกเ้าคือผู้ใด?"เฟิงอี้ขมวดคิ้วก่อนที่จักเดินเผชิญหน้ากับชายชราตัวเล็กและบุรุษวัย20-30ปีที่ถือกระบี่เอาไว้
“สหายน้อยข้าช่างยินดีนักที่ได้พบเ้า…”ชายชราตัวล็กเอ่ยพร้อมกับเปิดตาขึ้นเหลือบมองเฟิงอี้ด้วยรอยยิ้มที่มองดูแล้วเหมือนจักอบอุ่นแต่ทว่ามันเ้าเล่ห์และน่ารังเกียจมากเมื่ออยู่ในสายตาของเฟิงอี้ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
‘มันคงจักรู้เื่ราวของสุสานลึกลับนี้อยู่แล้วกระมั้งจึงจักใช้ข้าเป็เครื่องมือเบิกทางเช่นนั้นหรือ? เหอะ!’เฟิงอี้ครุ่นคิดและเหยียดหยามอยู่ภายในใจ
‘ััแบบนี้คือผู้ที่อยู่ในระดับกำเนิดปฐีอย่างแน่นอน’เฟิงอี้ปรายตามองก่อนจะหลับตาลงครู่หนึ่งแล้วลืมขึ้นอย่างฉับพลัน
แก๊ว! แก๊ว!
ตูม!
เปรี้ยง!
พื้นดินะเิออกเศษดินกระเด็นกระดอนไปทั่วบริเวณหนึ่งเฟิงอี้ได้แสดงวิชากระบี่ออกมาโดยฉับพลันแม้แต่ชายชราตัวเล็กก็คาดไม่ถึงแม้ว่าจะออกกระบวนท่าฝ่ามือขึ้นมาป้องกันได้ก็ยังต้องกระเด็นออกไปราวๆสองสามเมตร!
“ร้ายกาจ!”ชายชราตัวเล็กบัดนี้หากสังเกตให้ดีจะพบว่าอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มถูกไหม้จนขาดออกไปหลายส่วนทำให้มีสภาพราวกับขอทานชราก็ไม่ปานบนแขนที่ใช้ป้องกันการโจมตีของเฟิงอี้ปรากฎาแขึ้นแต่ทว่าก็มิได้สาหัสอันใดมันเพียงแค่สร้างาแที่น่ารำคาญให้ชายชราตัวเล็กได้เท่านั้น
ฟุบ! ฟุบ!
“ท่านหัวหน้ามันหนีไปแล้ว!”ผู้ติดตามของชายชราตัวเล็กะโขึ้นเมื่อเห็นร่างของเฟิงอี้พุ่งออกไปทางแท่นบูชาแล้วทันใดนั้นร่างของเฟิงอี้ก็ถูกปกคลุมด้วยพลังงานของค่ายกลเคลื่อนย้ายและสลายหายไปในทันทีพร้อมกับเสี่ยวฉุนร่างั์ใหญ่ตัวยิ่งกว่าช้างธรรมดาตัวเต็มวัย
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายอีกแล้วหรือ?"ชายชราตัวเล็กมิได้มีท่าทางรีบร้อนดั่งที่คิดแต่ทว่ามองสำรวจรอบๆอย่างสนใจ
“สุสานแห่งนี้ช่างลึกลับเสียจริงเ้าของเป็ตัวตนระดับใดกันแน่หนอ?”ชายชราตัวเล็กสำรวจจนพอใจแล้วก็มองไปยังแท่นบูชา
“กำเนิดเส้นชีพจรผู้นั้นอะไรกันแน่? เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้? น่าสนใจ น่าสนใจ”ชายชราตัวเล็กเมื่อเอ่ยในสิ่งที่พอใจเสร็จก็เดินไปยังแท่นบูชาในทันที
“หยุด พวกเ้ามิต้องตาเข้ามา”ชายชราหันกลับหลังแล้วเอ่ยขึ้นทำให้เหล่าบุรุษวัย 20 - 30ปีหลายคนหยุดชะงัก
“พวกเ้าเข้าไปก็มิมีประโยชน์อันใดไปเฝ้าทางเข้าที่โคนต้นไม้เสีย”
“ขอรับ!”บุรุษวัย 20 - 30 ปีหลายคนรับคำอย่างว่าง่ายเพราะพลังของพวกมันก็ยังอ่อนแอเกินไปจริงๆนั่นแหละเกรงว่าหากเข้าไปคงไม่พ้นต้องสิ้นชีพ
“อืม…ไปเสีย”ว่าแล้วชายชราตัวเล็กก็เดินไปถึงจุดกึ่งกลางของแท่นบูชาทันใดนั้นพลังงานของค่ายกลเคลื่อนย้ายก็เข้ามาปกคลุมทั้งร่างของชายชราก่อนที่จะสลายหายไป
…
วิ้ง!
ฟุบ! ฟุบ!
เฟิงอี้มาปรากฏตัวก็พุ่งออกจากจุดที่ยืนอยู่ทันทีเพราะนอกจากมีชายชราตัวเล็กตามมาแล้วยังอาจจักมีการโจมตีโดยฉับพลันของบดทดสอบก็เป็ไปได้ด้วย
“หืมนี่มัน?”หลังจากได้เบิกตามองดูดีๆแล้วเฟิงอี้ก็เลียริมฝีปาก
“โลกมิติลึกลับงันรึ"เฟิงอี้ต้องตื่นเต้นขึ้นมาเสียแล้วในตอนนี้เพราะหากมีโลกมิติลึกลับแล้วสิ่งของล้ำค่าที่ยอดเยี่ยมจักต้องมีอยู่โดยแน่นอน!
“มันต้องสิ่งที่ช่วยข้ายกระดับพลังขึ้นได้เร็วขึ้นอีกเป็แน่”เฟิงอี้กวาดตามองโลกมิติลึกลับที่ราวกับโลกภายนอกจริงๆอันกว้างใหญ่มองหาที่สิ้นสุดไม่ได้เฟิงอี้คาดว่ามันน่าจักมีเนื้อที่ราวๆ 3000 กิโลเมตร
โดยทั่วไปแล้วหาละโมบดูดซับพลัง์อย่างรวดเร็วนั้นแม้จักพลังสูงส่งขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ทว่าเมื่ออยู่ในระดับสูงขึ้นเรื่อยๆผลเสียก็จักปรากฎแต่ทว่าหากเฟิงอี้ได้ดูดซับวัตถุล้ำค่านั้นจะต่างกันมาก
เพราะมันเป็พลัง์ที่บริสุทธิ์กว่าที่มีอยู่ตามธรรมชาติมากนักมันถูกกลั่นกรองโดยตัวของมันเองอยู่แล้วในระดับหนึ่งดังนั้นเฟิงอี้เพียงแค่มากลั่นกรองอีกเพียงเล็กน้อยก็รับพลัง์ไปแปรเปลี่ยนให้เป็ลมปราณเกือบเต็มส่วน!
ในครรลองเฟิงอี้เห็นสิ่งต่างๆมากมายภายในโลกมิติลึกลับมันดูมีชีวิตชีวามากเพราะบนท้องนภามีปักษาโบยบินอยู่หลายชนิดทั้งยังได้ยินเสียงสัตว์ชนิดต่างๆนับไม่ถ้วน
“ครั้งนี้หาใช่บททดสอบแต่คือการเก็บเกี่ยว!”
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…..