ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๑๐๑ สหายรัก (re-edition)

            ตึงงง! ตึงงง! ตึงงง! กลองหนังถูกตีระรัว ผสมเสียงโห่ร้องเฮลั่นของผู้คนนับหมื่น ทำอัฒจันทร์ขนาดมหึมาสั่นสะท้าน .. ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทั้งชายหญิงที่ครอบครองป้ายมังกรเหินทยอยแสดงตัวบนลานประลอง มีทั้งตัวแทนสำนักแกร่งและแคว้นมีชื่อของทวีป

            .. เซจุง อารามสำนึกบาป

            .. อริยะ สำนักกระบี่เมตตา

            .. ปภังกร ราชสำนักมหาการีย์

            .. ภูวนาถ ราชสำนักโกษิยะ

            .. หว่าไฉ่ ชุมนุมเจ็ดสังหาร

            .. ปาวัง ราชสำนักกุมพกาม

            .. วานชุก สำนักกายาทิพย์

            .. สมากร สำนักดาบจ้าวพิภพ

            .. เวิ่นเถียง ราชสำนักดานอง

            .. ยามาโต้ กองเรือจ้าวสมุทร

            .. อัลจาริ ชนเผ่าวาราน

            .. หลิวฮวี่ หมู่บ้านสกุลหลิว

            การเรียงลำดับรายชื่อจะยึดถือความแข็งแกร่งของมังกรปราณประจำป้ายเป็นหลัก เพียงชั่วครู่รายชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันถูกจัดเรียงบนกระดานจนเต็มพรืด

            บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ .. มันมีหน้าตาหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา แต่งกายเรียบง่ายราวบัณฑิต .. แต่มีท่าทางเก้ๆ กังๆ มาถึงก็แสดงป้ายมังกรเหินสีส้มและกล่าวแนะนำตัวว่า “ข้า .. ข้า วันฉลอง ตัวแทนราชสำนักอโยธยา”

            คนผู้นี้ก็คือวันฉลอง ยอดยุทธ์ผู้เจ้าชู้กรุ้มกริ่ม ไม่คาดคิดว่ามันจะมีฝีมือถึงเพียงนี้ สามารถแย่งชิงป้ายมังกรเหินมาได้ป้ายหนึ่ง .. แล้วอยาลองสหายของมันเล่า .. ไปอยู่ที่ใดเสียแล้ว

            องค์ชายมังคละมองคนผู้นี้อย่างพิจารณา “ที่แท้ .. ก็บุตรชายพระยาไกรนรสิงห์ แม่ทัพใหญ่แคว้นอโยธยา .. นับถือ .. นับถือ” แล้วจึงชำเลืองมองบิดาของวันฉลองที่นั่งอยู่ภายในตำหนักมังกรคำรน

            พระยาไกรนรสิงห์ผู้บัญชาการมณฑลอุดรกระหยิ่มยิ้มอย่างภูมิใจ มันนำนิ้วลูบหนวดงาม รับคารวะชื่นชมจากตัวแทนแคว้นอื่นๆ ที่นั่งอยู่ด้านข้าง

            องค์ชายมังคละกล่าวดังๆ ว่า “ป้ายมังกรอัสนี .. วันฉลอง ราชสำนักอโยธยา ..”

            ทันทีที่คำ ‘ราชสำนักอโยธยา’ ถูกกล่าว บรรดาผู้ชมทั้งอัฒจันทร์พากันส่งเสียงคราง .. ฮือออ .. ยังมีเสียงวิจารณ์อย่างเซ็งแซ่

            “อโยธยา .. ตัวแทนจากราชสำนักอโยธยา .. มันผู้นี้เป็นใคร”

            “ได้ยินมาว่า วังดาราจักรมิได้ส่งผู้ใดมาร่วมการประลอง คนผู้นี้ถือเป็นตัวแทนได้หรือไม่”

            “เจ้าหนุ่มผู้นี้คือบุตรชายของแม่ทัพอโยธยา .. บิดาของมันเป็นเหลนศิษย์ ของเหลนศิษย์ ของจ้าวดาราจักรเชียว”

            วันฉลองได้รับการปรบมือโห่ร้องต้อนรับ จนรู้สึกประหม่าใบหน้าแดง ไม่รู้จะวางแขนขาไว้ตำแหน่งใด แล้วจึงเงยหน้ามองชื่อของมันที่ถูกบรรจุในลำดับแปด

            เวลาผ่านไปอีกราวห้านาที ยังไม่มีผู้ประลองอื่นลงมาเพิ่ม .. แผ่นป้ายสูงหลายสิบศอกแสดงรายชื่อยอดยุทธ์จนเกือบเต็ม ขาดเพียงลำดับหนึ่งและลำดับสุดท้ายที่ยังไม่ถูกบรรจุลงไป

            ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทั้งหกสิบสองคนยืนกระจายตัวบริเวณกึ่งกลางลาน องค์ชายมังคละก็นิ่งเงียบไป ราวกำลังรอคอยบางสิ่ง

            และแล้ว .. ที่หางตาของผู้คนรู้สึกสว่างวาบ แสงสีคล้ายประกายสายฟ้า พุ่งออกมาจากส่วนลึกของตำหนักมังกรคำรน

            .. ว๊าบบบบบ ! เส้นสายฟ้าตวัดพุ่งลงที่กลางลานหิน .. ปรากฏร่างบุคคลผู้หนึ่งขึ้น

            รูปร่างของคนผู้นี้สูงโปร่งสวมชุดคลุมสีขาวงามสง่า ปักด้วยดิ้นหลากสีเป็นลวดลายมังกร ชุดยาวคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ด้านในชุดคลุมเป็นสีดำสนิท ส่วนของใบหน้าถูกปิดบังเห็นเพียงคางกลมกลึงโผล่ออกมาเท่านั้น

            ผู้คนนับหมื่นๆ ทั้งบนอัฒจันทร์และตำหนักมังกรคนรนอ้าปากหวอ ต่างขยี้ตากันแรงๆ .. ท่าร่างของบุคคลผู้นี้รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ .. เพียงเกิดแสงวาบหนึ่ง ก็พบเห็นยอดยุทธ์ในชุดคลุมสีขาวผู้นี้ยืนอยู่แล้ว

            ผู้มาในชุดขาวนำมือทาบหน้าอกโค้งกายแสดงคารวะ องค์ชายมังคละพยักหน้าให้คราหนึ่งแล้วจึงกล่าวดังๆ ว่า “ป้ายมังกรเทวะสามเศียร .. องค์ชายฤทธา ราชสำนักโอริสา”

            พนักงานไต่บันไดขึ้นไปยังป้ายที่ลำดับบนสุด แล้วทำการเรียงตัวอักษร .. ฤทธา ราชสำนักโอริสา .. บรรดาผู้ชมส่งเสียงคราง ฮืออออ

            “.. องค์ชาย .. ตัวแทนราชสำนัก .. คงเป็นพระปนัดดาขององค์ราชาแล้ว ..”

            “.. ร่างมังกรศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน กล่าวกันว่าราชวงศ์มหาเทวาสืบทอดพลังมังกรเทวะตามสายโลหิต ..”

            “จุ๊ จุ๊ .. คิดไม่ถึง ตัวแทนราชวงศ์จะมีฝีมือถึงเพียงนี้ เพียงท่าร่างเปิดตัวก็แทบเป็นอันดับหนึ่งของเหล่าผู้เยาว์ทั้งหลาย .. องค์ชายน้อยผู้นี้ ไม่เบาจริงๆ”

            ฤทธาในชุดคลุมลายมังกรสีขาวกลายเป็นจุดสนใจของผู้คน ในฐานะตัวแทนของราชสำนักโอริสา ทำยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ภายในลานหินจ้องมาอย่างไม่วางตา .. คงมีเพียงรัชชะเท่านั้นที่คุ้นเคยในตัวตนขององค์ชายผู้นี้

            องค์ชายมังคละเห็นสมควรดำเนินการต่อ กล่าวว่า “ในรอบนี้เป็นการประลองระหว่างบุคคล .. พวกท่านสามารถใช้ศาสตร์การต่อสู้ได้ทุกแขนง ทั้งเวทมนตร์คาถา รวมถึงศาสตราวุธก็ใช้ได้โดยไม่จำกัด .. แต่ก็ควรระวังไว้ให้มาก หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ผู้ที่ฝีมืออ่อนด้อยจะไม่สามารถเรียกร้องอันใดได้”

            เสียงฮือฮาของบรรดาผู้ชมดังขึ้นโดยรอบ มีการเปิดโอกาสให้ใช้อาวุธอย่างเต็มที่ การประลองต้องสนุกเร้าใจเป็นแน่นอน .. องค์ชายมังคละกล่าวต่อ

            “สำหรับกติกาการประลอง .. ผู้ใดกล่าววาจาขอยอมแพ้ ให้ถือว่า .. พ่ายแพ้”

            “.. ผู้ใดที่ออกจากอาณาเขตที่กำหนดไว้ ก็ถือว่าเป็นฝ่าย .. พ่ายแพ้”

            “.. ผู้ใดที่ไม่อยู่ในสภาพที่สามารถประลองได้ แน่นอน คนผู้นั้นย่อม .. พ่ายแพ้”

            “หากไม่มีผลแพ้ชนะภายในสิบนาที ให้ถือว่าเสมอกัน และเวลาในการประลองจะถูกกำหนดด้วย .. สิ่งนี้” ในมือถือท่อนแก้วยาวราวครึ่งศอก ลักษณะเป็นกระเปาะแก้วใสสองกระเปาะเชื่อมต่อกัน ภายในบรรจุเม็ดทรายละเอียดไหลผ่านช่องเล็กแคบ จากแก้วกระเปาะด้านบนไปยังกระเปาะด้านล่าง

            สิ่งนั้นคือ นาฬิกาทราย .. สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้กำหนดเวลา ช่วงเวลาที่ทรายไหลลงจนหมดใช้เวลาสิบนาทีพอดี

            องค์ชายกล่าวต่อ “ในการประลองครั้งแรก .. เป็นเรา จะจับคู่ให้ก่อนทั้งสามสิบสองคู่ หลังจากนั้นผู้ใดจะประลองกัน ก็ให้ตกลงกันเอง”

            “ผู้มีชัยจะได้ครอบครองป้ายมังกรเหินของผู้แพ้ .. ผู้ที่ครอบครองป้ายมังกรเหินได้อย่างน้อยสามป้าย จึงเป็นผู้มีคุณสมบัติสำหรับรอบถัดไป”

            ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ต่างยิ้มกริ่ม .. นั่นหมายความว่าเพียงชนะประลองติดต่อกันสองครั้ง ก็สามารถได้ป้ายมังกรเหินมาเพิ่มอีกสองป้าย นั่นเพียงพอให้ผ่านรอบนี้ไปได้

            ยอดยุทธ์ผู้เข้าประลองทั้งหมดได้ถูกเจ้าหน้าที่เชื้อเชิญไปยังส่วนรับรองด้านข้าง ซึ่งอยู่ระหว่างตำหนักมังกรคำรนและอัฒจันทร์ที่ถูกสร้างขึ้นมา

            องค์ชายมังคละกล่าวเสียงดัง “การประลองในคู่แรก จะเป็นผู้ที่อยู่ในลำดับที่หนึ่ง” มันหยุดจังหวะเล็กน้อย “นั่นก็คือ ..”

            “.. ฤทธา จากราชสำนักโอริสา” สิ้นเสียงการแนะนำตัว เกิดเสียงโห่ร้องจนอัฒจันทร์แทบแตก ก็เพื่อต้อนรับยอดยุทธ์ตัวแทนเจ้าบ้านแคว้นโอริสา

            ฤทธาค่อยๆ เดินกลับมายังกลางลานประลองอีกครั้ง .. บรรดาผู้ชมเจ้าถิ่นแหกปากตะโกน บ้างปรบมือกระทืบเท้าเสียงดัง

            “.. จะประกบกับผู้ที่อยู่ในลำดับสุดท้าย ..” เสียงขององค์ชายมังคละ

            การประลองรอบแรกนี้ จะจัดให้ผู้ที่อยู่ลำดับสูงสุดเจอกับผู้ที่มีลำดับต่ำสุด .. ตัวอย่างเช่น ลำดับที่หนึ่งจะจับคู่กับลำดับที่หกสิบสี่ .. ลำดับที่สองจะจับคู่กับลำดับที่หกสิบสาม .. ลำดับที่สามจะถูกจับคู่กับลำดับที่หกสิบสอง .. จับคู่เช่นนี้จนครบทั้งสามสิบสองคู่

            องค์ชายมังคละหันไปมองกระดานแสดงรายชื่อ กล่าวว่า “.. ลำดับสุดท้าย .. นั้นก็คือ ..” .. แต่ต้องหยุดกึก

            .. เพราะที่ลำดับหกสิบสี่นั้น .. ว่างเปล่า ..

            องค์ชายมังคละอุทานขึ้นว่า “อา .. ลำดับสุดท้ายไม่มี .. ผู้ครอบครองป้ายมังกรเหินยังไม่มาแสดงตัว”

            ฮืออออ .. เสียงผู้ชมส่งเสียง พลางวิจารณ์กันอื้ออึง .. เหตุอันใดผู้ครอบครองป้ายมังกรเหินลำดับสุดท้ายถึงยังมาไม่ถึงสนามประลอง

            องค์ชายมังคละรีรอเล็กน้อย .. เห็นทีเจ้าลำดับสุดท้ายจะไม่มาจริงๆ จึงกล่าวว่า “.. หากถึงเวลาประลอง แต่ยอดยุทธ์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาประลองได้ ให้ถือเป็นผู้พ่ายแพ้ .. และข้าจะยึดป้ายมังกรเหินมอบให้แก่ผู้ชนะ”

            ว้าาาาา .. ผู้ชมรอบอัฒจันทร์พากันร้องเสียดาย ในการแข่งขันคู่เปิดสนาม สมควรที่จะเร้าใจมากกว่านี้

            เห็นทีตัวแทนราชสำนักโอริสาคงได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย .. องค์ชายมังคละยิ้มเล็กน้อยกล่าวว่า “เช่นนั้น ข้าขอประกาศให้ .. ฤทธา เป็น ..”

            “ช้าก่อน!!!” .. วาจาคัดค้านดังมาแต่ไกล

            ในช่องทางสลัวภายใต้อัฒจันทร์ เงาร่างตะคุ่มกำลังเดินมายังลานประลอง .. บรรดาผู้ชมต่างลุกขึ้นชะโงกมองดู พบเห็นร่างบุรุษหนุ่มอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี แต่งตัวมอซอโพกหัวราวคนงานกรรมกรผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากเงามืด

            ฮืออออ .. เสียงฮือฮาของผู้ชมดังอื้ออึง นักพรตฟ้าเหลืองสะดุ้งพรวด ส่วนเจ้าม่านฟ้าลุกขึ้นจากม้านั่ง กล่าวว่า “นั่นไง ! มันมาแล้วจริงๆ ..”

            มณีจันทร์ .. ดรุณีน้อยชุดแดงตัวแทนวิหารเทวีจันทรากล่าวอุทาน “เป็นเจ้า ! เจ้าเด็กหิ้วรองเท้าขี้เมาผู้นั้น”

            วาวา .. นางวางสีหน้าเรียบเฉย จ้องมองเจ้าผู้นี้ตาเขม็ง .. คนผู้นี้ คือ ผู้ที่มาก่อกวนจนนางสามารถหลบหนีออกจากวงล้อมมาได้

            ผู้มาหน้าตามอมแมม เสื้อผ้าก็เก่าโทรม แต่สีหน้าและแววตากลับฉายความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า มันหยิบป้ายมังกรเหินสีชมพูสดออกมา แล้วกล่าวดังๆ กับองค์ชายมังคละว่า “นี่ .. ป้ายมังกรเหินของข้า ..”

            ฮืออออ .. เสียงฮือฮาของผู้ชมดังขึ้นโดยรอบ องค์ชายมังคละกล่าวว่า “ป้ายลำดับสุดท้าย .. นึกว่าจะไม่มาปรากฏเสียแล้ว” พร้อมพิจารณาผู้เพิ่งมาใหม่

            องค์ชายมังคละรู้สึกคุ้นเคยบุรุษหนุ่มผู้นี้อย่างประหลาด แต่ก็จดจำไม่ได้ว่ามันเป็นผู้ใด จึงกล่าวถามว่า “นามของเจ้า .. คือ ..”

            บุรุษหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ แล้วกล่าวดังๆ ว่า “อุทัย .. ข้าชื่อ อุทัย ..” มันประกาศนามออกไป

            ฮืออออ .. เสียงฮือฮาของผู้ชมดังขึ้นอีกครั้ง .. ใครฟ่ะ! มันเป็นใคร! ผู้ชมบนอัฒจันทร์สอบถามกัน บ้างชะโงกมองอุทัยราวตัวประหลาด แม้แต่ฤทธาตัวแทนราชสำนักโอริสายังหันมามองด้วยความสนใจ

            องค์ชายมังคละมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย กล่าวถามต่อ “เจ้าหนุ่ม ! เจ้าไม่มีสังกัดสำนักหรอกหรือ ..”

            “ไม่มี ..” อุทัยตอบหน้าตาเฉย

            องค์ชายมังคละยิ้มมุมปาก .. กล่าวต่อว่า “ได้อย่างไร .. ไม่มีสังกัดได้อย่างไร ..” แล้วชี้ไปยังป้ายรายชื่อที่เรียงอยู่เต็มกระดาน “เห็นหรือไม่ ทุกคนต่างมีสังกัด แต่เจ้าไม่มี .. เจ้าชื่ออะไรนะ อุทัย .. อุทัยเฉยๆ .. อื่มมมม แปลกๆ อยู่หนา .. ฮา ฮา ฮา”

            อุทัยเกาหัวแกรก .. มองดูสามลำดับแรกบนกระดาน พบเห็นเป็นจริงดังที่องค์ชายกล่าว ทุกคนต่างมีสังกัดสำนัก

            .. ฤทธา ราชสำนักโอริสา

            .. อุษา เรือนจิตจำรัส

            .. อวิ๋นเหลย ขุนเขาเมฆาวรุณ

            อุทัยมีทีท่าโง่งม .. ไม่คิดว่าการไม่มีสังกัดคำสร้อยต่อท้ายชื่อ จะเป็นเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ .. สมองของมันเริ่มทำงานค้นหาชื่อที่เหมาะสม

            .. อุทัย ศิษย์เมฆา!

            .. อุทัย ลูกพ่ออสูร!

            .. อุทัย สหายวานรน้อย!

            .. อุทัย สหายแมวน้อย!

            อุทัยคิดจนหัวแทบแตก สุดท้ายจึงกล่าวดังๆ ออกไปว่า “ข้า .. อุทัย .. อุทัย อิ่มโอชา .. ฮา”

            คำ ‘อิ่มโอชา’ ทำผู้คนมีสีหน้างุนงง .. แม้แต่ผู้มีภูมิความรู้เช่นองค์ชายมังคละยังอึ้งนิ่งไป .. ไม่ต้องกล่าวถึงบรรดาผู้ชมก็ต่างสอบถามกันอื้ออึง

            “อันใด คือ .. อิ่มโอชา ..”

            “เจ้าผู้นี้ช่างดูแปลก .. สำนักของมันตั้งอยู่ที่ใดกัน ..”

            “อิ่มโอชา .. คือ สำนักยุทธ์ทางเหนือของแคว้นฉัตตีสครห์ ใช่หรือไม่ ..”

            ผู้ชมเริ่มถกเถียงกันเป็นการใหญ่ องค์ชายมังคละไม่ต้องการให้เรื่องราวไร้สาระของยอดยุทธ์บ้านนอกผู้หนึ่งเป็นที่สนใจมากเกินไป จึงกล่าวตัดบทว่า “ป้ายมังกรโลหิตมาร .. อุทัย อิ่มโอชา ..”

            .. เจ้ามังกรน้อยแสนซนอันน่ารัก .. เป็นเผ่าพันธุ์มังกรโลหิตมาร .. ชื่อเผ่าพันธุ์ของมัน ใช่น่าเกรงขามเกินไปหรือไม่

            พนักงานจึงเร่งจัดเรียงตัวอักษรในป้ายชื่อลำดับสุดท้าย องค์ชายมังคละดำเนินการแข่งขันต่อ จึงประกาศว่า “คู่แรกเป็นการประลอง ระหว่าง ฤทธา ราชสำนักโอริสา .. และ อุทัย อิ่มโอชา”

            แล้วจึงย้ำกับฤทธาและอุทัย ว่า “พวกเจ้าทั้งสอง เข้าใจในกติกากันแล้ว ใช่หรือไม่”

            ฤทธาในชุดคลุมสีขาวยังนิ่งสงบ ส่วนอุทัยพยักหน้าก้าวเดินเข้ามาอย่างมั่นใจ .. ที่พื้นที่กลางลานประลองเกิดเส้นแสงวงกลมสีแดงขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางราวสิบวา แสดงถึงเขตพื้นที่การประลอง

            .. ตึงงง! ตึงงง! ตึงงง! ตึงงง! ตึงงง! เสียงกลองดังระรัว การต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้น ผู้ชมถูกเร้าอารมณ์จนคึกคัก ต่างโห่ร้องปรบมือกันเกรียว ผู้รู้หน้าที่เริ่มตกลงการค้ากัน

            “เจ้าหนุ่มอิ่มโอชาไม่รอดแน่ .. ฮา”

            “เพียงนาทีแรก เจ้ากระจอกผู้นั้นต้องพ่ายแพ้ ฮา ..”

            “ข้าต่อองค์ชายฤทธา .. สิบจ่ายหนึ่ง .. มีใครสนใจรองหรือไม่ ..”

            ทั้งอุทัยและฤทธาก้าวเข้ามาในเขตวงกลมแสงสีแดง .. เป็นฤทธาที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนทั้งอัฒจันทร์ สถานะองค์ชายและรูปลักษณ์ความสง่างาม ส่งเสริมให้มันโดดเด่นเป็นที่สุด

            องค์ชายมังคละถอยกลับไปนั่งยังชุดโต๊ะเก้าอี้ของมัน แล้วรินน้ำชาหอมกรุ่นจากชุดกาหยก มันยกจอกชานั้นขึ้นมาทดสอบดอมดม “อื่มมมม .. ชาดี .. ชาดี ..”

            แล้วจึงพลิกนาฬิกาทรายบนโต๊ะ นำด้านที่เป็นกระเปาะแก้วบรรจุทรายไว้ด้านบน วาจาถูกเปล่งด้วยพลังวัตรอันเข้มข้นดังไปทั่วลานหิน ว่า “เริ่มประลองได้ ..”

            .. เม็ดทรายภายในกระเปาะแก้วค่อยๆ ร่วงหล่นลงมา

            .. องค์ชายมังคละนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ เหมือนการประลองในรอบนี้ได้ถูกกำหนดผลไว้แล้ว

            .. ผู้ประลองทั้งสองยืนประจันหน้ากันภายในวงกลมสีแดง เสียงโห่ร้องของผู้ชมกระหึ่มกึกก้องดังไปไกลหลายสิบเส้น

            อุทัยจ้องมองคู่ต่อสู้ของมัน บุรุษหนุ่มสูงศักดิ์ในชุดคลุมสีขาว ปักลวดลายมังกรเทวะช่างดูเลิศหรูอลังการ ถึงแม้ใบหน้าจะถูกคลุมจนมองเห็นไม่ถนัดตา .. แต่กลับมีความรู้สึกต่อคนผู้นี้อย่างบอกไม่ถูก

            .. เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย ราวเคยอยู่ร่วมกันมานานปี

            .. อีกความรู้สึกนั้นเหินห่างวางเฉย เนื่องเพราะความสูงส่งของชนชั้นชาติกำเนิด

            .. ทั้งไม่สามารถรับรู้ถึงพลังปราณ เป็นไปได้ว่าบุคคลผู้นี้มีความสำเร็จด้านพลังยุทธ์ในขอบเขตที่อุทัยไม่สามารถสัมผัสได้

            “ฮึ ฮึ .. อุทัย อิ่มโอชา .. ยังใช้ชื่อนี้อยู่หรือ เถ้าแก่หมายคงยินดีไม่น้อย ..” เสียงกล่าวอันสุขุมนุ่มลึกจากฤทธา แต่วาจานี้ทำอุทัยแทบตาเหลือก

            "เจ้า .. เจ้า ..” อุทัยกล่าวตะกุกตะกัก .. ขณะเดียวกันฤทธาก็เปิดชุดคลุมส่วนที่คลุมศีรษะของมันไปด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาประหนึ่งเทพบุตรฟ้าประทาน “ไม่ได้เจอกันเสียนาน .. ไอ้ทัยเกลอรัก .. ฮึ ฮึ"

            อุทัยถึงกับอ้าปากค้าง บุคคลที่อยู่ตรงหน้าสมควรเป็นบุคคลที่มันเคยรู้จัก .. แล้วจึงกล่าววาจาโพล่งออกมา “เจ้าธรรม!!!"

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577