เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่4 บทที่ 109 เขากับจางเหมย...ที่โรงแรม

            เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกเขากับลั่วเสี่ยวซีเป็นแบบนี้มากว่าสิบปีแล้ว

            ตอนที่เขาเจอเธอครั้งแรกเธอยังไม่ได้ดัดผมลอน ยังไม่รู้ว่าความเซ็กซี่เย้ายวนคืออะไรยังไม่ได้ดูน่าหลงใหลขนาดนี้ เธอมักจะรวบผมหางม้าที่แกว่งไปมาตามจังหวะการเดินซึ่งดูจะเหมือนผู้ชายเสียมากกว่า

            เธอใช้ดวงตาคู่งามราวกับลูกกวางน้อยมองเขาก่อนจะพูดว่า “นายหล่อจัง” หลังจากนั้นก็เริ่มตามตื๊อเขาไม่ห่าง

            ในสายตาเขาเด็กผู้หญิงอายุสิบกว่าปีคนนั้นยังเป็นแค่เด็กน้อยไม่ต่างจากซูเจี่ยนอันการที่เด็กสาวบอกเขาว่า “ฉันชอบนาย”“อีกหน่อยฉันอยากแต่งงานกับนาย” นั้นเขานึกว่าเธอแค่ล้อเล่น

            แต่ไม่นึกเลยว่าเธอจะพูดจริงแถมยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจมาตลอดหลายปี

            เขาเฝ้ามองการเติบโตของซูเจี่ยนอันในขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นว่าลั่วเสี่ยวซีเองโตขึ้นทุกๆ ปี

            ไม่ว่าเทศกาลอะไรเขาก็ไม่เคยให้ของขวัญกับลั่วเสี่ยวซีเลยต่อให้เธอจะใช้ไม้ไหนมาหลอกล่อเขาก็ตาม ยกเว้นแต่วันเกิดของเธอที่บางครั้งเขาจะสั่งให้เลขาเป็นคนจัดการ ไม่ก็ให้เธอไปเลือกเอง ของขวัญของเธอนั้นบ้างก็เป็นของแบรนด์เนมราคาแพง บ้างก็เป็นของกุ๊กกิ๊กน่ารักๆซึ่งมักจะถูกห่อเอาไว้อย่างสวยงาม

            ทุกครั้งเขาจะคิดในใจว่าเธอโตขึ้นอีกปีแล้วสินะ

            หลายปีมานี้เขาเฝ้ารอให้เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่

            เพราะอะไรกันนะ?

            คำตอบนั้นทำให้ซูอี้เฉิงต้องหนาวไปสุดขั้วหัวใจเขาพยายามปฏิเสธความคิดของตัวเองว่ามันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้...

            เขาออกจากโรงแรมไปอย่างเร่งรีบโดยไม่ทันได้บอกกล่าวน้องสาวของตนสักคำ

            จางเหมยจับตามองซูอี้เฉิงอยู่ตลอดเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเดินตามเขาขึ้นรถไป

            “งานยังไม่เลิกเลยคุณจะไปไหนคะ มีธุระด่วนงั้นเหรอ”

            ซูอี้เฉิงเอนพิงเบาะก่อนจะยกมือกุมขมับไม่พูดไม่จาเห็นดังนั้นจางเหมยก็รู้ทันทีว่าเขาคงมีเรื่องกลุ้มใจ จึงรีบเสนอ

            “ไปโรงแรมกันเถอะค่ะ”

            เขาเปิดห้องส่วนตัวไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งเธอได้ยินมาว่าเขาไม่เคยพาผู้หญิงกลับบ้านแม้แต่คนเดียว ล้วนแต่พาทุกคนไปที่นั่น

            เพราะฉะนั้นหากวันนี้พวกเธอไปที่โรงแรมด้วยกันนั่นก็เท่ากับยอมรับในสถานะของเธอ

            สิ่งที่จางเหมยต้องการจะสื่อนั้นคงไม่ชัดเจนไปมากกว่านี้แล้วมือที่นวดขมับอยู่ของซูอี้เฉิงชะงักเล็กน้อย แววตาของเขาแปรเปลี่ยนดูอ่านยาก

            แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ

            เมื่อถึงโรงแรมจางเหมยก็ขอตัวไปอาบน้ำก่อน ส่วนซูอี้เฉิงยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ข้างหน้าต่าง

            วิวยามค่ำคืนของเมืองไม่เคยหลับใหลแสงไฟบนท้องถนนทอเป็นเส้นยาวราวกับสะพานที่นำทุกคนในเมืองนี้ไปสู่ความสำเร็จ

            เส้นแสงที่คดเคี้ยวเลี้ยวลดเหล่านั้นกลับกลายเป็นภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของลั่วเสี่ยวซีไปซะได้

            อุตส่าห์พาจางเหมยมาที่นี่แล้วเขาจะคิดถึงเธออีกทำไมกัน

            ซูอี้เฉิงดับบุหรี่ในมืออย่างหงุดหงิดก่อนจะปิดผ้าม่านอย่างแรง จางเหมยที่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำออกมาพอดีเมื่อเห็นการกระทำนั้นของเขา เธอจึงแย้มยิ้มบาง

    เรียวขาขาวนวลเนียนของหญิงสาวกอปรกับรอยยิ้มน้อยๆ ดูเย้ายวนตรงหน้า ยากที่ชายคนไหนจะหักห้ามใจได้ไหวเธอเดินมาหยุดตรงหน้าซูอี้เฉิง

            “ฉันเตรียมชุดให้คุณแล้วไปอาบน้ำเถอะค่ะ”

            ซูอี้เฉิงเดินเข้าไปในห้องน้ำไม่นานเสียงน้ำไหลก็ดังขึ้น จางเหมยปลดเสื้อคลุมอาบน้ำของตนให้หลวมขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ

            คนที่เข้าใจซูอี้เฉิงดีมักจะรู้ว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหนเธอพยายามที่จะเป็นผู้หญิงในแบบที่เขาต้องการและจะไม่มีทางปล่อยให้ลั่วเสี่ยวซีได้มีโอกาสแม้แต่ครั้งเดียว

            ในตอนนี้ซูอี้เฉิงก็กลายเป็นของเธอแล้วอย่างที่หวังไว้

            จางเหมยหยิบน้ำหอมขวดเล็กออกมาจากกระเป๋าเธอฉีดมันในอากาศและเดินผ่านไปเพื่อให้กลิ่นหอมอันน่าหลงใหลติดเรือนกายก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงขาเรียวยาวพาดไขว้อยู่บนเตียงอย่างเซ็กซี่เพื่อรอซูอี้เฉิงออกมา

            แต่แล้วเสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้นบนหน้าจอปรากฏชื่อของซูเจี่ยนอัน

            จางเหมยลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกดรับสาย

            “สวัสดีค่ะ”

            “เลขาจางเหรอคะ”ซูเจี่ยนอันดูแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด “ฉันขอคุยกับพี่หน่อยค่ะ พี่อยู่ไหนคะ”

            “พวกเราออกมาก่อนน่ะค่ะเขาไม่ได้บอกคุณเหรอคะ” จางเหมยพูดพลางยิ้ม “ขอโทษนะคะ พอดีพวกเราค่อนข้างรีบตอนนี้เขากำลังอาบน้ำอยู่ เดี๋ยวถ้าเขาออกมาแล้วจะให้โทรกลับหาคุณไหมคะ”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะตอบ“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็แค่ไม่เห็นเขาในงานเท่านั้น”

            พูดจบซูเจี่ยนอันก็วางสายไปจางเหมยมองหน้าจอมือถือของซูอี้เฉิงก่อนจะกดย้อนกลับไปที่หน้าโฮมและก็ได้เห็นภาพของลั่วเสี่ยวซีที่ถูกตั้งค่าเอาไว้

            ตอนนี้เธอยังไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนภาพหน้าจอของเขาแต่ก็คงอีกไม่นาน

            ซูอี้เฉิงเดินออกมาจากห้องน้ำในจังหวะที่จางเหมยวางมือถือกลับที่เดิมพอดีเขาสวมชุดคลุมอาบสีขาว ทรงผมที่ปกติเนี้ยบตลอดเวลาดูยุ่งเล็กน้อย

            แต่นั่นก็ไม่ได้กระทบต่อความหล่อเหลาของเขาแถมยังให้ความรู้สึกสบายๆ เป็นกันเองมากกว่าทุกที

            จางเหมยลุกออกจากเตียงก่อนจะยกมือโอบรอบคอของเขา

            ซูอี้เฉิงมองหญิงสาวตรงหน้าที่มีใบหน้าและรอยยิ้มงดงามไร้ที่ติในรอยยิ้มนั้นซ่อนความหมายบางอย่างได้อย่างพอดี เขาชอบผู้หญิงฉลาดแบบนี้มาโดยตลอด

            เห็นเขายืนนิ่งไปจางเหมยจึงเริ่มจูบเขาก่อน

            “ฉันชอบคุณ”ในที่สุดเธอก็พูดความในใจออกมา

            “ฉันชอบคุณมาตลอดคุณเองก็ไม่ได้รังเกียจฉันใช่ไหมคะ”

            ริมฝีปากอ่อนนุ่มของหญิงสาวที่ให้รสสัมผัสกำลังดีซูอี้เฉิงหลับตาปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามอารมณ์ ทว่าภาพใบหน้าของลั่วเสี่ยวซีกับผุดขึ้นมาในหัวของเขาโดยไม่บอกกล่าว

            ลั่วเสี่ยวซีเป็นผู้หญิงที่ไร้เหตุผลที่สุดตั้งแต่เขาเคยพบเจอเธอเอาแต่ใจตัวเองจนคนอื่นต้องหงุดหงิดไหนจะริมฝีปากของเธอที่ดื้อรั้นก๋ากั่นไร้ซึ่งความอ่อนโยนนั่นอีก

            แล้วเขาจะชอบเธอได้อย่างไร?

            ว่าแล้วซูอี้เฉิงก็จูบตอบจางเหมยซึ่งเธอก็ตอบสนองกับสัมผัสของเขาได้อย่างลงตัว มือน้อยอ่อนนุ่มของเธอลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเขาทำให้ความปรารถนาบางอย่างเริ่มก่อตัว

            ในตอนนี้เขาไม่คิดถึงลั่วเสี่ยวซีอีกแล้วไม่นานหลังจากนั้นจางเหมยก็ล้มลงไปนอนบนเตียงสาวออฟฟิศเมื่อตอนกลางวันเวลานี้ได้กลายเป็นหญิงสาวที่แสนเร่าร้อนเต็มตัว

            ที่เขาต้องการคือผู้หญิงแบบนี้ผู้หญิงที่เข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่ต้องให้เขาบอกกล่าวเธอก็รู้เสมอว่าเขาต้องการอะไร

            คนที่เขาชอบไม่มีทางเป็นลั่วเสี่ยวซี!

            ณห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม

            หลังวางสายซูเจี่ยนอันรู้สึกเหมือนเรื่องเมื่อครู่เป็นแค่ความฝัน

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นเธอทำสีหน้าแปลกไปจึงถาม

            “พี่ชายเธอล่ะ?”

            “เขากลับไปแล้ว”ซูเจี่ยนอันตอบอย่างมึนๆ “เขากับจางเหมย...อยู่ที่โรงแรม”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ย

            “เรื่องปกติเธอไม่ต้องแปลกใจไป”

            “แต่ว่า...”ซูเจี่ยนอันทำท่าเหมือนอยากจะประท้วง “ช่างเถอะ อย่าให้เสี่ยวซีรู้ก็พอ”

            “ฉันได้ยินหมดแล้ว”

            เสียงเนิบๆ ของลั่วเสี่ยวซีดังขึ้นจากทางด้านหลังอย่าว่าแต่ซูเจี่ยนอัน ลู่เป๋าเหยียนเองก็แอบตกใจเมื่อทั้งสองคนหันหลังกลับไปก็เห็นลั่วเสี่ยวซีกำลังยืนอยู่ด้านหลังพวกเขาไม่รู้ว่าเธออยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว

            “เสี่ยวซี...”

            ซูเจี่ยนอันอยากจะอธิบายแต่ก็พูดไม่ออกลั่วเสี่ยวซียักไหล่เล็กน้อยก่อนจะพูดตัดบท

            “ไม่เป็นไรหรอกอย่างที่บอสใหญ่ของเธอบอกนั่นแหละ มันเป็นเรื่องปกติอีกอย่างเขาก็เคยพาผู้หญิงไปนอนที่โรงแรมมาแล้วตั้งหลายคนจางเหมยไม่ใช่คนที่สวยที่สุดด้วยซ้ำ”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มอย่างไม่ถือสาราวกับเธอไม่สนใจจริงๆแต่ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าเพื่อนของเธอพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกแถมยังทำได้อย่างแนบเนียน

            ว่าแล้วลั่วเสี่ยวซีจึงโบกมือลาซูเจี่ยนอัน

            “งั้นฉันกลับก่อนนะ”

            พูดจบเธอก็เดินออกจากห้องจัดเลี้ยงเพื่อตรงไปยังลานจอดรถ

            ไม่ว่าอย่างไรเธอจะต้องไปให้เห็นกับตาและถามเขาด้วยตัวเองว่า นี่มันหมายความว่าอย่างไร

            เมื่อกี้เขาทำกับเธอแบบนั้นแต่ในพริบตาก็ผู้หญิงอื่นเข้าโรงแรม

            ซูอี้เฉิงเห็นเธอเป็นอะไร? ผู้หญิงที่ดันไปหลงรักเขาจนเขาคิดอยากจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ?

            เธอเคยยั่วยวนเขาก็จริง

            แต่เธอไม่ใช้ผู้หญิงใจง่ายแบบนั้น

            เฟอร์รารีสีแดงคันงามมุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่ซูอี้เฉิงอยู่อย่างรวดเร็ว

            ลั่วเสี่ยวซีเคยมาที่นี่หลายครั้งจนยามและประชาสัมพันธ์คุ้นหน้าเธอดีเธอเดินตรงไปยังลิฟต์ VIP เพื่อขึ้นไปชั้นบนสุด

            ในพื้นที่ทำเลทองแบบนี้ห้องชุดเต็มพื้นที่ชั้นบนสุดคือห้องของซูอี้เฉิง เมื่อเดินออกมาจากลิฟต์ลั่วเสี่ยวซีจึงกดออดที่หน้าประตู

            สามถึงสี่นาทีให้หลังประตูก็ถูกเปิดออก และคนที่อยู่ด้านหลังประตูนั้นก็คือ จางเหมย

            เธอสวมเสื้อคลุมอาบน้ำอย่างลวกๆโดยยังไม่ทันผูกเชือกรอบเอวด้วยซ้ำ ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิงลำคอและช่วงไหล่มนเต็มไปด้วยรอยแดงที่หลงเหลือจากกิจกรรมบางอย่าง

            “คุณลั่ว ทำไมเป็นคุณล่ะคะ?” จางเหมยยิ้มอย่างเอ่ยๆ“ฉันนึกว่าเป็นรูมเซอร์วิสซะอีก คุณมาหาอี้เฉิงเหรอคะ เขา...”

            ลั่วเสี่ยวซีเข้าใจเรื่องทุกอย่างในทันทีเธอไม่คิดจะเขาไปหาซูอี้เฉิงให้มากความจึงยิ้มเย็นก่อนเอ่ย

            “ขอโทษด้วยที่มารบกวน”

            พูดจบเธอก็หันหลังกลับเมื่อออกมาจากโรงแรมเธอถึงได้รู้ว่าวันนี้อากาศหนาวเหลือเกิน

            ความหนาวของช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิไม่ได้หนาวเสียดกระดูกแบบช่วงหน้าหนาวก็จริงแต่มันทำให้เธอสั่นไปทั้งตัวจนสุดขั้วหัวใจ

            ลั่วเสี่ยวซีเข้าไปในรถความหนาวจากด้านนอกเข้ามาในนี้ไม่ได้อีกแล้วแต่ไม่รู้เพราะอะไรเธอกลับรู้สึกหนาวยะเยือกไปทั้งตัว

            เธอขับรถกลับไปที่ Lu Media ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดออกกำลังกายเธอขึ้นไปวิ่งบนลู่ที่ถูกปรับความเร็วให้เร็วกว่าปกติอีกเท่าตัว

            เธอต้องทำให้ตัวเองเหนื่อยจนสลัดภาพเขาออกไปให้ได้เธอจะไม่คิดอีกแล้วว่าเมื่อกี้เขากับผู้หญิงคนนั้นทำอะไรกันไปบ้าง

            ไม่รู้ว่าเธอวิ่งไปนานแค่ไหนก่อนที่โทรศัพท์มือถือที่ข้างกายจะดังขึ้น คนที่โทรเข้ามาคือซูเจี่ยนอัน

            เธอรับโทรศัพท์เสียงหอบซูเจี่ยนอันรู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องอะไรแน่ๆ

            “เสี่ยวซี เธออยู่ไหน”

            “ฟิตเนสที่บริษัท”ลั่วเสี่ยวซีปรับความเร็วของลู่วิ่งให้ช้าลง “มีอะไรเหรอ”

            “เธอโอเคหรือเปล่า?”

            ซูเจี่ยนอันนึกว่าลั่วเสี่ยวซีจะไปหาพี่ชายเธอจึงนิ่งไปก่อนเอ่ยถามลั่วเสี่ยวซีตอบกลับมาในทันที

            “วางใจเถอะฉันชินแล้วล่ะ ถ้าฉันไม่โอเคทุกรอบ ป่านนี้คงช้ำในตายไปแล้ว แค่นี้ก่อนนะฉันกำลังวิ่งอยู่”

            ซูเจี่ยนอันได้ยินดังนั้นจึงไม่พูดอะไรอีกก่อนจะเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

            “รีบกลับบ้านนะ”

            “รู้แล้วจ้า”ลั่วเสี่ยวซีเงียบไปชั่วครู่ก่อนพูดเสริม “เจี่ยนอันฉันว่าลู่เป๋าเหยียนดีกับเธอมากนะอย่างน้อยในตอนนี้เขาก็ทำให้ทุกคนรู้ว่าเขาแคร์เธอมากแค่ไหน เธอทำดีๆ กับเขาหน่อยล่ะฉันว่าพวกเธอน่าจะไปด้วยกันได้ อยู่ด้วยกันไปนานๆ เดี๋ยวก็รักกันเองแหละเชื่อสิ”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มบาง“อืม ถ้ามีข่าวดีเมื่อไรฉันจะรีบบอกเธอคนแรกเลย”

            พูดจบเธอจึงวางสายไปเสียงถามอย่างใคร่รู้ของลู่เป๋าเหยียนดังขึ้นข้างหูเธอ

            “ข่าวดีอะไร”

            เธอยิ้มก่อนจะทำหน้าเหมือนจะบอกเขาทว่า

            “ไม่บอก!”

            ลู่เป๋าเหยียนตั้งท่าจะหยิกแก้มเธอเธอจึงรีบหลบมือนั้นและเข้าไปกอดเอวเขา

            “ไว้จะบอกทีหลัง”

            เสียงอ่อนหวานที่มาพร้อมกับรอยยิ้มบางของเธอนั้นทำให้ลู่เป๋าเหยียนใจอ่อน

            ครั้งนี้เขาจะยอมปล่อยเธอไปก่อนก็ได้

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808