ความจริงที่โหดร้ายได้ตอกย้ำลงไปในจิตใจของหลงเฟยอย่างไม่อาจแก้ไขได้ เขาเดินออกจากห้องสมุดด้วยความรู้สึกที่มืดมิดและหนักอึ้งราวกับแบกูเาทั้งลูกไว้บนบ่า ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ภาพของเว่ยอู๋จี๋ที่เคยเป็ดั่งเสาหลักในชีวิตยังคงปรากฏอยู่ แต่บัดนี้ถูกบดบังด้วยเงาของ ขุนพลทมิฬ ผู้ไร้ชื่อที่บันทึกไว้ในตำรา เหลือเพียงความรู้สึกของการถูกหลอกลวงอย่างรุนแรง ความรู้สึกเหมือนถูกหลอกลวงและถูกทรยศหักหลังกัดกินจิตใจอย่างรุนแรง
เขาเดินอย่างไร้จุดหมายไปจนถึงลานฝึกซ้อมที่กว้างใหญ่ ทหารจำนวนหนึ่งกำลังฝึกฝนกันอย่างแข็งขัน เสียงดาบกระทบกัน เสียงคำสั่งของครูฝึกดังก้องไปทั่ว หลงเฟยเห็น หลี่เหวิน สหายเพียงคนเดียวของเขากำลังฝึกกระบวนดาบอย่างคล่องแคล่วและจริงจัง หลี่เหวินโบกมือทักทายเขาด้วยรอยยิ้มสดใส "หลงเฟย! มาฝึกด้วยกันไหม? วันนี้ข้าได้เรียนกระบวนดาบใหม่มา! มันซับซ้อนและน่าสนใจมาก!"
หลงเฟยเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ตอบอะไร สายตาของเขาจับจ้องไปยังดาบในมือของหลี่เหวิน ดาบที่เคยเป็สัญลักษณ์ของความกล้าหาญและเกียรติยศในสายตาของเขา บัดนี้กลับดูสกปรกและเปื้อนคราบเืในสายตาของเขา เขาอดคิดไม่ได้ว่าดาบเล่มนี้เคยใช้เข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ์มากี่คนแล้ว และในจำนวนนั้น มีคนของเจียงหนานหรือไม่ ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ตลอดคืนนั้นหลงเฟยไม่อาจหลับตาลงได้ เขาพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกที่ปะปนอยู่ในใจ ความเ็ปที่บาดลึก ความโกรธแค้นที่ลุกโชน ความสับสนในตัวตน และความรู้สึกของการถูกหักหลังอย่างรุนแรง เขาถูกเลี้ยงดูโดยผู้ที่สังหารครอบครัวและคนในบ้านเกิดของเขา นี่คือการเล่นตลกที่เลวร้ายที่สุดของโชคชะตาที่เล่นกับชีวิตของเขาอย่างโเี้ เขาหลับตาลง ภาพของเมืองเจียงหนานกับกองเพลิงที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็ผู้สั่งสลับไปมาอย่างบ้าคลั่ง
เขานึกย้อนถึงคำพูดของเว่ยอู๋จี๋ที่ว่า "ในตัวเ้า มีบางสิ่งที่คล้ายกับข้า" และ "ความเด็ดเดี่ยว การไม่ยอมแพ้ และสายตาที่มองทะลุความจริง" คำพูดเ่าั้ที่เคยทำให้เขาภาคภูมิใจอย่างที่สุด บัดนี้กลับเป็ดั่งคำสาป ที่ตอกย้ำว่าเขากำลังกลายเป็คนที่คล้ายกับ ขุนพลทมิฬ คนนั้น เขากลัว กลัวเหลือเกินว่าในวันหนึ่ง เขาจะไร้ซึ่งความรู้สึกเหมือนกับเขาคนนั้น
ป้ายหยกรูปัคู่ที่อยู่ในมือยังคงเป็เครื่องยืนยันความจริงอันเ็ป หากนี่คือป้ายประจำตระกูลของเขาจริง บิดาของเขาคือใคร? และเหตุใดเขาจึงต้องถูกทิ้งไว้กลางกองเพลิง? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจ แต่ไม่มีคำตอบใดที่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น มีเพียงความโหยหาที่จะล้างแค้น ความแค้นที่ถูกสั่งสมมานานนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด เขาจะให้แม่ทัพผู้นั้นชดใช้ในสิ่งที่เขาได้ทำไปอย่างสาสม
รุ่งเช้าของวันถัดมา ดวงตาของหลงเฟยแดงก่ำจากการอดนอน แต่กลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่แข็งกร้าวราวกับเหล็กกล้า เขาตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด ไม่ว่าเขาจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม เขาจะล้างแค้นให้กับเจียงหนาน จะชำระความผิดของ ขุนพลทมิฬ ให้สาสม และจะกอบกู้เกียรติภูมิของบ้านเกิดกลับคืนมาให้ได้ เขาจะไม่กลายเป็แม่ทัพผู้นั้น แต่เขาจะใช้ทุกสิ่งที่เรียนรู้จากเว่ยอู๋จี๋เพื่อโค่นล้มอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเขาซะให้สิ้น