ตอนที่ 45: ค่ำคืนสุดท้ายก่อนทัพใหญ่
ค่ำคืนลึกสงัดจมดิ่งอยู่ในความเงียบงันปนอบอุ่นละมุนละไม แสงจันทร์เสี้ยวสีเงินยวงส่องสว่างนวลตาผ่านช่องหลังคาเต็นท์รบหลักค่ายป่าไผ่ ทอดประกายสีเงินยวงแผ่วเบาลงบนผืนฟูกนอนหนา กลิ่นควันยาอบสมุนไพรผงจันทน์เทศและน้ำมันหอมหญ้าหนาดลอยระเหยฟุ้งกระจายโชยพัด เสียงแมลงป่าหริ่งเรไรกู่ร้องหริ่งๆ แว่วหวานหวิวอยู่ตามขอบพุ่มไผ่ด้านนอก นำพาบรรยากาศแสนสงบผ่อนคลายและโรแมนติก ราวกับเป็นห้วงเวลาสุดท้ายแห่งความสุขก่อนที่พายุร้ายระดับโศกนาฏกรรมจะพัดมาถล่มทลายในวันพรุ่งนี้ให้พินาศย่อยยับไปกับสายตาข้าศึก
ภายในเต็นท์รบหลัก เป้าขุนศึกหนุ่มรูปงามนอนคว่ำหน้าเปลือยแผ่นหลังกว้างสีทองแดงตึงเปรี๊ยะลงบนหมอนหนุนฟางหนา แผ่นหลังหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามแกร่งตึงของพลังระดับสามมีรอยพุพองแดงและเขม่าดำจางๆ จากแรงปะทะแบกค้ำยันเสาซุงเพลิงอัคคีที่ถล่มทับค่ายรบเมื่อกลางวันจนเกือบมลายสิ้นทลายค่ายรบป่าไผ่ของพวกเราอย่างน่ากลัว
แม่หญิงกระดังงาขยับมือเรียวบางนุ่มนิ่มสั่นเทา บรรจงตักน้ำยาชโลมยาสมุนไพรสมานผิวสีเขียวขุ่นขึ้นมาลูบไล้ปูทาลงบนรอยพุพองแผลไหม้บนหลังของเป้าอย่างแผ่วเบามือที่สุดด้วยความระมัดระวังสูงสุด ดวงตาหวานซึ้งนองคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเม็ดร่วงรินด้วยความห่วงใยและเจ็บปวดแทนสามีรักจับใจ แสงตะเกียงน้ำมันสลัวทอดเงาสะท้อนนิ้วมือเรียวที่ชุ่มน้ำยาคอยคลึงเคล้นผิวเนื้อหนาทมิฬอย่างตั้งอกตั้งใจ คลื่นน้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าเกือบหยดลงบนแผ่นหลังแกร่งที่หนาเหนียวสะท้อนไออุ่น
"พี่เป้าจ๋า... เจ็บระบมผิวเนื้อมากไหมเจ้าคะ... ข้าพยายามปรุงยาสมานกระดูกสูตรเย็นและยาห้ามเลือดอย่างประณีตที่สุดเพื่อสลักพิษไฟออกจากผิวเนื้อของพี่ พี่เป้าแบกเสาซุงติดไฟลวกหลังขนาดนั้น แผ่นหลังศิลาของพี่ถึงจะแกร่งปานใดก็ต้องเจ็บปวดเหลือล้นอยู่ดี ข้าใจหายแวบขวัญหนีดีฝ่อตอนเห็นเปลวไฟโหมลวกหลังพี่เยี่ยงนั้นเจ้าค่ะ..." กระดังงากระซิบถามน้ำเสียงสั่นเครือหยดน้ำตาคลอเบ้าเกือบหยดลงบนผิวหลังเป้าอย่างสุดแสนจะหักห้ามใจได้ในความมืดสลัวรอบเต็นท์รบด่านดอน
เป้าสูดปากครางต่ำผ่อนคลายความร้อน แสยะยิ้มกะล่อนมุมปากแล้วเบี่ยงหน้ามาตอบอ้อนออดปลอบใจสาวงามร่วมหอฮาเร็มรักของเขาด้วยความทะเล้นตามนิสัย
"โถ... กระดังงาคนดีของพี่ มือเจ้านุ่มนิ่มเบามือปานปุยนุ่นทายาให้พี่เยี่ยงนี้ พิษเพลิงใดๆ ก็มลายหายไปสิ้นแล้วจ้ะคนงาม ยามพี่เป้ามีเมียรักสามคนคอยประกบดูแลประคบประหงมปานเทวดาบนสรวงสวรรค์เช่นนี้ ต่อให้ต้องแบกรับภูเขาไฟอัคคีถล่มทับหลังพี่ก็ทนไหวโว้ย ไม่ต้องกังวลและร้องไห้ไปหนาคนดีของพี่..."
แม่หญิงชงโคที่นั่งกุมประกบมือซ้ายของเป้าอยู่ข้างฟูกนอน ค่อยๆ ช้อนประคองใบหน้าคมเข้มของสามีขึ้นมาซบหนุนบนตักนุ่มกลมกลึงนิ่มนวลของนาง ชงโคปัดน้ำตาเปื้อนคราบเขม่าสีดำที่ยังหลงเหลืออยู่ออก พลางลูบเรือนผมดำขลับของเขาอย่างอ่อนโยนทะนุถนอมประโลมใจ แววตาของนางช่างแสนรัก ห่วงใย และถวิลหาคู่ชีวิตยิ่งนักด้วยกลัวเสียเขาไปในพายุสงครามวันพรุ่งนี้จนตัวเกร็ง
ขณะที่แม่หญิงมะลินั่งคุกเข่าประกบกุมกอดรอบบ่าขวาของเป้า สองมือนางกอดรั้งลำแขนแกร่งขุนศึกหนุ่มไว้แน่นหนาไม่ยอมปล่อย แววตาสามสาวฉายชัดความกังวล หวาดหวั่น และวิตกเกรงต่อภัยศึกหลวง 500 นายของรองแม่ทัพอู๋กวนในวันพรุ่งนี้ ซึ่งมีข่าวลือสะพัดว่าเหี้ยมโหดป่าเถื่อนและใช้ทวนยาวแทงตัดหัวขุนศึกนับสิบในสนามรบอย่างเด็ดขาดไร้ความปราณี ทว่าในค่ำคืนสุดท้ายก่อนพายุสงครามจะเริ่มขึ้น พวกนางเลือกที่จะประคองกอดกันและพรั่งพรูความฝันที่อยากทำหลังจบสงครามร่วมสัญญารักเคียงคู่เพื่อปัดเป่าความหวาดหวั่นพรั่นพรึงในใจ
ชงโคช้อนตากลมนุ่มชุ่มน้ำตาสบประสานสายตาเป้า เอ่ยบอกความหวังในใจเสียงหวานสั่นคลอนระคนหวิวสะเทือนดวงจิตลึกซึ้งยิ่ง
"พี่เป้าจ๋า... หากพวกเราผ่านศึกนองเลือดในวันพรุ่งนี้และกู้ค่ายรบป่าไผ่สำเร็จลุล่วงแล้ว... พวกเราจัดพิธีกราบไหว้นางฟ้าวาสนาและไหว้ฟ้าดินแต่งงานอย่างเป็นทางการนะเจ้าคะ ข้าอยากให้ชาวค่ายทุกคนเต้นรำรอบกองไฟร่วมยินดีกับพวกเรา ข้าอยากมีลูกน้อยตัวจ้อยหน้าตากะล่อนแกร่งปานพี่สักสองคน คอยวิ่งเล่นลั่นลานค่ายป่าไผ่ของพวกเรา... ข้าอยากช่วยพี่ฟื้นฟูไร่นาและแปลงข้าวสารของค่ายเราให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ข้าอยากเป็นภรรยาที่ดีคอยปรนนิบัติพยาบาลดูแลพี่เป้าตลอดไปชั่วนิรันดร์ไม่ยอมทอดทิ้งพี่เด็ดขาด..."
มะลิซุกซบแก้มเนียนนุ่มเข้ากอดไหล่แกร่งของเป้า เอ่ยสัญญาสมทบเสียงละมุนสะท้านหัวใจปลดปล่อยแผลใจลึกซึ้งในอดีตยามค่ำคืนสลัวบางเบา
"ข้าก็เหมือนกันเจ้าค่ะพี่เป้า... ข้าไม่อยากลอบสังหารหรือเป็นเบี้ยสายลับชั่วร้ายให้แคว้นใดอีกต่อไปแล้ว ข้าฝันอยากปลูกแปลงผัก เพาะชำต้นยาสมุนไพรป่าร่วมกับพี่เป้าในกระท่อมค่ายป่าไผ่ที่แสนอบอุ่นแห่งนี้ มีชีวิตเรียบง่าย ปลอดภัย และมีทารกน้อยส่งเสียงร้องหวานๆ เคียงข้างพี่เป้าเจ้าค่ะ ข้าอยากให้พี่เป้าใช้รสรักปลอบประโลมลบล้างอดีตแสนโหดร้ายไร้ศักดิ์ศรีของข้าให้หมดสิ้นไปในความรักและความทะนุถนอมของพี่..."
กระดังงาทายาแผลหลังเสร็จสิ้น จัดการปิดตะเกียงน้ำมันจนดับลง ทรุดตัวราบลงนอนเบียดกายแนบแผ่นอกแกร่งด้านหน้าของเป้า กอดรัดรอบเอวสอบของเขาแน่นหนาพลางเอ่ยสบเสียงเครือปนหวานอ่อนละมุนประคบประหงมรักอย่างอบอุ่นยิ่ง
"ข้าก็จะคอยปรุงยาบำรุงลมปราณ บีบนวดกล้ามเนื้อทมิฬคลายเมื่อยขบให้พี่เป้าตลอดไปไม่หนีห่างไปไหนเลยเจ้าค่ะ ไม่ว่าพี่จะเจ็บปวดจากศัตรูหน้าไหนข้าจะเป็นคนคอยเยียวยาประคบรักษาบำรุงกายพี่เองจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหาไม่..."
เป้าก้มมองสามยอดสตรีงามทั้งสามดวงตาไหววูบ ความรู้สึกหวิวไหวลึกซึ้ง ลางสังหรณ์ความตายที่งดงามปนเศร้าแฝงอยู่ในหัวใจของขุนศึกหนุ่มที่แอบนึกระแวงภัยสงครามใหญ่หลวงที่จะปะทุในวันพรุ่งนี้และกลัวการสูญเสียสิ่งสำคัญในค่ำคืนสุดท้าย ทว่าเขาเลือกเก็บงำความกังวลใจไว้ใต้รอยยิ้มกะล่อนเปี่ยมเสน่ห์แสนทะเล้นยั่วเย้า เป้าประคองโอบรัดกางอ้อมกอดกว้างรวบกอดร่างอรชรผิวเนียนนุ่มสะคราญตาของสามสาวมาตระกองกอดชิดแนบเนื้อป้อนไออุ่นประสานความมั่นใจ ค่ำคืนนี้ช่างงดงามปานดินแดนสุขาวดีฝันหวานตัดขาดเพลิงนรกความหวาดระแวงภายนอกสิ้นเชิงลบความตึงเครียดใดๆ
เป้าใช้นิ้วก้อยเขี่ยดึงแก้มเนียนของมะลิเบาๆ ลูบคลำสะโพกผึ่งผายของชงโคดึงใบหน้านางมากระซิบประโลมรัก และกระซิบถ้อยคำประโลมใจจนสตรีทั้งสามหน้าแดงระเรื่ออับอายและพากันอมยิ้มแก้มตุ่ยนอนหลับอย่างแสนอบอุ่นใจไร้ความหวาดวิตก
หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีทองแสนป่วนปนเกรียนตามสไตล์เทพแมงดาพลันเด้งสว่างจ้าโชว์ขึ้นเตือนกลางสมองเป้าทันควันรายงานสถิติความเกรียนและแต้มสะสมพลังงาน
*“ติ๊ง!! โอบกอดแนบเนื้อเมียรักแสนงามสามคนพร้อมกันท่ามกลางสงครามเดือดพล่าน ค่ำคืนนี้ช่างสุขาวดีล้นพ้นแท้จริงจ้าโฮสต์แมงดาหนุ่มรูปงาม! แต้มสะสมระบบโบราณคงที่มั่นคง: 3500 แต้มจ้า! (สุขสันต์ล้นพ้นขนาดนี้ พรุ่งนี้ห้ามตายคาคมทวนอู๋กวนเด็ดขาดนะจ๊ะโฮสต์ ไม่งั้นระบบจะขาดแมงดาตัวตึงคู่ใจไปแย่เลย!)”*
เป้าลอบยิ้มสะใจสะกดความป่วนในหัวใจ ปัดหน้าต่างทองทิ้ง ปล่อยอารมณ์โอบกอดสามสาวหลับใหลอย่างสงบเงียบระอุไปพร้อมความสุขสุดท้ายในอ้อมแขนกันและกันตลอดราตรีสลัวไร้รอยหนีอย่างเหนียวแน่นหนึบจนยามรุ่งอรุณรุ่งเช้าสว่าง
---
*หวีดดด... หวีดดด... เปรี้ยง!*
เสียงเป่าแตรสังข์แตรเขาสัตว์ขึงดุดันสะท้อนเลื่อนลั่นลั่นหุบเขาและผืนป่าทึบปะทะแนวผา ปลุกเป้าและชาวค่ายป่าไผ่ให้ตื่นจากฝันหวานยามรุ่งอรุณที่มีหมอกหนาลงปกคลุมหนาทึบไอเย็นจัดและลมภูเขากรรโชกป่า แสงอรุณสีทองสว่างวาบจับขอบฟ้าตะวันออกแผดเผาม่านหมอกหนา เสียงฝีเท้าเกือกม้าศึกฝุ่นควันและกองทัพหลวง 500 นายของรองแม่ทัพอู๋กวนเริ่มระดมพลบดเบียดประชิดตีนเขาทางลาดตะวันตกอย่างเป็นทางการแล้ว ส่งสัญญาณเพลิงสงครามล้างแค้นและตัดสินชะตาเดือดพล่านที่สุดกู่ก้องไปทั่วเนินเขาป่าไผ่สะท้านพิภพไร้ขีดจำกัดใดๆ
เป้าลืมตาขยับร่างกายขจัดความล้า ขยับตัวลุกขึ้นยืนตรง แผงอกสีทองแดงสีทมิฬกายาศิลาแกร่งตึงตระหง่านต้านกระแสหนาวและไอหมอกเช้าอย่างอัศจรรย์ใจ สตรีทั้งสามชงโค มะลิ และกระดังงายืนสบตามั่นใจเคียงคู่ด้วยรอยยิ้มปนลุ้นระทึกพร้อมรบสู้เคียงไหล่ร่วมชะตากรรมเพื่อแผ่นดินเกิดและทางรอดของพวกเราทุกคน เป้าขยับรอยยิ้มกะล่อนทว่าแฝงรังสีฆ่าฟันอำมหิตดุดันเฉียบขาดตื่นเต้นสงคราม มือสองข้างเอื้อมจับประคองดาบคู่แกร่งสะพายหลังชักกระชับเข้ามั่นคงประกบกันสะท้อนประกายแหลมคม แววตาร้อนแรงพุ่งพร้อมทำสงครามล้างผลาญทัพหลวงสู้ตายเพื่อปกป้องทุกชีวิตและฮาเร็มรักของตนให้พ้นจากความพินาศย่อยยับ!
"ศึกหลวงประชิดแล้ว... พวกเราลุยสะบั้นหัวพวกมันล้างบางแผ่นดินป่าไผ่กันเถอะโว้ย!!!" เป้าคำรามลั่นสู้กระแสแตรศึกท้าทายวันตัดสินชะตาศึกสงครามใหญ่หลวงเริ่มขึ้นแล้วด้วยพลังกายาศิลาทมิฬระดับสามสะท้านหล้าอันเกรียงไกร!
---
**[กล่องประเมินผลระบบเทพแมงดาโบราณ]**
* **สถานะผู้ใช้:** เป้า (ขยะเหล็กไหล)
* **ระดับพลัง:** กายาศิลาทมิฬ (ระดับ 3) ขั้นที่ 2
* **ค่าความทนมือทนตีน:** 900/1000
* **พละกำลัง:** 16.0 ชั่ง (พละกำลังกวาดล้างศึกหลวง)
* **แต้มระบบโบราณ:** 3500 แต้ม
* **วิชาที่ครอบครอง:** กายาศิลาทมิฬ ขั้น 2, คาถาวาจาอ้อนหญิง, มนต์ลืมเจ็บ