หลินซือหย่วนไม่ใส่ใจจางกุ้ยเฟินอีก เขาก้าวเท้าไวๆ ลงจากเขาไป
ทว่าในใจกลับรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย
เมื่อกลับถึงบ้าน หลินซือหย่วนก็เล่าเรื่องที่ตนกระซิบกระซาบหน้าหลุมศพแม่ให้ย่าหลินฟัง
"ย่าครับ ป้าใหญ่อยากจะจับคู่ผมกับเกาลี่มาตลอด ตอนนี้ป้ารู้แล้วว่าผมชอบหลันเยวี่ย ป้าจะไม่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากขึ้นใช่ไหมครับ"
นี่คือสิ่งที่หลินซือหย่วนกังวลมาตลอด เขาหวั่นใจเหลือเกินว่าเรื่องที่จางกุ้ยเฟินจะเข้ามายุ่มย่าม จะกระทบความสัมพันธ์ที่กำลังเบ่งบานระหว่างเขากับหูหลันเยวี่ย
ย่าหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยปาก "เรื่องนี้เดี๋ยวย่าจะคุยกับป้าหงเหมยของหลานให้เอง ป้าหงเหมยกับลุงฉางหมินก็เห็นดีเห็นงามที่หลานจะคบกับหนูเยวี่ยนะ ย่ามองออกว่าหนูเยวี่ยก็มีใจให้หลานด้วยเหมือนกัน พวกหลานสองคนก็คบกันไปก่อน แล้วค่อยหาโอกาสมาให้ย่าช่วยลองคุยกับเธอดู"
ย่าหลินเว้นช่วงไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ "ตามหลักแล้ว หลานควรจะเปิดเผยความในใจกับหนูเยวี่ยด้วยตัวเองนะ แต่ย่าก็อดห่วงไม่ได้ ไอ้หนุ่มปากหนักอย่างหลาน อาจจะทำเสียเรื่องเข้าให้ก็ได้"
"ย่าครับ ในสายตาของย่า ผมมันดูไม่ได้เรื่องขนาดนั้นเลยเหรอครับ" หลินซือหย่วนมองหน้าย่าของตนด้วยสีหน้าเจ็บปวด
ย่าหลินแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ "แล้วหลานคิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง?"
ในขณะที่สองย่าหลานกำลังทะเลาะกันอยู่นั้น ทางฝั่งจางกุ้ยเฟินก็กลับถึงบ้านของเธอแล้วเช่นกัน
หลังจากกลับถึงบ้านแล้วเธอก็นั่งแทบไม่ติด
เธอตั้งใจจะไปบ้านเกาลี่สักหน่อย แต่เธอกับแม่ของเกาลี่ก็ผิดใจกันขั้นรุนแรงไปแล้ว
เริ่มจากจางกุ้ยเฟินแอบคบชู้กับสามีของคนอื่น ต่อมาเรื่องที่ตกลงไปในส้วมหลุมทำให้ทั้งสองครอบครัวต่างสงสัยกันและกันว่าเป็นฝีมืออีกฝ่าย จนเกือบจะตีกันหัวร้างข้างแตก
ตอนนี้จางกุ้ยเฟินกับแม่ของเกาลี่ เป็นความสัมพันธ์ที่แค่เจอหน้ากันบนถนน ก็แทบจะถ่มน้ำลายใส่กันแล้ว
ถึงแม้ว่าจะบาดหมางกับแม่ของเกาลี่ขนาดนี้แล้ว แต่จางกุ้ยเฟินกับเกาเถี่ยฉุยก็ยังมีความสัมพันธ์พิเศษกันในไร่ข้าวโพดหรือป่าละเมาะเหมือนเดิม
เธอยังกระตือรือร้นที่จะวางแผนเรื่องสำคัญในชีวิตของเกาลี่อีกด้วย
ช่วงบ่ายแก่ๆ จางกุ้ยเฟินบังเอิญเจอเกาลี่ที่กำลังเดินไปซื้อซีอิ๊วที่ร้านสหกรณ์
เมื่อเห็นเสื้อตัวที่เกาลี่สวมอยู่ จางกุ้ยเฟินก็ขมวดคิ้ว สีของมันซีดจางจนแทบมองไม่ออกว่าเคยเป็นสีอะไรเพราะไม่ได้ซักมานาน
จางกุ้ยเฟินดึงเกาลี่ไปยังที่ลับตาคน "หนูลี่ลี่ วันนี้ป้าไปไหว้หลุมศพแม่ของหย่วนจื่อมา ได้ยินกับหูว่าเขาชอบยัยหนูบ้านสกุลหูคนนั้น"
พอเกาลี่ได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจขึ้นมาทันที "คุณป้า พี่หย่วนเขาชอบหูหลันเยวี่ยจริงๆ เหรอคะ แบบนี้ก็แย่เลย หนูคงสู้ไม่ไหวแล้วแน่ๆ"
"ดูท่าทางไม่ได้ความของแกสิ!" จางกุ้ยเฟินไม่อาจซ่อนความผิดหวังในตัวเกาลี่ "ยังไม่ได้สู้ก็รู้แล้วว่าจะสู้ไม่ได้เหรอ? หนูลี่ลี่ ถ้าแกยังปล่อยให้ตัวเองสกปรกมอมแมมอยู่แบบนี้ แกก็สู้หูหลันเยวี่ยไม่ได้หรอก หนูคนนั้นป้าเคยเจอมาบ้างแล้ว ไปเจอทีไรก็แต่งตัวสะอาดสะอ้านทุกที แล้วไหนจะเรื่องที่ป้าให้แกหัดถักเสื้อไหมพรมอีก แกหัดหรือยัง? หูหลันเยวี่ยถักเสื้อไหมพรมเป็นด้วยนะ เสื้อไหมพรมตัวใหม่ที่หย่วนจื่อใส่ก็เป็นฝีมือของหูหลันเยวี่ย"
"ป้าคะ ถ้าหนูแต่งตัวสะอาดสะอ้านทุกวัน แล้วก็ถักเสื้อไหมพรมเป็น พี่หย่วนเขาจะหันมามองหนูบ้างไหมคะ?" เกาลี่ถามด้วยท่าทางน่าสงสาร
จางกุ้ยเฟิน "พูดปากเปล่ามันจะได้อะไรขึ้นมา แกต้องลงมือทำสิ! หนูลี่ลี่ อย่าหาว่าป้าพูดจาไม่เข้าหูเลยนะ สภาพสกปรกมอมแมมแบบแกน่ะ ผู้ชายที่ไหนจะทนได้ ถ้าพ่อแกรู้ว่าแม่แกเป็นคนสกปรกตั้งแต่ก่อนต่างงาน พ่อแกก็คงไม่แต่งงานกับแม่แกหรอก เพราะแบบนี้พ่อแกถึงไม่ยอมนอนกับแม่แก นั่นก็เพราะว่ารังเกียจที่แม่แกสกปรก รังเกียจที่มีกลิ่นตัวไง"
เหตุผลที่เกาลี่ทำตัวสกปรกมอมแมม ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะได้รับอิทธิพลมาจากแม่ของตน
แม้เรื่องสุขอนามัยส่วนตัวของแม่เกาลี่จะเป็นหัวข้อที่พูดยาก แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอให้เกาเถี่ยฉุยนอกใจ
จางกุ้ยเฟินพูดจาดูถูกเหยียดหยามแม่ของเกาลี่อย่างไม่อายปาก เห็นได้ชัดว่าเกาเถี่ยฉุยผู้เป็นสามี มักจะพูดถึงข้อเสียของภรรยาให้เธอฟังอยู่บ่อยๆ
เกาลี่หน้าแดงก่ำราวกับผ้าแดง ถึงเธอจะเกลียดจางกุ้ยเฟินที่ทำให้แม่ช้ำใจ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดอีกฝ่ายไม่ขาด
เกาลี่รู้ดีว่าหากไปขัดใจจางกุ้ยเฟิน เธอจะไม่มีโอกาสได้ตามจีบหลินซือหย่วนแล้ว
…………………
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และแล้ววันเสาร์ก็มาเยือน
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ หูหลันเยวี่ยก็แต่งตัวเรียบร้อย ไปดูร้านในตัวอำเภอพร้อมกับหลินซือหย่วน
ไหนๆ ก็ตกลงกันแล้วว่าจะพาโจวเจียฮุ่ยไปด้วย พวกเขาจึงอ้อมไปรับโจวเจียฮุ่ยที่หมู่บ้านต้าหวายโดยเฉพาะ
ทั้งสามคนต่างขี่จักรยานไปคนละคัน ผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงตัวอำเภอ
หลินซือหย่วนจอดจักรยานไว้หน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่ง
"พวกเธอสองคนรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันขอโทรศัพท์หาเจ้าหวาแป๊บนึง"
จากนั้นหลินซือหย่วนก็เข้าไปในร้านขายของชำที่มีโทรศัพท์
ผ่านไปประมาณสองสามนาทีเขาก็เดินออกมา
ในมือของหลินซือหย่วนมีน้ำอัดลมอยู่สองขวด เมื่อเดินไปถึงตรงหน้าสองสาว เขาก็ยื่นน้ำอัดลมให้หูหลันเยวี่ย "ของเธอขวดนึง แล้วก็ของเจียฮุ่ยขวดนึง"
หูหลันเยวี่ยกล่าวขอบคุณหลินซือหย่วนอย่างสุภาพ จากนั้นก็รับน้ำอัดลมมา "พี่สาว ดื่มเถอะค่ะ ช่วงมีประจำเดือนหนูไม่ดื่มของเย็น"
"งั้นฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะ" โจวเจียฮุ่ยรับน้ำอัดลมมาจากมือของหูหลันเยวี่ย จากนั้นก็ยิ้มร่าให้หลินซือหย่วน "พี่หลิน เยวี่ยเยวี่ยไม่ดื่ม งั้นฉันดื่มหมดเลยนะคะ พี่อย่าเสียดายทีหลังนะ"
หลินซือหย่วนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ "ฉันถือซะว่าเธอช่วยหลันเยวี่ยดื่มสักขวดแล้วกัน"
จากนั้นหลินซือหย่วนก็หันไปมองหูหลันเยวี่ยที่กำลังจัดผมเผ้ารุงรังด้วยสายตาอ่อนโยน "รอเจ้าหวาหน่อยนะ น่าจะมาถึงในอีกสิบนาทีแล้ว"
หูหลันเยวี่ยตอบรับ จากนั้นก็จัดผมเผ้าต่อ
หลินซือหย่วนเดินอีกไม่กี่ก้าวเพื่อเข้าไปใกล้ๆ เธอ จากนั้นก็ถามด้วยความเป็นห่วงเสียงค่อย "ร่างกายเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
หูหลันเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อยจึงตอบคำถามหลินซือหย่วน "ร่างกายของฉันไม่มีปัญหาอะไรนะคะ ถ้าไม่สบายก็คงไม่ตกลงมาที่อำเภอด้วยหรอก"
หลินซือหย่วนยืนยันจากแววตาของหูหลันเยวี่ยว่าร่างกายของเธอไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ เขาถึงค่อยๆ วางใจ
ประมาณสิบนาทีต่อมา สวี่เส้าหวาก็ขี่จักรยานล้อยี่สิบแปดนิ้วคันใหม่เอี่ยมมาหา
เขาสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินที่หูหลันเยวี่ยช่วยตัดให้ ท่อนบนสวมเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดสีเทาอ่อน
บังเอิญว่าโจวเจียฮุ่ยก็สวมกางเกงยีนส์เช่นกัน เพียงแต่เสื้อลายดอกที่โจวเจียฮุ่ยสวมนั้นดูเชยไปหน่อย
หลังจากที่สวี่เส้าหวาลงจากจักรยานแล้ว หูหลันเยวี่ยก็ยิ้มให้พร้อมกับแนะนำเขาให้โจวเจียฮุ่ยรู้จัก
"ที่แท้ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของหลันเยวี่ย สวยเหมือนกันเลย" สวี่เส้าหวายิ้มแล้วยื่นมือไปหาโจวเจียฮุ่ย "ฉันชื่อสวี่เส้าหวา เป็นเพื่อนของหลินซือหย่วนกับหูหลันเยวี่ย ยินดีที่ได้รู้จักนะ"
"ฉันชื่อโจวเจียฮุ่ย ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ" โจวเจียฮุ่ยยื่นมือออกไปจับมือกับสวี่เส้าหวาอย่างเก้อเขินเล็กน้อย
ทั้งสองคนทักทายกันง่ายๆ สองสามคำ จากนั้นสวี่เส้าหวาก็ขึ้นคร่อมจักรยานของตนอีกครั้ง "ฉันจะพาพวกนายไปดูร้านที่อยู่ใกล้ๆ ก่อน ถ้ารู้สึกว่าไม่เหมาะ เราค่อยไปดูร้านอื่นนะ"