"กร๊อบ!"
"อ๊ากกก..."
ภายใต้สายตานับร้อยลวี่จื่อฮั่นสองมือกุมเป้ากลิ้งเกลือกไปมาบนพื้นดิน เหงื่อกาฬไหลซึมทั่วร่างกายดวงตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้างด้วยความเ็ปแสนสาหัส
ท่าทางทรมานปางตายที่เห็นนั้นทำเอาหลายคนถึงกับเสียวแปลบไปถึงน้องชาย
ไอ๊หยา... ์ทรงโปรด!นี่มันจู่โจมจุดยุทธศาสตร์ชายหนุ่มชัดๆ!
"ชิ! ช้าไปก้าวเดียวแท้ๆพลาดท่าให้เ้ายุงหน้าด้านนั่นซะได้" ต้วนจื่อกัดฟันกรอดก้มมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเห็นใจ
"ไม่ได้การ! ต้องใช้พิษล้างพิษขับพิษของเ้ายุงหน้าด้านนั่นออกมาให้ได้"
ว่าแล้วเขาก็มองไปยังทาสรับใช้ร่างกำยำสองคนที่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆโบกมือเรียกพลางกล่าวเสียงดัง "พวกเ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่ไปช่วยคุณชายลวี่ขับพิษสิ! แค่ออกแรงทุบตรงนั้นแรงๆ ก็ขับพิษร้ายออกมาได้ลดโอกาสที่คุณชายลวี่จะเป็โรคร้ายได้มากโขเชียวนะ"
ทั้งสองได้ฟังถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่รู้จะเชื่อคำของต้วนจื่อดีไหม
ยุงหน้าด้าน?
เมืองจื่อหรานมีแมลงแบบนี้ด้วยหรือ?
ต้วนจื่อเห็นท่าทีลังเลของทั้งคู่ก็รีบเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก"ประเสริฐ! เห็นคุณชายลวี่าเ็แต่กลับไม่เข้าไปช่วยเหลือพวกเ้าอยากหัวหลุดจากบ่าใช่ไหม? คอยดูเถอะถ้านายท่านลวี่รู้เข้าว่าพวกเ้าไม่ช่วยคุณชายของตน พวกเ้าต้องโดนกุดหัวแน่ๆ"
คำขู่คำนี้ได้ผลชะงัดทั้งสองถึงกับหน้าซีดรีบทำตามคำสั่งของต้วนจื่ออย่างไม่คิดชีวิต ตรงเข้าไปช่วย 'บรรเทาทุกข์' ให้คุณชายลวี่อย่างสุดกำลัง
"หยุดนะ! พวกเ้าอย่าตี อย่าตีโว้ย!"
ระหว่างที่ลวี่จื่อฮั่นร้องโหยหวนต้วนจื่อก็รีบเสริมเข้าไปอีก "พวกเ้าอย่าหยุด!นี่เป็่เวลาที่สำคัญ ถ้าหยุดตอนนี้ พิษของยุงไม่เพียงแต่จะขับออกมาไม่ได้แต่ยังจะแพร่กระจายเร็วขึ้นด้วย ถึงตอนนั้นคุณชายลวี่ต้องตายสถานเดียว"
"นายน้อย! ทนอีกหน่อยนะขอรับกำลังจะเสร็จแล้ว" ทาสรับใช้ทั้งสองโดนต้วนจื่อล้างสมองไปแล้วได้ยินดังนั้นจึงไม่สนใจเสียงร้องครวญครางของลวี่จื่อฮั่นพวกเขาออกแรงทุบตีอย่างหนักหน่วง
หนึ่งนาทีผ่านไปลวี่จื่อฮั่นก็หมดสติไปด้วยความเ็ป
ถึงตอนนี้ต้วนจื่อจึงแสร้งถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"โชคดีที่พวกเ้าช่วยได้ทันท่วงทีพิษของเ้ายุงถูกขับออกมาแล้ว คุณชายลวี่ปลอดภัยแล้ว รีบพากลับไปพักผ่อนเถอะข้าเชื่อว่าเมื่อตระกูลลวี่รู้เื่นี้เข้าละก็จะต้องปูนบำเหน็จให้พวกเ้าอย่างงามแน่นอน"
ทาสรับใช้ทั้งสองปาดเหงื่อรีบประคองต้วนจื่อแล้วกล่าวขอบคุณ "ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือขอรับ"
"ไม่เป็ไร ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากคือหน้าที่ของชาวเมืองจื่อหรานอยู่แล้วอีกทั้งการทำความดีก็เป็สิ่งที่ข้าชอบกระทำอยู่แล้วดังนั้นทุกสัปดาห์ข้าจึงต้องทำความดีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ถ้าว่างๆก็อาจทำเพิ่มอีกสองสามครั้งด้วยซ้ำ" ต้วนจื่อโบกมือพร้อมกับช่วยพยุงร่างลวี่จื่อฮั่นขึ้นหว่านล้อมให้ทั้งสองรีบพากลับไปพักผ่อน
[ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่แสดงบทบาทสมมติสำเร็จ+หลอกล่อชักจูง+ปราบคนพาล+ยกย่องตนเอง+ช่วยเหลือโฉมงามปลดล็อกการแสดงต่อเนื่องห้าอย่าง ตรงตามเงื่อนไขในการสุ่มไอเทมได้รับถุงนำโชค์หนึ่งใบ ค่าเทียนซิ่ว +999!]
"การแสดงต่อเนื่องห้าอย่างก็สุ่มไอเทมได้แล้ว?"ต้วนจื่ออุทานเบาๆ ทว่าก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะเปิดถุงนำโชคแต่กลับเดินไปหาสตรีผู้อ่อนแอนางนั้นแล้วหยิบเหรียญทองสามเหรียญออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้
"เป็คนร่วมโลกชะตากรรมเดียวกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็เื่ที่ควรทำ เงินเหล่านี้เ้าจงรับไว้เมื่อจัดการเื่ศพของบิดาแล้ว ก็จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างดี"
ต้วนจื่อไม่เคยคิดที่จะเป็คนดีการทำความดีในวันนี้ก็เพียงเพราะขัดหูขัดตาลวี่จื่อฮั่นเท่านั้นส่วนการช่วยเหลือสตรีอ่อนแอนางนี้ ก็เพียงทำตามที่ใจปรารถนาหาใช่การกระทำที่ยิ่งใหญ่แต่อย่างใด
"ขอบคุณ... ขอบคุณท่านมาก..."สตรีอ่อนแอไม่เคยคิดว่าจะมีวีรบุรุษมาปรากฏต่อหน้านางซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง รีบก้มหัวคำนับสามครั้ง
"ท่านผู้มีพระคุณข้าขอแค่เหรียญทองเดียวเท่านั้น ที่เหลือ..."
หลังจากที่สตรีอ่อนแอคำนับจบก็เตรียมจะคืนเหรียญทองสองเหรียญแก่ต้วนจื่อ ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกฝ่าย
นางชะงักไปก่อนกำเหรียญทองสามเหรียญในมือแน่นเม้มปากพึมพำ "ท่านผู้มีพระคุณข้าจะตามหาท่านแน่นอน หลังจากที่ข้าใช้หนี้ และจัดงานศพให้บิดาแล้วจากนี้ไปข้าจะเป็ของท่าน"
กล่าวจบนางก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ววิ่งไปยังทิศทางหนึ่ง
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องด้วยความประหลาดใจของฝูงชน
.........
ในเวลาเดียวกัน ที่จวนตระกูลต้วนห้องเยียวยา
บนเตียงขนาดใหญ่ที่หรูหรามีชายผู้หนึ่งกำลังนอนาเ็อยู่
ชายผู้นี้ก็คือ ต้วนเตียว!
หลังจากที่ได้รับาเ็จากต้วนจื่อลวี่ฉาเปี่ยวก็รีบพาเขามายังห้องเยียวยาให้แพทย์ทำการรักษาพลางนำเื่นี้ไปบอกกับอาของต้วนเตียว ซึ่งก็คือต้วนเฉวียนเซิน เ้าตระกูลต้วนคนปัจจุบัน!
หลังจากที่รู้ว่าหลานชายของตนได้รับาเ็สาหัสเขาจึงรีบวางมือจากภารกิจ และมายังห้องเยียวยาเพื่อตรวจสอบ
"เ้ายืนยันได้หรือไม่ว่าคนที่ทำร้ายเ้าคือไอ้ปัญญาอ่อนคนนั้น?"
ในน้ำเสียงของต้วนเฉวียนเซินเต็มไปด้วยความสงสัยราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินแม้แต่น้อย
ในฐานะที่เป็อัจฉริยะแห่งตระกูลต้วนเป็รองแค่ต้วนอีและต้วนเอ้อร์ พร์และพลังของต้วนเตียวนั้นแม้แต่ผู้คนในเมืองจื่อหรานยังให้การยอมรับภายใต้การสนับสนุนจากสุดยอดเคล็ดวิชาท่าร่างอย่าง "ก้าวมัจจุราช" ทำให้พลังโดยรวมของเขาอยู่ในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหกได้สบายๆ
แล้วคนเช่นนี้กลับมาพ่ายแพ้ให้กับคนปัญญาอ่อนที่ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้เช่นนั้นหรือ?
ช่างเหลวไหลสิ้นดี!
หากบอกว่าหมูสามารถบินได้ยังจะน่าเชื่อถือมากกว่าเื่ที่หลานชายของเขาถูกคนไร้ประโยชน์ทำร้ายเสียอีก
"ท่านอา ์เป็พยานข้าไม่ได้โกหกท่านแม้แต่คำเดียว วันนี้ทุกคนในลานฝึกยุทธ์สามารถเป็พยานได้ท่านผู้าุโฝูเองก็เป็พยานได้" ลวี่ฉาเปี่ยวยกมือสาบาน
ต้วนเฉวียนเซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะให้คนไปตามผู้าุโฝูมาสอบถามเมื่อได้ข้อสรุปว่าทุกสิ่งเป็ความจริง คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที
เขารู้สึกว่าทุกสิ่งนั้นช่างแปลกประหลาด
ประการแรกต้วนจื่อฟื้นฟูพลังยุทธ์ได้อย่างไร?
สาเหตุที่ทำให้นายน้อยจากสายเืหลักกลายเป็คนปัญญาอ่อนก็เป็ฝีมือของเขาที่สั่งการอยู่เื้ั
ยาพิษที่ใช้รุนแรงถึงขนาดที่ทำให้คนจากขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์กลายเป็คนปัญญาอ่อนเว้นเสียแต่ว่าจะเป็ขอบเขตนักรบกำเนิด หรือสมบัติ์ที่หายากจึงจะสามารถถอนพิษได้ มิเช่นนั้นคงไม่มีทางเป็ไปได้แน่
ประการที่สอง ซึ่งถือเป็เื่สำคัญที่สุด
ต้วนจื่อขึ้นมาบนเส้นทางแห่งการฝึกตนได้อย่างไรทั้งๆ ที่เ้าตัวเป็คนพิการมาั้แ่เกิด เื่นี้คนในเมืองจื่อหรานต่างรู้กันดีแล้วเหตุใดเขาจึงมีพลังมากพอที่จะเทียบเคียงกับขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหกได้?
การฝึกยุทธ์นั้นมิใช่เื่ง่ายการที่ไม่มีการสั่งสมประสบการณ์มาเป็ระยะเวลานาน จะไต่เต้าสู่ระดับสูงได้อย่างไร?
"ไอ้สารเลวนั่นต้องได้รับการถ่ายทอดวิชาจากผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างแน่นอน!"ต้วนเฉวียนเซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงได้ข้อสรุป
มีเพียงสถานการณ์นี้เท่านั้นที่จะสามารถอธิบายทุกอย่างได้
แต่สีหน้าของเขากลับย่ำแย่เหลือเกิน
การที่ต้วนจื่อได้รับโอกาสดีๆ เช่นนี้ถือเป็เื่ที่ดีสำหรับตระกูลต้วน หากแต่มันคือหนามยอกอกของเขา
หากผู้คนในเมืองจื่อหรานรู้ว่าต้วนจื่อมีพลังมากถึงเพียงนี้กลุ่มคนที่เคยเป็ศัตรูกับตระกูลต้วนจะต้องหาทางดึงต้วนจื่อไปอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
ลวี่ฉาเปี่ยวเห็นต้วนเฉวียนเซินขมวดคิ้วแน่นจึงกลอกตารีบใส่สีตีไข่ "ท่านอาก่อนที่ต้วนจื่อจากไปนั้น... ยังบอกกับข้าอีกว่า..."
"ว่าอะไร?"
"เขาบอกว่าสามสิบปีลำน้ำสายบูรพาย่อมผันแปร สามสิบปีลำน้ำสายประจิมย่อมผันผ่านกาลเวลาย่อมหมุนวนแปรเปลี่ยน มิควรดูิ่คนหนุ่มผู้ยากจนความเ็ปที่สายรองของตระกูลต้วนเคยมอบให้แก่ข้า ข้าจะทยอยคืนสนองไปทีละอย่างท่านโปรดเตรียมใจไว้ให้ดี" "
ประโยคสุดท้ายเป็การเสริมแต่งของลวี่ฉาเปี่ยวเพื่อให้ต้วนจื่อราวกับเป็คนยั่วยุ ตอกย้ำความโกรธของต้วนเฉวียนเซิน
"ปากดีนี่!"
เป็ดังคาดเมื่อต้วนเฉวียนเซินได้ยินจบก็ถึงกับตบโต๊ะ ดวงตาแดงก่ำ
ก็แค่หมาข้างถนนตัวหนึ่งกล้าที่จะข่มขู่เขาแล้วหรือ?
"อย่าบอกเื่นี้กับพ่อของเสี่ยวเตียวเขากำลังคุ้มกันขบวนสินค้า เราไม่ควรไปรบกวนสมาธิของเขา"
ต้วนเฉวียนเซินสูดหายใจเข้าลึกบอกให้ลวี่ฉาเปี่ยวดูแลต้วนเตียวให้ดี จากนั้นก็เดินไปยังห้องเ้าตระกูลเรียกต้วนเอ้อร์ บุตรชายคนที่สองมาหา
"ท่านพ่อ มีอะไรให้ข้าต้องรับใช้หรือ?"
ต้วนเฉวียนเซินพิงหลังกับเก้าอี้แล้วเล่าเื่ที่ต้วนจื่อทำร้ายต้วนเตียวให้อีกฝ่ายฟัง
เมื่อฟังจบใบหน้าของต้วนเอ้อร์ก็แสดงความไม่เชื่อออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่คิดเลยว่าคำพูดของต้วนซานจะเป็จริง"
ต้วนเฉวียนเซินอึ้ง"เขาพูดว่าอะไรหรือ?"
"เมื่อวานต้วนซานไปที่กระท่อมด้านหลังของตระกูลต้วนเพื่อหาต้วนเยว่เอ๋อร์ แล้วพบกับต้วนจื่อ จึงถูกสั่งสอนไปชุดใหญ่เขากลับมาเล่าให้ข้าฟังว่า ต้วนจื่อบอกว่าเขาจะกลับมาแก้แค้นข้าไม่เชื่อจึงไปที่กระท่อม ก็พบว่าทั้งสองย้ายออกไปแล้ว"
สีหน้าของต้วนเฉวียนเซินเ็า"อาการาเ็ของซานเอ๋อร์เป็อย่างไรบ้าง?"
"ไม่ต้องห่วงท่านพ่อเขาแค่าเ็เล็กน้อย ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง" ต้วนเอ้อร์เอ่ยปลอบโยน
"ถึงต้วนจื่อจะมีพลังเทียบเท่าขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหกแล้วอย่างไร?ตอนนี้อายุของเขาก็ปาเข้าไปเกือบยี่สิบปีแล้วไม่ว่าจะพร์หรือศักยภาพ ก็ล้าหลังกว่าคนรุ่นเดียวกันไปมาก ไม่น่าเป็ห่วงอะไร"
"ถ้าท่านพ่อกังวลว่าต้วนจื่อจะคุกคามตำแหน่งเ้าตระกูลของท่านข้าจะจัดการเื่นี้ในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลวันพรุ่งนี้เองข้าจะกำจัดเสี้ยนหนามที่คอยทิ่มแทงใจท่านออกไป ให้สมกับที่ต้วนเตียวได้รับาเ็"
คำพูดนี้มิได้เกินเลยแต่อย่างใดในฐานะที่เป็อัจฉริยะอันดับสองของตระกูลต้วนพร์ของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าต้วนอีเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าสูสีกันด้วยซ้ำ
ในด้านพลังฝีมือตอนนี้เขาเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดแล้วมีพลังมากพอที่จะต่อกรกับขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าแค่ให้เวลาเขาอีกสักหน่อยไม่แน่ว่าเขาอาจจะััได้ถึงขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์เช่นเดียวกับต้วนอีในวันบรรลุนิติภาวะ
"ดีมาก!" ต้วนเฉวียนเซินตบไหล่ต้วนเอ้อร์แล้วยิ้มออกมาอย่างยินดี "ลูกชายของข้าช่างเข้าใจข้าที่สุดเ้าพูดเช่นนี้ ข้าก็วางใจได้แล้ว"
จากบรรดาลูกชายทั้งสามเขาโปรดปรานต้วนเอ้อร์มากที่สุด
ต้วนอีมีพร์สูงส่ง พลังล้ำเลิศแต่กลับมีจิตใจที่ไม่ละเอียดอ่อน
ต้วนซานเชื่อฟังทำตามอย่างดี ไม่เคยโต้แย้งแต่พร์กลับต่ำต้อย จมปลักอยู่กับอบายมุขมากเกินไป
มีเพียงต้วนเอ้อร์เท่านั้นที่รวบรวมเอาข้อดีของต้วนอีและต้วนซานไว้อีกทั้งยังมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์อันยอดเยี่ยม ทำให้เขาเบาใจที่สุด
"การที่ได้ช่วยเหลือท่านพ่อเป็สิ่งที่ลูกภาคภูมิใจยิ่งนักในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ในตระกูลวันพรุ่งนี้ลูกจะกำจัดเสี้ยนหนามให้ท่านอย่างแน่นอน ต้วนเอ้อร์ก้มหน้าลงกล่าวอย่างมั่นใจ
ต้วนเฉวียนเซินพยักหน้าอย่างพอใจหลังจากพูดคุยอีกสองสามประโยค ก็ให้เขาออกไป
ในวินาทีต่อมา หลังจากที่ประตูถูกปิดลงสายตาของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยความเย็นเยียบโดยสมบูรณ์
ไม้งามย่อมถูกลมพัดโขดหินริมน้ำย่อมถูกคลื่นซัด
ต้วนจื่อ เ้ายังอ่อนหัดนักรู้เพียงว่าอย่าดูิ่คนยากแต่มิรู้เสียแล้วว่าต้องพึงหลีกเร้นคนมากประสบการณ์กว่าเ้าอย่าได้คิดจะโอ้อวดว่าตนเก่งกล้า
วันนี้เ้าทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา
พรุ่งนี้ข้าจะทำให้เ้าระทมทุกข์ไปชั่วกัลปาวสาน!