“ข้าเหนื่อยแล้วละ” ในใจส่วนลึกซุนเลี่ยงเฟิ่งยังอาลัยอาวรณ์ความรักทั้งที่ไม่ควรเป็แบบนั้นในเมื่อนางได้ความทรงจำเสี้ยวชีวิตกลับคืนมาความรู้สึกนี้ก็ไม่สมควรมี
“ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งปีไม่ใช่หรือเ้าคะ”ซุนเลี่ยงเฟิ่งรับกล่องไม้จากหนิงเฉิง
“ฝ่ายหนึ่งพยายามรั้งอีกฝ่ายพยายามหนีในเมื่อร่วมทางกันไม่ได้สู้แยกทางกันเดินดีกว่า” จู่ ๆหางตาพ่อบ้านโหย่งจิ้นเปียกชื้นขึ้นมา มองมืออวบอิ่มจรดปรายพู่กันลงบนกระดาษ
“ให้พวกเขาลงชื่อให้เรียบร้อยทั้งสองแผ่นส่วนร้านผ้านำป้ายร้ายกลับคืนมาให้ข้า ที่เหลือฝากท่านจัดการด้วย”
“คุณหนูไม่ออกไปเจอพวกเขาหรือขอรับ”
“คงดีกว่าถ้าข้าไม่เจอพวกเขาอีก”
“ขอรับ”พ่อบ้านโหย่งจิ้นเดินถือกล่องไม้พร้อมหนังสือหย่าออกไป หนึ่งฉบับให้พวกเขาอีกหนึ่งฉบับสำหรับนาง
“หนิงเฉิง เตรียมน้ำให้ข้า”
“เ้าค่ะ” เลี่ยงเฟิ่งลุกขึ้นไปมองกระจกเงาร่างกายอวบอ้วนรอยสิวบนใบหน้าล้วนเกิดจากความเครียดสะสมจนทำให้นางต้องระบายด้วยการทาน คนเอาแต่ใจนิสัยเสีย แถมโง่เขลายิ่งถูกรังเกียจจากคนรอบข้างมากขึ้น
“กรุณาลงชื่อด้วย” พ่อบ้านโหย่งจิ้นยื่นหนังสือหย่าให้กับหลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่ง ด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“อะไรหรือพี่ใหญ่”หลิวเจียเยี่ยนรีบชะโงกหน้ามาดู คุณหนูใหญ่เพียงคนเดียวของตระกูลหลิว
“หนังสือหย่า...นาง้าหย่าหรือ?” หลิวห้าวเหลียงถามเหมือนไม่อยากเชื่อ
“คุณหนูมอบสิ่งนี้ให้ตามสัญญา” พ่อบ้านโหย่งจิ้นยื่นกล่องไม้ให้หลิวห้าวจิ่งรับมาเปิดดู ภายในกล่องมีโฉนดกรรมสิทธิ์ร้านผ้าตระกูลซุนพร้อมตั๋วเงินอีกห้าหมื่นตำลึงทอง
“อะไรกันทำไมแค่ห้าหมื่นตำลึงทองเองล่ะ พี่สองคนควรได้มากกว่านี้สิ! อย่างน้อยต้องสมบัติครึ่งหนึ่งของตระกูลซุน”
“เจียเยี่ยน!” หลิวห้าวเหลียงเรียกชื่อลูกพี่ลูกน้องเสียงดังพ่อบ้านโหย่งจิ้นมองด้วยแววตาดูถูกจนหลิวห้าวเหลียง หลิวห้าวจิ่งเหมือนถูกตบหน้าจังๆ
“ทำไมต้องดุข้าด้วย” หลิวเจียเยี่ยนไม่ได้สำนึกผิดไม่มีแม้แต่คำขอโทษ ทั้งที่นางร่วมมือกับคนอื่นเพื่อทำร้ายซุนเลี่ยงเฟิ่งจนเกือบเสียชีวิต
“ข้าขอพบนางได้หรือไม่” หลิวห้าวเหลียงถามเสียงเบา
“คุณหนูไม่้าพบคุณชายทั้งสอง”
“ไม่้าพบหรือ?” หลิวห้าวจิ่งแปลกใจ
นางไม่้าพบพวกเขาจริงหรือ...
“รบกวนลงชื่อในหนังสือหย่าให้เรียบร้อยด้วยข้าต้องนำกลับไปให้คุณหนู หลังหย่าเรียบร้อยท่านสามารถกลับบ้านเดิมได้เลย”
“นางไม่อยากพบพวกเราจริง ๆ หรือ?” หลิวห้าวเหลียงถามย้ำ
“ข้าไม่จำเป็ต้องโกหกคุณชาย”พ่อบ้านโหย่งจิ้นพยักหน้าให้คนนำหมึกกับพู่กันมาให้ จู่ ๆ ทั้งสองเกิดลังเลขึ้นมา
“ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งปีทำไมนาง้าหย่า?”
“หย่าตอนนี้หรืออีกหนึ่งปีข้างหน้าไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนดีออกจะตาย พี่สองคนจะได้มีอิสระเร็วๆ”
“คุณหนูใหญ่พูดถูกหย่าตอนนี้หรืออีกหนึ่งปีข้างหน้า ผลออกมาไม่ต่างกันไม่ใช่หรือ?” สองพี่น้องจดปลายพู่กันลงบนหนังสือหย่า พ่อบ้านโหย่งจิ้นให้บ่าวช่วยเก็บข้าวของไปส่งถึงบ้านตระกูลหลิว
ยังไม่ทันข้ามวันดี ข่าวการหย่าระหว่างซุนเลี่ยงเฟิ่งกับหลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งดังไปทั่วเมืองซันซี ผู้คนต่างวิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานาทุกคำพูดล้วนกล่าวถึงซุนเลี่ยงเฟิ่งในทางไม่ดีทั้งสิ้น
ผู้ชายแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงในแคว้นหยวนซือไม่ใช่เื่ผิดธรรมเนียมหญิงสาวจำนวนไม่น้อยแต่งสามีเข้าบ้านหรือมีนายบำเรอข้างกาย ในเมืองต่าง ๆ ยังมีหอนายโลมเปิดบริการสำหรับหญิงสาวที่้าหาความสำราญไม่ได้แตกต่างจากหอนางโลมสำหรับผู้ชายเลย
“ไม่มีข่าวเลยหรือ?” หนึ่งเดือนหลังจากหย่าขาด ข่าวของซุนเลี่ยงเฟิ่งเหมือนหายเข้ากลีบเมฆคนในไม่ออก คนนอกเข้าไม่ได้
“ไม่มีเลยขอรับ” จงอีคนสนิทหลิวห้าวจิ่งรายงานผู้เป็นาย
“คุณชายขอรับ ตระกูลซู ตระกูลฉิงมาขอรับ”ต้าเจิงคนสนิทหลิวห้าวเหลียงเดินเข้ามารายงาน
“พวกเขามาทำอะไร”
“ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกมาขอรับ” สองแฝดมองหน้ากันเข้าใจในทันทีในอดีตสามตระกูลได้เปรยเื่การหมั้นหมายของเขากับซูเฟยฮวาคุณหนูใหญ่ตระกูลซู และฉิงลี่หลิน คุณหนูใหญ่ตระกูลฉิง ตอนนี้ตระกูลหลิวกลายเป็คหบดีร้านผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซันซีเมืองท่าสำคัญของแคว้นหยวนซือ การเกี่ยวดองของสามตระกูลจึงถูกหยิบยกมาพูดอีกครั้ง
[ตระกูลซุน]
“คุณหนูตัดสินใจดีแล้วหรือขอรับ?”
“ข้าทบทวนดีแล้ว เราออกเดินทางท่องเที่ยวสักปีค่อยกลับมาเริ่มต้นใหม่ไม่ดีหรือ?”
“คุณหนูคิดทำการค้าหรือขอรับ?”
“ท่านกลายเป็คนถามมากั้แ่เมื่อไหร่”
“ความเคยชินแก้ไขยากขอรับ” ซุนเลี่ยงเฟิ่งหัวเราะ
“ข้าไม่อยากให้ตระกูลซุนสิ้นสุดที่ข้า”
“...ท่านไม่เหมือนเดิมแล้วจริง ๆ”
“คนเราเปลี่ยนกันได้”
“คุณหนู...ฮึก” หนิงเฉิงสะอื้น
“อะไรของเ้า ร้องให้ทำไม”
“ข้าดีใจนี่เ้าค่ะ”
“ดีใจควรยิ้มสิ ร้องให้ทำไม”
“ฮือ!”
อ้าว....
“เช่นนั้นข้าขอไปจัดการเื่บ่าวในบ้านก่อนขอรับ”
“อย่าลืมมอบเงินให้พวกเขาด้วย”
“ขอรับ” ซุนเลี่ยงเฟิ่งสั่งให้พ่อบ้านโหย่งจิ้นคืนหนังสือไถ่ตัวให้กับบ่าวในบ้านใครอยากอยู่ต่อนางยินดีรับ ใคร้าจากไปนางไม่รั้งแถมมอบเงินทุนให้
“เ้าไปช่วยพ่อบ้านจัดการเถอะข้าอยากอยู่คนเดียว”
“เ้าค่ะ”
ซุนเลี่ยงเฟิ่งก้าวเข้าห้วงหงส์ไฟหลังจากลงดานประตูเรียบร้อย
“ทางนั้นกำลังจะหมั้นนะ”เสียงชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยขึ้นทันทีที่นางก้าวเข้ามา
“งั้นเหรอ”
“ไม่เสียใจเลยเหรอ?”
“เสียใจแล้วได้อะไรขึ้นมา”
“เฮ้อ! ไม่สนุกเลย”
“ฮึ ๆ เสียใจด้วยนะ”ซุนเลี่ยงเฟิ่งเขย่งปรายเท้าลูบหัวหงส์ไฟ เขาเหลือบตามอง
“จะทานโอสถล้างกระดูกเมื่อไหร่?”
“หลังออกเดินทาง”
“ทำไมต้องรอ”
“อือ...ไม่รู้สิ”ซุนเลี่ยงเฟิ่งอมยิ้มมีเลศนัย
“ข้าขอไม่เดาความคิดท่านดีกว่า”หงส์ไฟลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ แทน ซุนเลี่ยงเฟิ่งลงมือเขียนแผนการท่องเที่ยวคร่าวๆ ขึ้นมา ปรึกษากับหงส์ไฟเป็ครั้งคราว
สุดท้ายบ่าวที่เหลืออยู่มีเพียงครอบครัวเจิ้งสามคนเท่านั้นคนอื่นต่างพากันรับหนังสือไถ่ตัวพร้อมเงินคนละ 100 ตำลึงทองออกไปหาที่อยู่ใหม่หลังจากได้ยินพ่อบ้านโหย่งจิ้นอธิบาย
“พวกเ้าแน่ใจหรือว่าอยู่ได้”ซุนเลี่ยงเฟิ่งถามทั้งสามอีกครั้ง
“ข้าน้อยไม่มีบ้านให้กลับแล้วขอรับ”เจิ้งลู่ฟางหัวหน้าครอบครัวตอบ
“ข้าอาจไม่ได้กลับมาเป็ปีนะ”
“พวกเราได้รับเงินแล้วขอรับ”
“ในเมื่อตัดสินใจดีแล้วข้าฝากบ้านด้วยแล้วกัน ดูแลแค่รอบบ้านก็พอภายในเรือนไม่ต้องทำความสะอาด ครัวใหญ่ใช้ได้ตามสบายเงินที่ข้าให้เก็บเอาไว้เถอะ ส่วนเงินใช้จ่ายรายเดือนเดี๋ยวข้าส่งมาให้จำเอาไว้ว่าอย่าให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านเด็ดขาด”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
“ออกไปได้แล้ว”ซุนเลี่ยงเฟิ่งมองตามหลังทั้งสาม ซุนเลี่ยงเฟิ่งเลือกปิดตายเรือนทุกหลังเอาไว้ รอวันกลับมาค่อยทำความสะอาดทีเดียว
เช้ามืดวันถัดมารถม้าตระกูลซุนวิ่งออกจากเมืองซันซีซุนเลี่ยงเฟิ่งลดผ้าม่านลง แววตานางคงมีความเศร้าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยว นอกจากหาแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นการค้าใหม่นางยังใช้เวลานี้ลืมความรักที่ไม่สมหวัง รวมถึงเปลี่ยนแปลงตัวเอง
“คุณหนู...”หนิงเฉิงเรียกนางด้วยความเป็ห่วง
“ข้าอยากพักสายตาสักหน่อย”
“เ้าค่ะ”หนิงเฉิงออกไปนั่งด้านหน้ากับพ่อบ้านโหย่งจิ้น ปล่อยให้ซุนเลี่ยงเฟิ่งอยู่ตามลำพัง
‘ข้าไม่เข้าใจ’
‘ไม่เข้าใจอะไร’
‘ทำไมข้ายังรู้สึกรักพวกเขาอยู่ทั้งที่ไม่ควรเป็แบนนั้น’
‘ท่านยังจำความรู้สึกเสี้ยวชีวิตก่อนหน้าได้หรือไม่’ ซุนเลี่ยงเฟิ่งนึกไปถึงเสี้ยวชีวิตกัปตันแอชรี
‘จำได้’
‘เหมือนกัน ความรู้สึกยังคงอยู่มากน้อยขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง’
‘ยุ่งยาก’
‘ฮ่า ฮ่า’
“ช้าก่อน!” ซุนเลี่ยงเฟิ่งลืมตาขึ้นทันที ใจนางเต้นระส่ำ
“คุณชายใหญ่ คุณชายรองหลิวมีธุระอะไรหรือ?”
“ข้ามีเื่อยากคุยกับคุณหนูของท่าน”หลิวห้าวเหลียงเอ่ยขึ้น
“พวกเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว”เสียงตอบดังมาจากด้านในรถม้า
“ขอเวลาสักครู่ได้หรือไม่” หลิวห้าวจิ่งถาม
“อย่าได้เสียเวลาเลย”
“พวกเราแค่อยากถามบางอย่างให้แน่ใจ” หลิวห้าวเหลียงเอ่ยขึ้น
“คุณชาย้าถามอะไร”
“หนังสือหย่า....เ้าตัดสินใจดีแล้วใช่หรือไม่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งหลุบตามองฝ่ามือตัวเอง น้ำหยดหนึ่งไหลออกจากหางตา นิ้วอวบยกปาดมันทิ้งหน้าเงยหน้าขึ้น
“ข้า..ตัดสินใจดีแล้ว”
“ตัดสินใจดีแล้วจริงหรือ?” หลิวห้าวจิ่งไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ในเมื่อที่ผ่านมานางรักพวกเขามากขนาดนั้น
“ข้าตัดสินใจด้วยสติครบถ้วน”
“.......”สายตาสองคู่มองหน้าต่างรถม้า อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเปิดผ้าม่านออกมาคุยกับพวกตน หรือนางไม่ได้รักพวกเขาแล้วจริงๆ
“คุณชายยังมีเื่อื่นอีกหรือไม่หากไม่มีข้าข้อตัวก่อน” รถม้าเริ่มเคลื่อนอีกครั้ง
“ขอแสดงความยินดีกับการหมั้นด้วย” น้ำเสียงเ็ปทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดในใจ
“นางเกลียดพวกเราแล้วใช่หรือไม่พี่ใหญ่?”
“เจียเยี่ยนทำกับนางขนาดนั้นหากเป็เ้าสามารถอภัยได้หรือไม่” หลิวห้าวเหลียง หลิวห้าวจิ่งนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อน
หลิวเจียเยี่ยนชวนซุนเลี่ยงเฟิ่งออกไปเที่ยวด้านนอกนางดีใจรีบตอบรับ หารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายคิดปองร้าย ระหว่างที่เดินลงจากร้านอาหาร หลิวเจียเยี่ยนเผลอชนนางจนตกบันไดหัวฟาดพื้นสลบไปเป็วันวันนั้นไม่ได้มีแค่พวกนางสองคน ยังมีซูเฟยฮวา ฉิงลี่หลินอยู่ด้วย พอได้ยินว่านางฟื้นจึงได้พาหลิวเจียเยี่ยนไปเพื่อขอโทษกลับกลายเป็พวกเขาได้รับหนังสือหย่าแทน
“เราทำถูกแล้วจริงหรือ?”
“.......” พวกเขามองรถม้าจนลับสายตาโดยไม่รู้ว่าตนเองจะไม่ได้เจอนางอีกเลยเป็เวลาสองปีกว่า
ซุนเลี่ยงเฟิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ ที่ผ่านมานางคิดว่าตัวเองเข้มแข็งมากพอ ต่อให้เจอพวกเขาอีกครั้งนางไม่คิดเสียใจแต่ไม่ใช่เลย แค่ได้ยินเสียงความเ็ปหวนคืนอีกครั้ง น้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้ั้แ่เริ่มไหลไม่หยุดจนเสียงสะอื้นดังไปถึงด้านหน้ารถม้า
“อย่าเข้าไป”
“แต่ว่า...”
“ปล่อยให้คุณหนูได้ระบายออกมา”พ่อบ้านโหย่งจิ้นมองทางด้านหน้า หนิงเฉิงมองด้านหลังด้วยความเป็ห่วงนางหันกลับมานั่งตามเดิม
“ข้าไม่อยากเห็นคุณหนูเป็แบบนี้เลย”
“คุณหนูต้องเริ่มต้นใหม่ได้แน่”พ่อบ้านโหย่งจิ้นมั่นใจอย่างนั้นเดือนกว่าที่ผ่านมาเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณหนูของเขา คำพูด ความคิด แววตาท่านางนางไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้วบางทีการเดินทางครั้งนี้คงเป็ทางออกที่ดีที่สุดหรับซุนเลี่ยงเฟิ่ง ก้าวใหม่เริ่มต้นใหม่ กับสิ่งใหม่ ๆ