บทที่ 7 เธอแปลกจริง ๆ
ตอนนี้เป็เวลาบ่ายแล้ว ไป๋อวี้ก็พาเด็กน้อยเข้าไปในครัว
สิ่งที่เรียกว่า ‘อาหารแสนอร่อยมากมาย’ นั่นก็คือเนื้อสัตว์จำนวนมาก...
ไป๋อวี้มองดูเนื้อสดที่มีเืติดอยู่ เธอไม่รู้ว่ามันคือเนื้ออะไร แต่ก็ใจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ฉินเสี่ยวกั่วพูดอย่างภาคภูมิใจ “แม่คะ! นั่นหมูป่าตัวใหญ่! พ่อเอามันกลับมา!”
ฮะ?
เขามาจากกลุ่มล่าสัตว์ไม่ใช่เหรอ
สัตว์ที่ล่ามาได้สามารถเก็บไว้ได้ด้วยเหรอ
ไป๋อวี้คิดสนเท่ห์ ถึงอย่างนั้นเธอยังคงพับแขนเสื้อของตัวเองขึ้น ชาติก่อนเธอมาจากชนบท ดังนั้นหม้อและเตาขนาดใหญ่ตรงหน้าใบนี้จึงไม่ใช่งานยากสำหรับเธอ
เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีดำตัวใหญ่ ชายผ้ายาวถึงข้อเท้า ก่อนจะหยิบมีดอีโต้เล่มใหญ่ที่ใช้สำหรับแล่เนื้อ และชี้ไปที่เนื้อหมูป่าชิ้นใหญ่ที่มีน้ำหนักหลายสิบจิน
ขณะที่กำลังคิดจะแล่เนื้อออกมาเป็ชิ้นบาง ๆ เพื่อนำไปตุ๋นให้ลูกสาวกิน
ทันใดนั้นฉินต้าซานก็ปรากฏตัวจากด้านนอกและพูดว่า “ลุงจ้าวกับคนอื่น ๆ จะมากินข้าวเย็นที่นี่ด้วย”
ไป๋อวี้ใ “กี่คนเหรอ?”
“ประมาณสิบกว่าคน” ฉินต้าซานขมวดคิ้ว “เธอไม่คิดจะทำกินคนเดียวหรอกใช่ไหม?”
ไป๋อวี้ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องโกหก “...ใครจะทำแบบนั้นกัน”
ฉินต้าซานไม่พูดอะไรแล้วหันหลังกลับออกไปอีกครั้ง
ไป๋อวี้คิดว่าเพราะวันนี้ได้รับความช่วยเหลือจากทุกคน ฉะนั้นแล้วจะต้องเลี้ยงข้าวพวกเขา
แม้ว่าต้องใช้เตาดินขนาดใหญ่นี้ปรุงอาหารสำหรับหลายสิบคน แม้ว่าจะมีความกังวลเล็กน้อย แต่เธอก็กัดฟันก้มหน้าก้มตาทำต่อไป
อย่างแรกเธอแบ่งหมูป่าออกเป็สองส่วน จากนั้นแล่หมูสามชั้น เนื้อสันใน ขาหมู ซี่โครงและส่วนอื่น ๆ
พูดกันตามจริงแล้ว มีดทำครัวของฉินต้าซานนั้นไม่ธรรมดาเลย
ตามที่คิดไว้เธอจะตุ๋นแค่เนื้อชามเล็ก ๆ เท่านั้น
จากนั้นส่วนที่เหลือก็ทำเป็คากิตุ๋นน้ำแดง
เนื้อสันในถูกแล่เป็สองส่วน ครึ่งหนึ่งทำเป็หมูสันในผัดเปรี้ยวหวาน อีกครึ่งทำเนื้อเสียบไม้ย่างจานใหญ่ ซึ่งจะใช้ไม้หวายที่อยู่ตรงประตูบ้าน
ซี่โครงถูกแบ่งออกเป็สองส่วน ครึ่งหนึ่งทำเป็เนื้อย่างฉีกด้วยมือ ส่วนที่เหลือจะนำไปตุ๋นกับเผือก
บ้านของฉินต้าซานมีมันฝรั่งและเผือกจำนวนมาก ไป๋อวี้จึงนำมาทำมันฝรั่งเส้นผัด นอกจากนี้เธอก็หุงข้าวหม้อใหญ่ และปล่อยให้เสี่ยวกั่วกินข้าวบนโต๊ะในครัวเล็ก ๆ ไปก่อน
ฉินเสี่ยวกั่วกำลังกินอย่างมีความสุข ขณะที่ถือชามข้าวและถ้วยเนื้อตุ๋นเล็ก ๆ ที่โปะหน้าด้วยไข่ลงไป
ไป๋อวี้ยุ่งจนหัวหมุน เมื่อหันกลับมามองอีกทีก็เห็นลูกสาวตัวน้อยกำลังตักข้าวเพิ่ม
“...กั่วเอ๋อร์!”
ฉินเสี่ยวกั่วใจนตัวสั่นและหันกับมามองมารดาสายตางงงวย
ไป๋อวี้พูดอย่างประหม่า “หนูกินไปกี่ชามแล้ว”
ทำไมดูเหมือนเป็ชามที่สาม?!
ฉินเสี่ยวกั่วเบะปากด้วยความน้อยใจ “หนูยังอยากกินอยู่เลย”
ไป๋อวี้รีบถามเ้าตัวน้อยเสียงแ่เบา “หนูขโมยของอีกแล้วใช่ไหม?”
เอาไปซ่อนไว้ในมิติลับนั้นแล้วใช่ไหม?!
แม้ว่าอยากจะหนีไปจากที่นี่เต็มแก่ แต่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะขโมยของของฉินต้าซาน
เดิมทีเธอหนีการแต่งงานและเชิดสินสอดหนีไป แต่เขากลับช่วยเธอออกจากหมู่บ้านค้ามนุษย์นั้น และเธอยัง้าลักพาตัวลูกสาวของเขาอีกเหรอ
ถ้าหากไปขโมยของของคนอื่นอีก มันก็ไร้ศีลธรรมเกินไปแล้ว! หากในอนาคตเธอ้าจากไป นอกจากจะเอาเงินเขาไปไม่ได้แล้ว ก็เธอเนี้ยแหละที่ต้องเอาเงินไปคืนให้เขาแทน
ฉินเสี่ยวกั่วดูหวาดกลัวและเอาแต่ร้องไห้อยู่ในห้องครัวที่เต็มไปด้วยควันลอยคละคลุ้ง “หนูไม่ได้ทำ! หนูไม่ได้ขโมยอะไรเลย! หนูแค่หิว หนูแค่อยากกิน…”
จู่ ๆ ไป๋อวี้ก็ตระหนักได้ ...เด็กคนนี้เคยถูกทุบตีบ่อย ๆ เพราะเหตุนี้มาก่อน
เหมือนเ้าตัวน้อยจะยังฝังใจกับเื่นี้
เธอรีบเข้าไปอุ้มแล้วปลอบโยนเ้าก้อนแป้ง “ลูกรัก แม่ไม่…”
จู่ ๆ ฉินต้าซานก็ปรากฏตัวที่ประตูและะโใส่เธอ “เธอดุลูกทำไม! ลูกสาวของฉันจะกินอะไรก็ได้ที่อยากกิน ฉันเลี้ยงเธอไหวอยู่แล้ว!”
ไป๋อวี้ “???”
หมอนี้คงไม่ได้แอบฟังอยู่นอกประตูตลอดเวลาหรอกนะ?!
แค่เขาตะเบ็งเสียง ฉินเสี่ยวกั่วก็ร้องไห้จ้าละหวั่นและกอดไป๋อวี้ด้วยความใ
ไป๋อวี้พูดด้วยความโกรธ “ลูกสาวนายกินไปสามชามแล้ว! สามชามแล้ว! ถ้าเธอปวดท้องขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ!”
ฉินต้าซานตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเถียงตัวเองฉอด ๆ
สุดท้ายนี้เขามิวายทิ้งท้ายว่า “อย่าดุลูกล่ะ”
จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและเดินจากไป
“ลูกรัก หนูกินจะกินเยอะแบบนี้ไม่ได้ ไม่งั้นหนูจะปวดท้องเอานะ” ไป๋อวี้ส่งเสียงฟึดฟัด กระชับกอดฉินเสี่ยวกั่วแล้วหอมแก้มนุ่มนิ่ม
เธอคิดว่าเด็กน้อยน่าจะหิวมาก เพราะฉะนั้นจึงหยุดกินไม่ได้ แต่ต่อมาก็ตระหนักได้ว่าความอยากอาหารของเด็กน้อยนั้นค่อนข้างมาก...
ฉินเสี่ยวกั่วกอดชามพลางเลียริมฝีปากอย่างน้อยใจ ทั้งยังชำเลืองมองแม่ของเธอไปด้วย
แม้ว่าดวงตากลมโตน่ารักคู่นี้จะทำให้หัวใจของเธออ่อนยวบ แต่ไป๋อวี้ยอมใจร้ายและปฏิเสธที่จะมองเธอ!
……
หลังจากนั้นไม่นาน ลูกชายคนโตของฉินต้าซาน ฉินเสี่ยวซู่ก็กลับมาจากข้างนอก
เมื่อได้กลิ่นหอมลอยมาจากในครัว ท้องของเขาก็ส่งเสียงร้องดังเลือนลั่น จึงวิ่งเข้าไปในครัวอย่างหิวโหย
ฉินต้าซานรีบคว้าเขาไว้ เด็กชายคนนี้อายุเพียง 8 ขวบ แต่ร่างกายกับสูงโปร่งแทบจะเทียบเท่าเด็กที่โตเต็มวัยอยู่แล้ว
“เป็ยังไงบ้าง?”
เขาถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในก่างจื่อหลิ่ง
วันนี้ฉินเสี่ยวซู่ก็ไปร่วมสนุกด้วย “เดี๋ยวพวกลุงและคนอื่น ๆ จะตามมา พ่อคอยถามพวกเขาดูสิ”
ฉินเสี่ยวซู่ยังคงชะเง้อคอไปทางห้องครัว “พ่อ! ใครกำลังทำอาหารอยู่ หอมมาก ๆ เลย!”
ฉินต้าชานรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย “เธอ”
ฉินเสี่ยวซู่รับรู้ได้โดยไม่ต้องอธิบาย
“อะไรนะ...เธอทำอาหารเป็ได้ยังไง?” แม้ว่าก่อนหน้านั้นไป๋อวี้ซิ่วจะอยู่ที่บ้านตระกูลฉินได้เพียงสองสามวัน แต่ตอนนั้นเขาไม่เคยเห็นเธอเข้าครัวเลยสักครั้ง
แค่เห็นเืเธอก็กลัวจนแทบจะเป็ลม
แม้ว่าฉินเสี่ยวซู่ยังเด็ก แต่มักจะได้ยินผู้หญิงในหมู่บ้านพูดถึงเธอว่า ‘สวยแต่ไร้ประโยชน์’
“เธอทำทุกอย่าง” ฉินต้าซานเน้นย้ำ “ทำได้หลายอย่าง”
ฉินเสี่ยวซู่ขมวดคิ้ว “ตอนนั้นเธอต้องโกหกพ่อแน่ ๆ เธอไม่อยากอยู่กับพ่อ เธอเลยไม่ทำอาหารให้พวกเรา” ฉินต้าซานก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
เขาเองก็สังเกตมาตลอด ไป๋อวี้ซิ่วคนนี้แปลกมากจริง ๆ
เธอไม่เพียงแต่กล้าเถียงกับเขา แต่อยู่ ๆ ก็ทำอาหารเก่งขึ้นมา ทว่าเมื่อสี่ปีก่อนพวกเขาไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันมากนัก ฉินต้าซานจึงไม่ค่อยมั่นใจเื่นี้
หรือว่านี่จะคือนิสัยที่แท้จริงของเธอ?
ฉินเสี่ยวซู่ปาดน้ำลาย พยายามพุ่งเข้าไปในครัวอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกฉินต้าซานคว้าตัวเอาไว้
“ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวแขกจะมากันแล้ว”
ตอนนั้นเองฉินเสี่ยวซู่ก็นึกขึ้นมาได้ พลางส่งเสียงหัวเราะแหะ ๆ “วันนี้ป้าหลิวไม่น่ามานะ”
“หื้ม?”
ฉินเสี่ยวซู่หัวเราะเสียงดังลั่น “ไม่รู้ว่าหล่อนไปทำอีท่าไหนมาถึงตกลงไปในบ่อเกรอะ”
หลิวไฉ่อิงเป็หญิงปากมากประจำฉินเจียถุน และฉินเสี่ยวซู่ก็เกลียดเธอมาก
เมื่อก่อนตอนที่ฉินต้าชานแต่งงานใหม่ ๆ หลิวไฉ่อิงมักจะล้อฉินเสี่ยวซู่อยู่เสมอว่า “มีพ่อเลี้ยงก็จะมีแม่เลี้ยง*[1] ไม่มีใคร้าแกอีกแล้ว”
หลังจากไป๋อวี้ซิ่วหนีจากไป หลิวไฉ่อิงก็ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ไร้ยางอายที่สุดคือตอนที่ฉินเสี่ยวซู่ตามไปด่าเธอถึงที่บ้าน แต่เธอกลับแนะนำหลานสาวตัวเองให้ฉินต้าซาน
ฉินเสี่ยวซู่เกลียดหวังสี่เป็ที่สุด คนที่พยายามพูดราวกับตัวเองเป็คนมีศีลธรรม แต่สายตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ตอนที่ฉินเสี่ยวซู่กลับมาเจอเข้ากับเธอที่ตกไปในบ่อเกรอะพอดี
ฉากนั้นน่าขยะแขยงเป็ที่สุด แต่ว่าสะใจสุด ๆ ไปเลย
ฉินต้าซานยกเท้าเตะอีกฝ่ายเบา ๆ “ไสหัวไป”
ถึงว่าเขาถึงได้กลิ่นเหม็นจากตัวไอ้เด็กแสบคนนี้ ที่แท้ก็ไปรอดูความตื่นเต้นของหลิวไฉ่อิงนั้นเอง
ฉินเสี่ยวซู่ตอบรับหนึ่งเสียง แต่แทนที่เขาจะไปอาบน้ำ กลับวิ่งตรงไปที่ครัวแทน
[1] พ่อแท้ ๆ แต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงไม่ยอมรับลูกติด ยิ่งเมื่อแม่เลี้ยงมีลูกใหม่กับพ่อแท้ ๆ ก็จะยิ่งไม่สนใจลูกติด นานวันเข้าจะว่าร้ายลูกติดให้สามีฟังจนเชื่อ ทำให้ความสัมพันธ์พ่อลูกห่างเหินจากพ่อแท้ ๆ กลายเป็พ่อเลี้ยงแทน