ตอนที่ 9
หลังจากที่แยกย้ายกันไปที่ห้องของใครห้องของมันแล้ว จงเหมยอิง ได้เก็บของที่นำมาเข้าตู้ให้เรียบร้อยและแอบเข้าไปอาบน้ำที่ในมิติเธอี้เีออกไปอาบน้ำข้างนอก เพราะต้องตักน้ำอาบเองถึงแม้จะมีบ่อน้ำก็ตามที แต่ตอนนี้เธอขออาบน้ำนอนก่อนดีกว่า
ส่วนทางด้านสองสาวเมื่อเข้าไปในห้องก็ไม่อยากที่จะทำอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้ทั้งเหนื่อย ทั้งหิวจะแย่อยู่แล้ว
"ตู๋หลันหลัน เธอออกไปทำอาหารเย็นสิ ฉันหิวมากเลย แต่ฉันทำอาหารไม่เป็" บอกเพื่อนให้ไปทำอาหาร
"แล้วฉันจะทำเป็หรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่อร่อย อย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกัน"
"แล้วเธอว่า จงเหมยอิง ทำอาหารเป็หรือเปล่า ไปขอให้เธอทำให้เรากินได้หรือเปล่า"
"ยังจะหวังอีกหรือ ั้แ่เดินทางมาจนถึงหมู่บ้าน เธอปฏิเสธทุกครั้ง ที่ขอให้ทำอะไรก็ตาม เหมือนไม่อยากจะยุ่งกับพวกเราเสียด้วยซ้ำ" ไม่รู้ทำไมเธอรู้สึกว่า จงเหมยอิงไม่ชอบพวกตน
"แล้วเราจะจะทำอย่างไรดี แต่ฉันเห็นมีอาหารที่ทางฝ่ายผลิตแบ่งให้แต่ละคนอยู่ในตู้แล้ว คงให้ก่อนที่จะได้ส่วนแบ่งจากแต้มการทำงาน"
"คงต้องลองไปทำดู ถึงฉันจะทำอาหารไม่เก่ง แต่ก็พอทำได้อยู่แต่ จงเหมยอิง ไม่เห็นออกมาทำอาหารเลย หรือว่าเธอมีอาหารกินแล้ว"
"อาจจะมีซาลาเปาเหลืออยู่ก็ได้ ฉันก็อยากกินบ้าง แต่เธอคงไม่แบ่งปันหรอก"
"เราคงต้องพึ่งพาตัวเองแล้ว"
เมื่อทั้งสองคนตกลงกันได้แล้วจึงได้ออกไปทำอาหารอย่างทุลักทุเล และในที่สุดก็สำเร็จ แม้จะไม่อร่อยแต่ก็ประทังความหิวไปได้ จึงรีบกินและจะได้ไปอาบน้ำนอนก่อนในวันนี้ แต่เมื่อเห็นห้องอาบน้ำ ก็ไม่อยากจะอาบเลย เพราะต้องนำน้ำขึ้นมาจากบ่อเพื่อที่จะอาบน้ำได้ และกว่าจะสำเร็จก็ทำให้ทั้งสองเหนื่อยกันอย่างมาก และเมื่ออาบน้ำเสร็จจึงได้พักผ่อน ของที่นำมาค่อยเก็บวันหลังแล้วกัน วันนี้ขอนอนก่อน
เช้านี้ จงเหมยอิง รีบตื่นเป็คนแรก และเข้าไปทำอาหาร เป็โจ๊กใส่ไข่ง่ายๆ ทำเพียงชามเดียวสำหรับกินคนเดียว เพราะไม่ได้คิดจะทำเผื่อใคร เมื่อทำเสร็จแล้วจึงได้มานั่งกินที่โต๊ะอาหาร โดยไม่ได้สนใจใครอีก เมื่อก่อนที่เธอมาเธอต้องลุกมาทำอาหารให้ทั้งสองคนทุกเช้า ทั้งสองคนมีหน้าที่แค่กินอย่างเดียว แค่คิดย้อนกลับก็ให้นึกแค้นใจขึ้นมา แต่เมื่อคิดได้ว่า เธอคนเดิมได้ตายไปแล้ว และเธอคนใหม่จะไม่ให้ทั้งสองคนเอาเปรียบเด็ดขาด
ทั้งสองสาวที่นอนอยู่ในห้อง ตื่นขึ้นมาก็ได้กลิ่นหอมลอยเข้ามาถึงในห้องเพราะรู้สึกหิว จึงได้ลุกขึ้นเพื่อทำธุระส่วนตัว เพราะคิดว่าเพื่อนร่วมบ้านคงจะทำอาหารเช้าเผื่อพวกเธอบ้าง ไม่ได้คิดว่า ทางฝ่ายผลิตได้แบ่งอาหารให้แต่ละคนอย่างชัดเจนแล้ว เมื่อเสร็จแล้วจึงได้เดินออกมาที่โต๊ะอาหาร เห็น จงเหมยอิง กินโจ๊กไข่อยู่อย่างน่าอร่อย
"จงเหมยอิง เธอได้ทำอาหารเผื่อพวกเราสองคนหรือเปล่า" ถามออกไปอย่างอยากรู้และอยากให้เพื่อนทำอาหารให้กินอีกด้วย แต่คำตอบที่ได้ทำให้รู้สึกเศร้าใจ
"อาหารทางฝ่ายผลิตแยกมาให้แล้วนี่ เป็ส่วนของใครของมัน และฉันก็ทำกินในส่วนของฉันเท่านั้น พวกเธอต้องทำกินกันเองแล้วล่ะ" จงเหมยอิง บอกออกไปอย่างที่เธอคิด และไม่อยากจะยุ่งด้วย
"แต่พวกเราทำอาหารไม่เก่ง เธอช่วยทำให้พวกเราได้ไหม" ขอร้องให้ทำอาหารให้กิน
"ไม่เก่ง ใช่ว่าจะไม่เป็ เธอรีบไปทำกันเถอะเดี๋ยวจะได้เวลาที่ผู้นำหมู่บ้านนัดที่จะอธิบายงานแล้ว" เธอขอปฏิเสธแล้วกัน
"เธอใจดำจังเลย ช่วยพวกเราหน่อยก็ไม่ได้" ว่าออกไปแค่ช่วยทำอาหารให้แค่นี้เอง ทำไมถึงไม่ยอมช่วยนะ
จงเหมยอิงไม่ได้คิดจะสนใจ เพราะชีวิตก่อนเธอก็เคยทำให้ทุกคนกินไม่ต่างจากคนรับใช้ แต่ก็ยังถูกกดให้ต่ำ ซ้ำยังดูถูกสารพัด เพราะเธอไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายเหมือน ยุวชนคนอื่น จึงเป็ที่รังเกียจ แต่ที่ทุกคนกลับทำดีต่อหน้า เพื่อที่จะให้เธอทำงานให้ ทุกอย่าง ทั้งทำอาหาร เก็บกวาดบ้าน และตักน้ำให้อาบ กลับมาคราวนี้เธอจะไม่เป็คนที่คอยรับใช้ใครแล้ว อยากได้อะไรก็ทำเองก็แล้วกัน
ทั้งสองเมื่อทำอาหารเสร็จแล้วก็ออกมานั่งกินอาหารทั้งที่มันไม่มีความอร่อยเลย แต่ก็ต้องจำใจกิน เพราะว่าหิวนั่นเอง เมื่อเสร็จแล้วจึงได้เดินไปที่บ้านของผู้นำหมู่บ้าน ซึ่งมีคนรออยู่แล้ว
"สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ" ทักทายทุกคนกันออกไป
"วันนี้ลุงมีคนที่ต้องแนะนำให้รู้จัก นี่คือ เผยหวังหวัง เป็หัวหน้าฝ่ายผลิต และนี่ สุ่ยอี้กัง จะเป็ผู้ช่วย และจะเป็ผู้ที่จะแจกจ่ายงานให้แต่ละคนทำ ในหน่วยงานของฝ่ายผลิตของหมู่บ้านเรานั่นเอง"
"ยินดีที่เข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของฝ่ายผลิตของเรา หวังว่าคงจะทำงานกันได้ดีทุกคนนะ" หัวหน้าฝ่ายผลิตกล่าวต้อนรับ
"ยินดีเช่นกันครับ ที่เข้ามาช่วยหมู่บ้านเรา"
"วันนี้ที่เรียกมา เพราะว่าจะแจกแจงงานที่ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้เป็่ที่จะต้องเตรียมแปลงดินเพื่อทำการเพาะปลูก อย่างนั้นผู้ชายจะถูกส่งไปเตรียมดิน และผู้หญิงจะอยู่ในส่วนของการเก็บหญ้า และพรวนดิน" พี่สุ่ยอี้กัง ที่เป็ลูกชายหัวหน้าหมู่บ้าน เป็ผู้ที่แนะนำงานให้ทุกคนได้ทราบ
"งานแต่ละอย่างจะมีแต้มคะแนนแตกต่างกัน อยู่ที่ความยาก และง่ายของงาน หรือถ้าทำไม่เสร็จตามที่ได้รับมอบหมายก็จะถูกตัดแต้มเช่นเดียวกัน หวังว่าจะเข้าใจนะ" ลุงเผยหวังหวัง หัวหน้าฝ่ายผลิต กล่าวเสริมออกมา เพราะยุวชน ที่มาคงยังไม่เข้าใจกับระบบงานที่ต้องทำอย่างแน่นอน
"ที่นี่จะมีวันหยุดหนึ่งวัน คือวันอาทิตย์ พวกเราจะไม่ทำงานกัน ถ้าใคร้าจะเข้าไปในเมืองเพื่อที่จะซื้อของหรือไปเที่ยวจะมีเกวียนเข้าไป หรือจะเดินไปก็ได้ แล้วแต่สะดวก"
"ผมขอถามหน่อยครับ ผู้ชายที่้าทำงานเบาที่สุดคืออะไรครับ"
"ส่วนใหญ่ผู้ชายจะชอบทำงานหนักและ้าคะแนนเต็มสิบ นอกจากคนแก่ที่ทำไม่ไหวจะได้คะแนนน้อยหน่อยแต่งานจะเหมือนกันครับ"
ต้องทำงานหนักขนาดนั้นเขาจะทำได้อย่างไร แต้มเขาจะได้ถึง 5 แต้มหรือเปล่านะ แค่คิดก็หนักใจแล้ว
"ส่วนวันนี้ก็ให้พักผ่อนอีกหนึ่งวันเพราะว่าเดินทางกันมาคงยังทำอะไรที่บ้านยังไม่เรียบร้อย หรือใครอยากจะเดินสำรวจหมู่บ้านของเราก็ได้ตามแต่สะดวกแล้วกัน"
"ค่ะ อย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อน เป็อย่างที่ทุกคนบอกเรายังไม่ได้จัดของกันเลย"
หลังจากที่หนุ่มสาว ยุวชน ได้เดินทางกลับไปแล้ว ทั้งสามคนจึงได้คุยกันถึงทุกคน
"ดูท่าแล้วไม่น่าจะใช้แรงงานได้เต็มที่ ผู้ชายก็อ่อนปวกเปียก ผู้หญิงก็อย่างกับลูกคุณหนูในเมือง จะมาหยิบจับอะไรได้บ้างก็ไม่รู้"
"ก็คงจะเป็อย่างนั้น จะให้มาทำงานเหมือนพวกเราที่เห็นพ่อแม่ทำงานกันั้แ่รู้ความคงเป็ไปไม่ได้"
"ก็จริง แค่ต้องจากพ่อแม่มาอยู่ในที่ชนบทนี่ก็คงรู้สึกแย่แล้ว"
"ก็ช่วยเท่าที่จะช่วยได้แล้วกัน แต่อย่าไปตั้งความหวังหรือกดดันให้มากเกินไป"
ทั้งสามคนคุยกันเกี่ยวกับยุวชนสักพักจึงได้แยกย้ายไปทำงาน
ส่วนทั้ง 5 คน เดินทางกลับบ้านด้วยความคิดที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะคิดไปในทางเดียวกัน ว่าพรุ่งนี้จะทำอย่างไรกับงานที่ได้รับผิดชอบ มือที่ไม่เคยเปื้อนดิน และไม่เคยจับจอบจับเสียม จะทำได้จริงหรือ
เมื่อเดินมาถึงบ้านจึงแยกย้ายไปเก็บของที่ยังไม่ได้เก็บจากเมื่อวาน โดยที่ จงเหมยอิง สบายสุดเพราะไม่มีอะไรมาก และส่วนใหญ่ได้เก็บเรียบร้อยแล้ว
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )