1 วันต่อมา
ซูเชี่ยวฟื้นขึ้นมาด้วยอาการเมื่อยล้า เจ็บตามเนื้อตามตัวและรู้สึกปวดที่เเขนและขาของเธอ ตอนนี้มีรอยเขียวเป็จ้ำเต็มไปหมดจากการที่เธอวิ่งเพื่อหนีไปตามเฟยซิ่น แต่ก็ไปไม่ถึง หลังจากที่สลบไป1 วัน 1 คืนเต็มๆ ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นมากขึ้น เมื่อสักครู่ตอนเธอฟื้นขึ้นมาเจียอี่เข้ามาพอดี และได้บอกกับเธอว่า ท่านหมอบอกว่าเธอไม่เป็อะไรมาก แค่นอนพักก็หาย
ซูเชี่ยวหยิบยาต้มสมุนไพร ที่โต๊ะหน้าเตียงนอนตอนที่เจียอี่นำมาให้เมื่อสักครู่นี้เพื่อจะดื่ม แต่เธอก็ต้องเบี่ยงหน้าหนีเพราะในถ้วยยามีน้ำสีน้ำตาลเข้มออกไปทางดำ แค่กลิ่นที่โชยขึ้นมาเมื่อเธอยกมาก่อนดื่มลงไปก็รู้แล้วว่ามันจะต้องขมมากแค่ไหน“ข้าไม่ดื่มได้หรือไม่” นางคิดอยู่ในใจ แต่แล้วก็จำใจต้องดื่มเข้าไป เพราะมันเป็ทางเดียวที่จะทำให้เธอหายจากอาการที่ปวดตามเนื้อตามตัวตอนนี้หายไป เธอใช้นิ้วอีกข้างที่ไม่ได้ยกถ้วยยาบีบที่จมูก ก่อนที่จะกลั้นใจยกยาดื่มในรวดเดียว แต่เธอก็ดื่มไปได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น และไอออกมาด้วยความขม
“ขืนข้ากินหมดนี่ น่าจะตายก่อนที่จะหาย” นางพูดกับตัวเองด้วยสีหน้ายับยู่ยี่หลังจากที่กลืนยาลงไป1 อึกใหญ่ และวางอีกครึ่งถ้วยที่เหลือลงบนโต๊ะหน้าเตียงดังเดิม
“คอยดูเถอะลี่หยาง ที่ใดมีเ้าที่นั่นไม่มีข้า” ซูเชี่ยวพูดเสียงดังออกมาเรียกความมั่นใจของตัวเอง และนั่งกำมือ 2 ข้างทุบไปที่เตียงด้วยความหนักแน่น
“โอ๊ยยยยย “หญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บ เธอลืมว่าตัวเองตอนนี้ร่างกายปวดที่ตามเนื้อตามตัวจนทำให้เจ็บออกมาหลังจากทุบไปที่เตียงอย่างเเรง
ทางด้านตำหนักหยกขาว ขณะนี้มีชาย 2 คนนั่งขัดสมาธิที่บนเตียง ลี่หยางฟื้นจากการหมดสติไปหลังจากซูเชี่ยวฟื้นได้ไม่นานตอนนี้ร่างกายของเขาถูกรักษาและกินยาถอนพิษไป ทำให้ร่างกายตอนนี้ของเขายังหลงเหลือพิษอยู่ไม่มากและกำลังให้เฟยซิ่นช่วยใช้พลังภายในช่วยเร่งขับพิษออกมา ตามใบหน้าของลี่หยางเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นมา หน้าตาซีดเซียว แต่ยังหลงเหลือความหล่อเหลาให้เห็นอยู่ เขาสวมเพียงเสื้อตัวในสีขาว เวลาผ่านไปถึงครึ่งชั่วยามลี่หยางสำลักเืออกมา สีเืของเขาเป็สีดำคล้ำ จากนั้นเฟยซิ่นจึงหยุดใช้พลังภายในและก้าวลงจากเตียง
“ตอนนี้พิษในร่างกายของท่าน ข้าใช้พลังขับออกมาจนหมดแล้วขอรับ” เฟยซิ่นพูดออกมาด้วยสีหน้าดูเหนื่อย เพราะการใช้พลังภายในช่วยผู้ที่มีพลังมากกว่าตนทำให้เสียเเรงไปมากกว่าช่วยคนปกติ
“ขอบใจเ้ามาก เ้ากลับไปพักเถอะ” ลี่หยางเ้าสำนักวารีพูดด้วยเสียงบางเบาและไอออกมา 2 ครั้ง เฟยซิ่นเพียงทำท่าคารวะและเดินออกไป ด้านลี่หยางตอนนี้พิษในร่างกายของเขาถูกขับออกหมดแล้วหลังจากที่ได้เฟยซิ่นช่วย เพียงแค่ต้องพักผ่อนให้กำลังเพิ่มขึ้นเท่านั้น หากครั้งนี้นางไม่ไปตามเฟยซิ่นมาช่วยได้ทัน เขาอาจไม่มีชีวิตรอดจนถึงตอนนี้ ทำให้เขาตระหนักดีว่าถึงเขาจะมีพลังระดับสูงสุดหรือมากมายแค่ไหนก็ตาม หากเขาประมาทเหมือนครั้งนี้อีกก็อาจจะทำให้เขาต้องจบชีวิตลงง่ายๆ
.
ณ สำนักพฤกษชาติชาติ
กลางห้องโถงหลักของสำนัก มีชายอายุประมาณ 60 กว่าปี สวมชุดสีน้ำตาลเข้มถึงแม้อายุจะมากแล้ว แต่หน้าตาก็ยังดูหนุ่ม และร่างกายเเข็งแรงเป็อย่างมาก สมกับสำนักที่ขึ้นชื่อเื่การรักษาและสมุนไพร แต่เื้ัยังลอบศึกษาการใช้พิษ เขาไม่ใช่ใครเเต่เป็เ้าสำนักพฤกษชาติฮุ่ยเจิน
“อะไรนะ ครั้งนี้ก็ยังไม่สำเร็จอย่างนั้นเหรอ” ฮุ่ยเจินเ้าสำนักพฤกษชาติะโออกมากลางห้องโถง พร้อมปาตำราลงที่พื้นด้วยความโมโห เมื่อได้ยินลูกน้องของเขามารายงาน และเขาได้เสียลูกน้องฝีมือดีอีก 1 คนไป จากการรายงานที่ลูกน้องของเขากล่าวมาพบว่าชายชุดดำ 20 คนและลูกน้องฝีมือดีอีก1 คน นอนเสียชีวิตที่ทางเข้าสำนักวารีหยกตอนที่ไปถึง แถมยังถูกทางสำนักวารีหยกเก็บศพคนที่เสียชีวิต 1 ใน21 คนไป ไม่แน่ทางสำนักวารีหยก้าที่จะสืบอะไรจากศพนั้น จนอาจสาวมาถึงตัวของสำนักเขา
“ให้สายที่อยู่ในนั้นจัดการเผาศพนั้นซะ อย่าให้ผิดพลาดเป็ครั้งที่3 เด็ดขาด” ฮุ่ยเจินตวาดสั่งการลูกน้องที่กำลังคุกเข่านั่งลงอยู่กลางห้องโถงแห่งนี้
“ขอรับเ้าสำนัก”
หลังจากที่ลูกน้องออกไป ฮุ่ยเจินกำหมัดแน่นแล้วทุบไปที่โต๊ะเขียนตำราที่เขากำลังนั่งอยู่อย่างแรง จนมีเืซึมออกมาแต่เขาก็ไม่ได้แสดงความเ็ปออกมาเลยแม้แต่น้อย
“เ้ารอดให้ได้ทุกครั้งแล้วกัน” ฮุ่ยเจินพูดออกมาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว จากนั้นลุกขึ้นและสะบัดเสื้อคลุมก้าวเท้าออกจากห้องโถงทันที
.
3 วันต่อมา
ภายในสำนักวารีหยกเกิดเื่วุ่นวาย ตอนนี้เกิดไฟไหม้ตำหนักที่ศพคนร้ายถูกเก็บไว้ แต่ไม่นานไฟก็ถูกดับลง ณ ตำหนักหยกขาว บริเวณสะพานไม้หลังตำหนักมีชายคุ้นตาคนเดิมนั่งจิบชาด้วยความเพลิดเพลิน ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาหาเขา ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็เฟยซิ่นรองเ้าสำนักคนเดิม
“ตอนนี้ศพที่นำมาถูกเผ่าแล้วขอรับ” เฟยซิ่นทำท่าคารวะ และรีบรายงาน ลี่หยางเพียงพยักหน้า 3วันมานี่เขาพักผ่อนรักษาร่างกาย เพราะการมีพลังสูงสุดและการฝึกฝนด้วยวิชาธาราหวนคืน ที่ใช้พลังจากน้ำช่วยเพิ่มพลังให้เขารวดเร็วมากขึ้น เป็อย่างที่เขาคาดไม่ผิดว่าคนร้ายที่จู่โจมเขาจะต้องทำลายหลักฐานที่เขานำกลับมา
“จับตัวคนวางเพลิงได้หรือไม่” ลี่หยางเอ่ยปากถามหลังจากหันกลับมาเเละพ่ายมือเป็การเชิญให้เฟยซิ่นนั่งลง จากนั้นรินชาให้ตัวเองและชายหนุ่ม
“จับได้ขอรับ เป็อย่างที่ท่านเ้าสำนักคาดการณ์ เป็คนของสำนักพฤกษชาติที่แฝงตัวเข้ามา” เฟยซิ่นกล่าวขึ้นเป็คนของสำนักพฤกษชาติที่แฝงตัวเข้ามาเป็บ่าวรับใช้ที่นี่จริงๆ
“ดี จัดการคนพวกนั้นให้หมด” ลี่หยางพูดเสียงเรียบ และยกชาขึ้นดื่ม เป็อย่างที่เขาคิดไม่ผิดว่ามีคนของสำนักพฤกษชาติจริงๆ ที่แอบแฝงตัวอยู่ที่นี่ ไม่งั้นทางนั้นจะรู้การเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างไร และการที่เขานำศพกลับมาด้วยไม่ได้ที่จะ้าสืบสาวหาตัวคนบงการเพราะเขารู้อยู่แล้ว แต่้าจับตัวคนที่แฝงอยู่ที่นี่ เขาคิดอยู่แล้วว่าหากเขานำศพกลับมาทางนั้นต้องสั่งให้คนที่แฝงตัวจัดการกับศพแน่นอน ถึงได้วางแผนให้คนเฝ้าศพในที่ลับตา และปล่อยไม่ให้มีคนเฝ้าที่หน้าตำหนักที่เก็บศพมากนัก
“ครั้งนี้ถือว่าข้าโชคดีที่เ้ามาช่วยได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงไม่รอด” ลี่หยางพูดพลางรินชาให้ตัวเองและเฟยซิ่นอีกครั้ง
“ข้าเพียงเห็นเเสงสีขาวสว่างบริเวณทางกลับสำนัก และมีคนคุ้มกันหน้าประตูเข้ามารายงานว่ามีความผิดปกติ จึงไม่รีบไปดูขอรับ” ลี่หยางอธิบายออกไปตามความจริง
“ไม่ใช่ซูเชี่ยวมาบอกเ้าอย่างนั้นหรือ” ลี่หยางถามเฟยซิ่น ด้วยสีหน้าประหลาดใจ เขาจำได้ถึงตอนนั้นสติเขาจะเลือนหายไปบ้างแต่ก็จำได้ดีว่า เขาถ่วงเวลาให้ซูเชี่ยววิ่งไปขอความช่วยเหลือจากสำนัก
“นางไม่ได้มาพบข้า พอข้าไปถึงก็เห็นชายขุดดำทุกคนนอนตายที่พื้นเต็มไปหมด และเห็นนางที่ประคองท่านอยู่เท่านั้น” เฟยซิ่นรีบพูดไปตามความจริง ลี่หยางเริ่มใช้ความคิด เฟยซิ่นรายงานว่าคนชุดดำทั้งหมดตาย รวมถึงหัวหน้าพวกนั้นก็ตายเช่นกันเพราะศพที่เขานำมาคือหัวหน้าพวกมันที่มีพลังภายใน แถมเฟยซิ่นยังยืนยันว่าเห็นแค่พวกเขา 2 คนอยู่ที่นั่น
“นางว่าอย่างไรบ้าง”
“นางบอกจำเื่ที่เกิดไม่ได้ขอรับ” เฟยซิ่นตอบออกไปทันที นางที่เ้าสำนักหมายถึงไม่ใช่ใครก็คือซูเชี่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์ของวันนั้น ลี่หยางพยายามคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นเพื่อหาว่าใครที่สามารถจัดการกับหัวหน้าชุดดำที่มีพลังภายในได้ แต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้เพราะไม่มีทางเป็ไปได้เลย พลังเขาในตอนนั้นที่เหลือมากสุดก็ทำได้แค่ทำให้ชายชุดดำล้มไปได้เท่านั้น เฟยซิ่นทำสีหน้าเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะพูดดีหรือไม่ เพราะเ้าสำนักของเขาไม่ชอบซูเชี่ยว เื่พวกนี้เป็เื่ส่วนตัวของหญิงสาวเท่านั้น
“เ้าพูดเถอะ” ลี่หยางที่เห็นท่าทางของเฟยซิ่นจริงพูดขึ้น
“1 เดือนที่ผ่านมา ข้าพบว่าซูเชี่ยวนางเอาแต่ศึกษาเกี่ยวกับพลังภายใน ในการบันทึกการยืมตำราในตำหนักใฝ่คุณธรรมมีการบันทึกทุกๆ 2 วัน” เฟยซิ่นกล่าวออกไปในที่สุด ลี่หยางที่ได้ยินก็แปลกใจนางที่ไม่มีวรยุทธจะนำไปทำไม และตอนนั้นเขาจำได้ดีว่าเขาก็เห็นว่านางยืมหนังสือเกี่ยวกับการฝึกวรยุทธเช่นเดียวกัน
“หรือนางมีพลังภายใน” ลี่หยางพูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน คนร้ายที่ตายไปครั้งนี้หากเป็นางจริงๆ ที่จัดการก็เป็ไปได้ เพราะในตอนนั้นมีเขาเเละนางเพียง 2 คน และเฟยซิ่นที่ตามมาช่วยไม่ทัน
“เป็ไปไม่ได้ ตอนที่นางปลุกพลังภายในเมื่อตอนเจ็ดขวบข้าก็อยู่ด้วยขอรับ”
“เ้าส่งคนคอยจับดูพฤติกรรมของนางให้ดี”
“ขอรับ” เฟยซิ่นรับคำ และลุกออกไป ลี่หยางเพียงลุกขึ้นและทอดสายตาไปทางเเม่น้ำที่สุดลูกหูลูกตาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
———-
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
น้อง้าหนีหน้า แต่พี่ให้คนจับตาดู เอ๊ะ!! มันยังไงกันทีนี้
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคน ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????