ภูมิรพี และกานต์หันขวับไปทางอุโมงค์ เสียงเหมือนไฟฟ้าช็อตหรือฟ้าผ่าดังเปรี้ยงปร้างมาจากความมืดด้านหลัง จะเป็ใครไปได้ถ้าไม่ใช่ผู้มีธาตุประจำตัวสายฟ้าที่มีเพียงสามคนในเขตนี้... ชีตาห์!
ชีตาห์พุ่งออกมาด้วยความเร็วสูงบนยานพาหนะรูปร่างคล้ายสเกตบอร์ดลอยได้ เขาอุ้มริศมาด้วย สภาพของทั้งสองคนเสื้อผ้าฉีกขาด มีรอยเืประปรายเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิเดือดมา พวกเขามาหยุดที่ห้องเตรียมตัว
ริศรีบะโลงจากหลังชีตาห์ กวาดตามองไปรอบๆแต่กลับไม่พบภัทร จึงได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบและสีหน้าร้อนรน
“พวกเธอเห็นพะ... เด็กในหน่วยของฉันที่มาด้วยกันบ้างมั้ย เด็กผู้ชายตัวเล็กผิวขาวหน่อยๆผมไม่เป็ซงน่ะ ฉันหาเขาไม่เจอเลย!”
ไม่มีใครตอบคำถาม แต่ทุกคนมีสีหน้าที่แตกต่างกันไป ภูมิรพีทำหน้าหงุดหงิด เจนนี้ทำหน้าเบื่อหน่าย กานต์ไม่แสดงสีหน้าใดๆ ส่วนน้องน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วยทำผมไปด้วย ทำให้ริสอดสังหรณ์ใจไม่ดี จนกระทั่งนัทรีบวิ่งเข้ามาหา
“ภัทร... ภัทรเขาอยู่ด้านล่าง! เขาาเ็หนักมาก ผมช่วยเขาไม่ได้ พี่รีบไปช่วยเขาเถอะครับ มันกำลังจะขึ้นมาแล้ว!”
ริศ และชีตาห์มองหน้ากันก่อนจะชะโงกมองลงไปที่บ่อด้านล่าง เธอมองรอยขาดของบันไดที่เกิดจากเวทมนตร์และระเบียงเหล็กที่หักโค่น ไม่ต้องมีคนบอกก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ริศเงยหน้าขึ้นมาพูดโดยไม่หันหลังกลับ
“ชีตาห์ รีบไปจัดการโกเลมนั้น... เอาให้มันกลับมาเกิดใหม่ไม่ได้อีก!!”
ชีตาห์ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าริศ เขารีบบึ่งสเกตบอร์ดพุ่งลงไปยืนอยู่ไม่ห่างจากตัวประหลาดมากนัก เบื้องหน้าคือตัวประหลาดมหึมาที่กำลังพยายามใช้รยางค์ดึงตัวเองขึ้นมา ชีตาห์กวาดตามองรอบๆ เห็นดวงตาหลายดวงบนตัวมันถูกทะลวงจนแตกละเอียด
“เก่งไม่เบานี่ภัทร... นายวางใจเถอะ ที่เหลือฉันจะจัดการต่อเอง”
ภัทรนอนมองแผ่นหลังของชีตาห์ด้วยความโล่งใจแต่เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกแล้ว ชีตาห์เ้าใจสถานการณ์ทันที ไม่รอช้าหยิบพลั่วออกมา เปลี่ยนรูปแบบมันเป็หอกสีเงินยาว ก่อนจะเตะสเกตบอร์ดให้ลอยขึ้นมา กลไกของมันบิดหมุนกลายเป็แท่งเหล็กติดล้อสองอัน แล้วเขาก็ปามันไปปักฉึกบนตัวของเ้าสัตว์ประหลาดอย่างแม่นยำ
กริ๊สสสสสส
เ้าปีศาจถูกปักดวงตาแตกไปอีกสองข้าง
เมื่อมันปักลงไป ชีตาห์ก็ร่ายคาถาเสียงดังก้อง
"วิชาสายฟ้า กงล้ออสุนีคู่"
ล้อของสเกตบอร์ดหมุนติ้วอย่างบ้าคลั่ง เกิดกระแสไฟฟ้าช็อตแล่นผ่านระหว่างแท่งเหล็กทั้งสอง ก่อนจะมีสายฟ้าสีเหลืองฟาดเปรี้ยงลงไปที่จุดที่ปัก ทำการช็อตร่างตัวประหลาดอย่างรุนแรง
กรี๊สสสสสส!
เสียงร้องของตัวประหลาดดังโหยหวน กลิ่นคล้ายขยะเน่าที่ถูกเผาไหม้คละคลุ้งไปทั่วพร้อมควันดำโขมงส่งกลิ่นหม็นน่าสะอิดสะเอียน
“โอเดอร์ นุลโล (Odor Nullo)” เสียงของริศดังขึ้น แสงสีขาวกระจายไปทั่วห้อง ควันและกลิ่นไม่พึงประสงค์จางหายไปอย่างรวดเร็ว
“แหะๆ ขอโทษทีเจ้” ชีตาห์เกาหัวแก้เขินที่โดนริศดุทางอ้อมเื่กลิ่น
“อย่าทำเล่นกร... รีบทำทีาสั่งให้เสร็จ เดี๋ยวนี้!!!” ริศพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบอย่างที่ภัทรไม่เคยได้ยินมาก่อน
ชีตาห์ขนลุกซู่ทันที ครั้งสุดท้ายที่ริศเรียกชื่อเล่นเขาแบบนี้ เกือบมีคนตายเลยทีเดียว
เขาไม่รอช้า สะบัดขาสองที รองเท้าบูตของเขาก็มีล้อโผล่ออกมา ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับไปกับสายลม
'อ๊ะ หายไปแล้ว!’ ภัทรอุทานกับตัวเอง
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องพร้อมแสงสีเหลืองทองสว่างวาบเหนือดวงตาคู่ใหญ่ของตัวประหลาด ชีตาห์ไปลอยตัวอยู่ตรงจุดนั้นั้แ่เมื่อไหร่ไม่มีใครมองทัน
ก่อนจะพุ่งดิ่งลงไปที่ดวงตา แสงสีทองอาบไล้หอกด้ามเงินจนเจิดจ้า ชีตาห์ะโสุดเสียง
“วิชาหอกอัสนี เขี้ยวสมิงกัมปนาท!!!”
หอกสีเงินที่ชโลมไปด้วยสายฟ้าสีเหลืองแทงทะลุผ่านดวงตาขนาดใหญ่ของมันอย่างง่ายดายราวกับตัดเนย ดวงตาอื่นๆก็ถูกช๊อตจนแตกจนหมดตายสนิทจนไม่รู้จะตายยังไง
ภัทรได้แต่พูดกับตัวเอง เขาต้องทุ่มแรงทั้งหมดที่มีถึงจะทำลายดวงตาเล็กๆ ได้สักดวงแต่นี้แค่การโจมตีครั้งเดียวก็สามารถกำจัดตะวประหลาดใหญ่ั์นั้นได้ ‘นี่สินะ ความต่างชั้นของพลังเวทมนตร์’
ตัวประหลาดนิ่งสนิท ร่างกายเริ่มพังทลายลงสู่ก้นบ่อ
ชีตาห์รีบเก็บกู้อุปกรณ์สเกตบอร์ดกับดวงตาใหญ่ั์นั่นก่อนมันจะจมหายไปในน้ำเน่า แล้วใช้สายฟ้าเคลื่อนที่มาทางภัทร เขาประคองภัทรขึ้นมาแล้วหยอดน้ำยาฟื้นฟูใส่ปากจนภัทรเกือบสำลัก
“เป็ไงบ้าง งานแรกสนุกมั้ย”
“สนุกแทบตายเลยครับ” ภัทรที่กลืนยาจนหมดตอบเสียงแหบแห้ง เขารู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณาแ ก่อนความเ็ปจะค่อยๆ ทุเลาลง
“เดี๋ยวจะมีอะไรสนุกๆ กว่านี้อีก รอดูนะ... อ้อ นายจะได้เห็นด้วยว่าคนที่ทำไม่ดีกับริศจะมีจุดจบยังไง”
ชีตาห์พูดพลางแสยะยิ้มแล้วหันไปทางช่องประตู้า ซึ่งตอนนี้มีเสียงของภูมิรพีดังขึ้น
“เฮ้ย! จะทำอะไร! มันตกลงไปเองฉันไม่เกี่ยวสักหน่อย... อย่า... อย่าเข้ามานะเว้ย!”
ภูมิรพีหน้าถอดสี เดินถอยหลังกรูด ในขณะที่ริศเดินย่างสามขุมตรงเข้าไปหาด้วยแววตาที่ไร้แวว เหมือนทะเลน้ำนิ่งก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ ช่างต่างจากริศคนเดิมที่ภัทรรู้จัก
ภูมิรพีเห็นท่าไม่ดีจึงหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาตั้งท่า แล้วร่ายคาถาใส่เธอ “บอกให้หยุดไงนังบ้านี่!”
“สคูตัม!!! (Scutum)”
แสงสีขาวที่ร่ายออกมาแปรเปลี่ยนเป็เกราะใสทรงกลมขนาดเท่ากระทะปรากฏขึ้นกั้นกลางระหว่างพวกเขา ทำให้ภูมิรพีถอนหายใจโล่งอก เขาดูค่อนข้างจะมั่นใจในคาถาเกราะวิเศษของเขาอย่างมาก แต่ไม่ทันได้โล่งใจนานนัก
ริศก็หยิบไม้กายสิทธิ์ชี้ใส่โล่นั่นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเดิน เธอร่ายคาถาสวนกลับไป
“คอนฟริงโก สคูตัม! (Confringo Scutum)”
เพล้งงงง!
แสงสีขาวพุ่งออกจากไม้กายสิทธิ์ของริศเข้าไปทลายโล่ใสนั่นจนแตกกระจายราวกับเอาค้อนปอนด์ไปหวดใส่จานแก้ว
“เฮ้ยยยย!”
ภูมิรพีร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าริศจะสามารถใช้คาถาทะลวงเกราะ ซึ่งเป็คาถาระดับสูงได้ เขาพยายามจะร่ายคาถาอีกครั้ง
“อิมเพ...”
ยังไม่ทันที่เ้าตัวจะร่ายคาถาจบ ริศก็ประชิดถึงตัวแล้ว ฝ่ามือเรียวสวยแหวกอากาศฟาดลงไปที่ใบหน้าของภูมิรพีเต็มแรง
เพี้ยยยยย!!!
โครมมมมมมมม!
เสียงร่างของใครบางคนกระเด็นตกลงมากระแทกพื้นชั้นล่างที่พวกภัทรอยู่ ภัทรและชีตาห์เห็นถนัดตาว่ามันคือร่างของภูมิรพี! โชคยังดีที่ตรงนั้นมีกองขยะ และก้อนโคลนปนเมือกที่เกิดจากซากตัวประหลาดรองรับไว้ทำให้าเ็ไม่มาก แต่ทั้งตัว ใบหน้า และทรงผมสุดเท่ก็เละเทะไปด้วยสิ่งปฏิกูลสกปรกโสโครก
“ถุยๆๆ! แม่งเอ๊ยอีเวรนี่! จำไว้ฉันจะกลับมาแก้แค้นให้สาสม!” มันชี้หน้าด่าริศขึ้นไป้า แล้วหันมามองภัทรด้วยความเคียดแค้น
“ไอ้เศษสวะโสโครก แกจะต้องตายอย่างทุเรศที่สุด!”
“ท่าทางครั้งเดียวคงจะไม่พอสินะ” เสียงเย็นะเืของริศดังตามลงมา
“ชิ! กานต์ เจนนี่ ไปกันเถอะ!”
ภูมิรพีกดปุ่มบนชุดเพื่อล้างคราบสกปรกออก แต่ใบหน้าและผมที่อยู่เหนือชุดไม่ได้ถูกทำความสะอาดไปด้วย มันจึงต้องร่ายคาถาล้างหน้าตัวเองไปด้วยความหงุดหงิด กานต์ร่ายคาถาซ่อมบันไดเหล็กให้กลับมาใช้ได้ดังเดิมก่อนจะพยักหน้าให้ริศเชิงขอโทษ แล้วเดินลงมา เมื่อผ่านหน้าภัทรกับชีตาห์ กานต์ก็พยักหน้าให้อีกครั้งทำให้ภัทรแปลกใจมาก เจนนี่รีบตามลงมาอย่างรวดเร็วโดยมีนกน้อยวิ่งตามหลัง เธอพยายามจะหันมาพูดกับภัทรแต่ถูกเจนนี่ดุจึงไม่กล้าชักช้า ก่อนทั้งสี่คนจะหายลับขึ้นไปทางบันไดทางออกอุโมงค์
นัท และริศเดินลงมาหาภัทร ที่ตอนนี้ถูกชีตาห์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นจนสภาพเหมือนมัมมี่ เมื่อริศมาถึงเธอก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงข้างๆ โดยไม่สนใจว่าชุดจะเปื้อน แถมเนื้อตัวเธอยังมีรอยเืและเสื้อผ้าฉีกขาดไม่ต่างกัน
“พี่ริศ... ไม่าเ็อะไรใช่มั้ยครับ” ภัทรฝืนยิ้มถาม
“เด็กโง่... พี่เป็ห่วงเธอแทบตาย ยังจะมายิ้มอีก สัญญากับพี่นะว่าจะไม่ทำตัวเองเจ็บหนักแบบนี้อีก” ริศน้ำตาคลอ
“แต่ว่า...” ภัทรทำหน้าไม่ถูกตอนเห็นเธอร้องไห้ “ครับ... ได้ครับ ผมสัญญา”
ริศโผเข้ากอดภัทรแน่นจนเขาเจ็บระบมไปทั้งตัว
“โอ๊ยพี่ริศ! เบาหน่อยผมเจ็บ!”
“โทษทีๆ ชีตาห์พาภัทรขึ้นไปหน่อย ห้ามทำเขาหล่นเด็ดขาดนะ”
“ครับๆ ได้เลยครับเจ๊” ชีตาห์รับคำอย่างขอไปที ก่อนจะแบกภัทรขึ้นหลังโดยใช้สายรัดช่วยพยุง แล้วพาเดินขึ้นบันไดออกจากอุโมงค์
ตอนอยู่บนหลังชีตาห์ ภัทรหันไปพูดกับนัท “ขอบใจนะนัท”
“ไม่เป็ไร เราเป็เพื่อนกันนี่นา” นัทยิ้มกว้าง
ริศปาดน้ำตาแล้วยิ้มออกมาเช่นกัน พวกเขาเดินอย่างไม่รีบร้อนนักเพื่อไม่ให้ภัทรต้องเจ็บแผล