เมื่อไปถึงห้างแล้ว ซูหนิงจิงก็พาลูกสาวไปที่ร้านหนังสือก่อนเพื่อให้ลูกได้เลือกหนังสือเสริมความรู้นอกเหนือจากหนังสือที่ซื้อมาจากโรงเรียนก่อนหน้านี้
“ลูกเลือกสักหลายเล่มหน่อยนะ จะได้เอาไว้อ่านในเวลาว่างที่บ้าน”
“ได้ค่ะแม่ ขอบคุณนะคะที่พาหนูมาซื้อหนังสือ”
“รีบเข้าไปเลือกเถอะจ๊ะ เดี๋ยวแม่เดินเล่นดูหนังสือรอแถวนี้แหละ”
ซูหนิงเซียวพยักหน้ายิ้มรับคำแม่ของเธอก่อนจะเดินเข้าไปที่มุมหนังสือของเด็กประถม เธอเลือกหนังสือนิทานภาษาอังกฤษมาสองสามเล่ม ส่วนที่เหลือเป็หนังสือเกี่ยวกับการคำนวณและภาษาอังกฤษเบื้องต้นสำหรับชั้น ม.ต้น ซูหนิงเซียวมักจะชอบอ่านหนังสือของชั้นที่สูงกว่ามาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเื่นี้ซูหนิงจิงก็รู้ดีว่าลูกของเธอมีความสามารถมากแค่ไหน เธอจึงไม่เคยห้ามลูกเื่การซื้อหนังสือแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับหมั่นพาลูกสาวมาเลือกซื้อหนังสือดี ๆ กลับไปอ่านที่บ้านแทน
ซูหนิงเซียวหอบหนังสือเกือบสิบเล่มแล้วเดินไปหาซูหนิงจิงที่ยืนอ่านรอเธออยู่ที่ด้านหน้าร้าน
“แม่คะ หนูได้หนังสือครบแล้วค่ะ”
“อ้าว เอามานี่สิลูก แม่ถือให้เอง ลูกไปรอที่เคาเตอร์จ่ายเงินเลย เดี๋ยวแม่เดินตามไป”
“ขอบคุณค่ะแม่”
ซูหนิงเซียวส่งหนังสือทั้งหมดในอ้อมแขนเล็ก ๆ ส่งให้กับแม่ของตัวเอง ตอนนี้เธอยังเด็กอยู่จึงถือของหนักไม่ได้มากนัก ซูหนิงจิงยิ้มให้กับลูกสาวคนเก่งของเธอก่อนจะเดินนำลูกสาวไปที่เคาเตอร์เพื่อคิดเงิน พนักงานร้านนำหนังสือมาคิดเงินไม่นานนักก็บอกราคาทั้งหมดเกือบหนึ่งพันหยวนให้กับซูหนิงจิงทราบ เธอรีบหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้พนักงาน และรับใบเสร็จพร้อมถุงหนังสือมาถือเอาไว้เอง จากนั้นซูหนิงจิงก็จูงมือลูกสาวออกจากร้านเพื่อไปซื้อของเข้าบ้านต่อหลังจากหาร้านอาหารในห้างนั่งกินกันก่อน ซูหนิงจิงพาลูกสาวเข้าไปที่ร้านขายชาบูเพื่อให้ลูกได้กินอาหารครบห้าหมู่บ้าง เพราะเมื่อเช้าพวกเธอกินเพียงอาหารที่เหลือจากเมื่อวานนิดหน่อยเท่านั้น
เมื่อไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ซูหนิงจิงก็วางถุงหนังสือลงในรถเข็นคันหนึ่งก่อนที่จะเข็นเข้าไปยังร้านค้าเพื่อเลือกซื้อของใช้จำเป็เข้าบ้าน
“ถ้าลูกอยากได้ขนมหรือนมสำหรับกินเป็ของว่างก็เอามาใส่ในรถเข็นได้เลยนะลูก”
“ค่ะแม่ หนูไม่ได้กินขนมกับนมเลยเมื่อวานนี้ ขอบคุณนะคะที่แม่เตือนหนู”
ซูหนิงจิงลูบหัวลูกสาวมือหนึ่งอย่างเอ็นดู เธอลืมไปว่าตอนนี้ไม่มีแม่บ้านคอยดูแลเื่ขนมกับนมให้ลูกสาวแล้ว ตอนนี้เธอจะต้องดูแลลูกด้วยตัวเอง ดังนั้น เธอจะทำให้ดีที่สุดจนกว่าลูกจะโต
สองคนแม่ลูกซื้อของจนเกือบล้นรถเข็น ด้วยซูหนิงจิงไม่ค่อยอยากออกมาที่ห้างบ่อย ๆ เธอจึงซื้ออาหารแช่แข็งเป็จำนวนไม่น้อย และขนม นม เนยต่าง ๆ เอาไว้ให้ลูกนำไปกินที่โรงเรียนด้วย
หลังจากนำของในรถเข็นไปจ่ายเงินแล้ว สองคนแม่ลูกก็เข็นรถไปยังที่จอดรถในห้างเพื่อเก็บของใส่ท้ายรถก่อนจะกลับบ้าน ไม่นานนักพวกเธอก็เก็บของเสร็จ ซูหนิงจิงเข็นรถเข็นออกห่างจากรถยนต์ของเธอก่อนจะบอกให้ลูกขึ้นไปนั่งรอในรถ แล้วจึงเดินขึ้นไปยังที่นั่งคนขับและขับออกไปจากห้างสรรพสินค้าทันที
ไม่นานนักซูหนิงจิงก็ขับรถกลับไปถึงบ้านเช่าของพวกเธอ ซูหนิงเซียวลงจากรถไปเปิดประตูรั้วให้แม่เอารถเข้าบ้าน ก่อนที่จะปิดประตูหลังจากแม่ขับรถเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว
ทั้งสองคนต่างช่วยกันขนสิ่งของต่าง ๆ ที่เพิ่งซื้อมาเข้าไปในบ้านหลังจากที่ซูหนิงจิงเปิดประตูบ้าน ไม่ถึงยี่สิบนาที ของทุกอย่างที่อยู่ในหลังรถก็ถูกวางเอาไว้ในห้องครัวของบ้านเช่าแล้ว ซูหนิงจิงบอกให้ลูกนำหนังสือขึ้นไปเก็บ ส่วนเธอจะจัดเก็บสิ่งของที่ซื้อมาในวันนี้ ซูหนิงเซียวพยักหน้ารับคำแม่ของตนเอง ก่อนจะหยิบถุงหนังสือของเธออุ้มขึ้นไปที่ห้องตามที่แม่บอก
ซูหนิงเซียววางหนังสือที่ซื้อมาเอาไว้บนโต๊ะ ในห้องของเธอมีโต๊ะหนังสือเพียงตัวเดียว ตอนนี้หนังสือที่ได้รับจากโรงเรียนและที่ซื้อมาใหม่วางกองเต็มโต๊ะไปหมด ซูหนิงเซียวใช้เวลาจัดหนังสือไม่นาน ก่อนที่เธอจะรีบลงไปช่วยแม่เก็บของที่ห้องครัว ส่วนเสื้อผ้าใหม่นั้นซูหนิงเซียวก็นำไปแขวนเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าแล้ว เธอไม่รู้ว่าจะรีดผ้าอย่างไร จึงได้แขวนเอาไว้เสียก่อน
“แม่คะ ชุดนักเรียนของหนูจะรีดยังไงเหรอคะแม่”
“เดี๋ยวลูกเอาชุดนักเรียนมาใส่เครื่องซักผ้าแล้วซักก่อนนะลูก พอปั่นแห้งแล้วแม่จะรีดให้ก่อนลูกจะไปโรงเรียนพรุ่งนี้นะ”
“ได้ค่ะแม่ หนูขึ้นไปเอาชุดลงมาข้างล่างก่อนนะคะ”
“จ๊ะลูก รีบไปเถอะ จะได้รีบซัก”
ซูหนิงจิงลืมไปอีกแล้วว่าหลังจากนี้เธอต้องดูแลเื่เสื้อผ้าให้ลูกสาวด้วย นานมากแล้วที่เธอไม่ได้ทำเื่พวกนี้ด้วยตัวเอง โชคดีที่เธอซื้อเตารีดกับโต๊ะรีดผ้ามาด้วย ไม่อย่างนั้นคงลำบากกว่านี้แน่ บ้านเช่านี้ก็ดีสมราคา เพราะมีเครื่องซักผ้าเอาไว้ให้ผู้เช่าได้ซักด้วย นับว่าเธอเลือกบ้านเช่าไม่ผิดที่ยอมจ่ายราคาสูงหน่อยแต่ไม่ต้องซื้อของเข้ามามากเกินไป
ซูหนิงเซียวเดินลงมาพร้อมเสื้อผ้าสามชุดที่ซื้อมาจากโรงเรียน ซูหนิงชิงบอกวิธีการใช้เครื่องซักผ้าให้ลูกสาวเพื่อให้เธอสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในอนาคต ซูหนิงเซียวมองและจดจำสิ่งที่แม่บอกได้เป็อย่างดี จากนั้นเธอจึงนำเสื้อผ้าทั้งสามชุดใส่ลงในเครื่อง นำผงซักผ้าใส่ลงในช่องที่แม่บอกเอาไว้พร้อมกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม ก่อนที่เธอจะปิดฝาเครื่องซักผ้าแล้วกดให้เครื่องเริ่มทำงาน ซูหนิงจิงเห็นลูกสาวทำตามได้อย่างไม่ผิดพลาดก็ยิ้มพร้อมกับลูบหัวน้อย ๆ ของลูกอย่างภูมิใจ
ซูหนิงจิงนำนมกับขนมมาวางให้ลูกนั่งกินรอเธอเก็บสิ่งของเข้าตู้เย็นเสียก่อน ซูหนิงเซียวเองก็ไม่อิดออด เธอรีบปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้แล้วนั่งกินของว่างกับนมอย่างเชื่อฟัง ซูหนิงจิงจึงรีบเก็บของและแยกวัตถุดิบที่เธอจะทำอาหารให้ลูกกินในตอนเย็นเอาไว้ต่างหาก ถึงแม้ว่าซูหนิงจิงจะไม่ได้ทำอาหารด้วยตัวเองมานานหลายปีแล้ว แต่เธอก็ยังมีฝีมือในการทำอาหารติดตัวอยู่
กว่าที่ซูหนิงจิงจะเก็บสิ่งของเอาไว้ให้เป็ที่เป็ทางก็เกือบถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว เธอจึงรีบทำอาหารตามที่คิดเอาไว้ทันที โดยวันนี้เธอจะทำอาหารผัดสามอย่างและซุปหนึ่งอย่าง หากเหลือก็ยังสามารถนำมาอุ่นกินได้ในวันพรุ่งนี้
ซูหนิงเซียวที่นั่งกินขนมกับนมดูแม่เก็บของก็อิ่มไม่น้อย เธอคิดว่าเย็นนี้เธอคงกินอาหารเย็นได้ไม่มากนัก แต่พอเห็นแม่ของเธอทำอาหารเป็ครั้งแรก ซูหนิงเซียวก็นึกอยากกินอาหารฝีมือแม่ขึ้นมาทันที ซูหนิงเซียวเดินเอาถุงขนมกับกล่องนมไปทิ้งที่ถังขยะซึ่งวางอยู่มุมหนึ่งในห้องครัว ก่อนที่จะมานั่งดูแม่ทำอาหารที่เก้าอี้ตัวเดิมของเธอ เธอกลัวว่าจะเกะกะแม่เวลาทำอาหารจึงได้เลือกที่จะนั่งดูแทนการไปช่วยแม่ ซูหนิงเซียวได้แต่คิดว่ารอให้เธอตัวโตกว่านี้ก่อน เธอจะช่วยแม่ทำอาหารบ่อย ๆ ในอนาคต
ซูหนิงจิงใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงในการทำอาหารทั้งหมด ด้วยเพราะเธอต้องคอยชิมดูว่าอาหารรสชาติใช้ได้หรือยังจึงทำให้ช้าเช่นนี้ หลังจากนี้หากเธอทำอาหารบ่อย ๆ ก็คงจะสามารถทำอาหารได้เร็วขึ้นกว่านี้มากนัก
“ลองกินดูสิลูกว่ารสชาติใช้ได้ไหม”
ซูหนิงเซียวพยักหน้ารับคำแม่แล้วลองตักอาหารจานหนึ่งมาชิม หลังเคี้ยวเสร็จแล้วเธอก็ยิ้มหวานให้กับแม่แล้วจึงตอบกลับเื่รสชาติ
“อร่อยมากค่ะแม่ อร่อยกว่าที่แม่บ้านเคยทำให้หนูกินอีกนะคะ”
“ฮ่า ฮ่า ลูกก็ชมแม่เกินไป เอาล่ะ เห็นลูกกินได้แม่ก็พอใจแล้ว เรารีบกินกันเถอะ”
สองคนแม่ลูกต่างตักอาหารให้กันและกันพร้อมรอยยิ้ม เมื่อกินเสร็จแล้ว ผ้าของซูหนิงเซียวก็อบเสร็จพอดี ซูหนิงจิงเห็นว่าลูกน่าจะนำเสื้อผ้าไปตากไม่ถึงแน่
“ลูกเอาผ้าไว้ในนั้นก่อนนะ เดี๋ยวแม่ล้างถ้วยชามเสร็จจะเอาไปตากให้ลูกเองจ๊ะ ลูกขึ้นไปอ่านหนังสือที่โรงเรียนให้มาก่อนค่อยอาบน้ำนอนนะ ข้างล่างนี่แม่จะจัดการให้เองนะลูก พรุ่งนี้เช้าแม่จะแขวนชุดนักเรียนเอาไว้ให้ลูกที่หน้าประตูนะ”
“ได้ค่ะแม่ ขอบคุณมากนะคะแม่ที่ทำทุกอย่างให้หนู”
ซูหนิงจิงได้แต่ยิ้มแล้วลูบหัวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอ จะไม่ให้เธอรักและทำทุกอย่างให้ลูกได้อย่างไร ในเมื่อลูกสาวเธอทั้งน่ารักและเชื่อฟังเธอมากขนาดนี้