เื่ ข้อความจากสายลม
ตอนที่ 1ตื่นเถอะนะ รินอารี 1
“ถ้าป้าไม่เชื่อหนู ก็ลองเปิดหน้าต่างบานนั้นดูสิ”
หญิงสาวพูดพร้อมกับหันมองไปที่หน้าต่างแก้วบานใสซึ่งห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
“นกแก...” แต่หญิงวัยกลางคนกลับเรียกชื่อหล่อนโดยลากเสียงยาว
“จริงนะคะป้า ทุกครั้งที่...” นกแกพยายามที่จะอธิบายแต่แล้ว
“นี่... เดี๋ยวเถอะนางนกแกรีบไปเปิดหน้าต่างเดี๋ยวนี้เลยไม่ต้องพูดมาก ให้อากาศดี ๆตอนเช้าเข้ามาในห้องคุณหนูจะได้รู้สึกดี”อีกฝ่ายขึ้นเสียงตัดบททันที
“ค่ะ... ”
โดนจิกด้วยหางตาพร้อมกับโดนเอ็ดเอาเมื่อครู่หญิงสาวที่ชื่อนกแกเสียงอ่อย ก้มหน้างุดเดินตรงไปที่หน้าต่างอย่างเลี่ยงเสียไม่ได้
“แล้วอย่าเอาเื่ไร้สาระแบบนี้ไปเล่าให้พวกคุณ ๆเขาได้ยินเข้าล่ะ ยิ่งเครียด ๆ กันอยู่ เห็นบอกว่าวันนี้คุณนวลหงส์ คุณพนิตนันท์แล้วก็คุณนาราภัทรจะมาเยี่ยมคุณหนูด้วย”
“คุณนาราภัทร” นกแกยังเดินไม่ถึงหน้าต่างก็ต้องหยุดหันกลับมาทางคู่สนทนาเสียก่อน“ป้า แล้วคุณนาราภัทรกับคุณพนิตนันท์เขาจะมาอยู่เป็เพื่อนคุณหนูทำไมละคะ”
“เอ๊ะ... ”
“ค่ะ...ป้า”...
นกแกค่อยๆ ยื่นมือไปที่หน้าต่างใสบานใหญ่ปลดสลักแล้วออกแรงเลื่อนหน้าต่างบานนั้นเปิดออกอย่างช้าๆ ด้วยอาการที่หวาดวิตกกับอะไรบางอย่างที่ตัวเองรู้สึก
ครืด...
ทันทีที่หน้าต่างบานนั้นเปิดออกสายลมวูบหนึ่งก็พัดผ่านใบหน้าของนกแกที่จงใจหลับตาปี๋กลั้นลมหายใจ
สายลมล่วงเลยเข้าสู่บรรยากาศในห้องพักพื้นโลมลูบกลีบดอกสีเหลืองสดใสของดอกไม้บนแจกันพัดพาเอากลิ่นหอมคลุกเคล้าบรรยากาศที่โอบอุ้มมาจากภายนอกมุ่งตรงเข้าหาหญิงสาวที่นอนนิ่งบนเตียงราวกับว่าหล่อนคือจุดหมายปลายทางของการเดินทางที่แสนไกลและก่อนที่สายลมจะเลือนหายก็ได้ััใบหน้าหญิงสาวอย่างแ่เบาพร้อมสะบัดปอยผมบนหน้าฝากของหล่อนให้สั่นไหวเพียงแต่น้อย
นกแกหันขวับจ้องมองคุณหนูของตัวเองตาไม่กะพริบและคอยลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ
ปิ๊บ...ปิ๊บ... ปิ๊บ...
เสียงส่งสัญญาณบนจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กใกล้หัวเตียงยังคงดังเป็จังหวะปกติสม่ำเสมอ
“หนึ่ง... สอง... สาม...” นกแกนับเลขเบา ๆ
หญิงสาวบนเตียงพักฟื้นยังคงนอนสงบนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่มีท่าทีหรืออาการแปลก ๆ อย่างที่นกแกคาดหวังเอาไว้
ใบหน้าของหญิงสาวบนเตียงเปิดเผยเพียงบางส่วนภายใต้ผ้าพันแผลพันรอบศีรษะจมูกมีท่อต่อสายออกซิเจนช่วยหายใจ ดวงตาและริมฝีปากเล็กบางเหนือปลายคางอันน้อยนิดนั้นยังคงปิดสนิทเพียงส่วนหน้าอกใต้ผ้าห่มผืนบางที่ยุบและพองอย่างสัมพันธ์ตามจังหวะสัญญาณบนจอภาพ
“สี่...ห้า... หก...” นกแกยังนับตัวเลขต่อไป
“นาง...นก... แก...”หญิงวัยกลางคนลากเสียงยาวอีกครั้งพร้อมกับทำตาโตใส่
“เจ็ด...” เสียงตัวเลขสุดท้ายแ่เบาพร้อมกับเลือนหายนกแกหันไปมองหน้าคู่สนทนาก่อนจะเงียบก้มหน้างุด แล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาข้าง ๆอีกฝ่ายด้วยความสงบเสงี่ยม...
รูปหน้าเรียวผิวเนียนใสแลดูเหมือนเด็กน้อยใต้ผ้าห่มคลุมบอบบางราวกับยอดอ่อนของพันธ์ไม้สามารถรับได้เพียงััอันแ่เบาหญิงสาวยังคงสงบนิ่ง ท่อออกซิเจน สายน้ำเกลือรวมทั้งสายตรวจวัดต่าง ๆ นานา ระโยงระยางทั่วสองข้างเยื้องไปทางหัวเตียง...
ในความมืดมิดแห่งดวงจิตอันเคว้งคว้างยังคงล่องลอยไร้จุดหมายความปวดร้าวที่ไม่รู้ถึงสาเหตุและระลึกถึงที่มาที่ไปไม่ได้นั้นชักชวนให้หลับใหลอยู่ในที่มืดมิดแห่งนี้ตลอดไปหากแต่ว่าััแห่งสายลมอันแ่เบานั้นได้นำพากลิ่นอายของน้ำค้างและกลิ่นหอมของดอกไม้ทำให้ดวงจิตที่ล่องลอยดวงนี้รู้สึกสดชื่นก่อนที่จะมีเสียงกระซิบบอกข้อความของใครคนหนึ่งเป็เสียงกระซิบของชายหนุ่ม...
...ตื่นเถอะนะเ้าหญิงรินอารี...
...ตื่นเถอะนะรินอา...
...นี่ ขี้เซาตื่นได้แล้ว...
ใจหนึ่งหล่อนอยากจะหลับใหลในความมืดตลอดไปแต่อีกใจน้ำเสียงของเขาช่างชักชวนรบเร้าให้ตื่นลืมตามาพบกับเ้าของเสียงเสียเหลือเกินความรู้สึกสองอย่างนั้นเป็เหมือนเชือกที่รัดข้อมือสองข้างของหล่อนอย่างเหนียวแน่นแล้วต่างก็แข็งขันกันออกแรงฉุดกระชากจนบางครั้งรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกำลังจะแยกออกเป็สองส่วนเสียให้ได้...
“ป้าคะวันนี้คุณนาราภัทรจะมาอยู่เป็เพื่อนคุณหนูจริง ๆ เหรอคะ”
“นางนกแก แกจะสอดรู้สอดเห็นไปทำไมกัน”อีกฝ่ายพูดอย่างรู้ทัน
“ก็มันอยากรู้จริงๆ นี่คะป้า”
“เหรอ...งั้นเอาไว้ถ้าคุณนวลหงส์มาแล้วฉันจะถามให้ก็แล้วกันแล้วถ้าเกิดคุณเขาถามว่าอยากรู้ไปทำไม ฉันก็จะบอกว่าแกอยากรู้”
“อุ้ย...ไม่ต้องก็ได้ค่ะป้า หนูไม่อยากรู้แล้วค่ะ”
ขณะที่สองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นใบหน้าที่เหมือนเด็กน้อยกำลังหลับนิ่งอยู่นั้นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นคิ้วสองข้างเริ่มขมวดเข้าหากัน นิ้วที่มีเครื่องจับสัญญาณกระดิกเพียงน้อยแล้วสัญญาณบนหน้าจอก็เปลี่ยนไป
ปิ๊บ... ปิ๊บ... ปิ๊บบบบบ...
“หนูว่าแล้วป้า ต้องเป็เพราะหน้าต่างบานนั้นแน่เลย”
นกแกโพล่งขึ้นด้วยความมั่นใจกับเหตุการณ์ที่ได้คาดเดาเอาไว้แล้วพร้อมกับรีบวิ่งไปกดสัญญาณที่หัวเตียงอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูริน คุณหนูของบุญเรือมอย่าเป็อะไรไปนะคะ เข้มแข็งไว้นะคะ” เสียงของหญิงวัยกลางคนที่ชื่อบุญเรือมออกสั่น ๆ
หญิงสาวที่ชื่อรินอารีร่างกายเริ่มกระตุกดวงตาเบิกกว้างอ้าปากค้าง ตัวเกร็งจนเกือบจะเป็สะพานโค้งทุรนทุรายราวกับได้รับความเ็ปอย่างหนัก
“คุณหนูของนกแกอย่าเป็อะไรไปนะคะ”นกแกสะอื้นปนน้ำตาเมื่อเห็นสภาพคุณหนูของตนเองเหมือนกำลังถูกทรมาน
ทั้งนกแกกับบุญเรือมช่วยกันกดร่างของรินอารีเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างของหล่อนที่ดิ้นพล่านอยู่นั่นพลัดตกจากเตียงทั้งสองต่างสลับกันกดแขนกดขาไว้กับเตียงเป็พัลวันชั่วอึดใจทั้งแพทย์และพยาบาลก็มาถึง...
รินอารีกลับเป็ปกติอีกครั้งแต่ก็ยังคงนอนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปล่อยให้นกแกกับบุญเรือมยืนเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ จัดแจงชายผ้าห่มและสายเครื่องมือต่างๆ นานา ให้เข้าที่เข้าทางอย่างเบามือ
“คุณหนูของนกแกตื่นขึ้นมาไว ๆ นะคะ นกแกอยากได้ยินเสียงน่ารัก ๆ ของคุณหนู”
“...”บุญเรือมถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แต่ถ้า...”
“...”บุญเรือมหันมองนกแก “แต่ถ้า... อะไรของแกนางนกแก”
“ถ้าคุณหนูตื่นขึ้นมาแล้วอะไรๆ ไม่เป็เหมือนเมื่อก่อนแล้วคุณหนูรินจะยังคงร่าเริงเหมือนเดิมหรือเปล่าก็ไม่รู้นะสิคะป้า”
“...” บุญเรือมถอนหายใจ
“หนูสงสารคุณหนูเหลือเกินไม่รู้ว่าจะรับได้หรือเปล่าถ้ารู้ว่า...”
“นกแก แกหยุดพูดเถอะ”
“...” นกแกหันมองบุญเรือมและเงียบไป