บทที่ 15 ปะทะกันอีกครั้ง
ผู้มาเยือนคือสองพี่น้องหลิวซีอวี๋และหลิวซีซวง คนที่ยืนเคียงข้างพวกนางคือเด็กหนุ่มอายุราวๆ สิบห้าสิบหกปี
ใบหน้าเ็า รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาแต่แววตากลับหยิ่งยโส ด้านหลังคนทั้งสามมีองครักษ์ชุดเทาติดตามมาอีกสี่คน พวกเขามองจื่อเชียนเกอด้วยสายตาเหยียดหยามและดูถูก
เมื่อเห็นผู้มาเยือนทั้งเจ็ด จื่อเชียนเกอก็รู้ทันทีว่าพวกเขามาหาเื่เธอเพื่อแก้แค้นเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน
หลิวซีอวี๋มองเด็กน้อยด้วยความเคียดแค้น ดวงตาเต็มไปด้วยความสะใจ
“นังขอทาน ข้าหาเ้ามาตั้งสองวันในที่สุดก็เจอตัวเสียทีนะ วันนี้เ้าไม่มีทางหนีข้าพ้นแน่! แค้นที่เ้าหักแขนข้าวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องชำระ ข้าจะหักแขนหักขาของเ้าให้หมด!”
ใบหน้าของจื่อเชียนเกอเ็าลง เดิมทีเธอคิดว่าหลิวซีอวี๋เป็แค่คนเอาแต่ใจ แต่ที่แท้กลับเป็คนใจคอโเี้ เธอแค่นเสียงเ็า
“หากรู้ว่าเ้าใจคอโเี้เช่นนี้ วันนั้นข้าไม่น่าไว้ชีวิตเ้าเลย ปล่อยให้เ้ามีชีวิตอยู่ก็มีแต่จะสร้างเวรสร้างกรรม คนที่ถูกเ้าฆ่าคงมีไม่น้อย ในเมื่อวันนี้เ้ามาหาข้าเอง ข้าจะถือว่าเป็การแก้แค้นแทนพวกเขาก็แล้วกัน”
หลิวซีอวี๋หัวเราะลั่นราวกับได้ยินเื่ตลก
“เ้าก็แค่ระดับเฉิงเสวียนขั้นที่หนึ่ง คิดว่าเอาชนะข้าได้แล้วจะเก่งกาจที่สุดในใต้หล้าอย่างนั้นหรือ?
ข้าจะบอกให้ก็ได้ วันนี้พวกเรามาเพื่อจัดการเ้าโดยเฉพาะ วางใจได้ ข้าจะไม่ฆ่าเ้า แต่จะทรมานเ้าให้สาสมก่อนตาย!”
จื่อเชียนเกอแค่นเสียง “ถ้าแน่จริงก็ลงมือเลยสิ เ้าพวกโง่!”
“หึ คิดว่าข้าไม่กล้าหรือไง? ครั้งที่แล้วข้าประมาทเ้าไปหน่อย วันนี้ข้าจะไม่ทำผิดพลาดอีก” หลิวซีอวี๋สะบัดแส้ออกมา เตรียมจะพุ่งเข้าใส่จื่อเชียนเกอ
หลิวซีซวงรีบคว้าแขนเสื้อของพี่สาวไว้ แล้วห้ามปรามการกระทำที่บุ่มบ่าม
“พี่หญิง ใจเย็นๆ ก่อน อย่างไรเสียครั้งนี้พี่ใหญ่ก็มาด้วย ระดับพลังของพี่ใหญ่สูงส่งย่อมจัดการนังขอทานนี่ได้สบายๆ แน่”
ชายหนุ่มชุดดำซึ่งก็คือพี่ใหญ่ที่นางเอ่ยถึง หลิวซีเหวินพยักหน้าเห็นด้วย
“ซวงเอ๋อร์พูดถูก อวี๋เอ๋อร์อย่าใจร้อน แขนของเ้าเพิ่งหายหมอสั่งให้เ้าพักผ่อนอีกสักสองสามวัน เื่เล็กน้อยเช่นนี้ไม่ต้องให้เ้าลงมือเอง พี่ใหญ่จะจัดการให้เอง”
เมื่อหลิวซีอวี๋ได้ยินดังนั้นก็ถอยกลับมา ทำท่าทางออดอ้อนเหมือนเด็กสาว “พี่ใหญ่ใจดีที่สุด ขอบคุณพี่ใหญ่มากเ้าค่ะ”
จื่อเชียนเกอเก็บไก่หลิวหลีเข้าไปในกำไลวิเศษอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมามองดูคนทั้งสามเล่นละครพี่น้องที่แสนรักใคร่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“จะมัวเสแสร้งไปทำไม วันนี้บุรุษที่พวกเ้าหมายปองไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็อ่อนแอใสซื่อ ไม่มีใครมาดูพวกเ้าหรอก
วันนี้ขาก็ไม่ได้เจ็บ แขนไม่ได้หัก พวกเ้าแสดงธาตุแท้ของตัวเองออกมาได้แล้ว”
หลิวซีซวงเม้มปากเล็กน้อย แสร้งทำเป็น้อยใจ “เ้าอย่ามาพูดมั่วๆ สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้พวกเราสกุลหลิวนะ!”
จื่อเชียนเกอเกลียดดอกบัวขาวประเภทนี้ที่สุด ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง จึงยั่วยุโดยตรง
“พวกเ้าใครจะขึ้นมาสู้? รีบๆ หน่อย อย่ามาขัดขวางข้ากลับไปทำมื้อกลางวัน”
องครักษ์ร่างกำยำด้านหลังเห็นท่าทางโอหังของจื่อเชียนเกอ ก็รู้สึกทนไม่ได้อีกทั้งนี่เป็โอกาสทองที่จะแสดงฝีมือจึงอาสาออกมา
“คุณชายใหญ่ คุณหนูทั้งสอง ไม่ต้องให้พวกท่านลงมือจัดการหรอกขอรับ เ้าเด็กอวดดีคนนี้ ข้า จางขุย คนเดียวก็จัดการนางได้แล้ว”
องครักษ์อีกคนกล่าวเสริม “คุณชายใหญ่ คุณหนูทั้งสอง จางขุยมีระดับพลังระดับเฉิงเสวียนขั้นที่สอง ฝึกฝนร่างกายมาอย่างดี
ร่างกายแข็งแกร่ง บีบเด็กคนนั้นก็เหมือนบีบลูกไก่ตัวหนึ่ง ถึงแม้จางขุยจะสู้ไม่ไหว ก็ยังมีพวกเราอีกสามคน ไม่จำเป็ต้องให้พวกท่านลงมือเลยขอรับ เดี๋ยวมือของพวกท่านจะเปื้อนเสียเปล่า”
หลิวซีอวี๋รู้สึกว่าพวกเขาพูดถูก ด้วยฐานะของนางไม่จำเป็ต้องลงมือเอง
“ก็ได้ จางขุย เ้าจัดการเลย”
ในขณะที่พวกเขากำลังปรึกษาหารือกันว่าใครจะเป็คนลงมือก่อน ฮั่นตั้นก็กำลังส่งกระแสจิตถึงจื่อเชียนเกออย่างลับๆ
“พี่หญิง เื่นี้ค่อนข้างยุ่งยาก คุณชายใหญ่คนนั้นมีระดับพลังสูงถึงระดับเฉิงเสวียนขั้นที่เจ็ด เ้าไม่ใช่คู่มือของเขา
องครักษ์สี่คนนั้นมีหนึ่งคนระดับเฉิงเสวียนขั้นที่สอง สามคนระดับเฉิงเสวียนขั้นที่หนึ่ง
ส่วนสองพี่น้องนั้นก็ระดับเฉิงเสวียนขั้นที่หนึ่ง พลังต่อสู้ของพวกนางอ่อนมาก แต่ต้องระวังพวกนางลอบโจมตีล่ะ”
สีหน้าของจื่อเชียนเกอเคร่งขรึมขึ้น ดวงตาเป็ประกาย “ค่อยว่ากันอีกที สู้ไม่ได้ก็วิ่งหนี การแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย”
ฮั่นตั้นกล่าวอย่างจริงจัง “ตกลง ข้าจะเตรียมเส้นทางหลบหนีไว้ให้เ้า รับรองว่าจะทำให้พวกมันต้องเ็ปอย่างแน่นอน”
จื่อเชียนเกอยิ้ม เธอรู้สึกว่าฮั่นตั้นเป็สมบัติล้ำค่าจริงๆ ถึงแม้จะไม่มีพลังต่อสู้ แต่ความสามารถของมันช่างเหลือเชื่อ
การมีมันอยู่เคียงข้างทำให้ทุกวันของเธอมีสีสันและมีความสุข “ตกลง ฮั่นตั้น ฝากด้วยนะ ร่วมมือกันให้ดีล่ะ!”
ฮั่นตั้นหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ฮิฮิ พี่หญิง ขอให้แผนครั้งนี้ราบรื่นนะ!”
ใกล้เที่ยงแล้วแสงแดดแผดจ้าไม่มีลมพัดแม้แต่น้อย ผิวที่ัักับแสงแดดโดยตรงรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อยทุกคนมีเหงื่อผุดออกมาบนหน้าผาก
แม้ว่าเสื้อผ้าของจื่อเชียนเกอจะดูธรรมดา แต่วัสดุกลับดีมาก ทั้งใส่สบายไม่อับชื้นจนเกินไป
เมื่อเห็นองครักษ์ทั้งสี่คนเดินออกมา เธอก็ยังไม่ลืมยืดอกแสดงความโอหัง “พวกเ้าทั้งสี่คน จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ มัวแต่อืดอาดยืดยาดเหมือนสตรีอยู่ได้”
จางขุยร่างสูงใหญ่ รูปร่างกำยำ เป็ที่ยำเกรงในหมู่องครักษ์ เมื่อถูกเด็กน้อยยั่วยุ แล้วยังถูกเปรียบเทียบกับสตรีที่อ่อนแออีก ดวงตาของเขาพลันเบิกโพลงด้วยความโกรธ
“นังเด็กบ้า ดูสิว่าข้าจะสั่งสอนเ้ายังไง ข้าจะต่อยเ้าจนฟันร่วง แล้วถลกหนังเ้าออกมา!”
อีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าย่อมต้องมีแผนรับมือ จื่อเชียนเกอได้คำนวณระยะทางและขั้นตอนการโจมตีไว้แล้ว เธอจงใจยั่วยุให้พวกเขาโกรธ
ในขณะที่จางขุยะโอยู่นั้น เธอก็เริ่มโจมตีก่อนโดยพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว
ในมือซ้ายของเธอมีเม็ดยาสีขาวเล็กๆ เธอโยนเข้าไปในปากของจางขุยที่กำลังคำราม จากนั้นร่างเล็กๆ ของเธอก็เคลื่อนที่ผ่านจางขุยไปอย่างคล่องแคล่ว
กริชในมือขวาของเธอกรีดผ่านลำคอขององครักษ์อีกคนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา เมื่อหลิวซีเหวินรู้สึกตัวองครักษ์คนหนึ่งก็เอามือกุมคอ เืสีแดงสดพุ่งออกมาไม่กี่อึดใจเขาก็ล้มลงกับพื้นแล้วแน่นิ่งไป
“เสวียฉวน!”
องครักษ์อีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ร้องด้วยความใ รีบคุกเข่าลงเพื่อตรวจสอบลมหายใจของคนที่ล้มอยู่ และพบว่าเขาตายแล้ว
ทั้งสองมองจื่อเชียนเกอที่ถอยกลับไปที่เดิมด้วยความตกตะลึง นี่นางเป็เด็กน้อยจริงๆ หรือ?
ความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว วิธีการโจมตีที่โเี้ พวกเขาประเมินนางต่ำไปจริงๆ
หลิวซีอวี๋และหลิวซีซวงต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน พวกนางรู้สึกตัวแล้วก็ถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะหลบไปอยู่ข้างหลังหลิวซีเหวิน
หลิวซีเหวินหรี่ตาลงกำลังจะเร่งให้จางขุยลงมือ ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องอย่างน่าอนาถดังขึ้น
“อ๊าาา...”