F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    17.ข่าวร้าย 2

    ทั้งสองนั่งดูเงียบๆอยู่ตรงมุมร้าน แพรหน้าเปลี่ยนสีเป็นขาวซีดทันทีที่ได้ดูข่าวในข่าวมีผู้เสียชีวิตมากมาย เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากสำหรับเธอ เพราะถ้าเธอไม่ได้มาเจอกับวิทย์ ไม่แน่ว่าหนึ่งในคนที่ตายอาจจะเป็นเธอด้วยเช่นกัน แพรหันมามองหน้าวิทย์ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร"อ่า!แย่ๆนี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน มีคนตายเยอะแบบนี้ อาตำรวจ ก็ทำอาไรไม่ได้ แล้วจะมีไว้ทำไมตำรวจ พระพุธ พระธรรม พระสงฆ์ ดีที่หมู่บ้านเราไม่มีคนตาย"เสียงของอาโกบ่นกับตัวเอง แว่วออกมาให้ทั้งสองได้ยิน วิทย์ มีสีหน้าครุ่นคิด และนิ่งอยู่อย่างนั้น ตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง เสียงผู้ระกาศข่าวก็ยังรายงานเกี่ยวกับกระแสข่าวรายวันไปเรื่อยๆ แล้วก็มีข่าวหนึ่งที่ทำให้ วิทย์และแพร ต้องหันไปดูอย่างตั้งใจ...มีอีกเหตุการณ์ที่หน้าจับตามองเช่นกันในตอนนี้ เมื่อมีกลุ่มผู้ชุมนุม กว่า 200 คนรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัย ตั้งแต่คืนวานที่แล้ว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเขามีเป้าหมายอะไรและมาชุมนุมกันทำไม เราไปพบกับ น้องทิพย์ ทีมงานข่าวเช้าที่ลงพื้นที่ตรงอนุสาวรีย์ชัยกันตอนนี้เลยคะ...และตอนนี้นะคะ ทิพย์ก็มายอู่ที่อนุสาวรีย์ชัย ที่นี้เป็นพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ ที่ยังไม่ทราบเป้าหมายของพวกเขา ด้านหลังดิฉันจะเห็นเต็นท์นอนหลายร้อยหลังวางเรียงรายอยู่และบางส่วนกำลังถูกเก็บกู้โดยเจ้าของเต็นท์ และทยอยกันออกจากพื้นที่ในเวลาเช้าของวันนี้คะ เรามาสัมภาษณ์คุณอนุ หนึ่งในผู้รวมชุมนุมในครั้งนี้คะ"คุณอนุคะ ไม่ทราบว่าเป้าหมายในการชุมนุมกันที่นี้คืออะไรคะ" อนุเงียบสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันมามองกล้อง.."Real game Real word ใครโหลดมาแล้ว พวกเราติดต่อกันในนั้น ใครยังไม่โหลด ห้ามโหลดเด็ดขาด" พิธีกรสาวอึ่งไปครู่ เพราะ ได้คำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม จึงเน้นถามด้วยความเป็นมืออาชีพอีกครั้ง"คะ แล้วเป้าหมายของการชุมนุมกันของพวกคุณคืออะไรคะ" อนุ เงียบอีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดเพื่อหาคำตอบที่เหมาะสม"ที่พวกเรามาที่นี้ เพื่อ เอาชีวิตรอด พวกเราไม่ได้อยู่แค่ที่นี้ ตามศาลหลัก เมือง เสาหลักเมือง หรือ วัดวาอาราม ผมเชื่อว่ามีพวกเราอยู่ที่นั้น""คะ เอาชีวิตรอด พวกคุณเอาชีวิตรอดจากอะไรคะ" พิธีกรเริ่มงุนงง แต่ก็ถามออกไปอีกครั้ง อนุหน้าเครียด"ผมตอบไม่ได้ เรา จะตอบทุกคำถามในบอร์ด เท่านั้น และ ผมบอกพวกคุณเอาไว้ตรงนี้ Real Game Real word อย่าโหลดมันมา""แล้วตอนนี้กำลังจะสลายการชุมนุมกันใช่ไหมคะ พิธีกรถามอีกครั้ง""ใช่ครับ เราก็จะกลับไปใช้ชีวิตปกติ และจะมาที่นี้อีกครั้งในตอนเย็น""แล้วมีแนวโน้มจะเพิ่มระดับการชุมนุมขึ้นหรือไม่อย่างไรคะ"อนุ ย่นคิ้ว ผมไม่เข้าใจคำถามครับ"คือจำนวนผู้ชุมนุมจะเพิ่มขึ้นหรือไม่คะ""ตามที่ผมคาดการณ์ น่าจะเพิ่มขึ้นอีกแน่นอนครับ และขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า เราไม่ใช่ผู้ชุมนุม แต่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราต้องมาที่นี้ ผมต้องไปทำงานแล้วผมคงให้ข้อมูลได้เพียงเท่านี้""คะ ขอบคุณ ที่ให้ทางทีมงานเราสัมภาษณ์นะคะ เอาละคะท่านผู้ชม การชุมนุมครั้งนี้ แปลกมาก จริงๆคะ เป้าหมายการชุมนุมก็แปลกมา เราไม่มีทางรู้เลยว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไร ทางทีมงานของเราเข้าไปสอบถามผู้ชุมนุมหลานท่าน แต่คำตอบที่ได้มาก็เหมือนๆกัน กับที่คุณอนุ ให้สัมภาษณ์กับเราเมื่อซักครู่ คะ ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังลงพื้นที่เพื่อดูแลความเรียบร้อย ของ สถานการณ์การชุมนุมคะ เรามาสัมภาษณ์ทาง ผกก.ที่เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย ณ ตรงนี้คะ""สวัสดีคะท่านคะ ท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับผู้ชุมนุมตรงนี้บ้างคะ""ตรงนี้ทางเราไม่ทราบนะครับ เกี่ยวกับเป้าหมายการชุมนุมของพวกเขา แต่จากที่กล่าวอ้าง น่าจะเกี่ยวกับ Game อะไรซักอย่าง แต่ทางเราก็ไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียวครับ""แล้วท่านคิดว่า การชุมนุมครั้งนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับการเมือง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ ณ ตอนนี้หรือไม่อย่างไร""อันนี้ผมไม่ทราบครับ แต่ไม่ว่าจะชุมนุมอะไร ก็ขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็พอครับ""คะขอบคุณท่าน ผกก. นะคะ และตอนนี้ ขอตัดเข้าไปทางสถานีหลัก คะ"ภาพตัดกลับมาที่สถานีหลัก พิธีกร สาวจึงดำเนินรายการต่อทันที"...เอาละคะนี้ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่น่าจับตามองนะคะ เบื้องต้นจากที่เราได้รับข้อมูลของการชุมนุมจะเห็นได้ว่า เกี่ยวข้องกับเกมส์ เกมส์หนึ่งที่เราไม่ทราบรายละเอียด แต่จะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่อย่างไรเราต้องมาติดตามกันอีกครั้งคะ ..."เสียงของทีวีดำเนินรายการไปเรื่อยๆ ภายในร้านไม่มีเสียงใครพูดหรือคุยอะไรกันอีก ดวงตะวันยามเช้าของวันนี้กำลังลอยเอื่อยๆขึ้นมาผ่านม่านหมอกและหมู่เมฆที่ขอบฟ้าสาด แสงใส มากระทบกับน้ำค้า ตามยอดผักที่เกิดอยู่ริมรั้ว วิทย์ มีสีหน้าครุ่นคิด ตั้งแต่เมื่อ 5 นาทีที่แล้ว แพรเองก็นั่งเหม่อลอยหันมาจ้องหน้าวิทย์เป็นบางครั้ง นอกจากรับฟังข่าวแล้ว อาโก ก็ไม่เตรียมของสำหรับขายเอามาวางหน้าร้านอย่างเงียบๆ เสียงน้ำมันที่ทอดปาท่องโก๋ ดังออกมาเปาะแปะ จากกระทะ ที่ตั้งอยู่บนเตาแก๊ส อีห้อหนึ่งโดยมีสาวน้อยหน้าหมวย ควบคุมกำกับการทอดอยู่ไม่ห่าง เสียงไก่ขันดังมาเป็นระยะๆ แต่ คนสี่คน ที่อยู่ในร้านล้วนเงียบ ไม่มีการพูดหรือคุยอะไรกัน คล้ายกับว่า ต่างคนก็ต่างขบคิด เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่กำลังเป็นข่าวอยู่ ณ ตอนนี้ จนในที่สุด แพร ก็กล่าวคำถามออกมาลอยๆไม่เจาะจงว่าถามใคร ทำลายความเงียบลงในที่สุด"ต่อจากนี้โลกเราจะเป็นยังไงบ้างนะ..."พูดจบก็มีเสียงถอนหายใจยาวตามออกมาจากปากเล็กๆรูปกระจับของเธอ เธอเงยหน้าขึ้นมามองดูใบห้าของชายที่อยู่ตรงหน้า ที่นั่งเงียบขรึมและมองหน้าเธออยู่ก่อนแล้ว นัยน์ตาของแพร สั่นไหวน้อยๆ ใบหน้าที่ซีด ขาวแสดงออกถึงความวิตกกังวล ที่ออกมาจากภายในจิตใจของเธอ"เราทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว มีทางเดียวคือเราต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น คิดอะไรมากตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไร เราทำในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุดก็พอ" วิทย์ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีคำพูดเชิงปลอบโยนหรือให้กำลังใจเลยแม้แต่น้อย เขาแค่พูดในสิ่งที่เขาคิดก็เท่านั้นแล้วทั้งสองคนก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ผ่านไปอีกไม่กี่นาทีพระสงฆ์ สวมจีวรสีกรักแดง รูปหนึ่งก็เดินถือบาตรมาตามถนน จากลักษณะ หน้าตา น่าจะมีอายุราวๆ 70-80 พรรษา ก้มหน้ามองต่ำขณะเดินอยู่ในอาการสำรวมตลอดทุกกริยาดูแล้วน่าเลื่อมใส มีเสียงเล็กๆของ หมวยดังออกมาจากร้าน"นิมนต์เจ้าคะ พระคุณเจ้า"หมวยวางมือจากการทอดปาท่องโก๋ โดยมีอาโก เข้ามารับหน้าที่แทน มือเล็กๆของเธอ คว้าไปยังตระกล้า เล็กๆที่มีถุงข้าวและถุงแกงพร้อมกับดอกบัวหนึ่งคู่ เดินตองออกมายังหน้าร้าน สาวน้อยถอดรองเท้าแตะแบบคับออกวางอยู่บนพื้นคอนกรีต ก่อนจะนั่งคุกเข่าลง ให้เข่าของเธอวางอยู่บนรองเท้า ยกตระกล้าเล็กๆขึ้นจรดบนหัวอธิฐาน ก่อนจะหยิบเครื่องคาวหวานใส่ลงไปในบาตรพระ ก่อนจะพนมมือขึ้นรับพร"อายุวันโน สุขขัง พลัง""สาธุ..." เสียงเล็กๆสาธุตอบรับพรสายตาคู่หนึ่งของวิทย์ จ้องมองดูพระรูปนี้ตั้งแต่ ที่ได้ยินเสียงของหมวย นิมนต์ ให้พระหยุด คิ้วของเขาขมวดเป็นปม มีสีหน้าพิจารณาจริงจัง เขาเห็นออร่าสีทองจางๆแผ่ออกมาจากพระรูปนี้ นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นพระรูปนี้เดินบิณฑบาต วันก่อนเขาก็เห็น แต่วันนี้ต่างออกไป สายตาของเขา มองเห็นอะไรที่วันก่อนเขามองไม่เห็นมองไม่เห็น ใช่แล้ว มันน่าจะเกิดจาการที่เขามีตบะญาณเพิ่มขึ้น ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ เขาคิดในใจ และตอนนี้ เขาก็ข่อนข้างแน่ใจ ว่า ออร่าสีทองเรืองๆที่เห็นนี้เป็น ญาณ ของพระรูปนี้แน่นอน เขามองอยู่อย่างนั้นจนกระทั้งพระรูปนั้นเดินลับไปไกล"มีอะไรหรือเปล่า พีวิทย์" แพร ถามออกมา เพราะว่าเธอเห็นอยู่ก่อนแล้วว่าวิทย์จ้องมองพระรูปนั้นอยู่นาน"แพรไม่เห็นเหรอ" วิทย์ไม่ตอบคำถามแต่ ถามออกมาแทน"เห็นอะไรพี่ ก็แค่พระ มีอะไรอีกเหรอ""พระรูปนี้ไม่ธรรมดา วิทย์พูดออกมาเบาๆ" ให้พอได้ยินกันแค่สองคน ส่วนแพร ไม่เข้าใจคำพูดแปลกๆของวิทย์โดยสิ้นเชิง แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรอีก หมวยที่กำลังเดินเข้าบ้านมองหน้าวิทย์แวบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา"พีวิทย์ วันนี้พี่จะทำอะไรต่อ" แพรถามออกมาเบาๆ สายตายังเหม่อ มองทอดออกไปตามถนน"ไม่รู้สิ บางทีพี่อาจะเข้าเมือง ไปหาซื้อเมล็ดผัก ที่ร้าน ช.การเกษตร ซักหน่อย แพรละ""ไม่รู้เหมือนกันพี่ น่าจะกลับบ้านอาบน้ำนอนมั่ง ไม่มีอะไรทำ ไม่รู้จะไปที่ไหน""อืม" วิทย์ พยักหน้าเบาๆ"โทรศัพท์แพรพังแล้วนี้ แล้วตอนนี้เอาไหนใช้" วิทย์ถามออกมาเสียงเบา"ไม่มีใช้พี่ พี่จะซื้อให้ไหมละ เอาไม่ต้องแพงก็ได้""ก็ได้นะ เอาแบบนี้สิ เข้าเมืองเป็นเพื่อนพี่ เลยจะได้แวะซื้อกันเลย ไหนๆวันนี้ก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้วใช่ไหม""จริงเหรอ ! พี่จะซื้อให้จริงๆเหรอ" แพรโพรงถามออกมาตาโต เธอไม่คิดว่าวิทย์จะซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้เธอจริงๆ"จริงสิ" วิทย์ตอบ พร้อมกับยิ้มน้อยๆ"เย้! พี่วิทย์ใจดีที่สุดเลย... "แพร้องออกมาด้วยความดีใจ มือน้อยๆยกขึ้นมกำในท่าดีใจสุดๆ"พี่รอหนูแปบ หนูเข้าบ้านอาบน้ำก่อน ประมาณ 10 โมงหนูมา""นี้จะอาบน้ำเป็นชั่วโมงเลยเหรอ นานขนาดนั้นเนื้อไม่เปื่อยหรือไง 555+" วิทย์ แซวออกมา"บ้า พี่ ไม่นานขนาดนั้น หนูจะปั่นผ้าด้วย รอหน่อย จะได้มีตุ๊กตาน่ารถสวยๆอย่างหนูไง""เหรอ...รอก็รอ" วิทย์ลากเสียงยาว ออกเชิงยียวนเล็กน้อย"พี่ก็จะไปอาบน้ำที่บ้านลุงจร เหมือนกันเดี๋ยว 10 โมงพี่ออกไปรับ"แพร ลุกขึ้นเดินกลับบ้านทันที ที่ทั้งคู่ตกลงนัดหมายกันเสร็จสรรพ วิทย์ นั่งอยู่ที่เดิม ทอดสายตามองตามหลังสาวน้อยที่กำลังจะเดินลับซอยไป สาวน้อยหันหน้ากลับมาโบกมือให้เขาเป็นครั้งคราว สร้างรอยยิ้มให้กับเขาได้ไม่น้อย ไม่รู้ว่าทำไมมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ รู้เพียงแค่ว่า ตอนนี้รู้สึกดีหมวย เดินออกมาอีกครั้งในชุดนักเรียนสีขาวกระโปรงทรงจีบ สีน้ำเงิน สวมรองเท้าหนังสีดำ ผมด้านหน้าหนีบกิ๊บสีฟ้ารูปมิ๊กกี้เมาอันเล็กน่ารัก ผิวขาวเนียนของเธอ เข้ากับชุดนักเรียนเอามากๆ ดูรวมๆแล้วสวยสมวัยเป็นธรรมชาติจริงๆ วิทย์ มองตามหลังเธอไป จนเธอเดินลับซอยไปเช่นกันวิทย์นั่งกินกาแฟของเขากับปาท่องโก๋ อีก 2-3 ตัวที่มีอยู่ในจาน ตอนนี้ลูกค้าประจำเริ่มเดินทยอยเข้ามาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ในละแวกใกล้เคียง ที่นี้เป็นเหมือนที่ พบปะ ของคนรุ่นวัยชรา เลยก็ว่าได้ วิทย์ ยังนั่งก้มหน้าก้มตากินอยู่เหมือนเดิมจนกระทั้ง จังหวะการเต้นของหัวใจเขาผิดแปลกไปตึกตัก!ตึกตัก! เสียงหัวใจของเขาเต้นกระหน่ำขึ้นอีกครั้ง ในสมองของเขาตอนนี้ ขาวโพลน ไม่มีภาพอะไรแม้แต่น้อย นี้มัน อาการคล้ายๆตอนนั้น สัมผัสที่ 6 ของเขากำลังทำงานใช่แล้ว ครั้งที่แล้วที่เขามีอาการคล้ายๆแบบนี้ ตอนนั้นเขาเจอเปลวเพลิงทองแดงในตัวผีเปรต ตัวสีแดงคู่อาฆาตของเขา แต่ครั้งนี้ มันไม่คล้าย เพราะเขามองไม่เห็นอะไรในนิมิตของเขาเลยแม้แต่น้อย และ หัวใจของเขาก็ไม่ได้ เต้นกระหน่ำรุนแรงเท่ากับครั้งก่อน มันคลายกับว่า หัวใจทองคำของเขาถูกกระตุ้นด้วยอะไรบางอย่าง มันจะทำงานของมันเอง และก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ นาที หัวใจของเขาก็เต้นคล้ายๆครั้งนี้แต่มันเบาบางกว่ามาก ใช่แล้ว พระสงฆ์รูปนั้น กระตุ้นหัวใจทองคำของเขาเช่นกัน และครั้งนี้ เป็น ชายแก่ ชายแก่คนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน เขารูปร่างกำยำล่ำสัน ใบหน้ายิ้มแย้มท่าทางใจดี ผิวสีขาวใบหน้าตกกระสองสามจุด บริเวณข้างแก้มทั้งซ้ายและขวา สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาก๊วย ตามลำตัวสักลาย ยันต์ อักขระยันต์ ชายคนนี้มีอักขระยันต์เต็มลำตัวไปหมด ละมีอยู่ 2-3 จุดที่ส่องแสงหม่นๆสีเทาออกมา วิทย์มองเห็นได้ชัดเจน แม้ลายสัก จะอยู่ใต้ เสื้อกล้ามสีขาวก็ตาม"เก้ายอด,เสือแผ่น,ยันฉัตรเพชร" วิทย์พิจารณายันต์ที่ส่องแสงสีหม่นๆออกมา ชายชราเดินเข้ามาในร้านยืนอยู่ตรงหน้าตาโกแล้วสั่งเครื่องดื่มด้วยเสียงราบเรียบภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม"ตาโก เอากาแฟดำ ไข่ ต้มสุก 2 ใบ ปลาท่องโก๋ 5 ตัว""ได้เลย อาดำ นั่งรอก่อน"ชายแก่หันมองไปรอบๆเพื่อหาที่นั่งรอ โต๊ะที่มีอยู่น้อยนิดบัดนี้ถูกลูกค้านั่งจองเต็มหมดแล้ว เหลือที่สุดท้ายอยู่ตรงข้ามกับวิทย์ ลุงดำ จึงเดินมานั่งลงตรงข้ามกับวิทย์ แล้วพยักหน้าให้เขาก่อนจะหันหน้าไปมองดูรายการข่าว ในจอทีวี ไม่พูดอะไร เสียงคุยกันของลูกค้าภายในร้านเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ และโต๊ะข้างๆก็มีคนเริ่มเปิดประเด็นพูดคุย"ยายปริกแกได้ดูข่าวคนตายเมื่อเช้านี้หรือเปล่า เห็นเขาว่ามีคนตายเยอะมาก" ชายแก่ร่างเล็กหลังค่อมจมูกงอมุ้มกระซิบถามหญิงแก่ที่อยู่ตรงข้ามกับตน"ดูสิตาอ่อน น่ากลัวมาเลย ฉันนะโทรหาลูกหลานที่ทำงานอยู่กรุงเทพ กำชับให้พวกมันระวังตัวกัน ไม่รู้ว่าคนร้ายมันฆ่าคนทำไม ฉันละกลัวจริงๆ ดีที่หมู่บ้านเราไม่มีคนตายแบบนั้น""นี้เธอว่าเรื่องนี้มันแปลกๆไหม ปริก" ตาอ่อนถามออกมาเสียงกระซิบ "แปลกยังไงรึ" ยายปริกถามออกมาด้วยท่าทางฉงน "ก็แปลกตรงที่ร่องรอยอะไรไม่มีเลยทุกศพ ไม่มีร่องรอยอะไรเหลือเลย ข้าว่ามันต้องไม่ใช่คนแน่ๆที่ทำแบบนี้ได้" ตาอ่อนกล่าวออกมาเสียงกระซิบ "แล้วเอ็งคิดว่าอะไรวะที่ฆ่าคนได้เยอะขนาดนี้" ยายปริกจี้ถามมาอีกครั้ง ในใจแกก็คิดคำตอบเอาไว้แน่แล้วว่าตาอ่อนต้องบอกว่าเป็นผีมือ ผีร้ายแน่นอน "ข้าไม่รู้ ขนาดตำรวจยังไม่รู้ ข้าชาวนาจะรู้ได้ยังไง" ตาอ่อนตอบออกมา "อ่าว แล้วเอ็งจะพูดมาเพื่ออะไร ข้าละตั้งใจฟังตั้งนานนึกว่าจะรู้ ... เสียเวลาจริงๆ" ยายปริก บ่นออกมายาวยืดและไม่พูดไม่ถามอะไรตาอ่อนต่อ พอได้ นมถั่วเหลืองกับปาท่องโก๋ ที่แกสั่งแกก็เดินกลับบ้านทันที เสียงคุยกันระงมไปทั่วร้าน วิทย์ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก สายตาของเขามองลุงดำเป็นครั้งคราว คล้ายกับว่ากำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าอยู่ ลุงดำเองก็ชำเรืองดูวิทย์ด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นท่าทางอีกฝ่ายเหมือนมีอะไร แต่ก็ไม่กล้าพูด ลุงดำเลยถามออกมาก่อนด้วยความที่แกอายุมากกว่า"มีอะไรหรือไอ้หนู" ลุงดำถาม"คือ ผมถามอะไรลุกซักอย่างได้ไหม" วิทย์พูดและยังชั่งใจอยู่ว่าจะถามออกไปดีใหม่ในเรื่องที่ตนอยากรู้ แต่อีกใจก็คิดว่ามันอาจจะเป็นการเสีย มารยาท ที่ถามเรื่องส่วนตัว"ว่ามา" แกตอบห่วนๆ"คือ ลายศักดิ์ลุง ของดี ผมยากรู้ลุงไปสักมาจากที่ไหน""หือ เอ็งนี้มันตาดี แล้วที่เอ็งเห็นว่าดีมันอันไหนละ" ถามกลับพลางลุงดำยิ้มออกมา"เก้ายอด,เสือแผ่น,ยันฉัตรเพชร สามอันนี้ที่ยังอยู่"ลุงดำหรี่ตา ครุ่นคิดกับตัวเอง...ไอ้หนุ่มนี้มันตาดียิ่งนัก นี้มันรู้แม้กระทั้งของอันไหนที่ข้ามีและเป็นของดี หายาก หายากจริงๆที่เด็กรุ่นหลังๆนี้จะรู้ได้ หรือว่ามันมีของเหมือนกัน น่าสนใจนักเจ้าหนุ่มคนนี้ หน่วยก้านก็ดี ลักษณะท่าทางมันก็ตรงตามตำรา ได้ๆ ลุงดำพรางมองวิทย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าทางพินิจพิจารณา ก่อนจะถามออกมาอีกครั้ง"ยากได้รึ""ยากเรียน" วิทย์ตอบไม่ตรงคำถาม สิ่งที่เขายากได้ไม่ใช่ ลายสัก แต่เขายากได้วิชา มากกว่า เพราะ หาได้ยากยิ่งนักในสมัยทกวันนี้ ศาสตร์ หาได้น้อยยิ่ง เมื่อมาเจอแล้วก็ยากเรียน ลุงดำหรี่ตา มอง ก่อนจะยิ้มออกมา"ดี พรุ่งนี้แกมาหาข้า ที่อาสมอาจารย์ดำ" วิทย์ พยักหน้า จ้องมองสายตาลุงดำด้วยความแน่วแน่"อาดำ ได้แล้วของลื้อ!" เสียงของตาโกดังแว่วเข้ามา ลุงดำลุกขึ้นถอนสายตาออกไปหันไปมองทาง ตาโกแล้วยิ้มก่อนจะเดินออกไปรับของที่สั่งไว้จ่ายสะตัง แล้วเดินกลับเข้าซอยไป วิทย์มองตามหลังลุงดำจนลับสายตาไป จึงถอนสายตากลับ ลุกขึ้นบิดตัวเล็กน้อยแก้เมื่อย ก่อนจะเดินไปจ่ายเงิน"ตาโก ของผมทั้งหมดเท่าไร""ของลือ 30 บาท"เอาปาท่องโก๋อีก 10 บาท วิทย์หยิบแบงค์ 20 ออกมาสองใบและสั่งเพิ่มให้มันพอดีกับเงินที่หยิบออกมา ตาโก หยิบปาท่องโก๋ใส่ถุงอย่างรวจเร็วก่อนจะยื่นถุงมาให้วิทย์แล้วรับเงินไป"ตาโก พระที่มาบิณฑบาต เมื่อกี้ มาจากวัดไหน" วิทย์ถาม"อ่า อันนี้ อั๊วก็ไม่รู้ รู้แค่ว่า พระคุณเจ้าทุดงมา ปักกฎอยู่ท้ายป่าช้าตรงต้นกระบกใหญ่นั้นแหละ ลื้อถามทำไม" ผมว่าจะไปถวายดอกไม้ ขอพร ครับอาโก"ดีดี จะไปก็รีบไป เดี๋ยวพระคุณเจ้าทุดงไปที่อื่นก่อน" ตาโกแนะนำ เพราะกลัวว่า วิทย์จะไปช้า ไม่ทันพระ"ครับๆ ผมไปซื้อดอกไม้ก่อนเดี๋ยวจะออกไปเลย"วิทย์ออกจากร้าน ตาโก ตอน 7.30 ทีแรกจะไปอาบน้ำแต่งตัวเข้าเมือง แต่ตอนนี้เปลี่ยนแผนแล้ว เขาต้องไปป่าช้าท้ายวัดก่อน เขาทีคำถามที่ค้างคนใจ เกี่ยวกับ ออร่า สองสีที่เขาพบในวันนี้ สีแรกสีเหลืองทองจากพระคุณเจ้า สีที่สองสีเทาหม่น จากยันต์ อาจารย์ดำ เขายากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่รถกระบะ แล่นออกจากศาลาศาลหลักบ้าน ตรงไปยังถนนหลักก่อนจะเลี้ยวซ้ายตรงแยกสุดมุมถนน มุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดนัด ตลาดเป็นตลาดสดพื้นบ้านมีชาวบ้านมาวางร้านค้าขายผักขายปลา บ้างก็มีพ่อค้ามาจากหมู่บ้านอื่นหรือต่างถิ่นแวะเวียนมาบ้าง ตลาดที่นี้ไม่ได้มีทุกวันเดือนหนึ่งๆ จะมีแค่ 4 ครั้ง หรือ อาทิตรย์ละ 1 วันพอใกล้ถึงตลาดรถกระบะก็วนหาที่จอดเพียงไม่นาน ก็ได้ที่เหมาะเหม็งเป็นร่มต้นตะขบใหญ่ที่มีกิ่งก้านใบปกคลุมเป็นพุ่มหนามีนกกระจอกบ้านบินกันให้เจี๊ยวจ้าวอยู่ด้านบน คอยจิกกินลูกตะขบสีที่กำลังสุขลูกสีแดงสด วิทย์ดับเครื่องยนต์ แล้วเดินลงมาจากรถ แหงนหน้าขึ้นไปมองนกกระจิบบนต้นไม้ก่อนที่จะมองไปรอบๆ ก่อนจะเดินตรงไปตามถนนมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดนัด ตลาดนัดยึดถนนของซอยนี้ทั้งซอย ให้ผู้คนมาวางของขายตามข้างทาง ไม่มีร้านหรือแผงถาวรพอถึงเวลาสิ้นสุดการขายพ่อค้าแม่ค้าก็จะเก็บของทั้งหมดกลับออกไป เหลือเพียงถนนโล่งๆไว้ให้ผู้คนกลับมาใช้สรรจรอีก เขาเดินทอดน่องไปตามถนนสองข้างทางมีแผงผักแผงปลา วางอยู่เรียงราย กลิ่นคาวปลาโชยมาตามลมเบาๆ แม่ค้าร้านปลากำลังถอดเกล็ดปลานินให้ลูกค้าบางคนที่กำลังยืนรอ ตอนนี้ยังเช้าอยู่คนยังไม่เยอะเท่าไร แต่ก็พอมีมาเดินจับจ่ายใช้สอยกันปะปลาย วิทย์มองซ้ายแลกขวากวาดสายตาไปตามแผงต่างๆ เขามาที่นี้เพราะต้องการจะซื้อ ดอกไม้ไปถวายพระ แต่เขาก็ไม่หมั่นใจว่าจะเจอร้านขายดอกไม้ที่นี้หรือไม่แผงผักแบกะดินมีเพียงกระสอบปุ๋ยสีขาวรองพื้นก่อนจะวางกำผักสดๆ กำใหญ่ๆ วางขายกันเป็นปกติ จากที่กวาดสายตาไปรอบๆมีผักหลายชนิดที่เขารู้จักวางขายอยู่ ทั้งผักกาดขา ผักกาดเขียว ผักชี ต้นหอม บวบ ฟักแฟง แตงกวา และที่เยอะที่สุดเห็นจะเป็น กวางตุ้ง กวางตุ้งนี้น่าจะปลูกง่ายสุด ในฤดูนี้ ผักคะน้า ก็มีให้เห็นบ้าง พริกสดสีแดงสีเขียว ถูกใส่เอาไว้ในกระบุงขนาดใหญ่ วางเอาไว้หลังคนขาย ด้านหน้าแผงมีพริกแดงพริกเขียว ถูกจุใส่ถุงประมาณคลึ่งกิโลวางเรียงรายเอาไว้ขายอยู่ด้านหน้าแผง พริกพวกนี้น่าจะถุงละ 10 บาท แผงผักแบบนี้มีวางเรียงรายไปกว่า 5-6 ร้าน เขาสอดส่องสายตาไปเรื่อยๆ กว่า 15 นาที ทุกที่ ที่เขาเดินผ่านมาไม่มีร้านขายดอกไม้ วิทย์พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้พลาดร้านใดร้านหนึ่งไป จนในที่สุด สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับร้านขายผักแผงหนึ่ง สายบัว ร้านนี้ขายสายบัว มีแม่ค้ากำลังลอกสายบัวอยู่ข้างหลังแผงผัก สายบัวสดใหม่ถูกลอกเปลือกสีน้ำตาลออกเหลือแต่เนื้อในสีขาวนวล ถูกนำมาบรรจุใส่ถุง วางขายน่าร้านถุงละ 20 บาท ด้านหลังมีกระสอบใส่สายบัว และมีดอกบัวตูมอยู่ 2-3 ดอกที่ยังไม่ได้ตัดเอาก้านเพื่อมาลอก เขาหยุดชะงัก และ ร้องถามแม่ค้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาลอกสายบัวอยู่ด้วยแววตาคาดหวัง"แม่ค้า ผมจากได้ดอกบัวสองดอกนั้น จะขายให้ผมได้ไหม""ไม่ขายหรอกจ้า จะเอากี่ดอกละ ให้ฟรีๆ" แม่ค้าเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะฉีกยิ้มแล้วตอบคำถาม"โอ้ว ขอบคุณครับ งั้นผมขอซื้อสายบัวถุงหนึ่ง กับดอกบัว 4 ดอก""ได้จะ 20 บาท" แม่ค้ายิ้มกว้างพร้อมกับหยิบของให้และรับเงินไปวิทย์ไม่ได้ต้องการสายบัวเลย แต่เพราะเขาเกรงใจและไม่ยากรับดอกบัวของแม่ค้ามาฟรีๆ จึงตัดสินใจซื้อมาด้วย หลังจากที่ได้ดอกบัวมาแล้ว เขาก็หันหลังกลับเดินมุ่งหน้าออกจากตลาดกลับไปที่รถ ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าตามถนน ตรงออกนอกหมู่บ้านไป จุดมุ่งหมายต่อไปคือป่าช้า ปกติป่าช้าจะอยู่ติดกับวัดแต่ที่นี้ไม่ใช่ ป่าช้าที่นี้เคยมีวัดตั้งอยู่มาก่อนตั้งแต่สมัยเมื่อ 90 ปีที่แล้ว แต่ด้วยวัดห่างไกลหมู่บ้านทำให้ไม่สะดวก จึงมีการย้ายวัดเข้าไปใกล้ๆหมู่บ้าน และวัดที่นี้จึงถูกทิ้งร่างและบางส่วนถูกรื้อถอนย้ายๆไปสร้างที่ใหม่ สุดท้ายเมื่อกาลเวลาผ่านไปนานปี ที่นี้จึงเหลือแต่ป่าช้าเท่านั้นที่ยังอยู่