“อ้ายฉิง เ้าไหวหรือไม่”
“ข้าไหว”
อ้ายฉิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วระหว่างเข้ารับการทดสอบเกิดอุบัติเหตุอ้ายฉิงเกิดขาพลิกระหว่างเดินโชคดีที่อ้ายฉิงกัดฟันเดินต่อจึงทำให้ผ่านการทดสอบมาได้ ฮุ่ยิค่อยๆพยุงอ้ายฉิงเดินเข้าที่พักพานั่งลงที่ทางเดินหน้าห้อง ฮุ่ยิวิสาสะก้มลงดูที่เท้าของอ้ายฉิงพบว่าเท้าของอ้ายฉิงเริ่มปูดบวมจากเดิม
“มันเริ่มปูดบวมแล้ว ข้าว่าเ้าต้องพักเท้าสักพักแล้วล่ะ”
“แย่ล่ะ ข้าดันมีธุระที่ต้องไปทำเสียด้วย”
“ธุระอะไรหรือ ให้ข้าไปทำให้ได้หรือไม่ ข้าไม่อยากให้เ้าเดินเยอะเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีก”
อ้ายฉิงมองฮุ่ยิพลางเม้มปากแน่น
“เอาจริงๆมันก็ได้อยู่หรอก แต่ข้าเกรงใจเ้า ไม่อยากให้เ้าออกไปข้างนอกคนเดียว เพราะอีกอย่างเมื่อครั้นนั้นเ้าก็เจอกับเหตุการณ์ไม่ดีเลย ข้าเลยยิ่งเป็ห่วง”
“เ้าไม่ต้องห่วงเื่นั้น ข้าไปได้จริงๆ”
“เ้าแน่ใจรึ”
ฮุ่ยิพยักหน้าตอบด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่นทำให้อ้ายฉิงไม่สามารถตอบปฏิเสธได้
“ถ้าเ้าว่าอย่างนั้นข้าตกลง อย่างแรกเ้าจะต้องไปหาคนที่ชื่อซางเอ๋อ เขาจะอยู่ที่ร้านขายเนื้อท้ายตลาด แล้วบอกว่ามารับของแทนข้า”
ฮุ่ยพยักหน้ารับก่อนจะรับถุงเงินที่มีเงินจำนวนหนึ่งมา
“ฮุ่ยิเ้าต้องกลับเข้ามาก่อนค่ำนะ”
“ข้าสัญญา งั้นข้าไปก่อนนะ”
ฮุ่ยิเอ่ยลากับอ้ายฉิงก่อนจะรีบเดินละจากไป จากวังหลวงมายังตลาดฮุ่ยิใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีถึงเดินลัดเลาะตรอกซอกซอยจนมาถึงท้ายตลาด ใช้สายตากวาดมองโดยรอบเพื่อหาร้านเนื้อตามที่อ้ายฉิงบอกเอาไว้แต่เหมือนคงจะหายากไปเสียเพราะจุดที่เขาอยู่มีแต่ร้านเนื้อเต็มไปหมดเลย ฮุ่ยิสูดลมหายใจเข้าปอดในเมื่อเป็แบบนี้ก็ต้องเสี่ยงลองถามสักร้านแล้วละ
ฮุ่ยิเดินตรงไปยังร้านแรกที่อยู่ด้านฝั่งขวามือ ยืนรอให้ลูกค้าเดินออกไปก่อนเขาถึงเข้าไปถาม
“เอ่อ ขอโทษนะ เ้าพอจะรู้จักซางเอ๋อหรือไม่”
คนขายเนื้อเงยหน้ามองเขาก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงดุพลางชี้ไปยังท้ายสุดของซอย
“อยู่ร้านสุดท้ายสุดซอย”
“เอ่อ ขอบคุณ”
ฮุ่ยิเอ่ยขอบคุณพลางก้มคำนับก่อนจะรีบเดินออกมาพลางแอบเหลือบมองหน้าเ้าของร้านเล็กน้อย เ้าของร้านเนื้อร้านนั้นใบหน้าช่างหน้าตาน่ากลัวมากเลย ฮุ่ยิเดินหลบหลีกผู้คนตรงไปยังจุดหมายจนมาถึงสุดซอยเจอบ้านไม้หลังหนึ่งที่ถูกทำให้เป็ร้านขายเนื้อ ฮุ่ยิเดินตรงเข้าไปในร้านกวาดสายตามองหาเ้าของร้านไม่นานก็มีชายคนหนึ่งอายุราวกลางคนสวมชุดสีขาวเดินออกมาพร้อมกับซากหมูในมือ
“เ้ามีอะไรรึ”
“คือ ข้ามารับของแทนอ้ายฉิง”
เ้าของร้านขมวดคิ้วพลางไล่สายตาสำรวจเขาั้แ่หัวจรดเท้า ฮุ่ยิเม้มปากด้วยความกลัวกำถุงเงินแน่น
“เหตุใดอ้ายฉิงถึงไม่มารับด้วยตัวเอง”
“อ้ายฉิงเกิดอุบัติเหตุขาพลิกมาไม่ได้ ข้าเลยมาแทน”
เ้าของร้านเนื้อมองฮุ่ยิอย่างพิจารณาเหมือนเ้าของร้านเนื้อจะไม่ค่อยเชื่อเสียเท่าไหร่ก่อนจะหายเข้าไปหลังร้านและออกมากับห่อบางอย่างแล้วยื่นให้เขา ฮุ่ยิรับมาก่อนจะยื่นถุงเงินของอ้ายฉิงส่งให้ เ้าของร้านเปิดดูถุงเงินก่อนจะพยักหน้าเป็คำตอบว่าเงินครบถ้วนฮุ่ยิยกยิ้มให้อย่างเป็มิตรก่อนจะเอ่ยลาและผละตัวออกมาจากที่นั่น พรูลมหายใจออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจในที่สุดก็เสร็จเสียที ไม่คิดว่าแค่การมาเป็ธุระให้อ้ายฉิงมันจะเหนื่อยยากแสนเข็ญเยี่ยงนี้ สายตาเหลือบเห็นสีของท้องฟ้าเริ่มถูกแต้มด้วยสีแสดเป็อันบ่งบอกว่าตอนนี้ใกล้จะมืดแล้ว ฮุ่ยิเร่งฝีเท้าเพราะเกรงว่าจะกลับเข้าวังหลวงไม่ทันเพราะการเข้าออกนอกวังของผู้เข้าสมัครนางบำเรอต้องห้ามเกินค่ำ
หวังว่าจะกลับทันเวลานะ
ตัดมาอีกฝั่ง ณ ที่วังหลวง ในฝั่งตะวันตกซิงเยียนเดินไปตามทางมุ่งหมายไปยังที่พักฝั่งตะวันตก แน่นอนว่าในการมาครั้งนี้เขาไม่ได้ตั้งใจมาแต่เป็คำสั่งของฮ่องเต้ที่สั่งการมาอีกทอด ใช้เวลาไม่นานในการเดินเท้าทันทีที่มาถึงซิงเยียนตรงไปยังห้องของฮุ่ยิทันที เอื้อมมือเปิดประตูแต่สิ่งที่พบกลับมีแค่อ้ายฉิงเท่านั้น
“ท-ท่านซิงเยียน”ซิงเยียนมองสำรวจภายในห้องเหมือนว่าฮุ่ยิจะไม่อยู่ที่นี่
“ฮุ่ยิไปไหน”
“เอ่อ ออกไปเป็ธุระให้ข้า” ซิงเยียนเลิกคิ้วมองอีกคนก่อนจะเหลือบเห็นว่าเท้าของอ้ายฉิงมีอาการบวมปูด พลางนึกถึงเมื่อตอนกลางวันเหมือนจะได้ยินแว่วๆว่ามีคนเกิดขาพลิกระหว่างการทดสอบเลยคิดว่าน่าจะเป็อ้ายฉิง
“เหมือนเท้าเ้าจะบวมขึ้นนะ”
“น่าจะอักเสบ แต่ข้าก็ทายาเอาไว้แล้วคาดว่าพรุ่งนี้น่าจะหายดี”
ซิงเยียนพยักหน้าเล็กน้อยรับคำตอบ อ้ายฉิงยันตัวลุกจากที่นอนซิงเยียนเห็นจึงเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกคนพยายามจะขยับตัว
“เ้าจะไปไหน เจ็บเท้าอยู่มิใช่รึ”
“ข้าจะไปหยิบยาที่ตรงนั้น” ซิงเยียนมองตามนิ้วที่ชี้ก่อนจะหันกลับมามองอีกคน อ้ายฉิงดันตัวเองจนลุกจากที่นอนพยายามพยุงขาที่เจ็บให้เดินมาแต่ด้วยความเจ็บทำให้พลาดล้มแต่โชคดีที่ซิงเยียนรับทัน
“เ้าบอกข้าก็ได้เดี๋ยวข้าก็หยิบให้”
“ข-ข้าไม่เป็ไร”
“งั้นก็ตามใจเ้า”
ซิงเยียนปล่อยอ้ายฉิงก่อนที่อีกคนจะค่อยๆหยิบซองยาบางอย่างจากย่ามออกมาแนบอกไว้ ซิงเยียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเห็นพฤติกรรมทุกอย่างของอ้ายฉิงเขาเลิกคิ้วพลางมองห่อบางอย่างที่อกก่อนจะเข้าประชิดตัวอีกคนจากทางด้านหลัง อ้ายฉิงััได้ถึงลมอุ่นที่ต้นคอใช้หางตาเหลือบพบว่าเป็ซิงเยียนที่ยื่นหน้าข้ามไหล่มา
“นั่นยาของเ้ารึ กลิ่นแลกดีนี่”
“ช-ใช่ นี่ยาข้า”
“มันคือยาอะไรรึ”
“เอ่อ คือยาช่วยลดอาการปวด ข้ามีติดตัวเผื่อได้ใช้” ซิงเยียนผละหน้าออกมายืนตัวตรงก่อนจะมองอีกคนด้วยสายตาที่ยากเกินจะคาดเดา
“ช่างเป็ยาที่แปลกดีนะ กลิ่นเหมือนยาเร่งฮีทเลย”
ทันทีที่อ้ายฉิงได้ยินคำพูดนั้นจู่ๆก็เงียบไปทันที
“ม-ไม่ใช่นะ มันเป็แค่ยาแก้ปวดจริงๆ”
“อย่างนั้นรึ”
อ้ายฉิงเริ่มหายใจถี่เพียงเสี้ยววินาทีซิงเยียนพลิกตัวของอีกคนก่อนจะดันหลังให้ชิดกับกำแพง คนตัวสูงก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกชิดพลางใช้นิ้วเรียวยาวััเข้าที่ริมฝีปาก อ้ายฉิงหดคอพร้อมกับเงยหน้าสบตาซิงเยียนก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะหวาดกลัว
“ท่านจะทำอะไร”
“ไม่ใช่ว่าเ้า้าข้าทำแบบนี้รึ”
ซิงเยียนเอ่ยพลางใช้นิ้วเรียวค่อยๆลูบไล้ตามริมฝีปากเบาก่อนจะเลื่อนลงมาที่ไล่มาจนถึงท้ายทอย อาศัยจังหวะที่อ้ายฉิงกำลังแน่นิ่งซิงเยียนจัดการดึงห่อยาที่ถูกกอดแนบอกเอามาถือไว้ในมือ เมื่อรู้ว่าห่อยาถูก่ชิงเอาไปแล้วอ้ายฉิงพยายามเขย่งตัวชิงเอาคืนซิงเยียนยกห่อยาสูงเหนือหัวก่อนจะเก็บมันเสียบเอาไว้ที่ด้านหลัง
“ข้ากำลังปวดเนื้อปวดตัวพอดี ฉะนั้นข้าขอยานี่ไปกินบ้าง แล้วเอาไว้หายเมื่อไหร่ข้าจะมาคืน”
ไม่รอให้อ้ายฉิงได้ตอบซิงเยียนก็เดินออกมาจากห้องทันที เสียงหอบแฮ่กดังมาแต่ไกลซิงเยียนหันมองตามเสียงพบฮุ่ยิที่เหมือนกำลังลากสังขารที่เหน็ดเหนื่อยหย่อนตัวลงที่ทางเดินหน้าห้องทันทีที่ถึง ฮุ่ยิเอ่ยทักซิงเยียนด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วงทำเอาคนฟังอย่างซิงเยียนถึงกับคิ้วขมวดไปตามกัน
“แฮ่ก เ้า…มาทำ…แฮ่ก อะไรที่นี่”
“พักหายใจก่อนมั้ย ตอนนี้เ้าไม่ต่างอะไรกับปลาที่ขาดอากาศหายใจเลย”
ฮุ่ยิชี้หมายจะก่นด่าแต่ด้วยความเหนื่อยทำให้เขาเล่นพูดไม่ออกเสียอย่างนั้น ซิงเยียนส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะยื่นถุงบางอย่างให้ฮุ่ยิ เขารับมันมาอย่างงงๆก่อนจะใช้แรงอันน้อยนิดเปิดดู
“ชานี่ เ้าเอามาให้ข้าทำไม”
“เฉิงหานสั่งข้าเอามาให้เ้า เห็นว่าเป็ชาที่พ่อเ้าปลูกด้วย”
“จริงรึ ขอบคุณเ้ามาก” ฮุ่ยิเอ่ยตอบด้วยที่นำ้เสียงสดใสผิดกับเมื่อกี้ที่หอบแฮ่กจนหมดสภาพ
“หายเหนื่อยแล้วรึ”
ฮุ่ยิพยักหน้าตอบพลางมองถุงชาในมือด้วยรอยยิ้ม
“เ้ารู้ตัวรึเปล่าว่าทำตัวใจดีเกินไป”
ฮุ่ยิเงยหน้ามองซิงเยียนพลางคิ้วขมวดด้วยความสงสัยกับประโยคนั้น
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ก็ตามที่เอ่ย อย่าไว้ใจคนอื่นให้มันมาก ไม่เช่นนั้นเ้านั่นแหละที่จะต้องเจ็บเอง ข้าคงบอกเ้าได้เพียงเท่านี้”
“เดี๋ยว ซิงเยียน เ้าหมายถึงใคร”
“คิดเอาเองสิ เ้าฉลาดนักมิใช่รึไง”
“เดี๋ยว-”
พูดจบซิงเยียนก็เดินละออกมาทันที ตอนนี้เขาทำได้แค่บอกเพียงเท่านี้ก่อนคงต้องปล่อยให้ฮุ่ยิคิดหาคำตอบเองก่อนและอีกอย่างเขาก็เป็เพียงคนนอกมิใช่คนในที่จะรู้เื่ราวได้ทั้งหมด
ฮุ่ยิที่ยืนมองซิงเยียนที่เดินจากไปจนหายจากกรอบสายตาได้แต่ยืนงงพลางเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะพลางนึกคิด
คงไม่ใช่ความหมายว่าให้เขาเลิกไว้ใจใครสักคนหรอกมั้ง