ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 15/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 4
เสียงนาฬิกาปลุกตอนเจ็ดโมงเช้าไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกงัวเงียเหมือนทุกวัน ตรงกันข้าม ฉันกลับดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด ราวกับมีพลังงานบางอย่างอัดฉีดอยู่เต็มร่าง
วันนี้คือวันเปิดศึกยกที่สอง...และฉันจะเป็ฝ่ายคุมเกม
ฉันใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวนานกว่าปกติเกือบเท่าตัว จากที่เคยสระผมแล้วเป่าลวกๆ วันนี้ฉันกลับบรรจงไดร์และจัดทรงผมบ๊อบสั้นของตัวเองให้เข้าที่ ปลายผมสีชมพูอ่อนถูกเซตให้สะบัดตัวอย่างเป็ธรรมชาติ ใบหน้าที่ปกติจะแค่ทาครีมกันแดดกับแป้งฝุ่น วันนี้กลับมีเครื่องสำอางเข้ามามีบทบาท ทั้งอายไลเนอร์เส้นคมที่กรีดให้ดวงตาเรียวของฉันดูเฉี่ยวขึ้นไปอีก ลิปทินต์สีแดงระเรื่อที่ขับให้ริมฝีปากดูอิ่มขึ้น
และไฮไลต์สำคัญ...ชุดที่ฉันเลือกไว้เมื่อคืน เสื้อเปิดไหล่สีขาวนวลถูกสวมลงบนร่างอย่างพอดิบพอดี เผยให้เห็น่ไหปลาร้าและหัวไหล่มนที่ฉันไม่เคยคิดจะเปิดเผยให้ใครเห็นมาก่อน จับคู่กับกระโปรงยีนส์สั้นสีซีดที่อวดเรียวขามากกว่ากางเกงยีนส์ทรงกระบอกตัวโคร่งที่ฉันใส่เป็ประจำ
“แบบนี้...จะมากเกินไปหรือเปล่านะ” ฉันพึมพำกับตัวเองหน้ากระจกเงาบานใหญ่ ความรู้สึกประหม่าแล่นริ้วขึ้นมาในใจ นี่มันไม่ใช่ตัวฉันเลยสักนิด
แต่เมื่อนึกถึงใบหน้ากวนประสาทและรอยยิ้มเย้ยหยันของไอ้คิว ความลังเลทั้งหมดก็มลายหายไปสิ้น
‘ไม่มากไปหรอก...สำหรับคนอย่างนาย มันต้องเจอแบบนี้แหละ’
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ฉันก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณคณะ สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่ฉันเป็ตาเดียว เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ จากกลุ่มนักศึกษาที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ ฉันรู้สึกได้ถึงแก้มที่ร้อนผ่าวขึ้นมา แต่ก็พยายามเชิดหน้าทำเป็ไม่สนใจและเดินต่อไป
แล้วฉันก็เห็นเป้าหมาย...
คิวกับพวกผู้ชายนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำใต้ตึกคณะ เขากำลังนั่งคุยโม้กับชานและโนวาอย่างออกรส ใบหน้าหล่อคมคายประดับด้วยรอยยิ้มขี้เล่นเหมือนเคย...รอยยิ้มที่ฉันตั้งใจจะลบมันออกไปให้ได้ในวันนี้
เอาล่ะ...เริ่มแผนได้
ฉันแกล้งทำเป็มองไม่เห็นพวกเขา แล้วเปลี่ยนทิศทางการเดิน ตรงเข้าไปหากลุ่มของ ท็อป เพื่อนผู้ชายอีกห้องหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปไม่ไกลนัก
“อ้าว ว่าไงพวกเรา คุยอะไรกันอยู่ สนุกเชียว” ฉันเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่สดใสเกินเบอร์ พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ทุกคนในวง
ทุกคนในกลุ่มของท็อปหันมามองฉันด้วยแววตาตกตะลึง ก่อนที่ท็อปจะเป็คนได้สติก่อน
“เฮ้ย...โป้เหรอวะ! โห...วันนี้สวยเป็พิเศษเลยนะเว้ย”
“บ้าเหรอ...ก็ปกติไหม” ฉันแกล้งตีแขนเขาเบาๆ อย่างสนิทสนม “พอดีวันนี้มีธุระต่อนิดหน่อย เลยแต่งตัวทางการขึ้นมานิดนึง”
“นิดนึงของแกนี่ทำเอาพวกเราใจสั่นเลยนะเว้ย” เพื่อนอีกคนในกลุ่มแซวขึ้นมา
ฉันหัวเราะคิกคักกับคำชมนั้น แต่หางตาก็ยังคอยชำเลืองไปยังโต๊ะเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา
แผนของฉันได้ผลเกินคาด...
ฉันเห็นไอ้คิวนั่งนิ่งแข็งทื่อไปแล้ว บทสนทนาที่เคยสนุกสนานหยุดชะงักลงทันทีที่ฉันปรากฏตัว สายตาคมกริบคู่สวยของเขาจับจ้องมาที่ฉันไม่วางตา...เป็สายตาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่สายตาขี้เล่น ไม่ใช่สายตาท้าทาย...แต่เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและ...อะไรบางอย่างที่ฉันอ่านไม่ออก
คิว Talk
“...เมื่อคืนกูเลยบอกไปว่า ถ้าจะเอาแบบนั้นก็ทำเองเลยดิวะ แม่ง...” ผมกำลังเล่าเื่ที่ทะเลาะกับพี่ชายให้ไอ้ชานกับไอ้โนวาฟังอย่างออกรส แต่แล้วประโยคของผมก็ขาดหายไปกลางคัน
เหมือนมีใครมากดปุ่มหยุดเวลา...
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้สมองของผมขาวโพลนไปชั่วขณะ
ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามา...ผู้หญิงในชุดเสื้อเปิดไหล่สีขาวกับกระโปรงยีนส์สั้นที่ดู...สวยจนฉิบหายวายวอด
ผมบ๊อบสั้นปลายชมพูอ่อนๆ นั่น...ดวงตาเรียวเล็กที่ดูเฉี่ยวขึ้นกว่าเดิม...ผิวขาวเนียนตรงหัวไหล่ที่โผล่พ้นออกมาท้าทายสายตา...
ปีโป้...
“ไอ้คิว...ไอ้คิว! มึงเป็เหี้ยอะไรของมึงเนี่ย” เสียงของไอ้ชานดังขึ้นข้างๆ หู ดึงสติผมให้กลับมา
“หะ...หา?”
“กูถามว่ามึงเป็อะไร ค้างไปเลย”
“เปล่า...ไม่มีอะไร” ผมตอบเสียงอ่อย แต่สายตาก็ยังไม่สามารถละไปจากร่างเล็กที่ตอนนี้เดินผ่านหน้าพวกผมไปแล้วได้เลย
แล้วภาพต่อมาก็ทำให้เืในกายผมร้อนฉ่าขึ้นมาทันที
ยัยนั่น...เดินตรงเข้าไปทักทายกลุ่มของไอ้ท็อป! แถมยังหัวเราะต่อกระซิก พูดคุยตีแขนมันอย่างสนิทสนมอีกต่างหาก!
“โห...ไอ้สัด...นั่นยัยโป้จริงดิ” ไอ้โนวาอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “กูไม่เคยเห็นมันแต่งตัวแบบนี้มาก่อนเลยว่ะ...แม่งโคตรน่ารักเลย”
“เออ...น่ารักจนกูใจสั่นเลย” ไอ้ชานเสริม
คำพูดของเพื่อนยิ่งเหมือนเอาน้ำมันมาราดกองไฟ ผมกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน ความรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่เคยเป็มาก่อนพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่อก
ทำไมต้องไปคุยกับไอ้ท็อปด้วยวะ! แล้วทำไมต้องยิ้มหวานขนาดนั้น! แต่งตัวแบบนี้มาเพื่อยั่วใครกันแน่!
“มึงดูหน้าไอ้คิว...อย่างกับหมาโดนแย่งเ้าของ” ไอ้โนวากระซิบกับไอ้ชาน แต่ผมได้ยินชัดทุกคำ
“อาการออกขนาดนี้...สงสัยจะแพ้ั้แ่ยกสองเลยมั้ง” ไอ้ชานหัวเราะเบาๆ
ผมตวัดสายตาไปมองเพื่อนทั้งสองคนอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันกลับไปมองภาพบาดตาบาดใจนั่นอีกครั้ง
ไม่ได้...จะปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด!
ผมตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนที่อยู่ข้างหลัง ก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังกลุ่มของไอ้ท็อปทันที
ปีโป้ Talk
ฉันกำลังหัวเราะกับมุกตลกของท็อปจนตัวงอ แต่แล้วรอยยิ้มก็ต้องชะงักค้าง เมื่อมีเงาร่างสูงทาบทับลงมาจากด้านหลัง
บรรยากาศครึกครื้นเมื่อครู่เงียบกริบลงทันที...
คิว...
เขายืนอยู่ตรงหน้าฉัน ใบหน้าหล่อคมคายที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มขี้เล่นเสมอ ตอนนี้กลับเรียบตึงจนน่ากลัว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองมาที่ฉันนิ่งๆ แต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมา
“มีอะไรหรือเปล่า...คิว” ฉันตัดสินใจเป็ฝ่ายเอ่ยปากทำลายความเงียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
เขาไม่ตอบ แต่กลับเลื่อนสายตาไปมองท็อปที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันแทน
“พวกเรามีเื่ต้องคุยกันนิดหน่อย...ขอตัวเพื่อนเราแป๊บนะ” คิวพูดกับท็อปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
“เอ่อ...ได้ดิๆ” ท็อปตอบรับอย่างงกๆ เงิ่นๆ ก่อนจะส่งซิกให้เพื่อนในกลุ่มค่อยๆ ลุกออกไปทีละคน จนสุดท้ายเหลือเพียงฉันกับเขาที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่สองต่อสอง
“นายมีอะไร” ฉันถามขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ดูเหมือนกำลังหวาดกลัว
เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกหนึ่งก้าว ก่อนจะยื่นมือมาปัดอะไรบางอย่างออกจากหัวไหล่ของฉันที่โผล่พ้นเสื้อออกมา
“ไหล่เลอะฝุ่น” เขาพูดเสียงเบา
ฉันรู้ว่ามันไม่มีฝุ่นอะไรทั้งนั้น...เขาก็แค่หาเื่ที่จะััตัวฉัน ััอุ่นๆ จากปลายนิ้วของเขาทำให้ผิวบริเวณนั้นร้อนวูบวาบไปหมด
“วันนี้แต่งตัวสวยดีนี่...” เขาพูดต่อ สายตาคมกริบไล่มองฉันั้แ่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบัง “...จะไปยั่วใครเหรอ?”
คำถามตรงๆ ที่เต็มไปด้วยความหึงหวงของเขาทำให้ฉันแทบจะหลุดยิ้มออกมา แต่ก็ต้องรีบเก็บอาการไว้
‘ติดกับแล้วสินะ...’
ฉันแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของเขา ก่อนจะยิ้มหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ส่งกลับไปให้
“ก็ยั่วคนที่อยากให้หวั่นไหวไง...” ฉันจงใจลากเสียงยาว เว้นจังหวะให้เขาได้ลุ้นเล่น ก่อนจะถามกลับไปว่า “...แล้วหวั่นไหวหรือยังล่ะ?”
ฉันเห็นแววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเหมือนกำลังชั่งใจอย่างหนัก
เขาไม่ตอบ...แต่สายตาที่สั่นระริกคู่นั้นคือคำตอบที่ดีที่สุด
ยกนี้...ฉันชนะ!
ฉันหัวเราะในใจอย่างผู้ชนะ ก่อนจะแกล้งโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเบาๆ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...ขอตัวก่อนนะ”
ฉันััได้ว่าร่างกายของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะตอนที่ลมหายใจของฉันเป่ารดต้นคอเขา
ฉันผละออกมาแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวเหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้
าครั้งนี้...มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นแหละ ไอ้คิว!