06.00 น.
“น้ำ หนึ่ง น้อง ตื่นเร็ว มาดูอะไรกัน”นุ่มนิ่มเขย่าแขนปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมาชมภาพบรรยากาศยามเช้า
“ว้าว สวยมากเลย”ฉันก้าวออกจากโดมและก็ต้องกอดตัวเองด้วยความหนาว จึงต้องกลับเข้าโดมเพื่อเอาเสื้อคลุมมาสวมกันหนาว
“สุดยอดเลยนุ่มนิ่ม หมอกขาวเป็ชั้นๆ เลยสวยมาก” น้องเดินสวมเสื้อคลุมออกมายืนข้างๆ ฉัน
“สวยมากจริง และก็หนาวมากๆ ด้วย”หนึ่งเป็คนสุดท้ายที่เดินสวมเสื้อคุมออกจากโดมมาเบียดฉัน
“นั่งรอที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวนุ่มนิ่มไปชงช็อกโกแลตร้อนมาให้”น้องเดินตามนุ่มนิ่มเข้าไปช่วยเพื่อนชงช็อกโกแลตร้อนพร้อมกับถือขนมปังมากินคู่กัน
“ขอบใจจ้า”ฉันรับแก้วช็อกโกแลตร้อนจากเพื่อนขึ้นดื่ม รู้สึกอุ่นและสดชื่นขึ้นจริงๆ
“อืม รู้สึกดีขึ้นเลยนะ ขอบคุณนะจ๊ะคนสวย”หนึ่งพูดจบก็ยิ้มขอบคุณน้องกับนุ่มนิ่ม
“สบายใจจังนะ ถึงจะหนาวไปหน่อยก็เถอะ”น้องสูดลมหายใจเอาอากาศเย็นเข้าปอดแล้วยกแก้วช็อกโกแลตร้อนขึ้นดื่มอีกครั้ง
“ขอโทษด้วยนะม่อนแจ่มที่เราเอาความทุกข์มาทิ้งไว้ที่นี่หนะ ขอโทษนะ”ฉันป้องปากฝากคำขอโทษไปกับอากาศอันหนาวเย็นของม่อนแจ่มในยามเช้า
“ขอโทษด้วยนะ” เพื่อนๆของฉันก็ป้องปากพูดตามพร้อมกัน
“อิ อิ อิ”เราหัวเราะเบากับท่าทางและคำพูดตัวเอง
“ถ้าโดมข้างๆ ได้ยินเค้าคงจะว่าเราบ้าแน่ๆ เลย”นุ่มนิ่มพูดขึ้นขำๆ
“วันนี้เดี๋ยวแวะกินข้าวเช้ากันก่อนแล้วไปสวนส้มนะ่บ่ายค่อยไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่” นุ่มนิ่มบอกตารางท่องเที่ยววันนี้กับเพื่อน
“โอเคจ้า กล้องพร้อม” หนึ่งยกมือขึ้นทำท่าโอเค
“พร็อพพร้อม” ฉันทำท่าโอเคด้วยคน
“คนพร้อมมากๆ จ้า”น้องยืนเท้าเอวโพสต์ท่าถ่ายรูป
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”พวกเราหัวเราะพร้อมกันอย่างมีความสุข
“เอาล่ะสาวๆ เตรียมตัวอาบน้ำกันได้แล้ว”พวกเราเดินตามนุ่มนิ่มเข้าโดมและเตรียมตัวอาบน้ำ
เราแวะกินมื้อเช้าที่ร้านอาหารใกล้กับสวนส้มเมื่อมาถึงสวนส้มเราก็จ่ายค่าเข้าใช้บริการที่สวนแห่งนี้เป็สวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรนอกจากถ่ายภาพสวยๆ จากมุมต่างๆในสวนแล้วเรายังสามารถเก็บส้มได้ด้วย เราถ่ายภาพในมุมต่างๆ ของสวนส้มอย่างสนุกสนานเมื่อพอใจแล้วก็ไม่ลืมเก็บส้มสดใหม่จากสวนเป็ของฝากให้พ่อกับแม่ของนุ่มนิ่มด้วยเราออกจากสวนเมื่อเวลาใกล้เที่ยงแล้วเรามุ่งหน้าไปสวนสตรอว์เบอร์รี่และพักกินมื้อเที่ยงที่นั่นเพราะนอกจากจะเป็สวนสตรอว์เบอร์รี่แล้ว ที่นี่ยังมีสวนดอกไม้และผลิตภัณฑ์ต่างๆของสวนไว้จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย และที่เราประทับใจที่สุดคือวิวของที่นี่ที่มองเห็นเมฆหมอกบนยอดเขาสวยงามมากเราใช้เวลาชมสวนเก็บสตรอว์เบอร์รี่และถ่ายภาพเกือบสามชั่วโมงก่อนกลับก็ไม่ลืมซื้อสตรอว์เบอร์รี่ที่เราเก็บกันสดๆกลับที่พักพร้อมกับผลผลิตของทางฟาร์มอีกหลายอย่างเรากินมื้อเย็นใกล้กับที่พักและเก็บของเตรียมพร้อมสำหรับเดินทางกลับรีสอร์ตของนุ่มนิ่มในวันพรุ่งนี้
“ก่อนเข้ารีสอร์ตนิ่มว่าจะพาทุกคนไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพนะ”
“น้ำกำลังจะขอให้นุ่มนิ่มพาไปอยู่พอดีเลย”
“มาถึงเชียงใหม่ทั้งทีถ้าไม่ไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพก็เหมือนมาไม่ถึงนะน้องว่า”
“หนึ่งก็อยากไป ไปไหว้พระธาตุศรีจอมทองด้วยนะ”
“นิ่มก็ว่าจะพาไปไหว้ทั้งสองที่เลยจ้า”
“น้องว่าเราออกไปนั่งดูดาวเก็บเกี่ยวบรรยากาศก่อนนอนคืนนี้กันดีไหม”
“แต่มันหนาวนะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนึ่งชงช็อกโกแลตร้อนออกไปให้แล้วกัน”
“เดี๋ยวน้องช่วยหนึ่งเตรียมขนมไปกินคู่กันแล้วกันนะ”
“โอเคจ้า น้ำกับนุ่มนิ่มไปเตรียมสถานที่รอนะคงต้องเอาผ้าห่มอุ่นๆ ไปปูนอนดูดาวซะหน่อย”
“เื่สถานที่ไว้ใจเราสองคนเถอะจ้า” นุ่มนิ่มจัดแจงหาเสื่อและผ้าไปปูที่นั่งชมดาวของเราบริเวณพื้นที่ว่างด้านหน้ากระโจมฉันจึงยกโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กของทางที่พักออกมาเพื่อจัดวางเครื่องดื่มและขนมหวานที่เพื่อนๆกำลังช่วยกันเตรียมอยู่ ไม่นานที่นอนดูดาวของพวกเราทั้งสี่คนก็เสร็จสมบูรณ์พวกเรานอนเบียดกันมองดูดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างสุขใจ
เวลา 22.00 น.
เพราะอดทนคิดถึงเธอไม่ไหวผมเลยตัดสินใจมาเชียงใหม่รู้ตัวอีกทีก็พบว่ามาเจอเพื่อนๆ ของผมที่ทางเข้าอาคารผู้โดยสารขาไปเชียงใหม่ซะงั้นเราไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก ต่างคนก็ต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเองเราไม่ได้วางแผนว่าจะไปตามหาพวกเธอที่ไหนยังไงด้วยซ้ำรู้แค่เพียงว่าเธอมีแพลนไปเที่ยวที่ไหนบ้างก็แค่นั้นตอนนี้ช่องทางการติดต่อของเราถูกพวกเธอปิดไว้ทุกเส้นทางการต้องงมเข็มในมหาสมุทรคงเป็แบบนี้นี่เองแต่จะว่าเป็โชคดีหรือความสมเพชที่พี่โจ้มีต่อพวกผมก็ว่าได้ พี่โจ้ช่วยพูดกับพี่หลินขอที่อยู่ของพวกเธอให้เรารู้ม่อนแจ่มจึงเป็จุดหมายปลายทางของพวกผมในตอนนี้พวกผมโชคดีอีกครั้งที่สามารถเช็คอินที่พักเดียวกับพวกเธอได้การแอบตามพวกเธอไปทุกที่เหมือนพวกโรคจิตกลับเป็สิ่งที่พวกผมเลือกทำมีหลายครั้งที่เกือบจะทำให้เธอจับได้ว่าถูกตาม แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง
เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของหญิงสาวกลุ่มหนึ่งช่วยให้พวกผมสะดุ้งตื่นจากความคิดของตัวเองคงจะมีแต่ความจริงใจของตัวเองเท่านั้นที่จะช่วยตัวผมเองได้ในครั้งนี้ผมคิดทบทวนความ้าของตัวเองมาตลอดั้แ่น้ำจากผมมาแบบนั้นความรู้สึกเ็ปหัวใจที่ผมรู้สึกนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนผมมั่นใจว่าผมรักน้ำมานานแล้วแต่ผมเพิ่งแน่ใจว่าชีวิตนี้มีผู้หญิงที่ผม้าเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นคนคนนั้นคือ น้ำ และผมพร้อมจะยอมทำทุกอย่างให้ได้เธอกลับมา ผมรักน้ำนั้นคือสิ่งที่ผมแน่ใจและผมต้องบอกเธอ
“กูจะทนไม่ไหวแล้ว”ไอ้ดิฟพูดขึ้นขณะที่นั่งมองกลุ่มหญิงสาวจัดแจงพื้นที่หน้ากระโจมของเธออยู่นาน
“อดทนไว้เพื่อน พรุ่งนี้ก็ได้คุยกันถ้ามึงเข้าไปคุยตอนนี้ มึงอาจไม่ได้คุยอีกตลอดชีวิต”ไอ้แดนตบไหลเพื่อนและพูดให้มันได้คิด
“พวกกูก็ร้อนใจไม่ต่างจากมึงหรอกไม่งั้นเราคงไม่มาถึงที่นี่” ผมพูดให้เพื่อนใจเย็นลง
“ผู้หญิงเข้าใจยากผู้หญิงที่กูรักมากยิ่งเข้าใจยากไปกันใหญ่ ไอ้ดินมึงยังได้ยินเสียงเค้าบ้างกูได้เห็นแค่ตัวหนังสือ”
“ก็ที่มึงมาถึงนี่ก็เพราะไม่อยากเห็นแค่ตัวหนังสือไม่ใช่หรือไง”ผมตบบ่าไอ้เดียวอย่างให้กำลังใจเพื่อน
“นอนตากน้ำค้างแบบนั้นจะไม่สบายเอานะกูว่า”ไอ้แดนพูดจบก็ทำท่าจะเดินไปยังกระโจมของสาวๆ
“หยุดเลยมึงไอ้แดนมึงกำลังจะทำให้เค้ารู้ว่าเราอยู่ที่นี่”ผมเดินไปดึงแขนเพื่อนที่เดินเหมือนคนละเมอ
“เออๆ กูเผลอไปว่ะดึกมากแล้วเมื่อไหร่จะเข้านอนกันซะทีวะ”
‘ตืด ตืด ตืด’
“นอนหรือยังครับน้ำ”
(ยังค่ะ)
“ทำอะไรอยู่ครับ”
(ดูดาวกับเพื่อนๆ ค่ะ)
“รีบนอนนะครับ ดึกแล้ว”
(ค่ะ)
“ดิน คิดถึง น้ำ นะครับ”
(....... ค่ะ)
“พูดอะไรมากกว่า ค่ะ ได้ไหมครับ”
(วันนี้...... เงียบจังนะคะ)
“ไม่ได้ไปวีคลับครับ”
(ทำไมล่ะ)
“เพราะน้ำไม่อยากให้ไปไง”
(น้ำไม่เคยพูดว่าไม่อยากให้ดินไปวีคลับ)
“เรารู้ว่าน้ำไม่ชอบเราจะไม่ทำอะไรที่น้ำไม่ชอบ”
(น้ำไม่ห้ามดิน ดินอยากทำอะไรก็ทำเถอะ)
“เข้านอนได้แล้วนะครับ ดึกแล้ว”
(เข้าใจแล้วค่ะ)
“ฝันดีนะครับคนดี ฝันถึงเราด้วยนะ”
(ฝันดีค่ะ)
“มึงคิดว่าทำแบบนี้จะได้ผลหรอ”ไอ้เดียวพูดกับผมแต่สายตามันไม่ได้มองมาที่ผมเลยสักนิด คนอื่นๆ ก็เหมือนกัน
“มึงคอยดูเถอะไม่เกินสิบนาทีก็เก็บของเข้านอนกันหมดแล้ว” ผมพูดอย่างมั่นใจ เพราะผมรู้นิสัยน้ำดีถ้าผมขอให้เธอรีบเข้านอน เธอจะทำมันทุกครั้ง สามปีกว่าแล้วที่ผมบอกฝันดีแบบนี้กับเธอทำไมนะ ทำไมผมถึงรู้สึกตัวว่ารักเธอมากขนาดนี้ช้าเกินไป
“ไม่ถึงสิบนาที เก็บของกันแล้วหวังว่านุ่มนิ่มของกูคงจะไม่เป็หวัด”
“พรุ่งนี้เช้าก็จะได้รู้กัน”ไอ้แดนยืนมองคนของมันเดินลับตาเข้ากระโจมไป
“พวกเราก็ควรนอนได้แล้ว พรุ่งนี้มีอะไรให้ทำอีกเยอะ”ผมเดินผ่านเพื่อนๆ เข้ากระโจมหลังเห็นว่าสาวๆ เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย