“น้องต้นงิ้วขายยังไง”
ชาลีชายหนุ่มร่างผอมแห้งวัย28ปี มีอาชีพขับรถรับส่งสินค้า เพียงเดินเข้ามาในร้านขายต้นไม้เขาก็ส่งเสียงแซว
“พ่องมึงตายไอ้ลี”
จิรายุ/ฟลุ๊ค ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งวัยเดียวกัน เ้าของร้านต้นไม้ ที่พึ่งกลับมาจากเมืองกรุง เพราะโรคระบาดหนัก บริษัทจึงให้เขาทำงานที่บ้าน เขาจึงถือโอกาส เลือกการเลิกจ้าง เพื่อที่จะกลับมาอยู่บ้านเกิด ที่ต่างจังหวัด
“เชี่ยฟลุ๊ค มาั้แ่เมื่อไหร่วะ”
สองเพื่อนรักปรี่เข้าหากันอย่างตื่นเต้น เพราะเกือบสองปีแล้วที่ ฟลุ๊คไม่ได้กลับมาบ้าน ขณะที่ชาลีโชคดีมีงานทำงานอยู่บ้านั้แ่เรียนจบมัธยม
“ไอ้ลีมึงทำไมผอมดำขนาดนี้วะ เล่นใบหนักเหรอวะ!”
“เชี่ยฟลุ๊คเบาๆ เดี๋ยวพ่อมึงก็มาได้ยินหรอก” ชาลีเลิ่กลั่กมองซ้ายขวา
“พ่อกูหมักปุ๋ยอยู่ข้างหลังไม่ได้ยินหรอกน่า”
ฟลุ๊คแกล้งแซว ทั้งที่รู้ความหมาย คำว่าพ่อนั้นหมายถึงตำรวจ ซึ่งชาลีมีชื่อเสียง เื่ติดดาวตัวเด็ด ประจำโรงพักั้แ่สมัยเรียน แม้ปัจจุบันจะขับรถส่งของ แต่ก็โดนจับตรวจปัสสาวะอยู่เป็ประจำ
“เชี่ย!..มึงนี่..เอ่อแล้วนี่กลับมาั้แ่เมื่อไหร่ไม่เห็นไปหากูเลย”
“วันก่อน..พอดีที่ร้านลงต้นไม้เพิ่มก็เลยยุ่งๆ กูก็ว่าจะไปหามึงกับไอ้ม่อนเย็นนี้ มึงก็ดันมาก่อน”
“ตอนเย็นไปหากูนะ เจอแน่ แต่ถ้าไอ้ม่อน่นี้มันไม่ค่อยว่าง ไปโรงพยาบาลที่อำเภอประจำ”
“ทำไมวะ มันไม่สบายหรือใครเป็อะไร”
ฟลุ๊คทิ้งตัวนั่งลงตั้งคำถามถึงเพื่อนรักอีกคนอย่างเป็ห่วง ขณะที่ชาลียกยิ้มหน้าระรื่นประหนึ่งมึนเมาสารเสพติดบางๆ อยู่ตลอดเวลาต่อให้เขาไม่ได้เสพมาก็ตาม
“เปล่า..มันไปจีบหมอที่โรงพยาบาลนะ”
“จีบหมอ..เชี่ย!กูก็เป็ห่วงแทบแย่ นึกว่ามันไม่สบาย”
“ไม่ต้องห่วงมันหรอก ห่วงหมอดีกว่า”
“ทำไม?” ฟลุ๊คขมวดคิ้วเข้มตั้งคำถามอย่างมึนงง
“ก็หมอดิวทั้งน่ารัก น่าทะนุถนอม ตัวขาวๆ บางๆ แก้มใสๆ แต่ดูไอ้ม่อนดิ..ตัวใหญ่ล่ำ กล้ามฟู..โอ๊ยกูไม่อยากจะคิดเลย..บรื้อ!!”
ชาลีทำท่าสยิว เมื่อเขานึกถึง่เวลาที่เพื่อนของเขากับคุณหมอที่เขาจีบอยู่มีอะไรกัน คุณหมอน่ารักคนนั้น คงบอบช้ำไปทั้งตัว
“เมื่อกี้มึงบอกว่าหมอชื่ออะไรนะ”
ฟลุ๊คกระตุกวูบเนื้อกายร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เพราะชื่อที่เพื่อนเอ่ยมันมีผลต่อหัวใจราวกับโดนไฟช็อต
“หมอดิว พึ่งจะย้ายมาประจำอำเภอได้สามเดือน เห็นว่าโรงพยาบาลเก่าอยากขอตัวไว้ แต่หมอเลือกมาตามคำสั่ง เหมือนข่าวลือว่าถูกกลั่นแกล้ง”
“ทำไมวะ!”
“ไม่รู้วะ! แต่ดูจากหน้าตาก็คงไม่พ้นเื่ชู้สาวหรือเปล่า อันนี้กูเดานะ ฮ่าๆ ว่าแต่มึงสนใจทำไม่วะ! อย่าบอกนะ” ชาลีรีบเอ่ยคำถาม
“เปล่า..กูก็แค่คิดว่าไอ้ม่อนมันพึ่งเลิกกับแฟนเก่าได้ไม่นาน ...ทำไมเริ่มต้นเร็วจัง”
“โอ๊ยมึงก็รู้..ขานั้น ั้แ่ตอนเรียนแล้วไหมมึง มันจริงจังกับใครที่ไหน..ได้แล้วก็ทิ้ง แต่รอบนี้ดูจะอยาก”
“ทำไม?”
“หมอดิวดูจะไม่เล่นด้วย ฮ่าๆ ทุกวันไอ้ม่อนถึงคอยไปเฝ้า เพราะกลัวคนอื่นจะคาบไป”
“กูชักอยากเห็นหน้าคุณหมอซะแล้วสิ!” ฟลุ๊คกระตุกยิ้มที่มุมปาก
“เดี๋ยวมึงก็เจอเองแหละ!.เพราะเสาร์นี้ คุณหมอจะออกมาฉีดวัคซีน”
“กูก็กำลังจะขนของไปตั้งเต็นท์ เตรียมสถานที่ให้พอดี.. ไหนๆ ก็เจอมึงแล้ว งั้นก็ไปช่วยงานกูหน่อยดิ เดี๋ยวเสร็จงานกูเลี้ยงเหล้า”
“ไม่เอา..กูมีงาน”
“นะๆ เพื่อนรักนะ....”
ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอในจังหวัดแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลเมืองหลวงของประเทศ ผู้คนมาใช้บริการไม่มาก เพราะส่วนหนึ่งเข้าไม่ถึงการรักษา
และบางส่วนหากอาการไม่หนัก ก็ใช้บริการอนามัยที่มีอยู่ทุกตำบล ถึงอย่างนั้นหากคนไข้มีอาการหนักมาก ส่วนตรงนี้ ก็ต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูพักหมอดังขึ้น ในเวลา เกือบหกโมงเย็น ซึ่งหมดเวลาตรวจคนไข้ปกติแล้ว
“เชิญครับ”
อคิรัญชน์/หมอดิว /ดิว หนุ่มหน้าใส รูปร่างบาง วัยย่าง29ปี เขายกมือเล็กทุบไหล่ของตนเบาๆ เพื่อคลายความเหมื่อยล้า เพราะว่าวันนี้ทำงานแทนคุณหมอที่ลา ั้แ่เช้าจนตอนนี้ข้าวเที่ยงยังไม่ตกถึงท้อง
“มาแล้วข้าวไข่เจียวหมูสับ”
แกงส้ม หมอหนุ่มรูปร่างขาวอวบแก้มกลม น่ารัก วัยรุ่นเดียวกัน ทั้งสองเป็เพื่อนรักกันั้แ่เรียน จนได้เป็หมอ และยังทำงานที่เดียวกัน แม้ถูกโยกย้ายก็ขอมาด้วยกัน
“อื้ม..ขอบใจมากมึง” ดิวรีบเอ่ย แม้ยังบีบนวดคอตัวเองอยู่
“อ่ะนี่..ไม่ต้องถามตามเคย..และเราก็กินนะ”
แกงส้มวางกล่องข้าว และตามติดด้วยกล่องขนมแสนสวยผูกโบราวกับของขวัญในโอกาสสำคัญ แต่ยังไม่ทันจะส่งถึงมือเพื่อนรัก เขาก็ดึงกลับประหนึ่งแจ้งให้ทราบ
เพราะอย่างไรเพื่อนของเขาก็ไม่รับไมตรีจากคนส่ง แม้จะมีมาอยู่ทุกวัน หลังจากเมื่อสองเดือนก่อน ชายหนุ่มเ้าของกล่องใบนี้พาแม่ของเขามาหาหมอ
และหมอดิวก็เป็คนดูแล จากวันนั้นมา ชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้น ก็เดินหน้าจีบหมอดิว อย่างมาสนโลกต่อให้หมอบอกไม่โสด ไม่สน ขอแค่เพื่อน เขาก็ไม่ฟัง
“ดิว..ถามจริงๆ นะ”
“ว่า”
“แกไม่คิดจะเปิดใจหน่อยเหรอวะ”
“กับคนนี้เหรอ?”
“หมายถึงใครก็ได้..หรือเพราะไม่ใช่ไอ้ฟลุ๊ค แกก็จะไม่รักใครอีกงั้นเหรอวะ!”