หลังพบกับความผิดหวังแรกที่ส่งผลต่อจิตใจเว่ยซือหงแอบหลบเข้ามิติในตอนกลางคืน นางศึกษาตำราเกี่ยวกับการเพาะปลูกหลอมรวมความทรงจำแปลก ๆ ที่เข้ามาในห้วงความคิดของนางอีกครั้ง
เรียนรู้ทำความเข้าใจทั้งยังพยายามยอมรับความจริง จนกระทั่งทำใจยอมรับกับความผิดหวังได้ในที่สุด เ้าตัวน้อยถึงยอมออกจากมิติ
เช่นเคยเวลาภายนอกยังเท่าเดิมแต่ภายในมิติผ่านไปหลายวัน หลังออกมาจากมิติเว่ยซือหงก็เข้านอน
3วันต่อมา ความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในจวนตระกูลเว่ย ณ เรือนประจำตัวของเว่ยซือหงเรือนเหมยกุ้ย(ดอกกุหลาบ)
ร่างเล็กขาวอวบของผู้เป็เ้าของเรือนกำลังยืนสั่งการบ่าวไพร่ที่นางให้สาวใช้คนสนิทไปเกณฑ์ตัวมากำลังใช้เครื่องมือการเกษตรกำจัดวัชพืช คนที่เว่ยซือหงเรียกใช้งานล้วนเป็คนที่มีความรู้และเคยผ่านการทำเทือกสวนไร่นาทั้งสิ้น จึงเข้าใจคำสั่งเ้านายตัวน้อยโดยง่าย
“ท่านลุงบริเวณนี้โล่งเตียนแล้ว ท่านขุดพรวนดินไว้ได้เลยเ้าค่ะ”
“ขอรับคุณหนู”
“ท่านป้าเดี๋ยวขนหญ้าใส่ตะกร้าไว้แล้วเอาไปกองกันที่มุมนู้นนะเ้าคะใต้ต้นไม้ใหญ่น่ะเ้าค่ะ”
“เ้าค่ะคุณหนู”
“พี่เอ้อซานขุดหน้าดินขึ้นมาพรวนอืม... ลึกสัก 6 ชุ่น(6 นิ้ว) กว้าง 3 ฉื่อ(1 เมตร) ยาว 2จั้ง(5 เมตร) เ้าค่ะ แล้วเอามูลวัวแห้งที่ข้าสั่งไว้มาโรยหน้าดิน อีกสัก3 วันค่อยมาพรวนอีกครั้งเพื่อให้มูลสัตว์กับดินผสมกันด้วยดี”
“เข้าใจแล้วขอรับคุณหนูถ้าพรวนเสร็จแล้วให้ข้าน้อยทำสิ่งใดต่อขอรับ”
เว่ยซือหงคิดเล็กน้อยจึงตอบ“ทิ้งไว้สัก 10 วันเ้าค่ะ เป็การตากหน้าดิน เดี๋ยวหลังจากนั้นอาหงจะมาคุมเื่ยกร่องแปลงผักอีกที”
เว่ยซือหงสั่งการขึ้นแปลงผักชั่วคราวรอจนครบสิบวัน นางจะให้พวกเขาขึ้นแปลงผักที่สวยและมีระเบียบอีกครั้ง
“ยกร่องแปลงผัก?”เอ้อซานฉงน แต่เ้านายตัวน้อยไม่ตอบอะไร เขาจึงหันไปทำหน้าที่ตามคำสั่ง
“โอ๊ะพี่เอ้อซานอย่าลืมเว้นช่องระหว่างแปลง ทำเป็ทางสำหรับให้คนเดินสวนกันได้สองคนพอดีนะเ้าคะ”
“ขอรับคุณหนู”
เ้าตัวน้อยยิ้มกว้างกับบ่าวที่คัดมาไม่มีใครขัดแย้งกันสักคนแม้พวกเขาจะสงสัยก็เถอะ สิ่งที่นางให้พวกเขาทำอยู่นี้เรียกว่าการบำรุงดินให้พร้อมสำหรับการเพาะปลูก
เพราะเป็การเตรียมดินสำหรับปลูกพืชผักเว่ยซือหงจึงตั้งใจทำอย่างมาก นาง้ายกร่องแปลงผักเป็รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเว้นช่องตรงกลางไว้ให้คนเดิน ถึงจะเห็นความสงสัยและกังขาในสายตาบ่าวหลาย ๆคนที่ถูกเกณฑ์มาทำงาน นางก็หาได้อธิบาย
ภาพที่อยู่ในหัวและสิ่งที่นางคิดทำอยู่นี้ยากที่จะอธิบายให้เห็นภาพเลยคิดว่าทำไปทีละขั้นตอน ให้พวกเขาเห็นและััมันด้วยตัวเองจะดีกว่า รอจนทุกอย่างเรียบร้อยพวกเขาจะเข้าใจเอง ว่าทำไมนางถึงให้ทำเช่นนี้
แต่คำสั่งเท่านี้นับว่าเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาแล้ว
สิ่งหนึ่งที่นางรับรู้หลังการอ่านตำราหลายๆ เล่ม การที่ชาวนาปลูกพืชผักไม่ขึ้นมีหลายสาเหตุด้วยกันประการแรกคือพวกมารที่คอยก่อกวนโดยการปล่อยไอมารลงดินจนทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินเสียหาย
ประการที่สองไม่มีการบำรุงดินที่เหมาะสม เพราะที่ดินปลูกพืชชนิดเดิมซ้ำ ๆ เกินไปไม่มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนชนิดผักหรือข้าวที่ปลูก แร่ธาตุต่าง ๆ ในดินจึงค่อย ๆเสื่อมสลายไป
และประการสุดท้ายผู้คนที่นี่ไม่รู้จักปุ๋ยทั้งปุ๋ยบำรุงดิน ปุ๋ยบำรุงพืช ล้วนไม่มีใครรู้จักขนาดมูลสัตว์ที่สามารถบำรุงดินได้ยังไม่มีใครรู้และคิดใช้เลย
เมื่อทำความเข้าใจข้อมูลทุกอย่างดีแล้วนางเล็งเห็นโอกาสที่จะหารายได้จากเื่นี้ เว่ยซือหงไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวหากสิ่งที่นางทำอยู่ได้ผล นางย่อมเปิดเผยและเผยแพร่ความรู้ให้ชาวบ้านชาวเมืองแน่ทว่าในกรณีที่ยังไม่มีใครล่วงรู้ ก็ถือว่าเป็โอกาสที่จะทำให้นางเติบโตไม่ใช่หรือ?
เส้นทางสู่ความร่ำรวยไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว!
การมีความคิดเช่นนี้ออกมาได้เว่ยซือหงไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย นี่คือผลจากการหลอมรวมความทรงจำ ที่ผนึกบางส่วนได้คลายลงนั่นเอง
มาต่อกันเื่บำรุงดินปุ๋ยมูลสัตว์นั้นก็ดี เพราะเป็สิ่งพื้นฐานที่สามารถหยิบจับมาใช้ได้เลย แต่พอมีคนรู้เคล็ดลับนี้เข้าย่อมเกิดการขาดตลาดแน่นอน เว่ยซือหงจึงคิดหมักปุ๋ยมากมายหลายสูตรที่เข้ามาในความทรงจำเพื่อทำการค้าขายโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เว่ยซือหงคิดอยากทำปุ๋ยไม่ใช่เื่การเพาะปลูกอย่างเดียวเท่านั้นประเด็นสำคัญที่นางตัดสินใจทำเื่นี้คือ ไอมารสีดำที่ลอยเหนือผืนดินโชยกลิ่นความชั่วร้ายน่าสะอิดสะเอียนนั่นต่างหาก
หากปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไปต่อให้บำรุงดินดีแค่ไหน ผักก็คงไม่เติบโตขึ้นมาได้หรอก แต่ก็น่าแปลกเช่นกันที่จวนของนางหาได้มีไอมารพวกนั้นทว่าเมื่อพ้นอาณาเขตจวนตระกูลเว่ย นางกลับเห็นไอมารลอยละล่องเหนือผืนดินอยู่มากมาย
อืม...เห็นทีนางต้องเข้ามิติอีกสักครั้งเพื่อคิดค้นปุ๋ยสูตรพิเศษสำหรับชำระไอมารแล้ว
“คุณหนู...คิดอะไรอยู่หรือเ้าคะ” หลิงจูสาวใช้คนสนิทของเว่ยซือหงมีอายุ 14 ปีเอ่ยถามเ้านายตัวน้อย เมื่อเห็นว่านายของตนมีความคิดล่องลอยไปไกล
เว่ยซือหงส่ายหน้ายิ้มบางพลางว่า“เปล่าเ้าค่ะ แค่คิดว่าจะมีพืชผักสีเขียวเต็มพื้นที่หลังเรือนของอาหงเท่านั้น”
หลิงจูไม่เชื่อแต่นางเป็เพียงบ่าวจึงไม่คิดคาดคั้น “แดดร้อนแล้วตรงนี้ปล่อยให้พวกบ่าวทำไปเถอะเ้าค่ะ คุณหนูกลับเข้าไปในเรือนดีหรือไม่เ้าคะ”
“ใช่ๆ ขอรับคุณหนู เดี๋ยวตรงนี้พวกบ่าวทำเอง คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วงขอรับทุกอย่างจะเป็ไปตามที่คุณหนูสั่งการแน่นอน” ท่านลุงอวี้บ่าววัยกลางคนที่ได้รับเลือกให้เป็หัวหน้าคนงานทำสวนชั่วคราวเอ่ยขึ้น
“ก็ได้ฝากทุกคนด้วยนะเ้าคะ” เว่ยซือหงมองดูความคืบหน้าอีกนิดหน่อยก็หันหลังกลับเข้าไปในเรือน
เด็กน้อยกลับเข้ามาในเรือนนั่งก้นยังไม่ทันจะอุ่นสาวใช้เรือนมารดาก็เข้ามาตาม เ้าตัวเล็กไม่รอช้าที่จะไปหามารดา
“ท่านแม่”เสียงเล็กเจื้อยแจ้วก่อนวิ่งเข้าไปกอดเอวมารดา
หลิวลี่หงกอดตอบบุตรสาวแสนรักที่เงียบหายไปอยู่หลังเรือนเสียครึ่งค่อนวัน“เป็เช่นไร เหนื่อยหรือไม่”
“ไม่เหนื่อยเ้าค่ะท่านแม่อาหงแค่คิด แต่คนที่ทำคือพวกลุง ๆ ป้า ๆ และพี่ ๆ บ่าวเ้าค่ะ”
“ดีแล้วงานหนักเช่นนั้นให้พวกบ่าวทำไป ลูกแค่ยืนมองก็พอ...แล้วเตรียมการถึงขั้นไหนแล้วเล่า”
“ยังไม่ได้เตรียมอะไรมากเ้าค่ะเพิ่งเริ่มการตีแปลงชั่วคราวและบำรุงดินเท่านั้น”
“บำรุงดิน?”หลิวลี่หงสะกิดใจคำว่า ‘บำรุงดิน’ ส่วนตีแปลงนั้นถึงจะไม่แน่ใจนักแต่นางพอคิดภาพออก เพราะก่อนหน้านี้ได้เห็นภาพร่างที่บุตรสาววาดเอาไว้
“เ้าค่ะ”
“คุยอะไรกันอยู่หรือสองแม่ลูก”เว่ยซือซานที่กลับมาจากว่าราชการเอ่ยแทรกบทสนทนาระหว่างภรรยาและบุตรสาว
“ท่านพ่อ”เ้าตัวน้อยผละกอดมารดาวิ่งเข้ากอดบิดาทันใด เว่ยซือซานอ้าแขนรับไว้ด้วยความยินดี
“ว่าอย่างไรคุยอะไรกันอยู่หรือ”
“คุยเื่การเตรียมดินสำหรับปลูกผักเ้าค่ะตอนนี้อาหงกำลังเริ่มบำรุงดิน”
เว่ยซือซานฉงนสงสัยไม่ต่างจากภรรยาว่าอะไรคือการบำรุงดินเ้าตัวน้อยเห็นสายตาสงสัยใคร่รู้ของบุพการีก็ยิ้มกว้างบอกกล่าวความรู้ที่ได้รับมาอย่างไม่ปิดบัง
“หากเป็เช่นที่หงเอ๋อร์พูดจริงเท่ากับว่าพวกเราจะเพาะปลูกกันได้อีกครั้งใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะท่านพ่อแต่ก็ต้องทดลองดูก่อนนะเ้าคะ”
คนเป็บิดาพยักหน้ารับคำก่อนสบสายตากับภรรยาถึงความเป็ไปได้ของเื่นี้ไม่รู้ทำไมเขาถึงเชื่อเต็มเปี่ยมว่ามันจะสำเร็จ
อืม...ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องเพิ่มการป้องกันให้รัดกุมมากกว่าเดิมเสียแล้วบุตรสาวของพวกเขาคิดทำอะไรมีแต่เื่ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น!
หลิวลี่หงเห็นความเคร่งเครียดของสามีจึงเปลี่ยนเื่ด้วยไม่อยากให้เ้าตัวเล็กไม่สบายใจ “แล้วหงเอ๋อร์คิดหรือยังว่าจะปลูกผักอะไรบ้าง”
“คิดไว้บ้างแล้วเ้าค่ะ”
ตามปกติข้าวถั่ว และยู่หมี่(ข้าวโพด) คือพันธุ์พืชหลัก ๆ ที่ปลูกกันโดยปกติทั่วไปส่วนผักที่นิยมปลูกกันนั้นมีเพียงไม่กี่ชนิดได้แก่ ไป๋ช่าย(ผักกาดขาว)คงซินช่าย(ผักบุ้ง) ซีหงซื่อ(มะเขือเทศ) หลัวโป(หัวไชเท้า)หงหลัวโป(แครอท) หวงกวา(แตงกวา) และล่าเจียว(พริก)ส่วนกระเทียมกับหอมนั้นไม่ได้ปลูก ส่วนใหญ่เน้นหาเอาตามป่าเขา
“ให้พ่อช่วยอะไรหรือไม่”เห็นบุตรสาวทำหน้าเครียดจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม นางเพิ่งอายุเท่าไรกันเชียวหากมีอะไรที่เขาช่วยได้ ก็ให้คนเป็พ่ออย่างเขาทำเถอะ
เว่ยซือหงตัวน้อยที่กลัดกลุ้มเื่เมล็ดพันธุ์ผักมีประกายความยินดีพาดผ่านนางคิดว่าผักที่นิยมเพาะปลูกนั้นมีน้อยเกินไป ในความทรงจำที่สอดแทรกเข้ามา ผักมีมากเสียจนนับไม่หวาดไม่ไหวทว่าที่โลกของนางกลับมีผักเพียงเท่านี้ คิดแล้วก็... เฮ้อ!
“ท่านพ่ออาหงอยากได้เมล็ดพันธุ์ผักแปลก ๆ ที่แคว้นของเราไม่มีเ้าค่ะ”
เว่ยซือซานฟังแล้วคิดว่าไม่ยากอันใดที่จะเสาะหามาให้บุตรสาวด้วยเมล็ดพันธุ์นั้นพอหาได้ แต่ปัญหาติดตรงเพาะปลูกกันไม่ขึ้นนี่แหละ “ได้! เื่นี้พ่อจะจัดการให้เ้าเอง ้าอันใดอีกหรือไม่”
“ไม่แล้วเ้าค่ะขอบคุณท่านพ่อท่านแม่ที่สนับสนุนอาหง” หลังได้สิ่งที่้าก็ไม่ลืมเอ่ยออดอ้อนทำตัวน่ารักเสียจนบิดามารดาหลงเ้าตัวเสียโงหัวไม่ขึ้น
สามวันผ่านไปเว่ยซือหงมาดูผลงานการเตรียมดินที่หลังเรือนของนาง เ้าเด็กน้อยเดินตรวจสอบพื้นที่ที่ทำการพรวนดินและโรยมูลสัตว์แห้งไว้พอเห็นทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดีจึงฉีกยิ้มกว้างหันไปชมบ่าวที่รับผิดชอบหน้าที่หนึ่งคำ
“เอาละเ้าค่ะทุกคนช่วยกันพรวนดินอีกครั้งนะเ้าคะ ให้มูลสัตว์กับดินผสมเข้าด้วยกันให้ดีเ้าค่ะถ้าทำให้ดินมันร่วนได้จะดีที่สุดเ้าค่ะ”
“ทราบแล้วขอรับคุณหนู”
“ท่านลุงอวี้ดินที่ข้าสั่งให้ไปขุดจากชายป่าได้ขุดและนำมาหรือยังเ้าคะ”
“เตรียมมาแล้วขอรับคุณหนูกองรวมกันอยู่ทางเรือนเพาะชำขอรับ”
เรือนเพาะชำคือเรือนที่เว่ยซือหงสั่งให้บ่าวรับใช้ที่มีฝีมือช่างไม้มาทำให้สร้างคล้ายบ้านแต่ไม่มีผนัง หลังคายกสูงมุงด้วยหญ้าคาคล้ายกระท่อมที่ปลูกตามท้องนา แต่ไม่มีที่นั่ง มีเพียงลานดินโล่ง ๆ
“เ้าค่ะคนอื่นทำงานที่ข้าสั่งต่อไปนะเ้าคะ แต่ท่านลุงอวี้ พี่เอ้อซาน และท่านป้าหม่าตามข้ามาเ้าค่ะ”
คนทั้งสามที่ถูกเอ่ยชื่อเดินตามเ้านายตัวน้อยไปโดยมีหลิงจูและหลิงอิงสาวใช้ประจำตัวเว่ยซือหงเดินตามไปด้วย
เมื่อถึงเรือนเพาะชำเว่ยซือหงก็เห็นดินสีดำกองอยู่เ้าเด็กน้อยพยักหน้ารับความคิดตัวเอง ‘ดินที่ชายป่าอุดมสมบูรณ์กว่าพื้นที่อื่นจริงๆ ด้วย’ อาศัยจังหวะที่ทุกคนไม่ทันสังเกตดึงดินจากในมิติออกมากองร่วมกันแล้วจึงหันไปสั่งงานต่อ
“เดี๋ยวเอามูลสัตว์มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันเลยเ้าค่ะ”
“ขอรับ/เ้าค่ะคุณหนู”บ่าวทั้งสามที่นางเล็งเห็นว่ามีความสามารถด้านการเพาะปลูกมากที่สุดรับคำไม่นานงานที่สั่งก็เสร็จสิ้น ดินดำร่วนอุดมสมบูรณ์ดี
“ทำได้ดีมากเ้าค่ะเดี๋ยวพรุ่งนี้มาเจอข้าตอนยามซื่อนะเ้าคะ ส่วนวันนี้ไปช่วยบ่าวคนอื่นทำงานทางด้านนู้นให้เสร็จเถอะเ้าค่ะ”
สั่งงานเสร็จเว่ยซือหงจึงเดินไปเรือนเยว่เลี่ยง(เรือนพระจันทร์)เรือนของเว่ยซือหลิวและหลินซือเหยา เรือนที่ท่านปู่ท่านย่าของนางอาศัยอยู่ เดินไปไม่นานก็ถึงเนื่องจากเรือนตั้งอยู่ปีกเดียวกันกับเรือนของนางนั่นเอง
“ท่านปู่ท่านย่าอาหงมาหาแล้วเ้าค่ะ” เสียงเล็ก ๆ ที่ดังมาก่อนตัวทำเอาสองผู้เฒ่ายิ้มปริ
“แม่ของหลานผ่อนปรนการฝึกมารยาทสตรีให้หลานหรืออย่างไรหลานจึงได้กระโดกกระเดกเสียงดังปานบุรุษเช่นนี้ เห็นทีย่าต้องอบรมหลานอย่างเข้มงวดเสียแล้ว”
เ้าเด็กอ้วนเบิกตากว้างส่ายหน้าไปมา เร่งวิ่งเข้ากอดผู้เป็ย่าทันที “ท่านย่าเ้าขา อาหงขอโทษเ้าค่ะเพราะอาหงเห็นว่าอยู่ในจวนของเรา จึงได้ละเลยมารยาทไปท่านย่าอย่าดุหรือลงโทษหลานเลยนะเ้าคะ”
ไม่พูดเปล่าโฉบใบหน้าหอมแก้มผู้เป็ย่าเสียหนึ่งทียังใจดีเผื่อแผ่ไปหาท่านปู่ด้วย
“หึเด็กเ้าเล่ห์” เว่ยซือหงยิ้มกว้างรู้ว่าท่านย่าไม่เอาความนางแล้ว
“ว่าแต่มาหาปู่กับย่าของเ้าเช่นนี้คงไม่ได้มาเยี่ยมคนแก่อย่างเราเฉย ๆ ใช่หรือไม่”
“โอ้...เป็ท่านปู่ที่รู้ใจหลานที่สุดเ้าค่ะ”
“เอาละๆ เลิกสัพยอกกันได้แล้ว ทั้งสองคนเลย พอกันทั้งปู่ทั้งหลาน” คนถูกห้ามหาได้สลดไม่หัวเราะคิกคักออกมาอย่างถูกใจ
“สรุปเ้ามาหาปู่กับย่าด้วยเื่ใด”
“หลานอยากได้ถาดเพาะต้นกล้าเ้าค่ะเลยมาถามท่านปู่กับท่านย่าว่าพอจะรู้จักหรือไม่”
สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่าพูดว่าเคยเห็นเลย เอาเป็ว่าถาดเพาะต้นกล้าคืออะไร?
“อ๋า...คือเช่นนี้เ้าค่ะ”เห็นสายตาท่านปู่ท่านย่านางก็รู้แล้วว่าทั้งสองหาได้เคยเห็นหรือรู้จัก เ้าตัวน้อยอดปรามาสในใจไม่ได้
‘เฮ้อ... ขนาดการเพาะเมล็ดก่อนลงแปลงปลูกยังไม่รู้จัก ไม่แปลกใจเลยที่การเกษตรของทวีปจะซบเซาถึงเพียงนี้’
“สิ่งที่หลาน้าคือถาดเพาะเมล็ดเ้าค่ะถาดที่เป็หลุม ๆ เอาดินใส่ลงไปแล้วค่อยหยอดเมล็ด รอจนเมล็ดงอกออกมาเป็ต้นกล้าที่แข็งแรงจึงค่อยย้ายไปปลูกลงแปลงผักที่ขึ้นแปลงไว้เ้าค่ะ”
เป็การอธิบายรวบรัดแต่ทั้งสองคนก็เข้าใจทว่าพวกเขากลับไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อน แล้วจะจัดหาให้หลานสาวได้อย่างไรเล่า
“ปู่กับย่าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยและไม่เคยมีใครพูดถึงถาดเพาะเมล็ดด้วยนะหลานรัก”
เว่ยซือหงคอตกแต่แล้วก็คิดได้ว่าค่อยหาทางสร้างขึ้นมา ตอนนี้ก็แก้ปัญหาด้วยการปั้นดินเป็ก้อนกลมๆ ในการเพาะเมล็ดไปก่อนคงได้?
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะเดี๋ยวหลานค่อยหาวิธีสร้างขึ้นมา ขอบคุณท่านปู่ท่านย่ามากเ้าค่ะ หลานไม่กวนแล้วขอตัวก่อนนะเ้าคะ” พูดแล้ววิ่งออกมาโดยมีเสียงท่านปู่ท่านย่าตามขึ้นเื้ั
“อย่าหักโหมนักเล่า”
“รักษากิริยามารยาทหน่อยเถอะหงเอ๋อร์”