บทที่ 14 คุณไปได้แล้ว
เมื่อมองดูเฉินอวี่ที่กำลังถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจ เจิ้งจื่อเซวียน ก็รู้สึกผิดหวังในตัวเขาอย่างถึงที่สุด "เฉินอวี่เอ๋ย เฉินอวี่ นายเคยบอกว่าต่อหน้าพลังที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้มันไร้ค่า แล้วตอนนี้ล่ะเป็ยังไง?"
เธอคาดไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็แบบนี้ แต่ไม่นึกว่ากรรมจะตามสนองเร็วขนาดนี้
ทันใดนั้นเธอก็ก้าวออกมา "คุณตำรวจคะ กรุณารอเดี๋ยวค่ะ"
ตำรวจหญิงชะงักแล้วหันมาถามด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอคะ?"
"ฉันอยากทราบว่าเขาโดนข้อหาอะไร แล้วต้องติดคุกนานแค่ไหนถึงจะออกมาได้คะ?" เจิ้งจื่อเซวียนถาม
"ข้อหาทำร้ายร่างกายค่ะ ส่วนจะออกมาเมื่อไหร่นั้นต้องดูสถานการณ์ ถ้าเขายอมรับสารภาพ และให้ความร่วมมือ เราจะพยายามช่วยเดินเื่ให้เขาออกมาเร็วที่สุดค่ะ" ตำรวจหญิงตอบ
"เฉินอวี่ อะไรที่ควรสารภาพก็สารภาพไปนะ ฉันหวังว่านายจะให้ความร่วมมือ มีปัญหาอะไรก็ติดต่อครอบครัวเราได้" พูดจบเจิ้งจื่อเซวียนก็สะบัดหน้าเดินจากไป
ในมุมมองของเธอ การที่เฉินอวี่ไปตีคนอื่น อย่างมากก็แค่ติดคุกไม่กี่วัน รับการอบรมบ่มนิสัย แล้วก็จ่ายเงินชดเชยก็จบเื่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเธออยากให้เฉินอวี่ตระหนักถึง ‘ความต่างชั้น’ และรู้จักเข็ดหลาบเสียบ้าง
อย่าทำตัวอวดดี ไม่เห็นหัวใคร เธออยากให้เขารู้ว่าสังคมนี้ไม่ได้แก้ปัญหาได้ด้วยกำลังเสมอไป แต่ต้องใช้คอนเนคชั่นและการเข้าสังคมด้วย
หลังจากนั้น เฉินอวี่ก็ถูกนำตัวมาถึงสถานีตำรวจและถูกพาเข้า ห้องสอบสวน
ตำรวจหญิงเปิดแฟ้มประวัติของเฉินอวี่แล้วถามเสียงเย็น "เฉินอวี่ คุณยอมรับข้อหาทำร้ายร่างกายชาวต่างชาติและิ่ประมาทบุคคลหรือไม่?"
"คนที่สมควรโดนตี ทำไมจะตีไม่ได้?" เฉินอวี่ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่ทุกข์ร้อน
ตำรวจหญิงขมวดคิ้ว เธอพบว่าแม้จะอยู่ในห้องสอบสวน เฉินอวี่ก็ยังคงดูสงบนิ่งและผ่อนคลายจนน่าหมั่นไส้ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "ทำผิดแล้วยังจะมาทำเป็ยืดอกภูมิใจอีกนะ แกนี่มันแน่จริง ๆ!"
ตำรวจชายที่นั่งข้าง ๆ ตบโต๊ะฉาดแล้วคำราม "ไม่ว่าใครจะผิดหรือถูก แต่การที่คุณลงมือก่อนก็คือคุณผิด!"
"ผมตีไปแล้วจะทำไม พวกคุณจะทำอะไรผมได้?" เฉินอวี่เอ่ยเสียงเรียบ
ตำรวจหญิงะเิอารมณ์โกรธทันที เธอรู้สึกเหมือนศักดิ์ศรีตำรวจถูกท้าทาย "นึกว่าฉันจะจัดการแกไม่ได้เหรอ? ถ้ายังกล้าโอหังอยู่แบบนี้ เชื่อไหมว่าฉันจะขังแกสักเดือนสองเดือนให้เข็ดหลาบ?" หากที่นี่ไม่ใช่สถานีตำรวจ เธอคงพุ่งเข้าไปตบสั่งสอนให้เขารู้ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขาไปแล้ว
ตำรวจชายที่ใจเย็นกว่าถามขึ้น "ที่คุณบอกว่าชาวต่างชาติคนนั้นสมควรโดนตี ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหม?"
เฉินอวี่มองออกไปไกลแล้วตอบนิ่ง ๆ "แค่ดูิ่ประเทศจีนก็สมควรโดนตีแล้ว ยิ่งดูิ่ผมยิ่งสมควรโดนตีเข้าไปใหญ่"
ตำรวจชายขมวดคิ้ว "แต่ถึงอย่างนั้น กล้องวงจรปิดก็จับภาพตอนที่คุณทำร้ายเขาไว้ได้ชัดเจน ยังไงคุณก็ทำผิดกฎหมาย"
"กฎหมายเหรอ?" เฉินอวี่ถามกลับด้วยน้ำเสียงเ็า "แล้วจะทำไม?"
คำพูดนี้ทำเอาตำรวจทั้งสองถึงกับอึ้งจนตาค้าง! นี่มันต้องอวดดีขนาดไหนถึงกล้าพูดแบบนี้? มันไม่ใช่แค่ความโอหัง แต่มันคือการ เหยียดหยาม กฎหมายอย่างชัดเจน!
"ไม่รู้จักสำนึกจริง ๆ ต่อให้แกจะมีเื้ั ยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่แค่ข้อหาดูิ่กฎหมายข้อเดียว แกก็อย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่เลย" ตำรวจหญิงตวาด ตำรวจชายก็ทนไม่ไหวตบโต๊ะพรวด "ต่อให้คุณเป็ลูกชายนายกเทศมนตรี คุณก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!"
เฉินอวี่ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน สำหรับเขาแล้วเื่พวกนี้มันก็แค่ ‘เด็กเล่นขายของ’ ต่อให้ต้องเผชิญกับทัพนับหมื่นแสน ก็ไม่มีใครขวางทางเขาได้
ตำรวจทั้งสองเริ่มสงสัย ทำไมเฉินอวี่ยังนิ่งได้ขนาดนี้? หรือเขามี ไม้ตายอะไรซ่อนอยู่?
ทันใดนั้น ผู้กำกับการก็เดินเข้ามาพร้อมกับชาวต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งก็คือ คอนเนอร์ คนที่โดนเฉินอวี่อัดจนต้องคุกเข่าขอโทษเมื่อวานนั่นเอง
"พวกคุณออกไปก่อน" ผู้กำกับสั่งลูกน้องทั้งสอง
ตำรวจทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความใ ขนาดผู้กำกับยังต้องลงมาดูด้วยตัวเอง เฉินอวี่คนนี้เป็ใครกันแน่? แต่ด้วยอำนาจสั่งการของหัวหน้า พวกเขาจึงต้องเดินออกไป หลังจากทั้งคู่ลับตาไป ผู้กำกับก็สั่งปิดกล้องวงจรปิดในห้องสอบสวนแล้วเดินออกไปเช่นกัน
คอนเนอร์แสยะยิ้มเหี้ยม "ไอ้หนู ลืมเื่ที่แกเหยียบหัวฉันเมื่อวานไปแล้วหรือไง? ถ้าแกยอมให้ฉันหักมือสองข้างแล้วคุกเข่ากราบขอโทษ ฉันอาจจะพิจารณาลดวันขังให้แกบ้างนะ"
เฉินอวี่ตอบนิ่ง ๆ "จะขังผมเหรอ? พวกคุณยังไม่คู่ควร"
คอนเนอร์โกรธจัด "แกยังซ่าออกอีกเหรอ? ตอนนี้แกโดนใส่กุญแจมืออยู่ แกนึกว่าแกจะมีปัญญาขัดขืนหรือไง?" เขามั่นใจว่าเฉินอวี่ทำอะไรไม่ได้ และเขาจะจัดการเฉินอวี่ยังไงก็ได้ตามใจชอบ
"แกหมายถึงเศษเหล็กพรรค์นี้น่ะเหรอ?" เฉินอวี่ยิ้มหยันพลางลุกขึ้นช้า ๆ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคอนเนอร์
เฉินอวี่ออกแรงที่ข้อมือเพียงนิดเดียว กุญแจมือก็แตกละเอียดทันที!
"เปะ... เป็ไปได้ยังไง?" คอนเนอร์หน้าถอดสี ไม่นึกว่าจะมีมนุษย์คนไหนกระชากกุญแจมือขาดได้ด้วยมือเปล่า
ปัง!
เฉินอวี่ถีบเข้าที่ร่างของคอนเนอร์จนกระเด็นลอยไปชนกำแพง
"ไอ้พวกป่าเถื่อนกล้ามาเบ่งอำนาจต่อหน้าข้าเชียวหรือ?" เฉินอวี่กล่าวเสียงเย็น
"ไอ้สารเลว แกตาย!" คอนเนอร์คว้ากระบองตำรวจแถวนั้นฟาดใส่เฉินอวี่สุดแรง เฉินอวี่ยิ้มเย็น เพียงพริบตาเดียวเขาก็สะบัดฝ่ามือออกไป
เพี๊ยะ!
คอนเนอร์ลอยกระเด็นไปอีกรอบ พร้อมกับกระบองที่หักสะบั้น ทันใดนั้น คอนเนอร์ก็ชัก ปืนพกสีดำเมี่ยมออกมาจ่อที่เฉินอวี่พร้อมเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ตอนแรกฉันกะจะออมมือให้ แต่นายรนหาที่ตายเองนะ"
"ไม่กลัวหรือไงว่ายิงแล้วแกจะหนีไม่พ้น?" เฉินอวี่ถามยั่ว
"ตลกชะมัด!" คอนเนอร์หัวเราะร่า "ผู้กำกับที่นี่โดนฉันซื้อ ไว้หมดแล้ว เดี๋ยวฉันจะบอกว่าแกพยายามแหกคุก และจับตัวประกัน ถึงตอนนั้นพวกฉันจะพูดอะไรก็ได้!"
รอยยิ้มบนหน้าเฉินอวี่ยิ่งกว้างขึ้น "ถ้าแน่จริงก็ยิงสิ!"
"นึกว่าฉันไม่กล้าเหรอ!" คอนเนอร์คำราม
"ยิงเลย!" แววตาของเฉินอวี่เริ่มฉายแววสังหาร
ปัง!
ด้วยความโมโห คอนเนอร์ลั่นไก ะุพุ่งตรงเข้าหาหน้าอกของเฉินอวี่ทันที แต่ในวินาทีต่อมา ใบหน้าของคอนเนอร์กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"Fuck! เป็ไปไม่ได้!"
ลูกะุหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเฉินอวี่เพียง 5 เิเ ราวกับมีกำแพงลมล่องหน ขวางกั้นไว้ เฉินอวี่เอ่ยด้วยเสียงเย็นะเื "เดิมทีข้ากะจะไว้ชีวิตสุนัขอย่างแกสักครั้ง แต่ในเมื่อแกเลือกทางตายเอง ก็จงไปลงนรกซะเถอะ"
ลูกะุพลันหมุนกลับทิศ พุ่งตรงเข้าหาคอนเนอร์แทน! คอนเนอร์ม่านตาหดเกร็งด้วยความสยอง "ไม่... อย่าฆ่าฉัน!" เขาพยายามวิ่งหนีออกไปที่ประตู
ปัง!
ลูกะุพุ่งทะลุขั้วหัวใจของคอนเนอร์ทันที ร่างของเขาล้มตึงลงกับพื้น
ไม่นานนัก ผู้กำกับก็เดินยิ้มกริ่มเข้ามา "คุณคอนเนอร์เป็ยังไงบ้างครับ? เงินงวดสุดท้าย พร้อมโอนหรือยัง..." แต่แล้วเขาก็ต้องสูดหายใจเข้าลึกด้วยความช็อก เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
"แก... แกฆ่าเขา!"
"ใครก็ได้! มานี่เร็ว! นักโทษฆ่าคนตายแล้ว!"
ผู้กำกับะโลั่น ตำรวจจำนวนมากกรูกันเข้ามาพร้อมเล็งปืนไปที่เฉินอวี่
"เอามือประสานหัวแล้วคุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!" ผู้กำกับแผดเสียง
ทว่า เฉินอวี่ยังคงสงบนิ่ง เขานั่งลงบนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ "ผมก็นั่งอยู่นี่แล้วไง พวกคุณจะทำอะไรผมได้?"
"ดี! ดีมาก!" ผู้กำกับหัวเราะด้วยความแค้น "ฆ่าคนแล้วยังจะมาอวดดีอีก ถ้าวันนี้ฉันลากแกเข้าคุกไม่ได้ ฉันจะไม่ขอเป็ผู้กำกับอีกต่อไป!"
"งั้นคุณก็ไม่ต้องเป็มันแล้วล่ะ" ทันใดนั้น เสียงเย็นเยียบของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้น
"ไอ้บ้าที่ไหนมันพูดวะ!" ผู้กำกับด่าสวนทันควัน แต่พอหันไปมอง หน้าเขาก็ซีดเผือดราวกับกระดาษ
เขาตัวสั่นเทาจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นทันที "คุณ... คุณหนูถัง!"
ผู้ที่มาก็คือ ถังรั่วเซวียน เธอเดินผ่านผู้กำกับไปโดยไม่ชายตามอง แล้วตรงไปหยุดตรงหน้าเฉินอวี่พร้อมคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม "คุณเฉินคะ ดิฉันเพิ่งทราบข่าวจึงรีบมา แต่อาจจะช้าไปหน่อย โปรดประทานอภัยด้วยค่ะ!"
สิ้นคำพูดนั้น ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวป่าช้า
ผู้กำกับหน้าถอดสี รู้สึกเหมือน "น้ำที่สาดออกไปแล้วยากจะเรียกคืน* [1] "
แต่สิ่งที่น่าใยิ่งกว่ากำลังจะเกิดขึ้น... ชายชราในชุดถังจวงปรากฏตัวขึ้นในห้องสอบสวน
"ท่านผู้เฒ่าถัง!" ผู้กำกับใจนแทบสิ้นสติ
"ฉันจะรายงานเื่ที่แกรับสินบนให้เบื้องบนทราบ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป... แกไสหัวไปได้แล้ว"
สิ้นคำสั่งของ ถังเต๋อจง ผู้กำกับก็นั่งทรุดลงกับพื้นด้วยสภาพหมดอาลัยตายอยากเหมือนสูญเสียพ่อแม่
เขาไม่เข้าใจเลยว่า ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนนี้ ทำไมถึงทำให้คุณหนูตระกูลถังต้องนอบน้อมขนาดนี้ แถมท่านผู้เฒ่าถังยังออกโรงมาช่วยด้วยตัวเอง แม้แต่ตระกูลใหญ่ทั้งสามยังต้องเกรงใจคนตระกูลถัง แต่คนตระกูลถังกลับยอมสยบแทบเท้าเฉินอวี่อย่างต่ำต้อย!
เฉินอวี่คนนี้เป็ใครกันแน่? ถึงมีอิทธิพลที่น่ากลัวขนาดที่ตระกูลถังซึ่งเป็อันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเส้าโจวต้องยอมรับใช้เยี่ยงบ่าวไพร่? นี่เขาไปขัดขาตัวตนที่น่ากลัวระดับไหนเข้าเนี่ย?
ตำรวจสองคนที่สอบสวนเฉินอวี่ก่อนหน้านี้ถึงได้ตระหนักเสียที... ว่าทำไมเฉินอวี่ถึงไม่เกรงกลัวและกล้าพูดคำว่า ‘จะทำอะไรผมได้’ ออกมาอย่างเต็มปาก!
ที่แท้... มีคนหนุนหลังของเขาอยู่!
* [1] น้ำที่สาดออกไปแล้วยากจะเรียกคืน (覆水难收) - หมายถึงทำผิดพลาดจนแก้ไขไม่ได้แล้ว