ตอนที่ 15 จบเื่ด้วยการชดใช้เงิน
ถงเชียนขอบตาแดงก่ำ ไม่กล้าที่จะหลั่งน้ำตาให้ไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว พลางก้มหน้ารับฟัง ด้วยสีหน้าที่ไม่ได้รับความเป็ธรรม
“ไม่ใช่เชียนเอ๋อร์ไม่อยากซื้อ เพียงแต่เงินในบ้านนั้นถูกพี่รองหยิบยืมไปจนหมดสิ้นแล้ว” นางเอ่ยปากด้วยความหวาดกลัว
น้ำเสียงแ่เบานี้ บังเอิญได้ยินไปถึงหูของผู้คนที่ผ่านมาดูพอดี
นังเด็กต่ำช้าผู้นี้ เหตุใดถึงกล้านำเื่เช่นนี้ออกมาพูดภายนอกกัน? มารดาของถงเชียนกัดฟันโกรธ เอื้อมมือไปหยิกนาง
ถงเชียนเบี่ยงกายออกอย่างไร้ร่องรอย มือของมารดาจึงร่วงลงกลางอากาศ
หากจะกล่าวว่า เมื่อครู่นั้นยังพอมีคนเห็นใจมารดาของถงเชียนแล้วล่ะก็ มาบัดนี้ทิศทางลมได้แปรเปลี่ยนไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ดูท่าคงจะนำลูกสาวที่แต่งออกไปแล้วผู้นี้มาเกื้อหนุนบุตรชายกระมัง แม่นางน้อยผู้นั้นท่าทางบอบบางอ่อนแอยิ่ง กลับต้องมาแบกรับภาระมารดาเช่นนี้เสียได้
“มารดาผู้นี้ลำเอียงเกินไปแล้ว”
“ใช่ แล้วยังจะเอาปิ่นนั้นอีก กล้าพูดออกมาได้”
ผู้คนที่มุงดูแอบกระซิบกระซาบกัน บางครั้งก็ยังชี้นิ้วมาทางนี้
มารดาเหลือบมองถงเชียนด้วยแววตาดุร้ายแวบหนึ่ง
“หากซื้อไม่ไหวก็คืนปิ่นมาให้ข้าซะ” พ่อค้าแผงลอยหมดความอดทนนานแล้ว เห็นเหตุการณ์เช่นนี้จึงพูดอย่างตรงไปตรงมา
ปิ่นหยกดีๆ กลับถูกคนเช่นนี้ทำเสียของ แม้แต่สายตาที่ใช้มองมารดาของถงเชียนก็ยังเจือความรังเกียจอยู่
ตัวปิ่นโปร่งใส ทำจากหยกเนื้อดีขัดเงา
บัดนี้พอมาเสียบบนจอนผมของมารดาถงเชียนแล้วดูไม่เข้ากันสักนิด ทำเสียของจริงๆ
มารดาย่อมตัดสินใจทิ้งไม่ลงอยู่แล้ว ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับ จนพ่อค้าแผลลอยหมดความอดทน เอื้อมตัวข้ามแผงขายของไปดึงออกมาจากศีรษะนาง
ยามที่เห็นมือข้างนั้นกำลังจะดึงออก ถงเชียนโน้มตัวไปด้านหน้าทันที แล้วล้มลงไป
จู่ๆ มารดาของถงเชียนก็ทรงตัวไม่อยู่ถอยหลังไป ปิ่นปักผมจึงลอยเคว้งกลางอากาศ ตกกระทบกับพื้นเสียงดังฟังชัด
“เพล้ง” แตกละเอียดกระจาย
เกิดเสียงอุทานใในกลุ่มฝูงชน!
มารดาของถงเชียนนวดเอวที่ยังไม่หายระบม
“ท่านแม่ ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่?” ถงเชียนกดร่างนางไว้ ทำเอามารดาหายใจเกือบไม่ออก น้ำเสียงฟังดูเป็ห่วงเป็ใย
“เ้า...” มารดาของถงเชียนเบิกตาโต ถูกทับเสียจนหายใจไม่ออก
“หรือว่าาเ็ตรงไหนรึ?” ถงเชียนถามด้วยความเป็ห่วงมาก
มารดาของถงเชียนพูดไม่ออกอยู่นาน องคาพยพทั้งห้าแนบชิดสนิทกัน
“พวกเ้าต้องชดใช้ปิ่นของข้า!”
พ่อค้าแผงลอยแหวกทางฝูงชน พุ่งเข้ามาด้วยดวงตาสีแดงฉาด นั่นเป็สินค้าที่เขาใช้เงินก้อนใหญ่กว่าจะได้มา
พอมารดาของถงเชียนเห็นปิ่นที่แตกละเอียดในมือเขา ก็ร้อง ‘โอ้ย’ ออกมา ดูเ็ปมากมายเสียเหลือเกิน นอนกุมเอวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้น
ถงเชียนเงยหน้าขึ้นอย่างความมึนงง ไม่ลืมเอ่ยเตือนสติ “ท่านแม่ ปิ่นแตกแล้ว”
ของขาดทุนเช่นนี้! สิ่งใดไม่ควรพูดก็หยิบยกขึ้นมาพูดจนได้!
มารดาของถงเชียนยิ่งร้องครวญครางเ็ปขึ้นไปอีก ไม่มีเวลาพอที่จะด่านาง
ถงเชียนอยากจะช่วยพยุงขึ้นมา หากปล่อยให้พาลพาโลไร้เหตุผลเช่นนี้ นางคงหมดความอดทน
มารดาของถงเชียนสะบัดมือทิ้ง ถงเชียนถูกผลักจนถอยไปหลายก้าว
มีคนทนดูต่อไปไม่ไหว “ข้าดูแล้วท่าทางเช่นนี้ของนางเป็การเสแสร้งถึงแปดส่วน มิหนำซ้ำยังมีแรงผลักผู้อื่นอีก”
“ถูกต้อง คนประเภทนี้ข้าพบเจอมาเยอะ แสร้งทำเป็เกิดเื่แล้วไม่ยอมรับอย่างหน้าด้านๆ”
เมื่อถูกเปิดโปงอย่างไร้ความปราณี มารดาของถงเชียนได้ยินว่าต้องชดใช้เงิน จะเป็ไปได้อย่างไรกัน
นางแหงนหน้าขึ้นแล้วถ่มน้ำลาย “ถุย เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเขาจะดึงจากหัวข้า แล้วจะโทษข้าได้อย่างไร?”
พูดเหมือนเป็ของของนางเองเสียอย่างนั้น ทุกคนต่างเอือมระอา
ฝูงชนเปิดทางให้บุรุษรูปร่างกำยำสองคน พ่อค้าแผงลอยยกมือทั้งสองข้างเท้าสะเอว “ไม่ต้องพูดเื่พวกนั้นกับข้า หรือวันนี้จะไม่ชดใช้เงิน” เขาหยิบมีดข้างเอวขึ้นมา ฟันไปลงบนแผงขายของเสียงดังฉับ
มารดาของถงเชียนใจนทึ่มทื่อไปเสียแล้ว มองที่รอยบิ่นนั้นอย่างตกตะลึง เมื่อก่อนนางก็เป็พวกรังแกคนอ่อนแอ ทว่าหวาดกลัวคนแข็งแรงกว่า ตอนแรกคิดว่าจะสามารถตบตาและรอดตัวไปได้ นึกไม่ถึงว่าจะเจอตอไม้แข็งเข้า
เลยไม่กล้าส่งเสียงโอดครวญต่อทันที แม้แต่จะหายใจแรงๆ สักนิดก็ยังไม่กล้า
ถงเชียนยกมือปิดปาก ท่าทางดูหวาดกลัวไม่น้อย สมองแล่นอย่างรวดเร็ว น้ำตาไหลพรากลงมา “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องกลัว ข้าจะไปตามท่านพ่อมา เขาจะต้องมีวิธีแน่!”
“เ้า!”
เมื่อมารดาได้ยินก็แทบอยากเป็ลมล้มตาย หากเรียกตาเฒ่ามาจริงๆ ล่ะก็ จะถลกหนังนางแน่นอน ไม่รอให้นางห้าม ถงเชียนได้วิ่งฝ่าฝูงชนออกไปจนไม่เห็นเงาตั้งนานแล้ว
จบเห่!
ในใจของมารดามีแต่สองคำนี้
ถงเชียนเช็ดน้ำตาบนใบหน้า พุ่งไปหาขอทานน้อยที่กำลังกวักมืออยู่ไม่ไกล ควักเงินจากแขนเสื้อออกมาหลายอีแปะ “ช่วยข้าเื่หนึ่ง แล้วเงินเหล่านี้จะเป็ของพวกเ้า”
คนทั้งหลายมุงเข้ามาฟังคำสั่งของนางอย่างละเอียด
ครั้งนี้ ก็เพื่อให้บิดามารดาจอมฉวยโอกาสคู่นั้นได้ลิ้มรสความลำบาก!
ไม่ถามหาเื่ราวในอดีตก็ให้จบไป ทว่าวันๆ เอาแต่คิดว่าจะสูบเืนางอย่างไรดี ถงเชียนไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่ใครจะมาบีบเล่นได้ หากจะตีนางสักทีก็ต้องยิ้มแล้วบอกว่าตีได้ดี
ถงเชียนนั่งพิงต้นหลิวอย่างมีความสุข สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่น แล้วบิดี้เีอย่างสบายอกสบายใจ
จี้ซิวผิงเดินมาแต่ไกล หยุดชะงักไปเพียงไม่กี่ก้าว สีหน้าลังเลใจ ไร้การเคลื่อนไหวอยู่นาน
ถงเชียนหันไปมอง เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น “ไปอะไรไป?”
“เ้าไม่ได้าเ็ใช่หรือไม่?” จี้ซิวผิงถามนาง หลุบตาลงปิดบังความห่วงใย
ถงเชียนเม้มริมฝีปาก ข่าวกระจายไปรวดเร็วอยู่พอสมควร เกรงว่ายังไม่ทันจะได้กลับบ้าน ก็คงแพร่สะพัดไปถึงในหมู่บ้านแล้ว
นางไม่มีอะไรให้ต้องกลัว อย่างไรเสียก็ถูกคนกลุ่มนั้นทำลายชื่อเสียงไปแล้ว ยังจะแย่อีกสักแค่ไหนกันเชียว?
แต่ถึงจะแย่อีก นางก็มีวิธีดึงคนพวกนี้ลงน้ำไปด้วยทีละคน ให้พวกเขาได้ลิ้มรสชาตินี้ด้วยเช่นกัน!
ความคิดของนางเรียบง่ายมาก หากไม่รุกรานข้า ข้าก็จะไม่รุกรานใคร แต่หากรุกรานนางแล้ว นางจะไม่ยอมให้พวกเขาอยู่อย่างเป็สุขแน่!
นางยิ้มอย่างเ็า แววตาเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น
หันไปมองจี้ซิวผิงที่อยู่ตรงหน้า สายตาเป็ห่วงเป็ใยนั้นสำรวจมองนางไปมา พอเห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ จึงค่อยวางใจ
ถงเชียนกลับถึงบ้านได้ไม่นาน กำลังนั่งคิดใคร่ครวญแผนการต่อไปอยู่บนเตียง ตอนนี้กิจการโรงน้ำชาและโรงละครกำลังไปได้ดี หลังจากนี้ก็สามารถวางแผนสำหรับละครโทรทัศน์ได้แล้ว คัมภีร์ครอบจักรวาลเล่มนี้ ช่วยนางได้มากเลยทีเดียว
ถึงแม้นางจะมีส่วนแบ่งจากโรงน้ำชา แต่ก็ถือเป็หนึ่งในหุ้นส่วน ไม่ใช่สิ่งของในนามของนาง หาก้าพัฒนาให้ใหญ่โตขึ้นล่ะก็ ต้องออกมาทำเพียงผู้เดียวเท่านั้น
การบริหารกิจการ โดยเพราะประเภทโรงน้ำชาที่มีทั้งคนดีและคนเลวอยู่ปะปนกันนี้ ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ภายในสองสามวัน
ถงเชียนรู้ดีว่าหากใจร้อน จะกินเต้าหู้ร้อนไม่ได้ รับเงินปันผลจากโรงน้ำชาแห่งนั้นไปก่อน หลังจากที่มีเงินในมือมากพอแล้ว ค่อยคิดใคร่ครวญเื่นี้ใหม่
ในเวลานี้ กระจายเื่ละครโทรทัศน์นี้ออกไปก่อน
รูปแบบของคณะละครพูด ได้ประสบผลสำเร็จมีชื่อเสียงในเมืองแล้ว ระดับการยอมรับของผู้คนที่มีต่อมันก็เกินความคาดหมายของถงเชียนด้วยเช่นกัน
เมื่อดูของใหม่เป็เวลานาน ย่อมต้องมีวันที่ผู้คนรู้สึกเบื่อหน่าย ดังนั้นควรเตรียมพร้อมให้มากถึงจะถูก
ถงเชียนใช้ปลายพู่กันเคาะคางเบาๆ จมดิ่งอยู่ในความคิดเป็เวลานาน
จู่ๆ ในลานบ้านก็มีเสียงดังโหวกเหวก ขัดจังหวะความคิดนาง
ถงเชียนวางพู่กันและกระดาษในมือลง มองจากลายฉลุบนหน้าต่างออกไปข้างนอก เหลือบไปเห็นบิดามารดาจอมฉวยโอกาสของร่างเดิมคู่นั้น
การกระทำนับว่ารวดเร็วอยู่พอสมควร นางเพิ่งจะถึงบ้าน พวกเขาก็มาหาที่บ้านเสียแล้ว เกรงว่าคงจะตรงดิ่งจากในเมืองมาเลยสินะ
ถงเชียนเก็บสายตาอย่างไม่รีบเร่ง ค่อยๆ เดินออกไปช้าๆ
ท่อนไม้ที่ถูกนำมาล้อมเป็รั้วถูกผลักอย่างรุนแรง จนสั่นแกว่งไปแกว่งมา
บิดาดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ เหมือนจะกินคนก็มิปาน พอเห็นถงเชียนก็รีบเดินพุ่งเข้ามา
จี้ซิวผิงได้ยินเสียงจึงรีบออกมา พอเห็นเหตุการณ์ก็ดึงถงเชียนไปไว้ด้านหลังทันที ใบหน้าเคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง “ท่านพ่อตาทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
ร่างกายของเขาสูงใหญ่ กำบังถงเชียนไว้อย่างแ่า
ถงเชียนมองแผ่นหลังของเขา ความอบอุ่นเข้าจู่โจมที่หัวใจ